หนังไทย ละครไทย ดาราไทย รวบรวมภาพและข้อมูลต่างๆ
ชื่อ พิศมัย วิไลศักดิ์ เป็นชื่อจริง นามสกุลจริงที่ใช้มาตั้งแต่แสดงภาพยนตร์ สมัยนั้นเขาจะมีฉายาของดารา ส่วนเราเขาเรียกว่า "ดาราเงินล้าน" โดยคุณเชิด ทรงศรี ตั้งให้เพราะเล่นเรื่องไหนสามารถทำเงินล้านได้ทุกเรื่องที่แสดง
พี่เริ่มเป็นนางเอกตั้งแต่เรื่องแรกที่เล่นเลย คือเรื่องการะเกด เป็นหนังสมัย 16 มม. ตอนนั้นเขาต้องการนางเอกที่รำได้ พอดีกับเรามีความสามารถในการรำฉุยฉายพราหมณ์ได้ ส่วนคุณอิงอรที่เป็นเจ้าของบทประพันธ์ ก็รู้ว่าเรารำละครได้เพราะเรียนมาทางด้านนาฏศิลป์ พอจบออกมาก็ได้เข้าวงการภาพยนตร์มาตลอด ส่วนงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับที่เรียนมาก็ได้ทำบ้าง เช่น เมื่อก่อนที่จะมีภาพยนตร์ฉายก็จะมีรำโชว์หน้าม่านบ้าง บางทีก็ช่วยงานการกุศล และรำหน้าพระที่นั่งฯ
รางวัลตุ๊กตาทองที่ได้รับจากการแสดง
< คุณพิศมัย > ได้จากภาพยนตร์เรื่อง "ดวงตาสวรรค์" เป็นบทของนางเอกที่ค่อนข้างจะร้าย และดาราประกอบหญิงยอดเยี่ยมของ ยุทธนา มุกดาสนิท จากเรื่อง เงิน เงิน เงิน
เป็นนางเอกมาทั้งหมดกี่เรื่อง
< คุณพิศมัย > คิดว่าเป็นร้อย ๆ เรื่องแล้วค่ะ และมาเริ่มงานละครครั้งแรกในเรื่อง "ห้องที่จัดไม่เสร็จ" ของ กฤษณา อโศกสิน แต่หลายครั้งหลายหนคนเชิญเล่น ก็ไม่ค่อยอยากจะเล่นเท่าไร เพราะเรามีปัญหาเรื่องของเสียง ถ้าเป็นหนังนี่จะมีคนพากย์ คือ คุณจุรี โอศิริ พากย์อยู่ ตัวเองเป็นคนที่เสียงไม่เพราะ แต่เพื่อน ๆ นักแสดงหลายคนก็สนับสนุนบอกว่าให้เล่นเถอะ พอมาเริ่มเล่นเข้าครั้งหนึ่งคนดูก็เริ่มชินหู พอมาเล่นหนังก็เลยต้องพากย์เอง
ต้องฝึกเสียงใหม่หรือเปล่า
< คุณพิศมัย > ไม่ต้องค่ะ เพราะตอนเล่นละครวิทยุก็ต้องเรียนมาทางด้านการให้น้ำหนักเสียงอยู่แล้ว แต่ก็เคยร้องเพลงและมีวงดนตรีค่ะ แต่ร้องเพลงก็เป็นอีกเสียงหนึ่ง เพราะเราหลบเสียงร้องได้
ตั้งแต่เป็นดารามา บทที่คิดว่าเข้ากับเรามากที่สุด คือ
< คุณพิศมัย > ส่วนใหญ่จะเป็นบทชีวิตค่ะ
ทำไมถึงคิดว่าเป็นบทนี้
< คุณพิศมัย > คนที่เห็นคนแรกคือ คุณวิจิตร คุณาวุฒิ โดยปกติแล้วตอนนั้นก็ค่อนข้างจะเป็นคนที่เฉย ๆ เรียบ-ร้อย ไม่ค่อยพูด แต่เล่นหนังแล้วส่วนใหญ่จะได้รับผลตอบรับที่ออกมาดี
มีธุรกิจอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากงานแสดงหรือเปล่า
< คุณพิศมัย > ไม่มีค่ะ เพราะคิดว่าส่วนที่เราทำเองไม่ได้ เราก็จะไม่ทำ ไม่อยากใช้ความคิดของคนอื่น ๆ ถ้าลงทุนทำอะไรไปในสิ่งที่เราไม่รู้จริงอีกหน่อยก็จะแย่ จะไม่ได้นึกถึงเรื่องธุรกิจ เป็นคนสมถะ มีน้อยใช้น้อย มีก็ใช้ ไม่ได้คิดว่าจะต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะอายุเราก็เท่านี้แล้ว ในชีวิตประจำวันก็เป็นคนที่ทำอะไรเองทุกอย่าง ไม่ว่าจะขับรถ ดูแลบ้าน เราไม่มีบุคลากรที่จะมาช่วยงานด้านอื่น ๆ ค่ะ ก็ดีอย่างคือ การทำอะไรเองจะช่วยทำให้เราแข็งแรง เป็นการออกกำลังกายไปในตัว
ตอนนี้พักกับครอบครัวหรือเปล่า
< คุณพิศมัย > ไม่มีค่ะ อยู่คนเดียว
ช่วงพักผ่อนให้ตัวเอง
< คุณพิศมัย > ส่วนใหญ่จะไปช้อปปิ้ง หรือจะไปต่างจังหวัด บางทีก็ชวนป้าจุ๊ (จุรี โอศิริ) ไปทานข้าวและกลุ่มเพื่อนดาราในวัยเดียวกัน พบปะและพูดคุยกันบ้าง
เล่นกีฬาบ้างไหม
< คุณพิศมัย > ก็ไม่ค่อยได้มีเวลานัก อย่างตอนสาว ๆ ก็ได้เล่นโยคะบ้าง จริง ๆ แล้วไม่ค่อยได้ไปแต่งเติมเสริมความงามกับเขาเท่าไหร่ คือจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าว่างจะชอบไปนวดแผนโบราณมากกว่า
ปัจจุบันก็ยังดูไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ มีเคล็ดลับอย่างไร
< คุณพิศมัย > จะเช็คร่างกายทุก 2-3 เดือน ถ้าเริ่มรู้สึกว่าร่างกายผิดปกติ ก็จะไปให้หมอเช็คอย่างสม่ำเสมอค่ะ
กิจวัตรประจำวันมีอะไรบ้าง
< คุณพิศมัย > ส่วนใหญ่เป็นงานละคร ตื่นเช้ามาอาบน้ำ แต่งหน้าเสร็จก็ไปกองถ่าย บางทีก็ทำผมเองเตรียมไว้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเลย คือค่อนข้างจะเตรียมพร้อมเองทั้งหมด บางทีไปเช้าก่อนเวลา คนในกองถ่ายก็แซวว่า มาช่วยจัดไฟเหรอ…มาเช้าเชียว (หัวเราะ) แต่ค่อนข้างจะเตรียมตัวเองทั้งหมด ถ้าทางกองถ่ายต้องการเพิ่มอะไรก็ให้เขาแต่งเติมเอาทีหลัง เป็นคนค่อนข้างจะสบาย ๆ
เคล็ดลับในการดูแลใบหน้า
< คุณพิศมัย > ไม่มีอะไรมากค่ะ หลังอาบน้ำก็ทาบอดี้โลชั่น
ทานอาหารเสริมอย่างอื่นด้วยหรือเปล่า
< คุณพิศมัย > จะเป็นคนที่ทานฮอร์โมนไม่ได้ค่ะ แต่ทานแคลเซียมและโสม ซึ่งทานมาตั้งแต่อายุ 30 แล้ว ตอนที่เป็นนางเอกสมัยสาว ๆ ผลิตภัณฑ์เสริมความงามยังไม่มีมากมายเท่าสมัยนี้ เราก็ทานแต่โสมมาตลอด ทางร้านขายยาจีนเขาจะหั่นมาให้ เราก็เอามาคั่วแล้วไปตุ๋นทาน หรือถ้าคนทานเหล้าได้ก็เอาไปแช่ในบรั่นดี แต่จะทานได้ในเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น เพราะถ้าเป็นหน้าอื่นจะร้อนเกินไป จะเห็นว่าเราไม่ค่อยจะเจ็บป่วย แม้อายุมากขนาดนี้แล้วและการที่เราไม่มีคนรับใช้ มันก็จะช่วยให้เราคล่องตัวมากขึ้นเพราะจะทำอะไรเอง
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อเข้าสู่วัยทองมีอะไรบ้าง
< คุณพิศมัย > ก็มีเรื่องของอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ ด้วย ตอนแรกก็ไปหาหมอก็ได้วิตามินทานเสริมบ้าง แต่พวกอาหารเสริมจริง ๆ แล้วไม่ค่อยกล้าทานเท่าไหร่ คือต้องได้คำแนะนำจากแพทย์ก่อน อย่างยาลดความอ้วนหรืออื่นๆ ร่างกายตัวเองจะไม่ค่อยรับ ถ้าทานแล้วมีผลก็จะเลิกทานไปทันที
อารมณ์เปลี่ยนจากเดิมหรือไม่
< คุณพิศมัย > ตรงนี้กลัวมากค่ะ กลัวว่าจะหงุดหงิดแบบเลือดจะไปลมจะมา จะพยายามไม่หงุดหงิดเลย จะพูดตลกทำให้ตัวเองสนุก เรารู้ว่านิสัยและอารมณ์เราไม่ดี ก็จะเป็นผลเสียในการทำงาน แต่ปกติแล้วจะเข้ากับเด็กๆและสังคมในที่ทำงานเราได้ อยากจะเต้นรำกับเด็ก ๆ ก็เต้น ทำได้ด้วยความสบายใจ สิ่งที่สำคัญที่สุดคิดว่าอยู่ที่จิตใจค่ะ คือไม่รู้จะเครียดไปทำไมค่ะ (หัวเราะ)
สิ่งที่ให้เราหงุดหงิดได้ง่าย
< คุณพิศมัย > ไม่ชอบจุกจิก จะง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่ค่อยมีปัญหากับการทำงาน
ชอบทานอาหารประเภทไหน
< คุณพิศมัย > อาหารไทย แต่อย่างอื่น ๆ ก็ทานได้ มีอะไรก็ทานอย่างนั้น กินได้ซ้ำซาก ถือเป็นโชคดีที่ไม่ต้องวุ่นวายกับชีวิตเรามาก รับได้ทุกอย่าง ที่โชคดีเพราะเราไม่มีปัญหาจากคนรอบข้างเท่าไหร่
เหงาบ้างไหม
< คุณพิศมัย > คนส่วนใหญ่จะถามคำนี้ มันอยู่ที่ใจค่ะ ถ้าบอกว่าตัวเองเหงา เราก็เหงา แต่ถ้าบอกตัวเองว่าไม่เหงา มันก็ไม่เหงา ของอย่างนี้อยู่ที่ใจ เราก็ออกไปหาเพื่อน เดี๋ยวก็งานวันเกิดเพื่อนบ้าง เราต้องพยายามหัดที่จะอยู่คนเดียวให้ได้
มีคนดูแลบ้างหรือเปล่า
< คุณพิศมัย > ไม่มีค่ะ เวลาไม่สบายก็ไปเอง อย่างไปหาหมอตอนที่ป่วยเป็นนิ่วในถุงน้ำดี หมอก็บอกว่าพร้อมเมื่อไหร่ให้มาผ่าได้เลย เราก็บอกเนี่ย พร้อมแล้ว หมอก็ตกใจถามว่าแน่หรือเปล่า … เราก็บอกว่าได้ทันที ก็ขออนุญาตหมอไปบ้านเก็บของมาเพื่อรอการผ่าตัดในวันนั้นเลย บางคนต้องทำใจก่อน แต่เราไม่เลยพร้อมตลอด หมอบอกว่า คุณพิศมัยนี่อารมณ์ดีจังเลย…พอผ่าเสร็จเราก็ขับรถกลับบ้านเองอย่างสบาย ไม่เป็นอะไรมากเลย
สิ่งที่กลัวที่สุดเมื่อเข้าสู่วัยทอง
< คุณพิศมัย > กลัวไม่มีแรง
ปัญหากลับชีวิตด้านอื่น
< คุณพิศมัย > ถ้ามีปัญหา ก่อนอื่นคนเราต้องมีสติ ส่วนใหญ่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ส่วนปัญหาอื่น ๆ ก็ปรึกษาเพื่อนสนิท แต่เราต้องมานั่งพิจารณาว่าปัญหาเราต้องแก้เอง อาจจะมีบ่นให้เพื่อน ๆ ฟังบ้าง แต่คนที่จะบอกให้เราทำอะไรได้ดีที่สุดก็คือตัวเราเอง
ถ้าวันหนึ่งไม่ได้แสดงละครแล้ว
< คุณพิศมัย > ไม่เคยได้กะเกณฑ์ คิดว่าอะไรจะเกิดก็ให้เกิดไป เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งไม่มีงานเลย แต่ก็ไม่เคยลำบากมาก ไปได้เรื่อย ๆ ถ้าไม่มีก็คือไม่มีก็อยู่เฉย ๆ ได้ เกิดมาต้องสู้ต้องมีสติทำตัวให้อยู่ได้ ให้มีคุณค่าในภาวะที่เราเป็น
เชื่อเรื่องดวงไหม
< คุณพิศมัย > คิดว่าไร้สาระ คนเราก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เราไม่ใช่คนเที่ยวเตร่ มีใช้ให้พอดี
บทที่คิดว่าจะไม่เล่นคือ
< คุณพิศมัย > บทเปลือยค่ะ (หัวเราะ)
คติประจำใจในการดำเนินชีวิต
< คุณพิศมัย > ไม่มีข่าวในทางเสื่อมเสียก็พอแล้ว เป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กรุ่นหลัง ไม่กล้าที่จะทำอะไรนอกลู่นอกทางเพราะเด็กก็ยังเรียกแม่อยู่เลย ตลอดเวลาเราไม่เคยมีเรื่องเสียทางลบ
เรื่องความรักในชีวิต
< คุณพิศมัย > ชีวิตครอบครัวผ่านความล้มเหลว เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ยึดติดอะไร คนเราจะโชคดีเสียทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ งานดี ชีวิตส่วนตัวอาจจะไม่ดีก็ได้ ก็อายุป่านนี้แล้วจะทำยังไงหล่ะ
cr: waithong.com
รัตน์ เปสตันยี เป็นบุคคลสำคัญที่สุดท่านหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ท่านเป็นคนไทยคนแรกที่ทำภาพยนตร์ส่งไปประกวดในต่างประเทศ และได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ ภาพยนตร์สั้นสมัครเล่นเรื่อง “แตง” ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพยนตร์สมัครเล่นแห่งเมืองกลาสโกล์ว ประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ต่อมาท่านได้ยึดการสร้างภาพยนตร์เป็นอาชีพ ได้สร้างโรงถ่ายภาพยนตร์เสียง เพื่อผลิตภาพยนตร์แบบมาตรฐานอุตสาหกรรม คือ โรงถ่ายหนุมานภาพยนตร์ ที่ถนนวิทยุ กรุงเทพ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ภาพยนตร์เรื่องแรกของโรงถ่ายนี้คือ “สันติ-วีณา” ซึ่งทำขึ้นเพื่อส่งไปร่วมการประกวดภาพยนตร์แห่งเอเซียตะวันออกไกล ครั้งที่ ๑ ที่ โตเกียว เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ปรากฏผลได้รับรางวัลใหญ่ ๓ รางวัล คือ ถ่ายภาพยอดเยี่ยม กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และรางวัลพิเศษจากสมาคมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา คือ ภาพยนตร์ที่สร้างความเข้าใจทางวัฒนธรรมดีเยี่ยมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก
การที่ภาพยนตร์ไทยไปได้รับรางวัลจากงานประกวดระดับนานาชาติเป็นครั้งแรกในปีนั้น ทำให้วงการภาพยนตร์ไทยคึกคัก และเป็นเหตุส่วนหนึ่งให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เกิดความตั้งใจจะสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ได้บัญชาให้กรมประชาสัมพันธ์ทำโครงการสร้างเมืองอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดยรวบรวมบริษัทสร้างภาพยนตร์ที่เป็นหลักเป็นฐาน รวมทั้งโรงถ่ายหนุมานภาพยนตร์ เข้าร่วมกันเป็นองค์การรัฐวิสาหกิจ มีการตระเตรียมที่จะสร้างขึ้นที่บางแสน แต่โครงการชะงักไปพร้อมกับรัฐบาลจอมพล ป. ถูกรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐
รัตน์ เปสตันยี เป็นทั้งนักอุตสาหกรรมและศิลปินภาพยนตร์ ท่านได้ทำงานทั้งสองทาง คือ ทางหนึ่งพยายามเรียกร้องต่อสู้ให้ภาพยนตร์เป็นอุตสาหกรรมที่พึงได้รับสิทธิส่งเสริมจากรัฐ ในการนี้ท่านได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการเจรจากับรัฐบาลและรวบรวมบุคคลในวงการให้ผนึกกำลังกัน จนจัดตั้งขึ้นเป็นสมาคมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์แห่งประเทศไทย ในทางการสร้างสรรค์ศิลปะภาพยนตร์ ท่านได้สร้างภาพยนตร์ให้มีความประณีต มีคุณภาพเชิงศิลป์ และมีสารคติ ไม่ใช่มุ่งขายความบันเทิงอย่างเดียว มีเทคนิคที่เป็นมาตรฐานสากล ทั้งนี้เพื่อให้สามารถส่งออกไปฉายในต่างประเทศ ทั้งในงานเทศกาลและการจัดจำหน่าย
แต่ดูเหมือน รัตน์ เปสตันยี จะพบกับความผิดหวังซ้ำๆ และเหนื่อยหน่าย ทั้งในทางอุตสาหกรรมที่ท่านพบว่า รัฐบาลไม่เอาจริงและยังมองไม่เห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ คนในวงการก็ยังไม่ผนึกกำลังกันให้แข็งแรง ในทางผลงานภาพยนตร์ ความคิดที่จะทำภาพยนตร์ที่มีคุณภาพทางศิลป์ และสารคติ ไม่อาจสวนกระแสภาพยนตร์บันเทิงแบบ ๑๖ มม. พากย์สด ที่ครองใจผู้ชมส่วนใหญ่ได้ การต่อสู้จึงหนักหนาสาหัสสำหรับผู้ที่ตั้งใจแรงกล้า
เสียงที่สะท้อนความรู้สึกของท่าน คือ คำกล่าวที่ว่า “เรารักงานนี้ เราก็ทำไป เราก็สู้ไป สมหวังบ้าง ไม่สมหวังบ้าง ก็เป็นธรรมดา...”
ในช่วงหลังของชีวิต รัตน์ เปสตันยี ป่วยด้วยโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ ไม่สามารถทำงานหนักได้ น่าเสียดายที่ท่านต้องหยุดงานสร้างภาพยนตร์ แต่ท่านยังคงทำงานสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย จนที่สุดเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ ท่านได้ไปร่วมการประชุมใหญ่ของสมาคมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งที่ประชุมได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ มาปราศัยถึงโครงการที่รัฐบาลกำลังจะสนับสนุนภาพยนตร์ไทย รัตน์ เปสตันยี ได้ขอขึ้นพูดเป็นคนสุดท้าย พอท่านเริ่มจะพูด ก็เกิดอาการเป็นลม หมดสติ และเสียชีวิตในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
การเสียซีวิตอย่างกระทันหันของ รัตน์ เปสตันยี เป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ ซึ่งก่อให้เกิดความสะเทือนใจแก่สังคม และนั่นอาจเป็นเหตุให้รัฐบาลรีบจัดตั้ง คณะกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนั้นเอง
ถึงแม้ว่า รัตน์ เปสตันยี มีผลงานสร้างภาพยนตร์ไม่มาก แต่ผลงานทุกเรื่องของท่าน ซึ่งมีทั้ง ภาพยนตร์เรื่องและภาพยนตร์สารคดี นับว่ามีคุณค่าเป็นมรดกภาพยนตร์ที่สำคัญของชาติ และนับว่าโชคดีที่ต้นฉบับของภาพยนตร์เหล่านี้ได้รับการเก็บรักษาไว้ในต่างประเทศ และได้ส่งมาเก็บรักษาไว้ในหอภาพยนตร์แห่งชาติแล้ว
น่าเสียดายแต่ว่า “สันติ-วีณา” ซึ่งเป็นงานมาสเตอร์พีซ และเป็นประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของชาติ เพียงเรื่องเดียวในบรรดาผลงานของ รัตน์ เปสตันยี ที่สูญหายไป
ในโอกาสที่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นวาระครบ ๑๐๐ ปี เกิดของ รัตน์ เปสตันยี ( ๒๒ พฤษภาคม ๒๔๕๑) หอภาพยนตร์แห่งชาติ กรมศิลปากร และมูลนิธิหนังไทย ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ จึงเห็นสมควรจัดงานฉลอง เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณและผลงานของท่านสู่สาธารณชน
2480 แตง (ภาพยนตร์สั้น)
2482 เรือใบสีขาว (ภาพยนตร์สั้น)
2493 พันท้ายนรสิงห์
2494 ตุ๊กตาจ๋า
2497 สันติ-วีณา
2498 ชั่วฟ้าดินสลาย
2500 โรงแรมนรก
2501 สวรรค์มืด
2504 แพรดำ
2507 น้ำตาลไม่หวาน
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
31 ตุลาคม 2494
ฉายที่ศรีราชวงศ์
บริษัทสร้าง อัศวินภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล
ผู้กํากับ รัตน์ เปสตันยี
ผู้เขียนบท รัตน์ เปสตันยี
ผู้ถ่ายภาพ รัตน์ เปสตันยี
เพราะ เฉลิม ชลกุล ญาติสนิทปฏิเสธการช่วยเหลือเรื่องเงินทอง อุดม ชายโฉดจึงลักพาตัว ตุ๊กตา ลูกสาวของเฉลิมไป แต่อุดมไม่อยากมีภาระ จึงเอา ตุ๊กตาไปฝากไว้กับ ละม้าย ญาติซึ่งไม่ชอบขี้หน้าเฉลิม โดย เสนอว่าจะส่งเงินให้ ละม้ายปฏิเสธการช่วยเหลือจึงถูกอุดมฆ่าปิดปาก โจ้ กับ ธร ซึ่งนั่งเลื่อยไม้อยู่แถวนั้นได้ยิน เสียงปืนดังลั่นก็รีบวิ่งไปดูที่มาของเสียง พบศพของ ละม้ายนอนตายอยู่กลางทาง และมีตุ๊กตานั่งอยู่ข้าง ๆ ศพ โจ้กับธรจึงเก็บตุ๊กตามาเลี้ยงเพราะความสงสาร
ด้วยความอยากมีเงินทอง โจ้กับธรจึงต้องอาศัย การลักเล็กขโมยน้อยประทังชีวิต 10 ปีผ่านไป ตุ๊กตาเริ่มโตพอจะอ่านออกเขียนได้ ธรก็ใช้ความรู้เท่าที่มีสอนหนังสือให้ตุ๊กตา แล้วโชคชะตาก็พาให้ตุ๊กตาได้พบกับแม่ที่แท้จริง เมื่อธรเกิดไปถูกใจสาวสวยคนหนึ่ง แต่ถูกสาวเจ้าสาดน้ำใส่ อารามเสียหน้าจึงตั้งใจจะไปขโมยของในบ้านของสาวเจ้าเป็นการแก้เผ็ด แต่เมื่อเข้าไปในบ้าน ธร กลับได้เห็นรูปภาพของเด็กหญิงตุ๊กตาใส่กรอบรูปไว้เป็นอย่างดี จึงได้รู้ว่าตุ๊กตาเป็นลูกสาวของบ้านนั้นที่หายตัว ไปพร้อม ๆ กับที่รู้ว่าสาวที่ตนแอบชอบนั้นตาบอด เป็นพี่สาวของตุ๊กตา ชื่อว่า ไพริน
เมื่อธรแน่ใจจึงเล่าความจริงให้โจ้ฟัง และชวนกันไปทําความรู้จักกับครอบครัวของไพรินในวันต่อมา มณี แม่ของไพรินได้เห็นตุ๊กตาก็ถึงกับตะลึงงัน จึงต้อนรับขับสู้แขกแปลกหน้าทั้งสามอย่างไม่มีทีท่ารังเกียจ แต่แล้ววันหนึ่ง อุดมก็มาปรากฏตัวที่บ้านของธรเพื่อข่มขู่จะเอาตัวตุ๊กตา แล้วไปเรียกค่าไถ่จากมณี ธรกับโจ้ปรึกษากัน เห็นว่าไม่มีทางออกอื่นนอกจากต้องคืนตุ๊กตาให้ครอบครัวที่แท้จริงเพื่อความปลอดภัยของเด็กน้อย แม้ทั้งสองจะรักตุ๊กตาประดุจลูกในไส้ก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่ อุดมนัดหมายจะมารับตุ๊กตา ธรเอาตัวเข้าสู้และยิงอุดม เสียชีวิต แม้ตัวเองจะต้องตายไปด้วยก็ตาม
ที่มา ภาพยนตร์เรื่อง ตุ๊กตาจ๋า
น้ำตาลไม่หวาน (2507)
๒๕๐๗ / สี / เสียง / ๑๓๔ นาที
กำกับ : รัตน์ เปสตันยี
ลักษณะเฉพาะของหนังที่ รัตน์ เปสตันยี สร้างนั้น จะไม่ค่อยคำนึงถึงตลาดมากนัก มีลักษณะเฉพาะที่ชัดเจน แต่สำหรับ น้ำตาลไม่หวาน ภาพยนตร์ที่สร้างในปี พ.ศ.๒๕๐๗ กลับเป็นงานที่รวบรวมองค์ประกอบของหนังตลาดเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง รัก ตลก โป๊ และเพลงประกอบ แต่ในเวลาเดียวกันภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เสียดสีการเป็นหนังตลาดได้อย่างเจ็บแสบเช่นกัน ผ่านโครงเรื่องฉบับพิมพ์นิยมของหนังไทย เมื่อเจ้าคุณเจริญเกศา เจ้าของร้านขายยาแก้ผมบาง “เกศาเจริญ” ต้องการตอบแทนบุญคุณเพื่อนรักชาวอินเดีย ที่คิดสูตรยาจนทำให้บริษัทเจริญรุ่งเรือง ด้วยการว่าจ้าง มนัส ลูกชายที่ไม่เอาไหน ให้แต่งงานกับ น้ำตาล ลูกสาวของเพื่อนรักด้วยเงิน 2 ล้านบาท โดยเจ้าคุณหวังให้มนัสเป็นผู้สืบทอดกิจการของตระกูลต่อไป
ใบปิดภาพยนตร์ วาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
หนุมานภาพยนตร์ เสนอ
น้ำตาลไม่หวาน
35 ม.ม.ซีเนมาสโคป เสียงในฟิล์ม สีธรรมชาติ
เมตตา รุ่งรัตน์ สมบัติ เมทะนี
เสน่ห์ โกมารชุน, สมพงษ์ พงษ์มิตร, ศรินทิพย์ ศิริวรรณ,
รุจน์ รณภพ, ปรียา รุ่งเรือง
รวมเพลงเอก 8 เพลง
รัตน์ เปสตันยี กำกับการแสดง-อำนวยการสร้าง
ปง อัศวินิกุล อัดเสียง
สันต์ เปสตันยี ถ่ายภาพ
บริษัทไทยฟิล์มจำกัด จัดจำหน่าย
– น้ำตาลไม่หวาน เป็นภาพยนตร์เสียงในฟิล์ม (บันทึกเสียงจริงของนักแสดง
ทราบมาว่า ตอนแรกรัตน์อยากได้ มิตร ชัยบัญชา และ เพชรา เชาวราษฎร์ พระเอกคู่ขวัญในเวลานั้นมาน
น้ำตาลไม่หวาน เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มเศ
กว่าจะถึงวันนั้น (2528)
แม้วันนี้จะผิดหวัง อย่าสิ้นพลัง
ก่อนวันนั้นจะมาถึง
พลิกบทบาท อนุสรา จันทรังษี
พลวัฒน์ มนูประเสริฐ
ประชัน เปียทิพย์ คุ้มวงศ์
พอเจตน์ แก่นเพชร ราม ราชพงษ์
กว่าจะถึงวันนั้น
แสนยากร กำกับการแสดง
แมน-ชัชวาล โชติชวาลา อำนวยการสร้าง
กนิษฐา ป. สร้างบท
ก้องเกียรติ อัศวินิกุล ถ่ายภาพ
อารีย์ ทองน้อย ช่วยกำกับการแสดง
ดูหนัง กว่าจะถึงวันนั้น เต็มเรื่อง
เพื่อน (2529)
พลสยามภาพยนตร์
“เรียบ…ง่าย..ความหมายสุดพรรณนา”
เรวัต (เต๋อ) พุทธินันท์ อนุสรา จันทรังษี
พบดาราวัยรุ่นยอดนิยม
เพ็ญ พิสุทธิ์, อาภาวดี เสริมศิริ,
เสกสรร ชัยเจริญ, สันติภาพ บุญส่ง
อภิชาต โพธิ์ไพโรจน์ บทภาพยนตร์-กำกับการแสดง
มานะ พลสยาม อำนวยการสร้าง
พลสยามภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
เรวัต พุทธินันท์
อนุสรา จันทรังษี
เพ็ญ พิสุทธิ์
อาภาวดี เสริมศิริ,
เสกสรร ชัยเจริญ
สันติภาพ บุญส่ง
ดูหนังเรื่อง เพื่อน เต็มเรื่อง
สยามสแควร์ (2527)
เรื่องย่อ
สยามสแควร์ คือย่านธุรกิจศูนย์กลางการค้าทุกประเภท แหล่งรวมคนหนุ่มสาวและบุคคลทุกประเภท แฟชั่น เสียงเพลง แม้กระทั่งความรัก ณ ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของหนุ่มสาวทั่วไป และจบ ลง ณ ที่นี้
แอ๊ป (อนุสรา จันทรังษี) เด็กสาวช่างพูด ช่างซนและน่ารัก ขาดพ่ออยู่กับแม่ซึ่งเป็นนักธุรกิจ ไม่มีเวลาให้กับแอ็ปมากนัก ในวันหนึ่ง ๆ แอ็ป จึงมักจะใช้เวลาในช่วงว่างมาเดินที่สยามสแควร์กับ อ้วน (สุริวิภา กุลตังวัฒนา) ญาติห่างๆ ของเธอที่คุณแม่ให้มาอยู่เป็นเพื่อน ทุกคนในสยามสแควร์คุ้นเคยกับแอ๊ปและอ้วน เป็นอย่างดี แม้กระทั่งแม่ค้าแอ๊ปเปิ้ลที่แอปและอ้วน เป็นขาประจําทุกครั้งที่มาสยามสแควร์
บัติ (สมบัติ ขจรไชยกุล) หนุ่มเจ้าของ ร้านขายเทปคลาสเซทในสยามสแควร์ และ เทพ (วรเทพ เหลียงวรกุล) นักเรียนรุ่นน้องของบัติ ซึ่งเป็นผู้ที่ชอบหนีโรงเรียนมาขลุกอยู่ในร้านเทปของบัติเป็นประจํา ทั้ง 2 เป็นคู่อริของแอ็ปและอ้วน เมื่อเจอกันบัติและเทพก็แกล้งแอ็ปและอ้วนจนแอปวิ่งชนกับ เมธ (สุเมธ นาคสวัสดิ์) เด็กสลัมที่ทําตัวรวยอวดสาว และ เกียรติ (สมเกียรติ ชวนสมบูรณ์) เด็กหนุ่มบ้านนอกที่อยากใช้ชีวิตในสยามสแควร์ สร้างความแค้นให้กับ เมธและเกียรติมาก ทั้งสองจึงรวมหัวกับบัติและ เทพร่วมน้ำสาบานจองเวรตามแก้แค้นแอปกับอ้วนให้ได้
ส่วนอ้วนนั้นกลับวิ่งไปชนกับ อรรถ (อรรถพล ประเสริฐยิ่ง) นักศึกษาที่กําลังฝึกงานด้านวิทยุอยู่กับ วิทยา ศุภพรโอภาส อรรถหลงรักในตัวของแอปแต่แอ็ปเด็กสาวหลงใหลในเสียงของวิทยา ซึ่งเธอเป็นแฟนรายการวิทยุอยู่ เธอคิดว่า นั่นคือความรัก แอ๊ปจึงพยายามขอติดตามอรรถ ไปดูวิทยาจัดรายการวิทยุเพื่อจะได้ใกล้ชิดและเอาอกเอาใจกับนักจัดรายการที่เธอชอบ ส่วนอ้วนนั้นก็ตามไปด้วย เพราะอ้วนเกิดรักอรรถและอยากใกล้ชิดกับอรรถ
ในวันนั้นวิทยาได้รับจดหมายจากเชียงใหม่ของครูเพลงที่เคยมีพระคุณกับวิทยามาถึง ขอให้วิทยาไปหาเพื่อที่จะฝากลูกศิษย์มาส่งเสริมให้เป็นนักร้อง วิทยาจึงชวนอรรถเดินทางไปเชียงใหม่ด้วย แอ๊ปรู้เรื่องการเดินทางจากอ้วนจึงคืออรรถขอตามไปด้วยเพื่อต้องการใกล้ชิดกับวิทยา อรรถทนตื๊อไม่ไหวก็เลยให้ตามไป
“ดอยหมอก” ยามเย็นหลังจากที่เดินทาง โดยการล่องแพและเดินขึ้นบนดอยหมอกปกคลุม ไปทั่วดอย ณ ที่นั้นวิทยา อรรถ แอ๊ป อ้วนได้ พบกับ กร (วงศกร รัศมิทัต) ลูกศิษย์ของ ครูเพลง นักศึกษาที่รักในดนตรีไทยและรักสันโดษ เขามีความสามารถในการร้องเพลงมาก ทุกคนชอบ ในน้ำเสียงของกรยกเว้นแต่แอ็ปที่เกิดหมั่นไส้ ที่คนอื่นสนใจตัวกรจึงพยายามแกล้งกรเสมอมา ”
ความสัมพันธ์ของแอ็ปและกร เริ่มขึ้นจากความไม่พอใจซึ่งกันและกัน แอ็ปดูถูกกรว่าเป็นคนบ้านนอก ส่วนกรก็เบื่อกับการเป็นคนพูดมาก พูดไม่หยุดของแอ๊ป จนในคืนหนึ่งกรทนฟังแอปพูดไม่ไหว ก็เลยหอมแก้มทําให้แอ็ปเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้น ความสัมพันธ์เริ่มเปลี่ยนไปเป็นความรักโดยไม่รู้ตัว เพราะทั้งสองเก็บไว้ในส่วนลึก
และแล้วกรก็ต้องจากครูเพลงเดินทางเข้ามา อยู่ในกรุงเทพฯ โดยแอ๊ปอาสาที่จะเทคแคร์กรเพื่อ จะได้ใกล้ชิดกับวิทยาต่อไป แอปพากรมาเที่ยวสยามสแควร์และเล่นสเก็ต เต้นเบรคแด๊นซ์ พวกบัติ เทพ เมธ เกียรติ เห็นก็เลยเข้ามาแกล้งแต่ก็ถูกกร และแอ็ปแกล้งกลับไป ซึ่งสร้างความแค้นให้กับพวกบัติมาก
ในรายการวิทยุกรต้องร้องเพลงสดออกรายการ เป็นการแนะนําตัวก่อนออกร้องในรายการมหกรรมคอนเสิร์ททางทีวี แต่เนื่องจากเห็นภาพอรรถเอาอกเอาใจแอ็ปการร้องคืนนั้นจึงล่มลง กรเสียใจจึงวิ่งออกไปจากห้องส่ง แอ๊ปเป็นห่วงกรมากอย่างออกหน้าออกตา วิทยาจึงชี้ให้เห็นว่านั่นเป็นเพราะแอ๊ปรักในตัวของกรให้ไปตามหากรเถอะ
ในมุมมืดเวลาที่สยามสแควร์ปัดลงในยามคืน กรเผชิญหน้ากับแอ็ป แอ็ปทะเลาะกับกรเพราะกร จะไม่ร้องเพลงในรายการ ที.วี. ในวันพรุ่งนี้ กรโต้เถียงกันจบลงด้วยการที่แอ็ปบอกรักกับกรแล้วก็วิ่งจากไป
รายการมหกรรมคอนเสิร์ทใกล้จะเริ่มออกอากาศสด ทุกคนรอเพียงแต่กรคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มา ส่วนพวกบัติก็พยายามตามมาแกล้งกรและแอ๊ปในรายการนี้ด้วย โดยการนําเอาแอ๊ปเปิ้ลจุดประทัดใส่ ที่เคยโดนแอ๊ปใช้แกล้งพวกตนมาจุดแกล้งตอนกร ออกมาร้อง
กรเข้ามาในห้องแต่งตัวโดยหวังที่จะพบกับแอป แต่แอ็ปก็ไม่อยู่และรู้มาจากอ้วนว่าแอ๊ปดู ที.วี. อยู่ที่บ้านยิ่งทําให้กรหมดกําลังใจ เสียงแอ๊ปเปิ้ลที่พวกบัติจุดทําให้กรนึกถึงแอ๊ปและต้องการเจอแอ๊ปให้ได้ จึงออกมาร้องเพลง ครั้งนี้กรร้องได้ดีครูพูดออก ทาง ที.วี. ท้าให้แอ๊ปถ้าแน่จริงให้มาเจอกับตนที่สยามสแควร์เพื่อที่จะพูดว่า 3 คํากับแอ๊ป
ทั้งคู่เดินทางมาเผชิญหน้าในสยามสแควร์
จะเกิดอะไร…เมื่อทั้งสองพบกันที่ สยามสแควร์
กรจะพูดอะไรกับแอ๊ปละหาคําตอบ เองนะ
“สยามสแควร์” มีโปรแกรมฉายใน วัน ที่ 1 ธันวาคม ในเครือ โอ.เอ.
นําแสดงโดย
อนุสรา จันทรังษี (กบ)
วงศกร รัศมีทัต (ต้น)
สุริวิภา กุลตังวัฒนา (แหม่ม)
อรรถพล ประเสริฐยิ่ง (อู๋)
คณะ MCINTOSH ทั้งวง และ วิทยา ศุภพรโอภาส
ผลงานสร้างสรรค์ร่วมกันอันดับ 2 ของ
OA และ COMM. ARTS PRODUCTION
คุณต้องการแค่รู้จักชื่อ หรือมากกว่านั้น
สยามสแควร์
“ศุภักษร”
อนุสรา จันทรังษี..(กบ) วงศกร รัศมิทัต..(ต้น)
อรรถพล ประเสริฐยิ่ง..(อู๋) คณะ Mc.Intosh ทั้งวง
สุริวิภา กุลตังวัฒนา..(แหม่ม) และ วิทยา ศุภพรโอภาส
ทีมงานสร้าง
สุทัศน์ เอียมชโลทร – กํากับฉาก / ศิลป์
ธีระศักดิ์ เกียรติดุริยกุล กำกับภาพ-แสง
ณรงค์ เชาวราษฎร์ ดำเนินงานสร้าง
นิรันดร์ ธรรมปรีชา ผู้ช่วยผู้กำกับ
“ศุภักษร” บทประพันธ์-บทภาพยนตร์-กำกับการแสดง
ดูหนัง สยามแสควร์ เต็มเรื่อง
กัปตันเรือปู (2521)
ภาพยนตร์ใต้น้ำเรื่องแรกของเอเซียที่ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
ทุ่มทุนสร้าง...ด้วยเทคนิควิทยาการมาตรฐานโลก
เท็คโนวิชั่น 70 เสียงรอบทิศ เสียงของความพิศวงและมหัศจรรย์ใต้น้ำ
เขาเป็นเพียงกัปตันเรือหาปูม้าเล็กๆ
แต่...โชค...หรือบางทีอาจเป็นกรรม
ชักนำให้...พบแหล่งสมบัติมหาศาล
พร้อมกับความละโมบทะยานอยาก...ของมนุษย์...
กัปตันเรือปู
จตุพล ภูอภิรมย์ ลลนา สุลาวัลย์
ด่ำดิ่งสู่ใต้ทะเลลึก สัมผัสความฝัน สมบัติล้ำค่า
ตระการตาด้วยความงาม...ที่คุณไม่เคยพบ...
กำธร สุวรรณปิยะศิริ, ผจญ ดวงขจร, เชิงขวัญ ปิโยบล และ
วิลเลี่ยม สตีเว่นส์, บิลลี่ ดอน, พูนสวัสดิ์ ธีมากร, บู๊ วิบูลย์นันท์
เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร อำนวยการสร้าง
สักกะ จารุจินดา กำกับการแสดง
“สตีเวนส์” ผู้ช่วยผู้กำกับ
แจ๊ค แมคเคนนีย์ ฝ่ายภาพยนตร์ใต้น้ำ
สมโภชน์ อัครพันธ์ และ สุรัช อัศวนิกุล ถ่ายภาพ
ตัวอย่างภาพยนตร์ กัปตันเรือปู
จิ๋ม เด็กสาวชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย วัยแรกรุ่น หน้าตาสะสวย ใครเห็นเป็นต้องหลงเสน่ห์เธออยู่บ่อยครั้ง เธอเกิดในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย ด้วยนิสัยที่แก่นเซี้ยว หัวดื้อ เอาแต่ใจ จนไม่ใส่ใจในการเรียน จนทำให้เธอมีผลการเรียนแย่ ถึงขั้นสอบตก ด้วยความเป็นห่วงของพ่อกับแม่ เขาจึงจ้างครูสอนพิเศษมาสอนจิ๋มที่บ้าน แต่ด้วยพฤติกรรมของจิ๋ม ทำให้ครูแต่ละคนที่มาสอนเป็นอันต้องลาออกกันทุกคน
ครูตุ๊ ครูหนุ่มหน้าตาดี คนสุดท้ายที่พ่อแม่ได้จ้างมาสอนพิเศษ และปราบ จิ๋ม จนอยู่หมัดแต่ด้วยความสนิทสนมกันจนเกินเหตุ พ่อแม่ของจิ๋มจึงเลิกจ้างครูตุ๊ เขาหนีไปสอนหนังสือที่ต่างจังหวัด ด้วยความที่ จิ๋ม หลงเสน่ห์และแอบชอบครูตุ๊ เธอจึงแอบหนีออกจากบ้านไปหาครูตุ๊
จิ๋มมีปัญหากับทุกคนที่อยู่รอบข้างครูตุ๊ แต่ท้ายที่สุดแล้วครูตุ๊ก็สามารถปราบพยศของจิ๋มได้สำเร็จ
อีหนูเขี้ยวเสน่ห์ (2521)
ไฟว์สตาร์โปรดัคชั่น เสนอ
รื่นเริงอารมณ์กับ 2 เพลงเอก ที่จะทำให้คุณเบิกบาน ซาบซ่านหัวใจ...
อีหนูเขี้ยวเสน่ห์
ปีที่ประวัติศาสตร์บันเทิงจะต้องจารึก
เมื่อสองขวัญใจวัยรุ่นชื่อก้องฟ้าโคจรมาพบกันเป็นครั้งแรก
จตุพล ภูอภิรมย์ ลลนา สุลาวัลย์
ร่วมด้วย หรรษา จริยาพร, ต่อลาภ กำพุศิริ, ชัยรัตน์ เทียบเทียม,
ล้อต๊อก, สมควร กระจ่างศาสตร์, มารศรี, ชินดิษฐ์ บุนนาค,
สุวิน สว่างรัตน์, น้องหนู ดวงดี, ฐิติพร คงเสถียร, องอาจ ประเสริฐยิ่ง
และดาราเด็กที่คุณชื่นชอบ
พอหทัย พุกกณะสุต, เดน่า ไมเออร์, โอฬาร สาราณียวงศ์,
เอกชัย และ สกรรจ์ กรีน
เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร อำนวยการสร้าง
อรัญ สวนสโมสร ถ่ายภาพ
รุจน์ รณภพ กำกับการแสดง
เรื่องราวของ เปลว สุริวงศ์ มือปืนระดับพระกาฬจาก ชิคาโก เดินกลับมาเมืองไทยเพื่อตามหาคนที่ฆ่าพ่อ แต่กลับถูก “บรรพต” จับตัวและบังคับให้เปลวทำงานให้ โดยสั่งให้เปลวไปฆ่า “ศราวุธ” นักการเมืองรุ่นใหญ่แต่แล้วเขากลับถูกหักหลังจาก องค์การและคนที่เขาไว้ใจที่สุดอย่าง วันจักร มือขวาของเขาเอง เปลวจึงกลับไปช่วยศราวุธจนตัวเองถูกยิง และต้องหนีการตามล่าของบรรพรต จนได้พบกับ “แจ๊ค” และพากันกลับไปชิคาโก้
แต่ก็ต้องย้อนกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งเมื่อทราบข่าวว่าบรรพตจับตัวเพื่อนสนิทของเขาไป เปลวร่วมมือกับ “โรมมนัส” เลขาของบรรพต ซึ่งเป็นคนรักของเปลว และ แจ๊ค มาปิดบัญชีแค้น และครั้งนี้จะเป็นการตัดสินโชคชะตาที่เดิมพันด้วยชีวิต เพราะแท้จริงแล้วผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือ ศราวุธ พ่อของแจ็คนั่นเอง!!
ผู้กำกับ : รุจน์ รณภพ
บทประพันธ์ : เสนีย์ บุษปะเกศ
บทภาพยนตร์ : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
ผู้ถ่ายภาพ : กวี เกียรตินันท์
อำนวยการสร้าง : เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร
บริษัทผู้สร้าง : ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
วันที่เข้าฉาย : 4 กุมภาพันธ์ 2521
ฉายที่โรงภาพยนตร์เอเธนส์-เพชรรามา-พาราไดซ์
ระบบถ่ายทำ : ภาพยนตร์สี 35 มม. พากย์เสียงในฟิล์ม
สมบัติ เมทะนี เปลว สุริวงศ์
จตุพล ภูอภิรมย์ ลัคกี้ แจ๊ค
เออร์ม่า ลาเควซ
ดวงชีวัน โกมลเสน โรมมนัส
แองเจโล่ ซูซานเน่
มานพ อัศวเทพ
พิภพ ภู่ภิญโญ
สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ บรรเจิด
สมภพ เบญจาธิกุล วันจักร
ส.อาสนจินดา ศรายุทธ
ตัวอย่างภาพยนตร์
นานแค่ไหนก็ยังรัก (2524)
สรรเพชญภาพยนตร์ เสนอ
เรื่องรักฝังจิต..ชีวิตประท
นานแค่ไหนก็ยังรัก
ของ…ปฤศนา
จตุพล ภูอภิรมย์ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
นพพล โกมารชุน ธิติมา สังขพิทักษ์
ทาริกา ธิดาทิตย์, ธัญญา ธัญญลักษณ์, ล้อต๊อก, ชูศรี มีสมมนต์,
ดวงชีวัน โกมลเสน, ประพิศ แพรวพรรณ, ชินดิษฐ์ บุนนาค
กฤษ เจียมประดิษฐ์ อำนวยการสร้าง
ลิขิต กฤษณมิตร ถ่ายภาพ
สนาน คราประยูร กำกับการแสดง
ถ่ายด้วยฟิล์มสีฟูจิพิเศษ
*เกร็ด
-สร้างเป็นหนังครั้งแรกในชื
-ใบปิดวาดโดย ริ้ม
เจ้าแม่สาริกา (2524)
วิทวัสภาพยนตร์ เสนอ
เจ้าแม่สาริกา
ของ “วิทวัส”
ผลงานของพระเอกผู้อาภัพ “จตุพล ภูอภิรมย์” เป็นครั้งสุดท้าย
ต่อจากนี้ “เรา” จะไม่ได้พบเขาอีกแล้ว
นำแสดงโดย จตุพล ภูอภิรมย์ สุพรรษา เนื่องภิรมย์
สมภพ เบญจาธิกุล วิยะดา อุมารินทร์
สมจินต์ ธรรมทัต, รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง, สมพงษ์ พงษ์มิตร,
สีเทา, ท้วม ทรนง, ทองแถม, จันทนา ศิริผล, สุวิน สว่างรัตน์,
อนันต์, เสกสรรค์ ภู่ประดิษฐ์, ธวัช, ประเสริฐ, สัมฤทธิ์ ฯลฯ
กิติศักดิ์ ปิ่นวัฒนา อำนวยการสร้าง
สนธยา ดวงทองดี ถ่ายภาพ
สัมฤทธิ์ บุษษะ กำกับแสง
ประสงค์ ชื่นกมล กำกับบท-ผู้ช่วยผู้กำกับฯ
สุเทพ เกษมณี ธุรกิจ
ประกอบ ใหญ่ศิริ สร้างฉาก
สุริยน ดวงทองดี กำกับการแสดง
*เกร็ด
-สร้างเป็นหนังครั้งแรกในปี
-จตุพล ภูอภิรมย์ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถย
ยอดรักผู้กอง (2524)
พูนทรัพย์โปรดัคชั่น โดย วิสิษฐ์ มิ่งวัฒนบุญ
เชอะ…เป็นพลทหารริอ่านรัก
ยากส์…ถ้ากูผู้พันผวนยังอ
ยอดรักผู้กอง
ของ กาญจนา นาคนันท์
พบพระเอกผู้พันคนใหม่ ล้อต๊อก
จตุพล ภูอภิรมย์ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
พิศมัย วิไลศักดิ์, เศรษฐา ศิระฉายา, สมพงษ์ พงษ์มิตร, ชูศรี มีสมมนต์
เซ็กส์บอมส์ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล
และดาราเกียรติยศ ธานินทร์ อินทรเทพ, พรพรรณ เกษมมัสสุ
สมเดช สันติประชา กำกับการแสดง
สุวิทย์ โคตะสิน ดำเนินงานสร้าง
พูนสวัสดิ์ ธีมากร-โชน บุนนาค ถ่ายภาพ
พูนทรัพย์โปรดัคชั่น จัดจำหน่าย
ผู้กองยอดรัก พ.ศ.2516
จิตมนุษย์เป็นสิ่งละเอียดอ่อนและแบบบาง
มันอาจรองรับความเจ็บปวดได้ ในวงจำกัด
แต่ละชีวิตโลดเต้น ท้าทายโลกอันสวยงาม
ด้วยเกมส์แห่งความรัก และเกมส์แห่งความพยาบาท
ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
เจริญ เอี่ยมพึ่งพร, ประชา มาลีนนท์ อำนวยการสร้าง
รักพยาบาท
ความรักที่คุณไม่รู้จัก
แจ๊สสยาม กำกับการแสดง
จตุพล ภูอภิรมย์ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
เพ็ญพักตร์ ศิริกุล นพพล โกมารชุน
สุเชาว์ พงษ์วิไล, อดุลย์ ดุลยรัตน์, สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์
และดารารับเชิญ ไกรลาศ เกรียงไกร,
ไพโรจน์ ใจสิงห์, ธิติมา สังขพิทักษ์, สุรชัย ดิลกวิลาศ
*ใบปิดวาดโดย บรรหาร
เรื่องย่อ
“พิมพ์จันทร์” และ “เพ็ญ” เป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่เด็ก พิมพ์มีความไฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นดารา เธอทำทุกอย่างเพื่อที่จะก้าวไปสู่ฝันนั้น แม้กระทั่งการไต่เต้าด้วยการเป็นเมียผู้กำกับ แต่ก่อนหน้านั้น เรื่องราวความรักของเธอ ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไป
ความยาว 128 นาที
นักแสดง รักพยาบาท
จตุพล ภูอภิรมย์
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
เพ็ญพักตร์ ศิริกุล
ตัวอย่างภาพยนตร์ เรื่อง รักพยาบาท

วริษฐ์ ทิพโกมุท
ชื่อเล่น ต๊ะ
2548 นางฟ้าไซเบอร์
2549 เทใจรักนักวางแผน
2549 อุ้มรัก
2550 เจ้าหญิงขอทาน
2550 เล่ห์กุหลาบ
2551 เพื่อนซี้ล่องหน
2551 ทางช้างเผือก
2551 โบตั๋นกลีบสุดท้าย
2552 หยกลายเมฆ
2552 น้ำตาลไหม้
2553 เขยบ้านนอก
2553 กุหลาบไร้หนาม
2554 รหัสทรชน
2554 สองผู้ยิ่งใหญ่
2555 มุกเหลี่ยมเพชร
2555 หงส์สะบัดลาย
2556 มัจจุราชสีน้ำผึ้ง
2556 ต้นรักริมรั้ว
2557 ลูกทาส
2557 คิวบิก
2557 รากบุญ 2 รอยรักแรงมาร
2557 สัมผัสพิศวง The Sense
2558 สายลับสามมิติ
2558 นางร้ายที่รัก
2558 เพื่อนรัก เพื่อนริษยา
2558 พลับพลึงสีชมพู
2559 นางทาส
2561 อังกอร์
2561 ชาติเสือพันธุ์มังกร
2562 ตุ๊กตาผี
2562 กลิ่นกาสะลอง
2562 ด้ายแดง
2562 ดาวหลงฟ้า
2564 พิภพหิมพานต์
2564 อุบัติร้าย อุบัติรัก
2564 พราวมุก
2565 สร้อยสะบันงา
2565 ปมเสน่หา
2565 คู่เวร
2566 ใต้เงาตะวัน
2567 เรือนทาส
2567 ลมเล่นไฟ
2568 สายรักสายเลือด
2568 สามสาวโคกอีแร้ง
2568 ยัยปลาไหลกับนายไฮโซ
2568 บนพระจันทร์มีกระต่าย
วันเกิด: 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544
ส่วนสูง: 178 เซนติเมตร
ราศี: ราศีกุมภ์ 16 ก.พ. - 15 มี.ค.
งานอดิเรก: ดูหนัง
สิ่งที่ชื่นชอบ: กีฬาทุกชนิด
กีฬา: ฟุตบอล
ศิลปินที่ชอบ: Justin Timberlake
ของสะสม: cd หนัง เพลง
สีที่ชอบ: ดำ
2541 วัยร้าย วัยรัก
2542 สลักจิต
2542 ท่านชายในสายหมอก
2544 แม่เลี้ยงคนใหม่
2544 วิมานกุหลาบ
2545 เส้นไหมสีเงิน
2545 แชมเปี้ยนสะบัดช่อ
2546 ทับตะวัน
2546 บ่วงเล่ห์เสน่หา
2547 ไผ่กำเพลิง
2548 เลดี้เยาวราช
2548 ดาวหลงฟ้า
2548 ยอดคุณตูบ
2548 นางบาป
2549 ลมหวน
2549 สุดรักสุดดวงใจ
2549 ตี๋ตระกูลซ่ง
2550 กงจักรลายดอกบัว
2550 ร่ายริษยา
2551 จำเลยรัก
2551 บาดาลใจ
2551 โบตั๋นกลีบสุดท้าย
2552 บริษัทบำบัดแค้น
2552 น้ำตาลไหม้
2552 หน้ากากดอกซ่อนกลิ่น
2552 สู้ยิบตา
2553 เพียงใจที่ผูกพัน
2553 ธาราหิมาลัย
2553 วายุภัคมนตรา
2553 คู่เดือด
2554 พิมมาลา
2554 รอยไหม
2555 ขุนศึก
2556 มายาตวัน
2556 มนต์จันทรา
2556 ฟ้ากระจ่างดาว
2556 ดาวเกี้ยวเดือน
2557 ไฟในวายุ
2557 เพลิงฉิมพลี
2559 ฝั่งน้ำจรดฝั่งฟ้า
2559 แรงตะวัน
2560 Club Friday Celeb Stories การแย่งชิง
2561 หนึ่งด้าวฟ้าเดียว
2561 เงา
2562 เพลิงนาคา
2563 ไปให้ถึงดวงดาว
เฟวา โพคารา ดวงตากับความรัก (2548)
บ้านนางรำ เมื่อศรัทธา นำมาซึ่งความรัก ความแค้น และคำสาป
ละครแนวดราม่า
ค่ายปภัสรา โปรดักชั่น
กำกับโดย จารึก สงวนพงษ์
ภูมิ-เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์
แอนน่า กลึคส์
แพม-สุชานุช ธรรมวงค์
บิ๊กเอ็ม-สุเมธา รอยสี
อีฟ-กัญณัฐสินี ทรัพย์มี
ปริศนา วงศ์ศิริ
พาเมล่า บาวเด้นท์
จตุรงค์ โกลิมาศ
ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์
อิทธิกร สาธุธรรม
เรือนโชนแสง
บ้าน “ศิลาคราม” ของ คุณหลวงประสิทธิ์ (โฬม พัชฏะ) คือคฤหาสน์ใหญ่ที่ซ่อนความลับและไฟแห่งอารมณ์ไว้ภายใน ภายใต้ชายคาเดียวกัน คุณหลวงมีภรรยาต่างศักดิ์ถึงห้าคน ได้แก่ ไพลิน (กิ๊ก สุวัจนี) เมียเอกผู้ทรงอำนาจ มีลูกสาวคนเดียวที่รักดั่งแก้วตาดวงใจชื่อ แก้วตา (มิลลี่ คามิลล่า)
เดือน (หญิง รฐา) เมียรองผู้ทะเยอทะยาน, พริ้ม (กระติ๊บ ชวัลกร) เมียผู้เงียบขรึมแต่เต็มไปด้วยปริศนา, อิ่ม (ปูเป้ รามาวดี) เมียรักที่ให้กำเนิดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนชื่อ สิน (แจม รชตะ), และ พุ่ม (นุ๊ก สุทธิดา) เมียบ่าวผู้ต่ำศักดิ์ซึ่งมีลูกติดชื่อ เกื้อ (ทอย ปฐมพงศ์)
ภายในบ้านศิลาครามที่ดูงดงามภายนอก กลับเต็มไปด้วยแรงริษยา ความทะเยอทะยาน และความลับที่พร้อมปะทุ เมื่อกิจการของครอบครัวกำลังรุ่งเรือง การแย่งชิงอำนาจและตำแหน่งผู้นำกลายเป็นไฟร้อนที่ไม่มีวันมอด จนกระทั่งคืนหนึ่ง... ไฟไหม้ปริศนาครั้งใหญ่ ได้เผาผลาญเรือนศิลาคราม พร้อมพรากชีวิตหนึ่งไปอย่างลึกลับ
ท่ามกลางเถ้าถ่านและควันแห่งความสูญเสีย การตามล่าความจริงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เพื่อเปิดโปงว่า “ใคร” คือผู้อยู่เบื้องหลังหายนะครั้งนี้ และ “ไฟ” ที่เผาเรือนนั้น... จะมอดลงได้หรือไม่ เมื่อไฟในใจของทุกคนยังคงลุกโชนไม่สิ้นสุด!
รชตะ หัมพานนท์ รับบท สิน
ปฐมพงศ์ เรือนใจดี รับบท เกื้อ
คามิลล่า กิตติวัฒน์ รับบท บุญญา
ณัชภรณ์ อุ่นสวัสดิ์ รับบท บุหงา
พัชฏะ นามปาน รับบท หลวงประสิทธิ์
รฐา โพธิ์งาม รับบท เดือน
รามาวดี นาคฉัตรีย์ รับบท อิ่ม
สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา รับบท พุ่ม
สุวัจนี พานิชชีวะ รับบท ไพลิน
ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท พริ้ม
อนุสรา วันทองทักษ์ รับบท ดวง
กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ รับบท มาลัย
คุณากร เกิดพันธุ์ รับบท หลวงวิเชียร
ด.ญ.ณภัสวรรณ ไอริส วิลม์ส รับบท แก้วตา (เด็ก)
ด.ช.เคนจิโร่ ยูกิ รับบท เรือง (เด็ก)
ด.ช.ชนะพล ศรีพรชัย รับบท เกื้อ (เด็ก)
ด.ช.คณินณัชญ์ ยมปัดชา รับบท สิน (เด็ก)
กรรณิกา วีรวรรณ รับบท เสด็จ (รับเชิญ)
กลศ อัทธเสรี รับบท หลวงภักดี (รับเชิญ)
ตุลยเทพ เอื้อวิทยา รับบท คนของเสด็จ (รับเชิญ)