อุบัติเหตุ 2541

พีท คทรีน่า อุบัติเหตุ 2541


อุบัติเหตุ เป็นเรื่องราวความรักของวิศนีหญิงสาวที่เหมือนจะสมบูรณ์แบบทุกอย่างทางด้านฐานะและเงินทอง เพียงแต่ตลอดชีวิตของเธอไม่เคยได้รับความรักที่สมบูรณ์เพราะเติบโตมาจากครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน หนำซ้ำพ่อยังส่งเธอไปเรียนที่เมืองนอก จนเมื่อเธอเรียนไม่จบจึงถูกตามตัวกลับมาและได้พบกับอารุมชายผู้ที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งเริ่มต้นจากศูนย์แต่ก็ยังไม่พอใจนนทลีย์ซึ่งเป็นคนรักของเขา เมื่อเริ่มทำงานด้วยกันวิศนีย์และอารุมก็ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และจากความผิดพลาดหลาย ๆ อย่างก็ได้นำพาทั้งคู่ให้พบกัน และเริ่มเข้าใจซึ่งกันและกัน การพบกันของคนบางครั้งก็เริ่มต้นจากอุบัติเหตุ

นักแสดงละคร อุบัติเหตุ พ.ศ. 2541

พีท ทองเจือ แสดงเป็น อารุม
คทรีน่า กลอส แสดงเป็น วิศนี
สุธิตา เกตานนท์ แสดงเป็น นนทลีย์

เมืองมายา

เมืองมายา


โลกมายา ดินแดนที่ดูสวยสดงดงามสำหรับบุคคลภายนอก แต่ผู้ที่ต้องเวียนว่ายอยู่ในนี้กลับต้องพบแต่ความเจ็บปวด เพราะการโกหกหลอกลวง นี่คือเรื่องราวของหลายชีวิตที่ผ่านเข้ามา ได้เผชิญกับทุกข์และสุข ความรักและความชิงชัง หลายชีวิตผ่านเข้ามาแล้วออกไป หลายชีวิตยังคงอยู่ได้ ในสังคมนี้ แต่ไม่มีใครที่อยู่กับมันโดยไม่มีบาดแผล

ในงานเลี้ยงจัดหาทุนของสมาคมสตรี รัญชลี ลูกสาวของ ราตรี วิธานกมล กำลังเดินแบบอยู่บนเวที รัญชลีเป็นสาวไฮโซที่มีเสน่ห์ชวนให้หลงไหล ฉลาด และรู้จักพูดสร้างความประทับใจให้แก่ผู้คน ต่อหน้าคนอื่น ๆ เธอจะรักษาความเป็นกุลสตรีของเธอไว้เสมอ แต่ความจริงเธอทำอะไรได้หลายๆ อย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึง รัญชลีฝันอยากเป็นดาว และต้องเป็นดาวค้างฟ้าที่อยู่ในใจคนตลอดไปด้วย แต่วันนี้เธอยังเก็บความฝันของเธอไว้ในใจเพียงผู้เดียว เพราะเธอกำลังรอคอยจังหวะที่เหมาะสม ในงานนี้เธอได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างมาก หลายคนถามว่าเมื่อไหร่เธอจะเข้าสู่วงการบันเทิง ราตรีตอบแทนลูกสาวว่ารัญชลีไม่มีทางยึดอาชีพเต้นกินรำกิน แต่สำหรับรัญชลีเธอกลับตอบว่ายังไม่ถึงเวลา

อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ ในงานแถลงข่าวเปิดตัวละครเรื่องใหม่สถานีโทรทัศน์ช่อง 2 ก้องสกุล ผู้บริหารคนหนึ่งของสถานีได้ถือโอกาสแนะนำตัวนางเอกใหม่ของสถานี ภาวิดา ทิพย์ปิติ บรรดานักข่าวต่างสนใจในตัวภาวิดาเป็นพิเศษ เพราะความสดใสน่ารักของเธอ

ภาวิดาพักอาศัยอยู่กับแม่และน้องชายที่ประเทศอังกฤษ เธอย้ายไปหลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิต แม่ของเธอเปิดร้านอาหารไทยที่นั่น ภาวิดาเป็นสาวท่าทางสดใส และทันสมัย เธอเป็นคนจริงใจกับทุกคน และมักจะทำและพูดอะไรอย่างตรงไปตรงมา การเป็นคนเช่นนี้ ประกอบกับการที่อยู่ต่างประเทศมาหลายปี หลายครั้งจึงทำให้คนเข้าใจคำพูดหรือการกระทำของเธอผิด ภาวิดาไม่ได้ฝันอะไรมาก เธอต้องการเพียงใครคนหนึ่งที่จะเป็นเหมือนพระเอกในละครชีวิตของเธอ ที่จะรักและเข้าใจเธอ ภาวิดาหวังจะได้มีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข เธอจึงมอบความรักให้แก่ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธออย่างจริงใจ แต่มักจะต้องผิดหวังกับชายเหล่านั้น เธอแสวงหาความรักไปเรื่อย ๆ จนทำให้คนอื่น ๆ มองว่าเธอเป็นผู้หญิงเจ้าชู้
ภาวิดาได้รับการชักชวนจากจงรักษ์ ผู้จัดการดารา และแมวมอง ให้มาทดสอบหน้ากล้องที่เมืองไทย และได้รับข้อเสนอให้เซ็นสัญญากับสถานีช่อง 2 ทันที ภาวิดาเช่าบ้านพักอยู่ เพื่อนบ้านของเธอคือ อัศนี นักประพันธ์หนุ่ม ผู้สุภาพและใจเย็น ซึ่งต่อมาเธอได้รู้ว่าอัศนีแตกต่างจากชายทั่วไป เพราะคนรักของเขาคือ เอกภพ พระเอกชื่อดังซึ่งเธอกำลังจะแสดงละครด้วย

วันหนึ่ง ภาวิดาได้มีโอกาสพบกับรัญชลี เราจึงได้รู้ว่าทั้งสองเคยเป็นเพื่อนนักเรียนชั้นประถมที่มาแตร์มาด้วยกัน เมื่อรัญชลีได้รู้ว่าภาวิดากลับมาเมืองไทยเพื่อแสดงละคร เธอก็รู้สึกว่าทำไมคนธรรมดาอย่างภาวิดาถึงได้มีโอกาสดีมากกว่าเธอ ไม่ใช่เพียงเรื่องการได้เข้าไปในวงการบันเทิง แต่ในเรื่องของความรัก ภาวิดาก็เหมือนมีโอกาสดีกว่ารัญชลี ภาวิดาได้มีโอกาสรู้จัก กานต์ ยุทธนันท์ พระเอกหนุ่มคนดัง ผู้ซึ่งโด่งดังขึ้นมาในวงการเพราะโชคช่วย กานต์เป็นเด็กหนุ่มจากต่างจังหวัด หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ก็เข้ามาหางานทำในเมือง เขาได้รับเลือกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ถ่ายโฆษณาสินค้าชิ้นหนึ่ง ก้องสกุลเห็นแววพระเอกในตัวเขา จึงชักชวนให้มาแสดงละคร ด้วยบุคคลิกที่ง่าย ๆ และดูเป็นกันเอง ทำให้ผู้ชมชื่นชอบกานต์ภายในเวลารวดเร็ว และบุคคลิกนี้ของกานต์ก็ดึงดูดใจภาวิดาด้วย

หลังจากคบกันไม่นาน ทั้งสองตกหลุมรักกัน ขณะที่ รัญชลีเองก็แอบปลื้มในตัวกานต์ในฐานะแฟนละครอยู่ เมื่อรัญชลีได้รู้ว่ากานต์เป็นคนรักของ ภาวิดา เธอก็ไม่พอใจ แต่เธอก็ตัดสินใจว่า เธอควรจะต้องได้ในสิ่งที่เธอต้องการ เธอจะไม่ปล่อยกานต์ให้ภาวิดา

รัญชลีหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดกานต์มากขึ้น ภาวิดาไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเห็นว่า รัญชลีเป็นเพื่อน เธอจึงเปิดโอกาสให้รัญชลีและกานต์ได้อยู่ใกล้ชิดกัน ต่อมาเมื่อก้องสกุลรู้ว่ากานต์สนิทกับรัญชลี เขาก็ขอให้กานต์ชวนรัญชลีมาแสดงละครให้สถานี รัญชลีตอบรับคำเชิญทันที

ละครที่กานต์และรัญชลีแสดงด้วยกันได้รับการต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งสองกลายเป็นดาราคู่ขวัญอย่างรวดเร็ว ก้องสกุลถือโอกาสนี้ สร้างข่าวว่าทั้งสองเป็นคู่รักกันจริง ๆ และในคืนวันเลี้ยงฉลองความสำเร็จ รัญชลีและกานต์ก็ปลีกตัวหายไปด้วยกัน แล้วทั้งสองก็ตกเป็นของกันและกัน

ทางด้านภาวิดา แม้ว่าจะไม่ค่อยอยากเชื่อข่าวเกี่ยวกับกานต์และรัญชลีนัก แต่เธอก็อดไม่สบายใจไม่ได้ ที่สุดเธอก็ตัดสินใจขอให้กานต์แต่งงานกับเธอ และร่วมกันสร้างครอบครัว กานต์ปฏิเสธ เขาบอกว่าเขาไม่พร้อมจะผูกมัดตัวเอง แต่แล้วภาวิดาก็ได้รู้ว่านั่นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง เมื่อเธอได้แอบเห็นกานต์กับรัญชลีแสดงความรักกันอย่างดูดดื่ม ภาวิดาถามเรื่องนี้กับกานต์ กานต์จึงบอกเลิกกับภาวิดา และหันไปคบหากับรัญชลีอย่างเปิดเผยแทน ภาวิดาปวดร้าวกับเรื่องนี้มากจนถึงกับไม่สนใจการงาน แดน ซึ่งมีปัญหาด้านการเรียนที่อังกฤษจนถูกไล่ออกจากโรงเรียน ได้เดินทางมาอยู่กับพี่สาว เพื่อจะหาที่ศึกษาต่อและมาอยู่เป็นเพื่อนเธอแม้ว่าจะช่วยได้ไม่มากนัก แต่ก็พอทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง ไม่นานภาวิดาได้รับเลือกให้พรีเซ็นเตอร์สบู่ยี่ห้อหนึ่ง ที่นี่เอง เธอได้พบกับ ชลทิศ เจ้าของสินค้า เขาเป็นหนุ่มใหญ่ที่สุภาพและจะรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้อยู่ใกล้ แต่เขามีครอบครัวแล้ว ภรรยาของชลทิศชื่อ มัทนา เธอเป็นนักธุรกิจหญิงที่ทำงานหนัก และมักจะต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่เสมอ ภาวิดาพอจะรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง ชลทิศกับมัทนาไม่ค่อยราบรื่นนัก ทั้งสองมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง

ข่าวความรักของกานต์กับรัญชลีทำให้ภาวิดายิ่งรู้สึกปวดร้าว ชลทิศ เข้ามาปลอบใจเธอ และพยายามช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น แม้เขาจะอ้างว่าเขาทำเพื่อให้เธอสบายใจจะได้ทำงานให้เขาได้ดีที่สุด แต่ลึกๆ แล้ว เธอรู้ว่าชลทิศรู้สึกเหงาและปรารถนาความรักจากเธอเช่นกัน จนวันหนึ่งเมื่อรัญชลีให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่าเพื่อนที่รู้ใจเธอมากที่สุดก็ คือกานต์ แม้จะไม่ได้ยอมรับว่ากานต์เป็นคนรักของเธอ แต่ก็เท่ากับประกาศเป็นนัยว่ารัญชลีและกานต์ คือคู่รักกัน ข่าวนี้ทำให้ภาวิดาเจ็บปวดมาก มีเพียงชลทิศ คนเดียวที่อยู่ข้างๆ เธอ เขาเข้าใจและให้ความอบอุ่นแก่เธอมากเหลือเกิน ภาวิดารู้สึกหวั่นไหวจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ที่สุดเธอก็ยอมเป็นของชลทิศ

ชลทิศแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาสัญญาว่าจะขอหย่าขาดจากมัทนาโดยเร็ว ภาวิดาเฃื่อชลทิศ และยอมคบกับชลทิศต่อไป แดนไม่พอใจการกระทำของพี่สาว ภาวิดาบอกว่าเธอต้องการเพียงคนๆ หนึ่งที่รักเธอ และครองชีวิตไปด้วยกันอย่างมีความสุข แดนโต้ว่าคนๆ นั้นควรจะรักเธอเพียงคนเดียวด้วย และบอกว่าความรักของเธอกับชลทิศจะไม่มีวันเป็นความรักที่สมบูรณ์ ภาวิดาไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรอีก เธอได้แต่ร้องไห้สับสน แดนไม่อยากทำให้พี่ต้องไม่สบายใจ จึงต้องยอมรับการตัดสินใจของเธอ
ทางด้านกานต์และรัญชลี หลังจากที่ข่าวของทั้งสองแพร่ออกไป วงการไฮโซก็วิจารณ์กันไปทั่ว พ่อแม่ของรัญชลีไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ของทั้งสอง พวกเขาเห็นว่ากานต์เป็นคนไม่มีสกุลรุนชาติ รัญชลีปกป้องกานต์ทุกอย่าง และพยายามทำให้กานต์เป็นชายสมบูรณ์แบบอย่างที่ทุกคนต้องการ กานต์เริ่มรู้สึกอึดอัด ไม่เพียงแต่เรื่องฐานะที่แตกต่างกัน แต่ในด้านงานอาชีพ รัญชลีก็เริ่มเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น งานวิ่งเข้ามาหารัญชลีไม่หยุดหย่อน ทำให้กานต์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ยิ่งรัญชลีขึ้นสูง กานต์ก็ยิ่งตกต่ำลง และพ่อแม่รัญชลีก็ยิ่งกีดกันเขามากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ทางด้านภาวิดา ความรักอันหวานชื่นระหว่างเธอกับชลทิศที่เธอเคยหวังไว้ ก็เริ่มกลายเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ มากขึ้นทุกที ไม่เพียงแต่เธอจะต้องปิดบังซ่อนเร้นเรื่องของเธอกับชลทิศแต่คำสัญญาที่ชลทิศ เคยให้ไว้ว่าจะหย่าขาดจากมัทนา ก็ดูเหมือนจะถูกถ่วงเวลาให้เนิ่นนานออกไป ทุกครั้งที่มัทนากลับจากต่างประเทศ ชลทิศจะต้องกลับไปอยู่กับครอบครัว ภาวิดาเหมือนจะเป็นส่วนเกินไปทันทีเธอเริ่มสับสนกับชีวิตของตนเอง
วันหนึ่ง จงรักษ์มาบ้านภาวิดาและได้พบกับแดน จึงชักชวนแดนให้ไปถ่ายแบบ แดนรู้สึกสนุก และอยากหาเงินใช้ จึงยอมรับงาน เขาไม่รู้เลยว่าอาชีพในวงการแสดงนั้นไม่เหมาะกับนิสัยตรงไปตรงมา และถึงลูกถึงคนของเขา ด้วยความที่แดนเป็นคนพูดตรง แม้ว่าจะไม่ได้คิดร้ายอะไรกับใคร แต่ก็ทำให้สื่อมวลชนไม่ชอบ ยิ่งต่อมาเมื่อแดนเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเริ่มมีสาว ๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา สื่อมวลชนก็สรุปว่าแดนเป็นคนเจ้าชู้ ถึงกับตั้งฉายาให้ว่า แดนฮวน (แปลงมาจาก ดอนฮวน) และบอกว่าสมแล้วที่แดนและภาวิดาเป็นพี่น้องกัน เพราะพูดไม่ดีและเจ้าชู้เหมือนกัน แดนไม่สนใจคำวิจารณ์ของสื่อมวลชน และไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ในการถ่ายแบบโฆษณา แดนได้พบกับรินรดี หรือริน น้องสาวของรัญชลี เด็กสาววัยรุ่นที่ร่าเริงและคุยเก่ง รินพยายามวางตัวเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุ แต่ถึงเวลาเมื่ออยู่กับเพื่อน เธอก็แสดงออกให้เห็นว่าเธอยังเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง รินอยากให้มีชายหนุ่มมาสนใจเธอ แต่ก็รู้จักระมัดระวังตัวไม่ให้ถูกใครตำหนิได้ รินได้รับการชักชวนจากบริษัทโมเดลลิ่งให้มาถ่ายโฆษณา

ครั้งแรกที่รินกับแดนพบกัน ทั้งสองก็รู้สึกดีต่อกัน แต่ต่อมาเมื่อต่างรู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งคือน้องของศัตรูพี่สาวตน ทั้งสองก็เริ่มแสดงตัวเป็นปฏิปักษ์กัน รินกับเพื่อนนางแบบวัยรุ่นของเธอก็จะหาเรื่องแกล้งแดนตลอดเวลา ขณะที่แดนเองก็จะแกล้งรินกลับด้วยวิธีต่าง ๆ กระทั่งครั้งสุดท้าย แดนแกล้งขโมยกุญแจรถรินไปซ่อน ทำให้รินกลับบ้านไม่ได้ รินต้องอยู่ลำพังคนเดียวในตอนกลางคืน รินทั้งโมโหและกลัวจนร้องไห้ แดนซึ่งแอบดูอยู่เริ่มรู้สึกผิด แล้วทันใดก็มีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาพูดจาแทะโลมริน และทำท่าเหมือนจะลวนลามริน แดนจึงเข้ามาช่วย แดนต่อสู้กับกลุ่มวัยรุ่น และถูกกลุ่มวัยรุ่นแทง รินพาแดนไปโรงพยาบาล รินรู้สึกประทับใจที่แดนเข้ามาช่วยเหลือเธอ แดนเองก็ขอโทษรินที่แกล้งเธอแรงไป ทั้งสองกลับมามีความรู้สึกที่ดีต่อกันอีกครั้ง

รัญชลีเริ่มรู้สึกว่าน้องสาวผิดปกติไป แต่แม้จะพยายามซักไซร้รินเท่าไหร่ รินก็ปฏิเสธไม่ยอมบอกอะไรทั้งสิ้น เธอได้แต่เก็บความสงสัยไว้

สำหรับกานต์ หลังจากถูกบับคั้นให้ปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา เขาก็รู้สึกอึดอัดมากขึ้นจนถึงกับมีเรื่องทะเลาะกับพ่อแม่รัญชลี วันหนึ่งเขาได้พบกับภาวิดาที่สตูดิโอ ภาวิดาซึ่งขณะนั้นกำลังสับสนในเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับชลทิศ เมื่อได้พบกานต์ มันก็ทำให้เธอรู้สึกดี แต่เธอเองก็ยังต้องระมัดระวังท่าทีไม่ให้ทำสิ่งที่ผิดๆ ทั้งสองได้พูดคุยกัน ต่างก็เล่าถึงชีวิตของตนในส่วนที่ดีและปิดบังความทุกข์ไว้ภายในใจ แม้ว่าจะไม่ใช่เป็นการสนทนาที่ตรงไปตรงมานัก แต่ทั้งคู่ต่างก็รู้สึกดี และสัญญาว่าจะติดต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่ห่างหายกันไปเหมือนเช่นก่อน
การพบกันระหว่างกานต์กับภาวิดารู้ไปถึงหูของรัญชลี เธอระแวงว่ากานต์จะกลับไปหา ภาวิดา กานต์ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้กลับไปหาภาวิดา แต่ข่าวเรื่องกานต์กับภาวิดาก็เริ่มมีมากขึ้น รัญชลีตัดสินใจเอาเรื่องที่ภาวิดาคบกับชลทิศไปบอกกับ อัณณ์ นักข่าวบันเทิง เพื่อแก้ข่าวที่ว่าภาวิดาจะกลับมาคืนดีกับกานต์

ข่าวภาวิดาคบกับชายที่แต่งงานแล้วดังไปทั่วทั้งวงการ มัทนากลับจากต่างประเทศ เธอให้ ชลทิศเลือกระหว่างตัวเธอกับภาวิดา ในระหว่างที่ชลทิศกำลังสับสนไม่รู้จะเลือกใคร ลูกของชลทิศก็เกิดป่วยหนัก ชลทิศทุ่มเทเวลาทั้งหมดอยู่กับลูก ตรงนี้เองที่ภาวิดาได้รู้ว่าแท้จริงแล้วชลทิศยังคงรักครอบครัวของตนเองอยู่ เธอจึงขอเป็นฝ่ายไปจากชลทิศเอง ด้วยความเศร้าโศรกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นภาวิดาไปเที่ยวกับเพื่อนนัก แสดงในผับ คืนนั้นตำรวจบุกเข้ามาจับยาอี และเธอถูกตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ เพราะเพื่อนแอบใส่ยาในเครื่องดืมของเธอ กว่าที่เธอจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ สังคมก็ปักใจเชื่อไปแล้วว่าเธอเป็นคนไม่ดี ผลที่ภาวิดาได้รับก็คือ ก้องสกุลซึ่งโมโหเธออยู่แล้วเพราะเรื่องชลทิศ ตัดสินใจถอดเธอออกจากละครที่กำลังแสดงอยู่ โดยให้เขียนบทให้นางเองตายกลางเรื่อง และมีนางเอกใหม่เข้ามาแทน

กานต์รู้สึกสงสารภาวิดา และพยายามหาโอกาสพบกับเธอ แต่ภาวิดาไม่ยอมพูดกับเขาเธอสับสนเสียใจ และไม่อยากให้เกิดข่าวในทางลบอีก กานต์กลับไปต่อว่ารัญชลีว่าเห็นแก่ตัว และเป็นคนทำลายภาวิดา รัญชลีคิดว่าภาวิดาพูดใส่ร้ายเธอ ทำให้กานต์โกรธเธอ จึงตัดสินใจไปหาภาวิดาที่บ้าน เพื่อจะต่อว่า แต่สิ่งที่รัญชลีได้พบ กลับทำให้เธอต้องตกใจยิ่งกว่า เธอได้เห็นรินน้องสาวเธออยู่กับแดนในบ้านภาวิดา และทั้งสองมีท่าทางสนิทสนมกันมาก รัญชลีโกรธมาก เธอฉุดกระชากรินจะพาออกจากบ้าน ภาวิดากลับมาพอดี ทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรง

กานต์ได้รับบทพระเอกคู่กับรัญชลีอีกครั้ง ในเรื่องนี้ กานต์ต้องแสดงร่วมกับ กนกกร ดาราวัยรุ่น กนกกรสนใจในตัวกานต์ทันที เธอคิดว่ากานต์จะเป็นบันไดให้เธอก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้ และเมื่อกานต์กับ รัญชลีทะเลาะกัน กนกกรก็เข้ามาแทนที่ ไม่นานกนกกรก็ตกเป็นของกานต์ กานต์รู้ตัวว่ากำลังทำผิดก็บอกเลิกกับกนกกรทันที แต่กนกกรไม่ยอมง่าย ๆ เธอให้ข่าวเรื่องเธอกับกานต์ รัญชลีไม่พอใจ กานต์ปฏิเสธเรื่องนี้ รัญชลียังลังเลที่จะเชื่อ

สำหรับแดนและริน ความรักของทั้งสองต้องพบแต่อุปสรรค ทั้งภาวิดาและรัญชลีต่างก็ทำทุกอย่างเพื่อกีดกันไม่ให้แดนกับรินได้พบกันอีก รัญชลีได้รู้จักกับ อายุธ นักเรียนนอก ทายาทนักธุรกิจพันล้าน ท่าทางสุภาพและพูดจาดี แต่ก็ซ่อนความเป็นเพลย์บอยไว้ภายใน รัญชลีจึงแนะนำให้อายุธได้รู้จักกับริน เพื่อหวังให้อายุธแยกรินจากแดน
ทางด้านภาวิดา เธอพยายามติดต่อหางานแสดง แต่ทุก ๆ แห่งต่างก็ปฏิเสธเธอ อัศนีรู้เรื่องและรู้สีกเห็นใจ เขาจึงระบุกับบริษัทละครที่เอานวนิยายของเขาไปทำว่า นางเอกที่จะนำแสดงในละครที่ทำจากนวนิยายของเขา จะต้องเป็นภาวิดาเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ขายลิขสิทธิ์นิยายให้ บริษัทจำเป็นต้องยอมรับ ภาวิดาดีใจมาก เธอจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ เพื่อขอบคุณอัศนี แต่ในงานนี้ แทนที่อัศนีจะมีความสุข ภาวิดากลับเห็นเขาร้องไห้ เมื่อเธอถามเขา เธอจึงได้รู้ว่า เขาเพิ่งถูกเอกภพคนรักของเขา ทิ้งเขาไปอยู่กินกับมณฑวรรณ สาวไฮโซ

ภาวิดารู้สึกสงสารอัศนี เธอเข้าใจความสูญเสียของอัศนี เพราะตัวเธอเองก็เพิ่งผ่านมันมาสองครั้ง ภาวิดาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อปลอบใจอัศนี ส่วนอัศนีก็มีความสุภาพอบอุ่นช่วยรักษาความปวดร้าวใจของภาวิดาที่เกิดจาก กานต์และชลทิศ ด้วยความที่ทั้งสองต่างก็เหงาและขาดความรัก ไม่นานต่างก็รู้สึกว่าสามารถทดแทนช่องว่างของกันและกันได้ ภาวิดาเปลี่ยนให้อัศนีกลับมาเป็นชายแท้ และมอบความรักให้แก่กันและกัน เอกภพรู้เรื่องของทั้งสอง ก็พยายามจะกลับมาคืนดีกับอัศนี แต่อัศนียังปฏิเสธอยู่

แดนรู้เรื่องภาวิดากับอัศนี เขาเห็นด้วยเพราะอัศนีเป็นคนดี แต่ตอนนี้เขาเองก็กำลังหนักใจกับปัญหาของตัวเอง รัญชลีผลักดันให้อายุธรุกรินหนักขึ้นทุกที พร้อมกับทำทุกอย่างเพื่อกีดกันแดน จนทำให้เขาไม่ได้ไปร่วมงานวันเกิดของริน รินเริ่มไม่แน่ใจในตัวแดน รัญชลีจึงใส่ความแดนอาจจะเปลี่ยนใจจากรินแล้วก็ได้ และเพื่อให้รินเลิกกับแดนได้เด็ดขาดจริง ๆ รัญชลีจึงให้อายุธจัดส่ง ผู้หญิงไปให้แดน แล้วเธอก็พารินไปดู รินโกรธมาก และประกาศไม่ยุ่งกับแดนอีก

กนกกรสร้างปัญหาใหม่ให้รัญชลีอีก เธอให้ข่าวเรื่องความสัมพันธ์ของกานต์กับเธอ รัญชลีมาเจรจากับกนกกร แต่เธอกลับต้องตกตะลึง เมื่อกนกกรบอกว่าเธอกำลังมีท้องกับกานต์ พ่อแม่ของรัญชลีโกรธมาก และยืนยันให้รัญชลีเลิกกับกานต์ กานต์ไม่เชื่อว่าเด็กในท้องจะเป็นลูกเขา รัญชลีให้โอกาสกานต์พิสูจน์เรื่องนี้ กานต์ไปเจรจากับกนกกรของให้พิสูจน์ดีเอ็นเอ ถ้าเด็กในท้องเป็นลูกเขา เขาจะยินดีรับผิดชอบ กนกกรยอมพิสูจน์

ข่าวของกานต์ ทำให้ภาวิดาไม่สบายใจไปด้วย สำหรับภาวิดาแม้ชีวิตของเธอเองจะไม่ได้มีความสุขนัก แต่เธอก็ยังสนใจติดตามข่าวของรัญชลีและกานต์อยู่ตลอด เธอบอกกับอัศนีว่า เพราะเธอกับกานต์เคยรู้จักกัน จึงอดสนใจไม่ได้ แต่อัศนีรู้ว่าภาวิดาไม่ได้รู้สึกเพียงแค่นั้น เมื่อกานต์เอาปัญหาของกนกกรมาเล่าให้ภาวิดาฟัง ภาวิดาก็พร้อมจะเป็นเพื่อน และคอยปลอบโยนให้กำลังใจเขา เพราะสำหรับภาวิดาแล้ว อย่างไรกานต์ก็คือชายที่เธอรักมากที่สุด สำหรับแดน หลังจากพยายามที่จะพบรินหลายครั้ง เพื่ออธิบายความจริง แต่รินก็ไม่ยอมพบ อายุธเองก็คอยขัดขวาง ที่สุดแดนจึงมีเรื่องชกต่อยกับอายุธ หนังสือพิมพ์เข้าข้างอายุธมากกว่าเพราะอายุธรู้จักประจบนักข่าว และแดนเองก็มีภาพลบในสายตาสื่อมวลชนอยู่แล้ว ชื่อเสียงของแดนเสียหายหนักขึ้น

ในระหว่างที่กานต์รอผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอ รัญชลีได้รับการติดต่อจากบริษัทสร้างหนังในฮอลลีวู้ดว่ากำลังหานักแสดงเอเซีย เพื่อร่วมแสดงในภาพยนต์ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่ง รัญชลียอมรับข้อเสนอที่จะทำการทดสอบ แต่เธอก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อรู้ว่าภาวิดาได้รับข้อเสนอด้วย

ภาวิดาและรัญชลีได้พบกัน ภาวิดารู้สึกอึดอัดเมื่อเห็นกานต์มาเป็นเพื่อนรัญชลี อัศนีซึ่งมากับภาวิดาพอจะมองออกว่าภาวิดายังคงรักกานต์อยู่ เขาเริ่มตัดสินใจว่าจะไปจากภาวิดา แล้วคืนหนึ่ง เมื่อภาวิดาเข้าไปในห้องของอัศนีโดยไม่ได้เคาะประตู เธอก็เห็นอัศนีกับเอกภพอยู่ด้วยกันบนเตียง ภาวิดารู้สึกเจ็บปวด เธอโกรธอัศนีที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อเธอ แต่อัศนีกลับบอกว่าภาวิดาต่างหากที่คิดถึงแต่กานต์ ภาวิดาพูดไม่ออก เธอรู้แต่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอัศนีสิ้นสุดลงแล้ว

การคัดเลือกดำเนินไปอย่างเข้มข้น จนใกล้จะถึงวันประกาศผล รัญชลีตัดสินใจว่าเธอจะต้องทำให้ผู้คัดเลือกตัดสินใจเลือกเธอ คืนวันก่อนประกาศผล รัญชลีแอบมาพบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฮอลลีวู้ดที่จะทำการคัดเลือก และยอมเสนอตนเองให้เขา เพื่อหวังว่าเขาจะคัดเลือกตนไปฮอลลีวู้ด เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น รัญชลีกำลังจะกลับ เธอพบว่ากานต์มาดักรอพบเธออยู่ กานต์ตั้งใจจะเอาผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอ ซึ่งระบุว่าเขาไม่ใช่พ่อของเด็กในท้องมาให้รัญชลีดู แต่เมื่อกานต์รู้ว่ารัญชลีทำอะไร เขาก็รู้สึกเจ็บปวดมาก รัญชลีพยายามบอกว่าเธอทำเพื่อทั้งสอง แต่กานต์บอกว่ารัญชลีทำเพื่อตัวเองเท่านั้น แล้วกานต์วิ่งหนีไป รัญชลีรู้สึกเจ็บปวดที่รู้ว่าได้สูญเสียกานต์ไปแล้ว กานต์เองก็เตลิดหนีไปพักอยู่บนเกาะ จนไม่มีใครติดต่อเขาได้

รัญชลีกลับบ้านพร้อมกับความเจ็บปวด เธอระบายใส่แม่ของเธอ และเผลอพูดเรื่องของแดนกับรินไปด้วย ทำให้รินรู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นแผนของรัญชลี รินโกรธมาก และหนีออกจากบ้านไปพบแดน คืนนั้นทั้งสองตกเป็นของกันและกัน รัญชลีออกตามหารินทั้งคืน ในที่สุดก็รู้ว่ารินเข้าพักในโรงแรมกับแดน รัญชลีตามไปที่โรงแรม ได้พบแต่ริน เธอตบหน้าน้อง แล้วพารินตรงไปที่บ้านภาวิดา เพื่อตามหาแดน เมื่อมาถึงบ้านภาวิดา รัญชลีไม่พบแดน จึงทำลายข้าวของในบ้านภาวิดา ภาวิดาโกรธมากแจ้งตำรวจจับรัญชลี แต่รัญชลีกลับแจ้งความกลับว่าแดนข่มขืนริน

ภาวิดาโกรธแดนมาก ด่าว่าแดนอย่างรุนแรง แดนรู้สึกเสียใจ และขับรถหนีไป แดนขับรถเร็วมาก รถแดนเสียหลักชนกับราวสะพานพลิกคว่ำ แดนเสียชีวิตในอุบัติเหตุนี้

เมื่อรู้ข่าวการเสียชีวิตของแดน รินก็รู้สึกเสียใจเป็นที่สุด เธอโทษว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากรัญชลี เธอไม่พูดกับพี่สาวอีก ไม่เพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่ทำให้รัญชลีต้องเจ็บปวด บริษัทจากฮอลลีวู้ดประกาศผลการคัดเลือก ผู้ได้รับการคัดเลือกคือดาราสาวจากฮ่องกง รัญชลีโกรธมาก เธอบุกไปพบกับเจ้าหน้าที่ ได้รับคำตอบว่า เขาต้องคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถทางการแสดง ไม่ใช่ความสามารถบนเตียง รัญชลีได้แต่ตะลึง ทำอะไรไม่ถูก รัญชลีรู้สึกเจ็บปวดมาก เธอต้องการใครซักคนที่จะมาอยู่ข้าง ๆ เธอ และก็รู้ว่าคน ๆ นั้นคือกานต์ กานต์เท่านั้นที่รักเธอจริง
สำหรับภาวิดา การตายของแดนคือความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของเธอ บัดนี้เธอไม่มีใครอีกแล้ว อัศนีก็ทิ้งเธอไป และเมื่อถามถึงกานต์ เขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อไม่มีใครอยู่เคียงข้างเธอ เธอก็รู้สึกว่าชีวิตของเธอไร้ค่า ภาวิดาตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่เดชะบุญที่รัญชลี ซึ่งกำลังตามหากานต์ และคิดว่าเขาจะมาอยู่กับภาวิดา มาถึงพอดีรัญชลีช่วยฃีวิตภาวิดาไว้ได้ทัน

หลังจากพักฟื้นไประยะหนึ่ง รัญชลีก็มาเยี่ยมภาวิดา เธอพยายามขอโทษกับสิงที่เกิดขึ้นทั้งหมด แม้ภาวิดาจะรู้ว่ารัญชลีเป็นคนช่วยชีวิตเธอ แต่ความทุกข์ทรมานที่รัญชลีสร้างไว้ให้เธอมันมากเกินกว่าที่เธอจะยอมรับได้ ภาวิดาต้องสูญเสียน้องชายของเธอ ต้องสูญเสียกานต์ผู้ชายที่เธอรักมากที่สุด รัญชลีทำลายความฝันของเธอ เธอปรารถนาเพียงมีครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่น แต่ทุกอย่างก็สลายไปหมดแล้ว ภาวิดาบอกรัญชลีว่า เธอจะไม่ลืมว่ารัญชลีได้ช่วยชีวิตของเธอไว้ แต่เธอขอร้องว่า อย่าขอให้เธอให้อภัย รัญชลีเลย เพราะมันยากเกินกว่าที่เธอจะทำได้
เมื่อกานต์กลับมาจากต่างจังหวัด และรู้เรื่องการตายของแดน กับการฆ่าตัวตายของภาวิดา กานต์ก็ตรงมาที่โรงพยาบาลทันที กานต์เข้ามาภายในห้อง รัญชลีก็ยืนอยู่ที่นั่น แต่เขาไม่เอ่ยทักรัญชลีเลย กลับตรงมาหาภาวิดา เขาขอโทษที่ไม่ได้อยู่กับเธอตอนที่แดนเสียชีวิต เพราะเขาไปอยู่บนเกาะตัดขาดจากผู้คน แต่ทันทีที่รู้ เขาก็รีบกลับมา เขาเกือบไม่ได้พบกับภาวิดาอีกแล้ว แล้วกานต์ก็บอกกับภาวิดาว่า เขารู้แล้วว่าคนที่เขาควรจะรักคือใคร คือภาวิดานั่นเอง รัญชลีรู้ว่าเธอไม่มีความหมายอีกแล้วจึงออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

เมื่อภาวิดาออกจากโรงพยาบาลได้ เธอและกานต์ก็ตัดสินใจละทิ้งวงการบันเทิงที่มีแต่ความเจ็บปวดให้เธอ แล้วเดินทางกลับไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษด้วยกัน สำหรับรัญชลีเธอยังคงอยู่ในวงการมายาต่อไป พร้อมกับความเข้าใจในโลกแห่งแสงสีนี้มากขึ้น ทั้งคู่รู้แล้วว่า วงการมายาอาจจะดูน่ากลัว และดูเหมือนเต็มไปด้วยการหลอกลวง แต่หากผู้ใดได้เข้าใจความเป็นไปที่แท้จริงของวงการนี้ เขาก็จะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย เพียงแต่เขาต้องมีแว่นวิเศษอันหนึ่ง ที่จะส่องผ่านเข้าไปเห็นความจริงในโลกมายาใบนี้

ผลิตโดย : เอ็กแซกท์

นักแสดงละคร เมืองมายา
คัทลียา แมคอินทอช
นุสบา วานิชอังกูร
ชาคริต แย้มนาม
สัญญา คุณากร
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี

ถล่มวังข่า

ถล่มวังข่า 

ถล่มวังข่า (2521): เดิมพันด้วยชีวิต ในสมรภูมิเดือดกลางป่าชายแดน

เมื่อความยุติธรรมถูกกลั่นแกล้งจากเบื้องบน "ร้อยตำรวจเอกเดชชนะ" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) นายตำรวจฝีมือฉกาจผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง กลับต้องกลายเป็นหมากในเกมอำนาจของ "พลตำรวจตรีอิทธิพล" ผู้บังคับบัญชาที่ต้องการกำจัดเขาให้พ้นทาง โดยการส่งตัวเขาไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายประจำการที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 6 จังหวัดตาก

ทว่าภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการที่ซ่อนเร้นไว้เพื่อปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลมืดที่แอบค้าอาวุธเถื่อนร่วมกับกองกำลังติดอาวุธตามแนวชายแดน เมื่อเดชชนะก้าวเข้าสู่พื้นที่ เขาพบว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองไม่เห็น ทั้งอิทธิพลมืดที่ครอบงำกฎหมาย และภยันตรายจากค่ายใหญ่ของเหล่าผกค. ที่คอยดักสังหาร

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ถูกบีบคั้นจนถึงทางตัน เมื่อมิตรแท้เริ่มร่อยหรอและต้องถูกใส่ร้ายจนเกือบสิ้นอนาคตในราชการ ตำรวจหนุ่มผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้ด้วยวิถีของเขาเอง... การเปิดศึกถล่มวังข่าครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การปฏิบัติหน้าที่ แต่มันคือการแลกด้วยชีวิตเพื่อกวาดล้างเหล่าคนโฉดให้สิ้นซาก!

นำแสดงโดย: สมบัติ เมทะนี, อรัญญา นามวงษ์, นัยนา ชีวานันท์, ไพโรจน์ ใจสิงห์ และนักแสดงสมทบอีกคับคั่ง

ร่วมลุ้นและระทึกไปกับฉากบู๊สุดมันส์ตามแบบฉบับหนังไทยยุคคลาสสิกได้ที่นี่:


มหาภัยพันหน้า

มหาภัยพันหน้า [2521] 

เตรียมพบกับการต่อสู้สุดระห่ำท่ามกลางกลลวงที่คาดเดาไม่ได้ในภาพยนตร์ไทยระดับตำนาน เมื่ออาชญากรผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าและสามารถแปลงกายเปลี่ยนโฉมหน้าได้ไม่ซ้ำแบบ ออกปฏิบัติการสร้างความปั่นป่วนไปทั่วเมือง จนไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าใครคือมิตรหรือศัตรูที่แท้จริงภายใต้ใบหน้าที่เห็นอยู่ตรงหน้า

งานนี้จึงตกเป็นหน้าที่ของเหล่านักสู้ผู้กล้าที่ต้องร่วมมือกันแกะรอยและกระชากหน้ากากคนร้ายรายนี้มาลงโทษให้ได้ ท่ามกลางความตื่นเต้นและการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ใครกันที่จะเป็นผู้รอดชีวิต และโฉมหน้าที่แท้จริงของ "มหาภัยพันหน้า" คือใครกันแน่?

ร่วมลุ้นระทึกไปกับการสืบสวนและฉากแอ็กชันสุดมันส์ที่คุณไม่ควรพลาด!


ชาติเกลือ

 

โปสเตอร์หนัง ชาติเกลือ ใบปิดหนัง

"ชาติเกลือ" (2519) – เมื่อความแค้นถูกชำระด้วยชีวิต

ในดินแดนที่กฎหมายอยู่เหนืออิทธิพลมืดเพียงแค่ชื่อ ภาพยนตร์เรื่องนี้พาเราไปสัมผัสกับเรื่องราวของความอยุติธรรมที่กัดกินใจชาวบ้านตาดำๆ เมื่ออำนาจของ "คุณนายช่อทิพย์" ผู้ทรงอิทธิพลเหนือกฎหมายและพวกนักเลงลูกสมุน เข้ามาบีบคั้นชาวบ้านด้วยการโกงที่ดินและใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือจัดการผู้ที่ขัดขืน

ท่ามกลางสถานการณ์ที่สิ้นหวัง "รักชาติ" ชายหนุ่มผู้มีความยุติธรรมในหัวใจ ต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อครอบครัวของเขาถูกกลุ่มอิทธิพลมืดทำร้ายอย่างเหี้ยมโหด ความแค้นที่สั่งสมมานานบวกกับการลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรม ร่วมกับกลุ่มเพื่อนที่ต้องการเห็นบ้านเกิดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว ทำให้เขาต้องตัดสินใจกระโจนเข้าสู่การต่อสู้ที่ต้องแลกด้วยชีวิต

เมื่อความแค้นของเหยื่อที่ถูกกดขี่มานานปีปะทุขึ้น และความลับในอดีตเริ่มถูกเปิดเผย "ชาติเกลือ" จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของนักเลงตีกัน แต่เป็นบททดสอบของศีลธรรมและความกล้าหาญ ว่าสุดท้ายแล้ว... มือของใครจะเป็นผู้กุมชะตากรรมของบ้านเมืองแห่งนี้

หากคุณเป็นคอหนังไทยแนวแอ็กชัน-ดราม่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายคลาสสิกของยุค 70s ที่มาพร้อมกับการต่อสู้เพื่อความถูกต้องที่คุณต้องเอาใจช่วย "ชาติเกลือ" คือภาพยนตร์ที่คุณไม่ควรพลาดครับ

รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่องได้ที่: 

กังหันสวาท

 

โปสเตอร์หนัง กังหันสวาท

กังหันสวาท (2517): โศกนาฏกรรมแห่งความรักและช่องว่างระหว่างชนชั้น

เรื่องย่อ:

ท่ามกลางกระแสธารของกาลเวลาที่ผันเปลี่ยน ชีวิตคนเราเปรียบเสมือนกังหันที่ต้องลม ชีวิตที่มีทั้งสุข ทุกข์ สมหวัง และผิดหวัง นี่คือผลงานภาพยนตร์ระดับตำนานที่ตราตรึงใจผู้ชม ซึ่งเป็นการแสดงชุดสุดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบของ มิตรชัย บัญชา พระเอกผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของวงการภาพยนตร์ไทย


กังหันสวาท บอกเล่าเรื่องราวความรักที่ถูกขีดคั่นด้วยกำแพงแห่งฐานะทางสังคม เมื่อ ฤทธิ์ ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมจากตระกูลสูงศักดิ์ ได้ตกหลุมรักกับ หลิน หญิงสาวธรรมดาจากครอบครัวที่ยากจน ความรักของทั้งคู่ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งแรงกดดันจากครอบครัว การถูกเหยียดหยามจากสังคม และความเข้าใจผิดที่ถาโถมเข้ามาดั่งพายุ จนนำไปสู่ความสูญเสียและรอยร้าวลึกในหัวใจ


ท่ามกลางโชคชะตาที่เล่นตลก ชีวิตของหลินจะดำเนินไปอย่างไรภายใต้เงาของความรักที่ต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตา? และจุดจบของกังหันที่หมุนวนท่ามกลางมรสุมความสวาทครั้งนี้จะลงเอยเช่นไร?


ร่วมสัมผัสความประทับใจและหวนระลึกถึงผลงานชิ้นเอกที่แฟนหนังไทยไม่ควรพลาด รับชมได้แล้ววันนี้ที่

เสือไทยอาละวาด (สุภาพบุรุษเสือไทยภาคสมบูรณ์)

เสือไทยอาละวาด

เสือไทยอาละวาด (สุภาพบุรุษเสือไทยภาคสมบูรณ์)
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
26 กันยายน 2493
ฉายที่ ศรีอยุธยา
บริษัทสร้าง ฉวีวงศ์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง เชาวน์ ฉวีวงศ์
ผู้ประพันธ์ เสนีย์ บุษปะเกศ
ผู้กํากับ เสนีย์ บุษปะเกศ

เค้าเรื่อง “เริ่มตั้งแต่สุภาพบุรุษเสือไทยของเรา พร้อมด้วยอ้ายแม่น และ อีกรอง หนีตํารวจกองปราบซึ่ง อ้ายเดชเพื่อนเกลอร่วมตายเป็นผู้นํามาล่า อ้ายคง ตรงไป ยังวัดร้างท้ายเมือง และได้แต่งงานอ้ายแม่นกับอีกรองต่อ หน้าองค์พระประธาน และวิ่งเตลิดเข้าป่าเยี่ยงเสือลําบาก
การก็ปรากฏว่า อีกรองหาได้ทําตามคําสั่งของ เสือไทยแต่ประการใด อีกรองยึดสัจจะตนเองมั่นอยู่ว่า “รักแท้ของมันอยู่ที่เสือไทย” หาใช่อ้ายแม่น ถึงเสือไทย จะปล้นเขากิน ชิงเขากิน มันก็ต้องปล้นเขากินชิงเขากินไปด้วย

นักแสดง
สถาพร มุกดาประกร? เป็น เสือไทย
มนัส บุณยเกียรติ เป็น กรอง
ประชุม จันทิมา เป็น เสือนรกแห่งเมืองสวรรค์
อุไรวรรณ พงษ์ประยูร เป็น โฉม
จํานง คุณะดิลก เป็น เดช
สกล ผิรังคะเปาระ เป็น แก่น
ประเสริฐ จัดหาผล เป็น ใบ
สําเริง กล้าไพรี เป็น เรือง

 

 

 

เสือเวาะเมืองชล

เสือเวาะเมืองชล

เสือเวาะเมืองชล

16 มม. / สี? / พากย์
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ชลบุรีภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ถ. อรุณประเสริฐ

ฉายวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2493

สามเสือสุพรรณ

สามเสือสุพรรณ

สามเสือสุพรรณ
16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
ฉายที่เท็กซัส

ตุเดือดและยิ่งใหญ่อีกเรื่องหนึ่งในรอบปีนี้
* * สามเสือสุพรรณ * *

บริษัทสร้าง นภาภาพยนตร์
ผู้พากย์ ชวาลา, พันธ์จันทร์, บุศราพันธ์

เค้าเรื่อง “จากสารคดีชีวิตจริงของเสือฝ้าย เสือดํา เสือมเหศวร แห่งจังหวัดสุพรรณบุรี”

นักแสดง
ชวาลา, พันธ์จันทร์
บุศราพันธ์
บุญช่วย มหาสารินันท์
ประหยัดไทยศิริ
ลัดดา จามรมาลย์

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร มีนาคม พ.ศ. 2493

ฉายวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2493

สะใภ้ทาส

สะใภ้ทาส

สะใภ้ทาส
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายวันที่ 4 ตุลาคม 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง นครพิงค์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สนาน – วรรณภา
ผู้ประพันธ์ สนาน คราประยูร

เรื่องย่อ
หลังจากภรรยาเสียชีวิต พระชํานาญ ยุทธกิจ ได้แต่งงานใหม่กับ ละเมียด ซึ่งหวังเพียงทรัพย์สมบัติของพระชํานาญ ละเมียดพยายามยัดเยียด เชิด ลูกชายของพระชํานาญ ให้แต่งงานกับ ลัดดา หลานสาวของตน แต่ลัดดามีคนรักอยู่แล้วชื่อ จิตต์ ส่วนเชิดลอบมี ความสัมพันธ์กับ เนียน สาวใช้ในบ้าน แต่ลัดดาก็หาละความพยายามไม่ เมื่อสบโอกาสที่เชิดเดินทางไปช่วยคุมกิจการป่าไม้ของพระชํานาญ ที่จังหวัดนครสวรรค์ ละเมียด ก็หลอกพาเนียนไปขายที่ซ่องโสเภณี และใส่ร้ายเนียนว่า หนีตามผู้ชายไประหว่างที่เชิดไม่อยู่ที่บ้าน เชิดติดกับละเมียด หลงเชื่อเสียสนิท ด้วยความเสียใจระคนโกรธแค้น จึงหันหน้าเข้าหาสุรา

เนียนดิ้นรนขัดขืนจึงถูกเจ้าของซ่องทําร้ายไม่เว้นแต่ละวัน โชคดีที่มี ส่งศรี คอยช่วยเหลือ แต่แล้วเนียน ก็แทบขาดใจเมื่อเห็นข่าวงานแต่งงานของเชิดกับลัดดา เนียนจึงก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเลี้ยงดูลูกน้อยซึ่งเป็น หน่อเนื้อของเชิด

แต่นับวัน เชิดก็ยิ่งดื่มสุราหนักขึ้นและไม่มีทีท่าจะยอมแต่งงานกับลัดดา ละเมียดจึงจัดแจงให้ลัดดาเข้ามาอยู่ในบ้าน เพื่อหาโอกาสให้เชิดและลัดดาได้อยู่ใกล้ชิด กัน ลัดดายังไม่ยอมตัดขาดจากจิตต์ แถมยังลักลอบเจอกันบ่อยครั้ง จนเชิดมาเห็นเข้า จึงเกิดการวิวาทกัน ละเมียด เข้ามาห้ามถูกลูกหลงโดนกระสุนปืนที่จิตต์ยิงเสียชีวิต เมื่อเหตุการณ์สงบลง เชิดจึงออกตามหาเนียนเพื่อปรับ ความเข้าใจกัน

สะใภ้ทาส
นักแสดง
วรรณภา วิเศษประภา เป็น เนียน
เชาว์ แคล่วคล่อง เป็น เชิด
ลิ้นจี่ เป็น คุณนายละเอียด
แกร วิเศษประภา เป็น พระชํานาญยุทธกิจ
อุ่นใจ สุวรรณจิตต์ เป็น ลัดดา
สุณี มาสยะ เป็น ส่งศรี
รําเพย ณ นคร เป็น จิตต์

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร ตุลาคม พ.ศ. 2493

 

 

 

สองเกลอเข้ากรุง

สองเกลอเข้ากรุง

ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์

ฉายวันที่ 20 กันยายน 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมโลก

 

 

 

สมิงป่าสัก

สมิงป่าสัก
Siamese Hill Tribe

สมิงป่าสัก
ฟิล์ม 16 มม. /สี (ธรรมชาติ) / พากย์
ฉายที่ นาครสนุข
บริษัทสร้าง บริษัท เอเซียภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ เชื้อ อินทรทูต
ผู้กํากับ วสันต์ สุนทรปักษิน
ผู้ถ่ายภาพ สิน นากเสวี
ผู้พากย์ ม.ล. รุจิรา

เค้าเรื่อง
“รัก! เพียงใจจะขาด พยาบาท! จนตัวตาย”

สมิงป่าสัก

สมิงป่าสัก

นักแสดง
วสันต์ สุนทรปักษิน,
สุดสงวน พวงดารา, พิมพ์ พวงนาค, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร มีนาคม พ.ศ. 2493
ที่มาภาพ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

ฉายวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2493

ศาสนารักของนางโจร

ศาสนารักของนางโจร
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
ฉายที่ ศรีอยุธยา
บริษัทสร้าง ปรเมรุภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง ม.จ. ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
ผู้ประพันธ์ อ. อรรถจินดา

นักแสดง
สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์, ไสลทิพย์ ตาปนานนท์,
ยอดยิ่ง สุวรรณสาคร, อนินทิตา อาขุบุตร

ฉายวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2493

ล้างบาง

ล้างบาง
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์

ฉายที่โรงหนัง เท็กซัส
บริษัทสร้าง สุเทพภาพยนตร์

นักแสดง
ทนง ดํารงค์กุล, สุวรรณา จันทร์จํา,
ผดุงศักดิ์ บุณยรัตนพันธ์

ฉายวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2493

รอยไถ 2493

รอยไถ

รอยไถ 2493

ฟิล์ม 16 มม. / ขาวดํา / พากย์
ฉายที่ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง กรุงเทพภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง คุ้ม สังวริบุตร
ผู้ประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ผู้กํากับ สดศรี บูรพารมณ์

เค้าเรื่อง
“เป็นเรื่องชีวิตของชาวทุ่งบางเขนที่คลุกเคล้าอยู่กับควาย โคลนและคล่ำด้วยแดดลมตามธรรมชาติ ห่างไกลจากการแต่งลวงเยี่ยงคนในกรุง แต่ชีวิตนั้นต้องผจญกับความแค้นอย่างแสนสาหัส ด้วยเรื่องรักและเหลี่ยมนักเลง เพราะลูกน้อยและเมียรัก จนต้องจับดาบขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเรียกเลือดมาล้างรอยน้ำตาของ เขา …. ในด้านรัก เราจะได้เห็นความรักของเจ้าลือที่ซื่อต่อเมียรักและทนุถนอมลูกน้อยเพียงดวงใจ ความรักใน ฐานชู้ และความรักของสาวเพิ่งรุ่นกับชายอารมณ์เริงอย่างสุขสด ต่างกันถึงสามรส ในด้านแค้น ก็เกินที่จะเปรียบกับเรื่องใด นอกจากจะรู้แก่ใจของผู้ที่ถูกพรากเมีย รักและทิ้งลูกแดงที่ยังอ้อนนมไว้ให้เลี้ยง ซ้ำถูกพวกนักเลงเหยียบเกียรติของเขาอีก”
ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493

เรื่องราวของลือ ชาวนาหนุ่มผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใครในทุ่งบางเขน ลือรักชอบพอกับบัวเผื่อน สาวสวยประจำท้องทุ่ง ซึ่งเป็นที่หมายปองของอ่อน นักเลงใหญ่ผู้ร่ำรวย แม้บัวเผื่อนจะอาศัยอยู่กินกับลือจนมีลูกด้วยกัน แต่อ่อนก็ยังหวังได้ตัวเธอมาครองอยู่เสมอ ด้วยความสนับสนุนจากแม่ของบัวเผื่อน มีเพียงบัวผัน น้องสาวของบัวเผื่อนเท่านั้นที่คอยเป็นกำลังใจให้ลือ

รอยไถ 2493

นักแสดง รอยไถ

คำรณ สัมบุณณานนท์ – ลือ
พรพรรณ วรรณมาศ – บัวผัน
สมชาย ตัณฑกำเนิด – อ่อน
เจริญศรี วรรณมาศ – บัวเผื่อน

ฉายวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2493

รอยไถ พ.ศ. 2503

ยอดสงสาร

ยอดสงสาร

ยอดสงสาร

ฟิล์ม 16 มม. / สีธรรมชาติ / พากย์

ฉายวันที่ 14 กันยายน 2493
บริษัทสร้าง ศรีบูรพาภาพยนตร์
ฉายที่โรงหนัง ศรีบางลำภู

ที่มาภาพ นิตยสารภาพยนตรเกษม พ.ศ. 2493

เพื่อนตาย

เพื่อนตาย
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
ฉายที่ ศรีอยุธยา
บริษัทสร้าง 8.พ.ล.ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง เชื้อ เปรมปรีนนท์
ผู้กํากับ เบญจมินทร์

ฉายวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2493

ศรพยาบาท

ศรพยาบาท

ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
ฉายที่ นิยมไทย

ฉายวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2493

นิทรา-สายัณห์-2493

นิทรา-สายัณห์

นิทราสายัณห์
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
30 ธันวาคม 2493
ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง บูรพาศิลป์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สําเภา ประสงค์ผล
ผู้ประพันธ์ อิงอร
ผู้กํากับ ประสงค์สิงห์ กมลศักดิ์
ผู้ถ่ายภาพ อรกิจ อมาตยกุล, ฉลาง ประสงค์ผล
ผู้ลําดับภาพ ฉลาง ประสงค์ผล
ผู้จัดเครื่องแต่งกาย ประเทือง ศรีสุพรรณ

เรื่องย่อ
พนัส หนุ่มนักเรียนนอก กําลังตาม หาภรรยาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งหลง ทางไปเจอกระท่อมร้างแห่งหนึ่ง เจ้าของกระท่อมเป็น ชายร่างสูงหน้าตาเหี้ยมเกรียมออกมาต้อนรับ และเล่า ความหลังให้พนัสฟังว่า ในอดีต คุณพระรัฐกิจ อาศัยอยู่ กับ เอื้อมพร ลูกสาวสองคน วันหนึ่งมีชายชื่อ สายัณห์ สุรวิษัฐ ท่าทางเลื่อนลอยเดินทางมาและบอกว่าอยาก ออกป่า คุณพระฯ จึงให้เขาพักอยู่ที่กระท่อมและตั้งชื่อ ว่า “กระท่อมสายัณห์” เอื้อมพรไม่เคยมีความรัก เมื่อได้ มาอยู่ใกล้ชิดสายัณห์จึงตกหลุมรักอย่างง่ายดาย

สายัณห์เล่าเรื่องราวในอดีตของตัวเองให้ เอื้อมพรฟัง เขาเคยมีคนรักชื่อ นิทรา สมัยเรียนด้วยกัน ที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ เคยสัญญากันไว้ว่าจะ แต่งงานกันเมื่อจบการศึกษา แต่เมื่อถึงเวลาเข้าจริง ๆ นิทรากลับไปแต่งงานกับพนัสตามที่ผู้ใหญ่จัดการ นิทรา ให้สัญญากับสายัณห์ว่าจะมาพบสายัณห์ในวันที่ ๓๑ มกราคมอีกสามปีข้างหน้า เหตุนี้เองสายัณห์จึงหนีมาอยู่ ต่างจังหวัดเพื่อเยียวยาจิตใจ สายัณห์เริ่มมีใจให้เอื้อมพร แต่อยู่มาวันหนึ่งมีโทรเลขมาจากนิทรา สายัณห์จึงรีบไป กรุงเทพ ก่อนจะกลับมาที่บ้านคุณพระฯ อีกครั้งพร้อม นิทรา เอื้อมพรเสียใจมาก สายัณห์เองก็เสียใจไม่แพ้กัน ที่ทําร้ายความรู้สึกของเอื้อมพร นิทราเริ่มระแคะระคาย พฤติกรรมของทั้งสอง ก็รู้สึกเสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่สามารถตัดใจจากครอบครัวของตัวเอง ได้ ในวันที่สายัณห์ไปทําธุระในเมือง นิทราจึงจบปัญหา รักด้วยการฆ่าตัวตาย สายัณห์มาพบเข้าขาดใจตายตาม นิทราไป เอื้อมพรถือสันโดษนับจากนั้นเป็นต้นมา กว่า พนัสจะรู้สาเหตุที่ภรรยาหายตัวไปเวลาก็ผ่านไปแล้ว 20 ปี

นักแสดง
สมบัติ คงจําเนียร เป็น สายัณห์ สุรวิษัฐ
จรรยา พันธ์ทรัพย์ เป็น นิทรา
รัตนาภรณ์ อินทรกําแหง เป็น เอื้อมพร
ชะนะ พันธ์ทรัพย์ เป็น หมอมโน
โชติ พุกกะพันธ์ เป็น พระรัฐกิจ
บรรจง อุทัยจันทร์ เป็น พนัส
มั่น วินิจนัยภาค เป็น แช่ม
พนาย ชีวะกานนท์ เป็น ซ้อย

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กันยายน พ.ศ. 2493

ฉายวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2493

นางตานี

นางตานี

นางตานี
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์
1 ธันวาคม 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง วราวัตต์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สกล บุณยะรัตเวช
ผู้ประพันธ์ “สุจารีย์”
ผู้กํากับ ร. พินัย ราชกิจ
ผู้เขียนบท ร. เสวี
ผู้ถ่ายภาพ โกมล บุณยะรัตเวช

เค้าเรื่อง
“ชื่อ “นางตานี” คงจะบอกท่านว่า เนื้อเรื่องเป็นอย่างไร และแนวทางผิดแผกกว่าภาพยนตร์ ไทยทุกเรื่องที่ผ่านมาแล้วเพียงไหน?”

นักแสดง
จรรยา สุวคนธ์, แฉล้ม คงนิยม,
สวัสดิ วิบูลเวช, สุมาลี เศวตเศรณี

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร ตุลาคม พ.ศ. 2493

ฉายวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2493

ลูกนางนาคพระโขนง


ลูกนางนาคพระโขนง

ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
ฉายที่ ศาลาเฉลิมโลก

 

 

 

 

รักระเบิด 2493

รักระเบิด
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์?
3 สิงหาคม 2493
ฉายที่โรงหนัง พัฒนากร

 

 

 

เหมืองระเบิด

เหมืองระเบิด
16 มม. / สี / พากย์ /

ฉายวันที่ 14 เมษายน 2493
ฉายที่โรงหนัง พัฒนากร

 

 

 

โป๊ะแตก

โป๊ะแตก
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์

ฉายที่โรงหนังเท็กซัส
บริษัทสร้าง ศิลปภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง อรรถ อรรถไกวัลวที, พันคํา
ผู้พากย์ พันคํา

เค้าเรื่อง

“ดําเนินไปบนชายหาดชิดทะเล เจ้า หนุ่มรุ่นกระทงลูกน้ําเค็มนายหนึ่ง เอาแต่หาความสันหลัง ยาวใส่ตัวจนใคร ๆ หมิ่นเหม่ว่าเป็นคนไม่เอาถ่าน เกิด รับมือกับเสือร้ายซุ่มหน้าไว้ในหน้ากากแห่งย่านนั้น จน สามารถพิสูจน์ตัวได้ว่า แท้ที่จริงมันก็ชายชาติชาตรี เหมือนกัน หลังจากตามล้างตามสังหารกันหลายยก เพื่อ ชิงสาวรักที่อ้ายโจรฉุดไปข่มขืนคืนมาแล้ว ที่สุดฮีโร่เลือด ห้าวก็จบชีวิตตัวเองเพราะกระสุนปืนของสาวรัก โดย เข้าใจว่าเขาเป็นพวกปล้น เรื่องลงเอยโดยนางเอกสติ วิปริต ถึงขนาดฉีกแบ็งค์แล้วก็แก้ผ้าเดินลงทะเล”

นักแสดง
ชวาลา, วรนฎ, วิชิต ไวงาน

ที่มา หนังสือพิมพ์รายวัน สยามนิกร 28 มิถุนายน พ.ศ. 2493

 

 

 

ปางเสือไห้

ปางเสือไห้
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์

ฉายที่โรงหนัง ศรีบางลําภู
ผู้ประพันธ์ รุ่ง บางหลวง

 

 

 

บาปทรมาน

บาปทรมาน
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์

ฉายที่โรงหนัง ศรีอยุธยา
บริษัทสร้าง สองสหายภาพยนตร์
ผู้กํากับ สุรศักดิ์

นักแสดง
ม.ล. รุจิรา, มารศรี อิศรางกูร,
ล้อต๊อก, สมจิตต์ ทรัพย์สํารวย

 

 

 

นักโทษมหันต์

นักโทษมหันต์
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
ฉายที่ นาครสนุข
บริษัทสร้าง วิมลลักษณ์ภาพยนตร์
ผู้พากย์ ม.ล. รุจิรา

นักแสดง
เจริญ สุวรรณวารี
อิ่ม อุดมสวัสดิ์,
เสน่ห์ ธีรากรณ์
อารีย์ ส.แม่นดี
สุเทพ เทพพิชัย

 

 

 

ทุ่งนเรศวร

ทุ่งนเรศวร

ทุ่งนเรศวร
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
6 กันยายน 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง ภาพยนตร์พานิช
ผู้อํานวยการสร้าง สวาท เสถียร
ผู้กํากับ สวาท เสถียร, “พงษ์จันทร์”
ผู้เขียนบท “พงษ์จันทร์”
ผู้ถ่ายภาพ เปี่ยม ทองปรีชา
ผู้ประพันธ์เพลง “พันคํา”

เรื่องย่อ
ในอดีต ครูบ่าย เคยรวบรวมกําลัง ชาวบ้านแห่งทุ่งหงษาวดีร่วมกันต่อสู้กับกองโจรพม่า เป็น เวลาเดียวกับที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนําทัพตีค่าย หงษาวดี และได้ชัยชนะในที่สุด สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงเปลี่ยนชื่อจาก ทุ่งหงษาวดี เป็น ทุ่งนเรศวร พร้อมทั้งแต่งตั้งครูบ่ายเป็นหัวหน้าตําบล และให้ ครูเอม ขาบ ขอน ซึ่งเป็นทหารช่วยดูแลชาวบ้าน
ครั้นเวลาผ่านไป ครูบ่ายมีลูกศิษย์มากมาย หนึ่ง ในนั้นคือ ฝน ซึ่งรักอยู่กับ กุหลาบ ลูกสาวของครูบ่าย แต่ แล้ววันหนึ่ง ขาบกับขอนมาเยี่ยมครูบ่ายและเกิดถูกใจ กุหลาบกับ จําปา จึงหาเรื่องวิวาทกับฝนและ จิ้ม เป็น ประจํา ครูบ่ายอ่อนใจจึงขอให้ฝนบวชเรียนเพื่อสงบสติ อารมณ์
ในวันงานอุปสมบท ครูเอม ขาบ ขอน มาร่วม งานด้วย และพยายามพูดจายียวนยั่วโมโหฝน ขอนฉวย โอกาสที่กุหลาบอยู่คนเดียว ฉุดกุหลาบหวังจะปลุกปล้ำา แต่จิ้มมาช่วยไว้ทันและเกิดประดาบกับขอน ขอนสู้ไม่ได้ จึงไปใส่ร้ายว่าจิ้มจะฉุดกุหลาบ แพง แม่ของฝนกลัว เรื่องราวจะบานปลาย พยายามขอร้องให้สงบเรื่อง แต่ กลับถูกขาบทําร้ายฝนเลือดขึ้นหน้าหยิบดาบฟันขอนตาย

ฝนกับจิ้มจึงพากันหนีไปกบดานในป่า ขาบ ฉวยโอกาสนี้แอบอ้างชื่อฝนออกปล้นชาวบ้าน วันหนึ่ง ฝนกลับมาเยี่ยมแม่กับ น้อย น้องสาว ถึงเพิ่งรู้ว่ากุหลาบ จะเข้าพิธีแต่งงานกับขาบ ฝนตรงไปยังบ้านครูบ่ายเพื่อ ฉุดกุหลาบหนีไปด้วยกัน ขาบบุกมาบ้านฝนด้วยความเคียดแค้น แล้วลงมือข่มขืนน้อย ครูบ่าย ครูเอมรวบรวม ลูกศิษย์ออกตามจับฝน ฝนต่อสู้จนชนะและกราบขอโทษ ครูบ่าย และขอไปพบแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะไปรับ โทษตามอาญา

นักแสดง
ชัชวาลย์ โชติสุข
ลําเนา เดชณรงค์
เฉลิม บุณยเกียรติ
ประกอบ โพธิโสภณ
เสน่ห์ โกมารชุน
ขวัญ สุวรรณะ
สงวน กลิ่นหอม
สมพล กงสุวรรณ

ที่มา นิตยสารภาพยนตร์สาร กันยายน พ.ศ. 2493

ฉายวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2493

ทุ่งทมิฬ

ทุ่งทมิฬ

ทุ่งทมิฬ
ฟิล์ม 16 มม. / สี (ธรรมชาติ) / พากย์
24 พฤศจิกายน 2493
ฉายที่ เท็กซัส
บริษัทสร้าง ภาณุทัตภาพยนตร์
ผู้ประพันธ์ “บรรเลง” จากบทประพันธ์ เรื่อง จ้าวทุ่ง
ผู้กํากับ “พันธ์จันทร์”, “ชวาลา”
ผู้ถ่ายภาพ นิตย์ ยวงพานิช
ผู้พากย์ พันคำ

เค้าเรื่อง
“เป็นเรื่องชีวิตที่เป็นไปได้ของลูกชาว ทุ่งเป็นเรื่องของชายใจพระซึ่งถูกเหตุการณ์และเพื่อนฝูง บีบรัดข่มเหงให้เป็นโจร แต่เมื่อกลายเป็นโจรแล้วก็เป็น โจรที่เต็มไปด้วยความเมตตาจิตต์และต้องเผชิญกับบรรดา ศัตรูด้วยเล่ห์เหลี่ยมไหวพริบอย่างคมคายตลอดทั้งเรื่อง”

ทุ่งทมิฬ

นักแสดง
สมพงศ์ จันทรประภา
ภักดิ์ มหาสารินันท์
เพ็ญแข กัญจารึก

ที่มา หนังสือพิมพ์รายวัน พิมพ์ไทย 5 สิงหาคม พ.ศ. 2493

ฉายวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493

ทาสกบฏ (ทาสขบถ)

ทาสกบฏ (2493)

บทประพันธ์ ชั้น แสงเพ็ญ

ผู้กำกับ มารุต

นักแสดง
สมถวิล มุกดาประกร
แพรวพรรณ สถิตย์วงศ์
ศล พระขรรค์ชัย
สุจินต์ สว่างรัตน์

ฉายวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2493

ทหารใหม่

ทหารใหม่
ฟิล์ม 16 มม. / สี? / พากย์ /

ฉายที่โรงหนัง บางลําภู
บริษัทสร้าง ราชมิตร์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง พล.อ.อ. ทวี จุลละทรัพย์
ผู้กํากับ จอก ดอกจันทร์

นักแสดง
สมพงษ์ พงษ์มิตร
จันตรี สาริกบุตร
จอก ดอกจันทร์

ฉายวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2493

ต้นรักดอกโศก

ต้นรักดอกโศก

ต้นรักดอกโศก
ฟิล์ม 16 มม. / สี (วิจิตร) / พากย์
14 พฤศจิกายน 2493
ฉายที่ ศาลาเฉลิมบุรี
บริษัทสร้าง นครพิงค์ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง สนาน-วรรณภา
ผู้ประพันธ์ ส.คราประยูร
ผู้กํากับ “ทวีวรรณ”
ผู้เขียนบท “พรานบูรพ์”
ผู้ถ่ายภาพ วรรณบูลย์ พิทยาคม

เรื่องย่อ
ณรงค์ และ วิชัย สองเพื่อนรัก เดินทางมาหางานที่จังหวัดเชียงใหม่ บังเอิญเห็น สง่า ถูก กระชากกระเป๋าจึงไปช่วยเหลือ พร้อมนํากระเป๋ามาคืน สง่าที่บ้าน พอสง่ารู้ว่าทั้งสองกําลังหางาน จึงแนะนําให้ ณรงค์มาเป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชีส่วนวิชัยได้งานที่ลําปาง ทั้ง สองจึงแยกจากกัน

ณรงค์สนิทกับครอบครัวของสง่านับแต่นั้นมา สง่ามีลูกสาวสวยคนหนึ่งชื่อ สุรีย์ วันเวลาทําให้ทั้งสองรัก กัน ต่อมาสง่าเสียชีวิต ณรงค์ได้เลื่อนขั้นเป็นสมุห์บัญชี แทนสง่าเพราะความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร และได้ แต่งงานกับสุรีย์ในเวลาต่อมา ชอบ เพื่อนร่วมงานซึ่งเคย มาสู่ขอสุรีย์เกิดริษยาและแอบวางแผนร้ายอย่างเงียบ ๆ ไม่นานจึงเริ่มดําเนินตามแผนที่ตนวางไว้ โดยการว่าจ้าง เรณู มายั่วยวนณรงค์ ณรงค์หลงเสน่ห์เรณูอย่างถอนตัวไม่ขึ้น กลายเป็นคนสํามะเลเทเมา ทิ้งลูกเมีย ละเลยหน้าที่ การงานจนถูกพักงานเรณูทวงเงินค่าจ้างหลังจากปฏิบัติ แผนการสําเร็จ แต่ชอบบิดพลิ้วแถมตบหน้าเรณู เรณูฮีด สู้หยิบมีดแทงลงกลางหลังชอบจนเสียชีวิตและหนีไป

ณรงค์ถูกจับแล้วยังรับสารภาพผิดแทนเรณู ทําให้สุรีย์ต้องตกระกําลําบากหาเลี้ยงลูกด้วยการทําขนม จนถึงวันพิจารณาคดีเรณูมาปรากฏตัวที่ศาลและสารภาพ ว่าเป็นคนฆ่าชอบ ณรงค์จึงพ้นผิดและได้รับอิสรภาพเป็น เวลาเดียวกับที่วิชัยวิ่งรถด้วยความเร็วเพื่อให้มาทันฟังคํา ตัดสิน จึงชนณรงค์ซึ่งกําลังเดินเหม่อลอยจนเสียชีวิต โดย ไม่มีโอกาสเอ่ยคําขอโทษสุรีย์

นักแสดง
เชาว์ แคล่วคล่อง เป็น ณรงค์
วรรณภา วิเศษประภา เป็น สุรีย์
สนาน คราประยูร เป็น ชอบ
ลัดดา พึงจิตต์ เป็น เรณู
สมชาย ไชยาคํา

ที่มา สมุดภาพยนตร์ เรื่อง ต้นรักตอกโศก พ.ศ. 2493

ฉายวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com