โสมสลัว

โสมสลัว


โสมสลัว (2517)

บริษัทไทยสากลธุระกิจจำกัด
เสนอผลงานอันดับ 3 ในระบบ 35 ม.ม.ซูเปอร์ซีเนมาสโคป
ทุกคนรู้จักกันทั่ว “โสมสลัว” ของ “วัชรากร”
โสมสลัว

ของ วัชรากร
สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์
มารศรี อิศรางกูร, ทัต เอกทัต, เมตตา รุ่งรัตน์,
บุศรา นฤมิต, โดม สิงห์โมฬี, สมชาย สามิภักดิ์,
ภูษิต อภิมัน, เหมยฟ้า, มารศรี ณ บางช้าง
ร่วมด้วยดาราเกียรติยศ ศิริ ศิริจินดา และ ชาลี อินทรวิจิตร
ส.อาสนจินดา สร้างบทและกำกับการแสดง
สมศักดิ์ โตประทีป ถ่ายภาพ
บริษัทไทยสากลธุระกิจจำกัด จัดจำหน่าย

เสน่ห์บางกอก พ.ศ. 2524

เสน่ห์บางกอก พ.ศ. 2524


เสน่ห์บางกอก (2524)

มนต์เสน่ห์แห่งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและเสียงเพลง
เพื่อฉลอง 200 ปี กรุงรัตนโกสินทร์
เสน่ห์บางกอก

ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์
“คุณาวุฒิ” สร้างบทภาพยนตร์
สรพงศ์ ชาตรี เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
รอง เค้ามูลคดี นพดล ดวงพร
น้อย เฉยสวัสดิ์, สายจรัส สินธุจารุ, ชนิดา เปี่ยมสุวรรณ
และดาวไฉไลดวงใหม่ งามตา เลขะศิริ
ภราดร เล็กประเสริฐ กำกับการแสดง
พีแอนด์ซันส์โปรดักชั่น ดำเนินงานสร้าง
พิศมัย เล็กประเสริฐ อำนวยการสร้าง
วิเชียร เรืองวิทยกุล ถ่ายภาพ

-ใบปิดวาดโดย บรรหาร
– เสน่ห์บางกอก 2509

รักใคร่

รักใคร่


รักใคร่
ชื่ออื่น หนามดอกไม้ ของ โสภาค สุวรรณ

ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
พิสูจน์ความงอกงามของดวงใจ
คุณค่าใหม่ของความรัก
รัก…ใคร่
จากบทประพันธ์เดิม “หนามดอกรัก”
ของ โสภาค สุวรรณ
สันติสุข พรหมศิริ จินตหรา สุขพัฒน์
อรัญญา นามวงษ์, รัชนู บุญชูดวง, สมศักดิ์ ชัยสงคราม,
จุรี โอศิริ, นัฏอนงค์ กัญญรัตน์, น้ำผึ้ง แซมขุนทศ,
มณฑาทิพย์ แก้วประเสริฐ, พรรณธิกา ดาราพร, รุ่งมณี ศิริฤทธิ์,
นันทิยา ประสาททอง, พรพิไล อีสมิธ
ดารารับเชิญ จำรัส เศวตาภรณ์
เจริญ เอี่ยมพึ่งพร อำนวยการสร้าง
ศรีสุภลักษณ์ เวชวิรุฬห์ ผู้ช่วยผู้กำกับการแสดง
สุพจน์ อำนาจศศิธร ถ่ายภาพ-จัดแสง
คมสัน พงษ์สุธรรม บทภาพยนตร์-ลำดับภาพ-กำกับการแสดง


-ใบปิดวาดโดย อโศก
-รัชนู บุญชูดวงได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำสาขาผู้แสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม

บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ


บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ

ย้อนวันวานความประทับใจไปกับ “บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ” ภาพยนตร์คลาสสิกฟีลกู้ดในตำนาน ผลงานจาก Five Star ที่พร้อมจะพาคุณกลับไปสัมผัสกับบรรยากาศความอบอุ่น มิตรภาพ และความรักบริสุทธิ์แบบไทยๆ ที่หาดูได้ยากในยุคนี้!

🎬 ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้?

ความฮาสไตล์ "บุญชู" ที่คิดถึง: เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของก๊วนเพื่อนบุญชู นำโดยพี่ปองและเหล่าเพื่อนร่วมแก๊ง ที่เจอกันทีไรก็มีเรื่องป่วนๆ มุขตลกสุดฮา และความถ้อยทีถ้อยอาศัยที่ทำให้คุณอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง

ภารกิจสุดฮาเพื่อสิ่งแวดล้อมและหัวใจ: ในภาคนี้ เรื่องราววุ่นๆ เกิดขึ้นเมื่อต้องมาร่วมมือร่วมใจกันกอบกู้และอนุรักษ์ธรรมชาติ ปัญหาน้ำเน่าเสียหน้าบ้าน ที่กลายมาเป็นภารกิจระดับชาติของก๊วนเพื่อน ซึ่งสอดแทรกข้อคิดเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมไว้อย่างน่ารัก สะท้อนวิถีชีวิตริมน้ำแบบไทยๆ

เสน่ห์ของภาพยนตร์ไทยยุคคลาสสิก: นอกเหนือจากเสียงหัวเราะแล้ว หนังยังเปี่ยมไปด้วยความโรแมนติก ความอบอุ่นของมิตรภาพที่ไม่เคยเก่า และบรรยากาศสุดคลาสสิกที่ดูเมื่อไหร่ก็ชวนให้ถวิลหาความสุขแบบเรียบง่าย

หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์เติมพลังใจ ดูแล้วสบายใจ หัวเราะได้เต็มเสียง แถมยังได้ข้อคิดดีๆ “บุญชู 7” คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม! ลองไปหามารับชมแบบเต็มๆ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมภาพยนตร์ชุด "บุญชู" ถึงครองใจคนไทยมาได้อย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้ครับ

ผู้กำกับ : บัณฑิต ฤทธิ์ถกล

วันที่เข้าฉาย: 22 มกราคม 2536

ตัวอย่างภาพยนตร์ บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ

ละอองดาว 2507

ละอองดาว 2507

เรื่องย่อ:

กรกฎ เบญจรงค์(สมบัติ)เดินทางกลับจากอเมริกาทันที หลังจากได้รับข่าวการเสียชีวิตของ ดร.ไกร (พันคำ)ผู้เป็นบิดา ขุนอรรถวาที ทนายประจำตระกูลได้แจ้งให้ทราบถึงเงื่อนไขในพินัยกรรมว่า เขาจะได้รับมรดกก็ต่อเมื่อได้แต่งงานกับ ละอองดาว (พิศมัย) หญิงสาวที่มีศักดิ์เป็นน้องเลี้ยงที่ ดร.ไกร รับมาเลี้ยงไว้จากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง กรกฎเคยเจอกับละอองดาวไม่กี่วันก่อนที่เขาจะถูกส่งไปเรียนที่อเมริกาความทรงจำสุดท้ายของเขาที่มีต่อละอองดาวคือ เด็กหญิงตัวมอมแมม ขี้มูกเกรอะกรัง ตัวกลมเหมือนไหกระเทียม หน้าตาเหมือนเด็กเป็นโรค กรกฎรับไม่ได้กับเงื่อนไขในพินัยกรรม เพราะเขามี ผดาชไม (กิ่งดาว) นักร้องสาวสังคมจัดเป็นแฟนอยู่แล้ว เขาคิดว่าละอองดาวหวังสมบัติและประจบพ่อของเขาจนหลงเป็นเหตุให้ทำพินัยกรรมประหลาดนี้ขึ้น พินัยกรรมระบุว่าถ้าครบ 1 ปีละอองดาวเป็นฝ่ายตัดสินใจปฏิเสธการแต่งงานกับเขา หรือแต่งงานกับคนอื่นไปก่อนเงื่อนไขนั้นก็จะเป็นโมฆะ กรกฎก็จะได้รับมรดกทั้งหมด เขาจึงจ้าง ธัชชัย (ประจวบ)เพื่อนสนิทซึ่งเป็นทนายหนุ่มมาจีบละอองดาว เพื่อตัวเขาจะได้แต่งงานกับผดาชไมสมความปรารถนา

แต่เมื่อกรกฎได้เจอกับละอองดาวเขาก็ตะลึงไปกับความสวยของเธอ แต่ด้วยอคติจึงเข้าไปต่อว่าเธอว่าโลภมาก อยากได้สมบัติ และเขาจะไม่ยอมแต่งงานกับเธอ ละอองดาวแปลกใจเพราะไม่รู้เรื่องพินัยกรรมมาก่อน แต่เธอก็พร้อมจะหลีกทางให้ถ้าเขาไม่ต้องการ ธัชชัยมาทำความรู้จักกับละอองดาวแต่กรกฎกลับแสดงความหึงหวง ละอองดาวทำเย็นชากับเขาก็ยิ่งทำให้เขาหมั่นไส้จนมีการปะทะคารมกันอยู่บ่อยๆ ละอองดาวไปสมัครงานที่วังนภดลของ พระองค์เจ้าพราวนภางค์ นภดล (กัณทรีย์)อดีตราชินีอาณาจักรคีรีรัฐ หลังจากพระสวามีสิ้นพระชนม์จึงย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย เจ้าพราวนภางค์ถูกชะตากับละอองดาวเป็นอย่างมากจึงรับเข้าทำงาน เจ้าคำอินทร์ (รุจน์)ผู้มีศักดิ์เป็นหลานก็เกิดถูกชะตาเธอเหมือนกัน จึงอาสาไปรับไปส่งยิ่งทำให้กรกฎไม่พอใจ

ที่วังนภดลละอองดาวได้เห็นภาพวาดชายหนุ่มคนหนึ่ง ก็รู้สึกผูกพันอย่างประหลาด ต่อมาจึงได้รู้ว่าเขาคือ จักราชัย โอรสของเจ้าพราวนภางค์ ที่ถูกถอดยศเพราะมาหลงรักหญิงคนไทย ก่อนจะไปใช้ชีวิตเป็นกบฏใต้ดินที่ฝรั่งเศสและเสียชีวิตที่นั่น ขณะที่มีลูกสาวคนหนึ่งจักราชัยได้ฝากให้เพื่อนในเมืองไทยนำมาเลี้ยงดู ท่านชายสดายุ (อดุลย์)หลานชายของเจ้าพราวนภางค์กลับจากฝรั่งเศส และเคยรู้จักกับละอองดาวมาตั้งแต่อยู่ฝรั่งเศส จึงเชิญเธอไปร่วมงานบอลล์วันเกิดที่วังมยุรฤทธิ์ของท่านและในงานเลี้ยงถ้าหากหญิงคนไหนได้ออกเต้นรำกับท่านชายเป็นคนแรก คนนั้นก็คือคู่ครองของท่าน ผดาชไมหวังเกาะคนมีฐานะและชื่อเสียง เธอจึงหว่านเสน่ห์ท่านชายตลอดเวลา โดยไม่สนใจสายตาของกรกฎแม้แต่น้อย กรกฎเองก็คอยจับตาดูละอองดาว แต่เมื่อเห็นท่านชายสนใจเธอเขาก็รู้สึกดูด้อยค่าไปทันที ในงานเลี้ยงของท่านชายกรกฎดื่มเหล้าจัดย้อมใจอย่างประชดชีวิต
ผดาชไมเริ่มรู้ว่าละอองดาวเป็นคู่แข่งจึงตามไประรานให้ละอองดาวเลิกยุ่งกับกรกฎและทวงหนังสือปฏิเสธการแต่ง ละอองดาวจึงเขียนหนังสือยกเลิกสัญญาการแต่งงานและนำไปให้กรกฎ แต่เขากลับจุดไฟเผาสัญญานั้นเป็นจุณ ละอองดาวมีหนุ่มๆ ทั้งธัชชัย, เจ้าคำอินทร์ และท่านชายสดายุ มาใกล้ชิดทำให้กรกฎรู้สึกหึงหวง แต่ก็แสดงออกอะไรมากไม่ได้จึงได้แต่ตัดพ้อกับละอองดาวอย่างน้อยใจ ผดาชไมหาทางกลั่นแกล้งละอองดาวแต่ก็ทำให้เธอกับกรกฎได้อยู่กันตามลำพังบ่อยๆ กรกฎเศร้าหนักถึงกับกินเหล้าจัดจนกลายเป็นคนติดเหล้า ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ละอองดาวต้องมาคอยเฝ้าและสั่งคนในบ้านให้นำเหล้าไปซ่อนให้หมด แต่กรกฎก็อาละวาดหาเหล้ามากินจนได้ ผดาชไมแอบไปควงคู่กับพ่อเลี้ยงเชียงใหม่หวังเกาะคนรวย กรกฎจับได้คาหนังคาเขา และยังมีรูปเธอกับพ่อเลี้ยงประจานหราในหนังสือพิมพ์แต่เธอก็ไม่ยอมรับผิด ผดาชไมโกรธละอองดาวมากจึงจ่างมือปืนยิงปืนละอองดาวจนเธอได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายผดาชไมก็ถูกเมียหลวงของพ่อเลี้ยงตามมาเล่นงานสาดน้ำกรดใส่หน้าจนเสียโฉมไป

ดร.ไกรเขียนจดหมายทิ้งไว้ก่อนตาย พร้อมด้วยสร้อยล็อกเกตฝากไว้ที่ท่านขุนอรรถฯ บอกว่าเมื่อละอองดาวอายุครบ 25 ปีเมื่อไหร่ให้นำของสองสิ่งนี้มาให้เธอ กรกฎนำของนั้นมาให้ละอองดาวที่วังนภดล เจ้าพราวนภางค์เป็นคนเปิดอ่านจึงได้รู้ว่าละอองดาวเป็นหลานของท่านที่ตามหามานาน 25 ปี กรกฎเห็นว่าละอองดาวเป็นหลานของเจ้าผู้สูงศักดิ์ เขารู้ทันทีว่าฐานะของตัวเองห่างไกลกันนักจึงเดินคอตกกลับมาที่บ้าน ช่วงเวลานั้นทั้งกรกฎและละอองดาวพยายามทำตัวห่างเหินกันเพื่อตัดความสัมพันธ์ทางใจ สุดท้ายกรกฎก็ตัดสินใจเขียนจดหมายยกสมบัติทั้งหมดให้กับสาธารณกุศลและคิดออกบวช ส่วนละอองดาวได้รับฟังคำตักเตือนของท่านชายสดายุที่รู้ว่าเธอหลงรักกรกฎ แต่พยายามปิดซ่อนความรู้สึก ให้เธอทำตามที่หัวใจต้องการละอองดาวได้คิดจึงรีบไปหากรกฎที่บ้าน กลับพบจดหมายที่เขาเขียนทิ้งไว้และเดินทางไปบวชแล้ว เธอจึงรีบตามไปง้อและปรับความเข้าใจกัน

ข้อความบนใบปิด:

ละอองดาว (2507)

ภาพยนตร์สหนาวีไทย
พิศมัย วิไลศักดิ์
ขอเสนอความวิเศษสุด…สุดวิเศษ ใน
ละอองดาว
จากบทประพันธ์ ของ พนมเทียน
สมบัติ เมทะนี
รุจน์ รณภพ, อดุลย์ ดุลยรัตน์, ประจวบ ฤกษ์ยามดี,
กิ่งดาว ดารณี, บุษกร สาครรัตน์, เยาวเรศ นิสากร,
กัณฑรีย์ นาคประภา, จรัสศรี สายะศิลปี, ม.ร.ว.ประสิทธิ์ศักดิ์ สิงหรา,
พันคำ, ชาห์ณี ยอดชัย, สุวิน สว่างรัตน์,
สาหัส บุญหลง, จำรูญ หนวดจิ๋ม, แน่งน้อย, เดือนเพ็ญ
ฉลอง ภักดีวิจิตร ถ่ายภาพ
ส.อาสนจินดา กำกับ
สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ สร้าง

-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์


เพลงประกอบภาพยนตร์ ละอองดาว
ขับร้องโดย ฉลอง สิมะเสถียร
คำร้อง/ทำนอง : สง่า อารัมภีร

รจนายอดรัก พ.ศ. 2526

รจนายอดรัก พ.ศ. 2526


โลกแจ่มใส เมื่อหัวใจดิ้นได้…
ความสนุกทุกสิ่งวิ่งกันเข้าไปหา…
รจนายอดรัก

ของ…แมลงปอ
ละครคณะ “เกศทิพย์” จัดทำเป็นละครวิทยุ
พลสัณห์ ศรีหาผล กำกับการแสดง
พอเจตน์ แก่นเพชร เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ เทพ โพธิ์งาม
วิยะดา อุมารินทร์, สมภพ เบญจาธิกุล, สายัณห์ จันทรวิบูลย์,
เมตตา รุ่งรัตน์, ผจญ ดวงขจร, ยอดธง, พิภพ ภู่ภิญโญ,
สุวิน สว่างรัตน์, โพธิ์ทอง, สีหมอก, จิต แจ่มจันทร์, ด.ช.ปู จินดานุช
ขอแนะนำ รุ่งโรจน์ ศิริพันธ์
และ ภาวนา ชนะจิต
ดร.ทักษิณ ชินวัตร อุปการะ
ปรีชา จิตตรัตน์ ธุระกิจ
เสนาะ กระเช้าเพชร ลำดับภาพ-กำกับบท
ธีระ แอคะรัจน์ ถ่ายภาพ
ประสงค์ ตระการสัตยกุล อำนวยการสร้าง
พี.ที.ฟิล์ม จัดจำหน่าย

-ใบปิดวาดโดย ริ้ม

แว่วเสียงลมรัก

แว่วเสียงลมรัก


แว่วเสียงลมรัก (2517)

สุริยะเทพภาพยนตร์ โดย ไถง สุวรรณทัต
ภาพยนตร์ชีวิตรัก รอยรักเหมือนรอยเรือที่แยกน้ำ
แว่วเสียงลมรัก
จากเรื่องเดิม พระจันทร์ร้องไห้ ของ จำลักษณ์
ยอดชาย เมฆสุวรรณ เพชรา เชาวราษฎร์
พนม นพพร, โฉมฉาย ฉัตรวิไล, เมตตา รุ่งรัตน์,
คมน์ อรรฆเดช, กันทิมา ดาราพันธ์, รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง,
สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, โกร่ง กางเกงแดง,
จรูณ สินธุเศรษฐ์, สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต และดาราสมทบอีกมากมาย
สมวงษ์ สุวรรณทัต อำนวยการสร้าง
อัศนีย์ สุวรรณทัต ถ่ายภาพ
ภรณี สุวรรณทัต กำกับการแสดง
สุริยะเทพภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทวีป

แว่วเสียงยูงทอง

แว่วเสียงยูงทอง


แว่วเสียงยูงทอง (2508)

โอ เค.ภาพยนตร์ โดย
ชุดา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา อำนวยการสร้าง
ประทีป โกมลภิส กำกับการแสดง
ฉลอง กลิ่นพิกุล ถ่ายภาพ
ยูงทองห่วงหวงแววหางแห่งยูงเพียงใด
แว่วเสียงยูงทอง ภาพยนตร์ไทยสรรค์สร้าง
ให้เยี่ยมฟ้า เยี่ยงยูงเพียงนั้น…
แว่วเสียงยูงทอง
จากบทประพันธ์ของ รพีพร
นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี ภาวนา ชนะจิต
ขวัญใจ สะอาดรักษ์ ปรียา รุ่งเรือง แก่นใจ มีนะกนิษฐ์
และ สายนที
พูนสวัสดิ์ ธีมากร, หม่อมชั้น พวงวัน, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,
ล้อต๊อก, มาลี เวชประเสริฐ, แป๊ะอ้วน, จำรูญ หนวดจิ๋ม,
อบ บุญติด, ชูเตี้ย, ชนินทร, พีระพล, ถวิล, สัมพันธ์ ฯลฯ
เสรีภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

แว่วเสียงซึง

แว่วเสียงซึง

เรื่องย่อ:

ณ ที่โรงเรียนผาคํา กิ่งอําเภอแม่อาย จัง หวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านกําลังจัดงานต้อนรับ ศึกษาวุฒิ ศึกษาธิการอําเภอ และหมอเทวัญ (กําธร สุวรรณปิยะศิริ) หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ซึ่งเดินทางมารักษาชาวบ้านกิ่งอําเภอแม่อายชั่วคราว ในงานต้อนรับนี้มีครูคําฟ้า (เนาวรัตน์ วัชรา) และ ครูบัวโรย (จารุวรรณ ปัญโญภาส) ครูของโรงเรียนผาคํา พร้อมด้วยบัวลอย (กรดา โกญจนาท) พี่สาวของครูบัวโรยร่วมขบวนต้อนรับอยู่ด้วย เมื่อหมอเทวัญ และศึกษาวุฒิ เดินทางมาถึง ได้รับการต้อนรับจากชาวกิ่งอําเภอแม่อายและชาวไทยภูเขาเป็นอย่างดี ในงานนี้ครู คําฟ้า ได้แสดงการดีดซึง อันเป็นสัญญลักษณ์ของดนตรีพื้นเมือง จึงทําให้หมอเทวัญหลงรักครู คําฟ้า ส่วนศึกษาวุฒิได้ชอบพอกับบัวลอย และ บัวโรยก็หลงรักหมอเทวัญด้วย หมอเทวัญได้พยายามตามดักพบครูคําฟ้าด้วยความหลงรักที่หน้าโรงเรียนทุกวัน ในขณะที่หมอเทวัญกางเต็นท์เพื่อรักษาชาวกิ่งอําเภอแม่อาย

แจ้ง (จัมอิ่ม ศรทอง) เศรษฐีของกิ่งอําเภอแม่อาย ซึ่งหลง รักครูคําฟ้าอยู่ พยายามกีดกันหมอเทวัญทุกวิถีทาง แต่ไม่สําเร็จ ผลสุดท้ายครูคําฟ้าได้ตกเป็นของหมอเทวัญ และต่อมาทางราชการได้มีคําสั่ง ให้หมอเทวัญเดินทางกลับกรุงเทพฯ หมอเทวัญ จึงให้ศึกษาวุฒิ เป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอครูคําฟ้าจากยายของครูคําฟ้า ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูครูคําฟ้ามาตั้งแต่ เล็ก ๆ ด้วยความโอบอ้อมอารี และความดี ของหมอเทวัญ ในขณะที่อยู่รักษาชาวกิ่งอําเภอ แม่อาย และความรักแท้ที่มีต่อครูคําฟ้า จึงทําให้ยายไม่ขัดข้อง เป็นเหตุให้แจ้งไม่พอใจเป็นอย่างมาก ในที่สุดหมอเทวัญได้พาครูคําฟ้ามาเช่าบ้านอยู่ในกรุงเทพ ฯ เพราะไม่ต้องการให้คุณ หญิงสุนทรีย์ (อาภรณ์ ตาบองครักษ์ ) ผู้เป็นแม่รู้เรื่อง เพราะคุณหญิงสุนทรีย์ยังไม่ต้องการให้ หมอเทวัญแต่งงาน และจากการที่หมอเทวัญไปหาคําฟ้าบ่อย ๆ จนไม่ค่อยได้กลับบ้าน จึงทําให้คุณหญิงสุนทรีย์สงสัยมาก

เวลาผ่านไปจนกระทั่งครูคําฟ้าตั้งครรภ์ หมอเทวัญดีใจมาก วันหนึ่งหลังจากเลิกงานแล้ว หมอเทวัญและดุย (สมพงษ์ พงษ์มิตร) ซึ่งเป็นคนขับรถของหมอเทวัญ หมอเทวัญได้แวะซื้อของขวัญ เพื่อรับขวัญลูกซึ่งจะเกิดกับคําฟ้า เมื่อซื้อของขวัญเสร็จแล้ว ขณะที่หมอเทวัญเดินข้ามถนน ได้เกิดอุบัติเหตุถูกรถแท็กซี่ชน ถึงกับสลบไม่ได้สติ คุณหญิงสุนทรีย์รู้เรื่องจากคุยก็รีบไปเยี่ยมลูกชายที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง จากห่อของขวัญกล่องนั้นเอง จึงทําให้คุณหญิงสุนทรีย์ รู้ว่าลูกชายแอบไปมีเมียไว้แล้ว จึงคาดคั้นจากดยให้บอกความจริง ด้วยความเกรงกลัว ตุ่ยจึงบอกความจริงแก่คุณหญิงสุนทรีย์ ด้วยความรัก และห่วงลูกชาย คุณหญิงสุนทรีย์จึงหาทางกําจัด ครูคําฟ้า โดยให้คุยไปตามคมคาย (ปริม ประภา พร) สาวสังคมซึ่งสนิทสนมชอบพอกับคุณหญิงสุนทรีย์มาก เพื่อให้คมคายกําจัดคําฟ้าไปจากหมอเทวัญ โดยมีเงื่อนไขอยู่ว่า ถ้าคมคายทําสําเร็จจะได้ค่าตอบแทน 30,000 บาท คมคายซึ่งจัดเจนในเรื่องเช่นนี้อยู่แล้ว จึงรีบตกลงทันที คมคายได้หาเด็กเล็ก ๆ 3 คน ไปพบคําฟ้าที่บ้านเช่าแล้วอ้างกับคําฟ้าว่า เด็กทั้ง 3 คนนี้เป็นลูกของเธอซึ่งเกิดกับหมอเทวัญ และขอร้องให้คําฟ้าไปเสียจากหมอเทวัญ ซึ่งคําฟ้าเองก็หลงเชื่อ เพราะระยะนี้หมอเทวัญไม่ได้มาหาเธอเลยโดยเธอไม่รู้หรอกว่าขณะนี้หมอเทวัญ นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล คมคายได้ขโมยรูปของคําฟ้าและบังคับให้คําฟ้าเขียนจดหมายถึง หมอเทวัญ ในลักษณะว่า เธอมีชู้และไม่ขออยู่กับหมอเทวัญอีกต่อไป ด้วยความเสียใจคําฟ้าจึงได้ออกจากบ้านไป ในขณะที่เธอกําลังตั้งครรภ์อยู่ และด้วยความไม่เคยชินต่อกรุงเทพฯ ไม่รู้จะบากหน้าไปพึ่งใครที่ไหน ขณะที่เดินไปถึงท่าน้ำ ได้ เกิดเป็นลมตกลงไปในน้ำ บังเอิญชาวเรือผ่านมา พบเข้าพอดี ได้ช่วยเหลือเอาไว้

หมอเทวัญหลังจากได้หายเป็นปรกติและ กลับมาอยู่บ้านแล้ว จึงได้ทราบเรื่องจากคุณหญิงสุนทรีย์และคมคายว่าคําฟ้ามีชู้ โดยเอาหลักฐาน รูปถ่ายของคําฟ้าที่คมคายขโมยมาแล้วไปจ้างร้านถ่ายรูปให้อัดรูปคําฟ้านั่งคู่กับเสี่ยคนหนึ่ง พร้อมด้วยจดหมาย หมอเทวัญหลงเชื่อและโกรธคําฟ้ามาก จึงทําให้คมคายหักหลังคุณหญิงสุนทรีย์ โดยตัวเองหาทางยั่วยวนหมอเทวัญ เพื่อต้องการจะเป็นลูกสะใภ้คุณหญิงสุนทรีย์เสียเอง จนในที่สุดคมคายก็ได้เป็นเมียหมอเทวัญสําเร็จ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับคุณหญิงสุนทรีย์เป็น อันมาก

วันเวลาผ่านไป คําฟ้าพร้อมด้วยลูกได้เดินทางกลับกิ่งอําเภอแม่อายด้วยความช่วยเหลือจากชาวเรือผู้อารี เมื่อเธอไปถึงกิ่งอําเภอแม่อาย ปรากฏว่ายายของเธอได้ตายเสียแล้วด้วยความเสียใจและผิดหวัง คําฟ้าจึงได้อุ้มลูกไปที่หลุมฝังศพของยาย บังเอญคําพาใด้ยินเสียงของแจ้งซึ่งกําลังพูดอยู่กับหลุมฝังศพของยายว่า “ถ้าคําฟ้ายังอยู่ ยายก็คงยังไม่ตายหรอก บ้านนี้คําฟ้าเขาคงมีความสุขกับหมอเทวัญอยู่ที่กรุงเทพฯ นะยาย นะ” ซึ่งคําพูดของแจ้งนี้เองจึงทําให้คําฟ้าคิดฆ่าตัวตาย แต่ก่อนจะฆ่าตัวตายคําฟ้าได้เอาลูกน้อยของเธอไปติดกัณฑ์เทศน์ ซึ่งขณะนั้นในวัดกําลังมีเทศน์มหาชาติ หลวงพ่อที่วัดได้นําลูกของคําฟ้า ซึ่งเป็นผู้หญิงไปให้แม่เฒ่าบุญ (มาลี เวชประ เสริฐ) ชาวไทยภูเขาเป็นผู้เลี้ยงดูเอาไว้ โดยหลวงพ่อองค์นั้นได้ตั้งชื่อให้ เด็กน้อยคนนั้นว่า “เนตรดาว

ภัทราวุฒิ (สมบัติ เมทะนี) ลูกชายของ ศึกษาวุฒิกับบัวลอย รับราชการอยู่ที่ปักษ์ใต้ ได้ส่งภัทราวุฒิลูกชาย เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ โดยได้ไปพักที่บ้านหมอ เทวัญพร้อมกับจะโอด (ประจวบ ฤกษ์ยามดี ) เพื่อนของภัทราวุฒิและบัวโรยได้เดินทางมาพร้อม
หยมะ ซึ่งขณะนี้ได้ย้ายไปรับกับภัทราวุฒิ เพื่อมาเยี่ยมคําฟ้าเพื่อนรัก แต่เมื่อ มาถึงบ้านหมอเทวัญ หมอเทวัญได้เล่าเรื่องราวที่ คำฟ้ามีให้บัวโรยพึ่ง แต่บัวโรยไม่เชื่อจึงรีบเดินทางไปกิ่งอําเภอแม่อายเพื่อพิสูจน์ความจริง

ดารา (มาลาริน บุนนาค) ดาเรศ (โขมพัตร อรรถจินดา) ลูกสาวของหมอเทวัญและคมคาย ได้เกิดหลงรักภัทราวุฒิโดยหาทางยั่วยวนภัทราวุฒิ ต่าง ๆ นานา แต่ภัทราวุฒิไม่เล่นด้วยเพราะความนับถือหมอเทวัญ มาวันหนึ่งภัทราวุฒิได้รับจดหมายจากบัวโรย ให้เดินทางไปถึงอําเภอแม่อาย โดยให้ชวนหมอ เทวัญไปด้วย ทั้งนี้เพราะบัวโรยต้องการให้หมอ เทวัญพบกับเนตรดาว ลูกสาวของหมอเทวัญซึ่ง เกิดกับคําฟ้า

บนหมู่บ้านชาวไทยภูเขา เนตรดาว (อรัญญา นามวงศ์) มีเพื่อนสนิทชื่อสีแพร (เมตตา รุ่งรัตน์) พร้อมทั้งชะนี ซึ่งเป็นเพื่อนมาตั้งแต่เล็ก ๆ สมศักดิ์ (ชินกร ไกรลาศ ) น้องชายของสีแพร หลงรักเนตรดาวอยู่ รอด (แพน บรเพ็ด) หลานของแจ้งเป็นคนเกเรของกิ่งอําเภอแม่อาย ชอบขึ้นมาหาเรื่องบนดอยอยู่เนือง ๆ มาลัย น้องสาวของรอด ซึ่งเพชร (สังข์ทอง สีใส) หลงรักอยู่ พยายามมาติดพันอยู่เสมอ สร้างความไม่พอใจให้แก่รอดเป็นอย่างมาก

ในที่สุดหมอเทวัญ คมคาย ภัทราวุฒิ ฉะโอด ดารา ดาเรศ ดุ่ย ได้เดินทางไปถึงอําเภอแม่อาย และในคืนนั้นเองชาวไทยภูเขาได้จัดงานประจําปี ขึ้น เนตรดาวได้แสดงการดีดซึง โดยเฉพาะ เพลงที่ดีดซึงนั้นเป็นเพลงแห่งความหลังของหมอเทวัญกับคําฟ้า จึงทําให้หมอเทวัญเกิดสงสัยว่า ทําไมเนตรดาวจึงดีดซึงเพลงนี้ได้เพราะนัก บัวโรย ได้บอกกับหมอเทวัญว่า เนตรดาวคือลูกสาวของ หมอเทวัญซึ่งเกิดกับคําฟ้า ส่วนคมคายผู้รู้เรื่องนี้ดีได้แกล้งทําลายเหตุการณ์โดยการทําเป็นลมล้มพับไป จึงทําให้หมอเทวัญหันมาสนใจกับคมคายเสีย บัวโรยรู้ทันจึงได้วางแผนให้ภัทราวุฒิ ขึ้นมารับเนตรดาวที่กิ่งอําเภอแม่อายอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นภัทราวุฒิและฉะโอดได้เดินทางไปถึง อําเภอแม่อายเพื่อรับเนตรดาวให้ลงไปอยู่กรุงเทพฯ กับหมอเทวัญ ในการมาครั้งนี้เนตรดาวได้นำสีแพรและชะนีแสนรู้ลงมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย ตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านของหมอเทวัญซึ่งเป็นพ่อนั้น เนตรดาว สีแพร ถูกคมคาย ดารา ดาเรศ กลั่นแกล้งตลอดเวลา แต่ภัทราวและฉะโอดคอยช่วยเหลือเอาไว้ และทุกครั้งที่เนตรดาวถูกรังแก วิญญาณของคําฟ้าจะเข้าชะนีเพื่อป้องกัน และช่วยเหลือลูก เหตุนี้เองจึงทําให้สามแม่ลูก หาทางกําจัดชะนีโดยเอายาพิษใส่อาหารให้ชะนีกิน ส่วนยาพิษที่เหลือดาเรศได้วางแอบไว้ใน

วันหนึ่งหมอเทวัญได้รับเชิญให้ไปในงานบอลล์ของโรงพยาบาล โดยมคมคาย ดาราดาเรศ ภัทราวุฒิ ฉะโอด เนตรดาวและสีแพร ไปด้วย ในขณะที่นั่งรอเนตรดาวสีแพรแต่งตัวอยู่นั้น สามแม่ลูกได้วางแผนการเพื่อจะไม่ให้ เนตรดาว สีแพรไปในงานด้วย พอเนตรดาว สีแพร แต่งตัวเสร็จเดินออกมาที่ทุกคนนั่งรออยู่ สีแพรได้แต่งชุดชาวเขาเต็มยศ จึงถูกสามแม่ลูก พูดจาเยาะเย้ยถากถาง จนทําให้สีแพรทนไม่ได้ จึงตอบโต้ไปบ้าง เป็นเหตุให้สามแม่ลูกด่าว่า เนตรดาวและสีแพรว่าเป็นคนป่าเถื่อน และด่าว่า คําฟ้า แม่ของเนตรดาวจนทําให้เนตรดาวทนไม่ไหว จึงตบหน้าดาเรศ ตอนนี้เหตุการณ์ชุลมุนตบตีจึง เกิดขึ้น จนกระทั้งหมอเทวัญ ภัทราว ฉะโอด ได้เข้ามาห้าม แต่เรื่องไม่ได้ยุติเพียงเท่านั้น หมอเทวัญกลับตบหน้าเนตรดาว และด่าคําฟ้าแม่ของ เนตรดาวอย่างรุนแรง จึงเป็นเหตุให้เนตรดาว เสียใจมาก ถึงกับหนีออกจากบ้านหมอเทวัญเพื่อ เดินทางกลับกิ่งอําเภอแม่อายพร้อมสีแพรและชะนี

วันหนึ่งรอดบุกฉุดเนตรดาวที่บริเวณบ้าน สมศักดิ์เข้าขัดขวางเลยถูกรอดกับพวกแทงตาย เพชรแอบมาพบมาลัย รอดกับพวกเห็นจึงได้รุม ทําร้ายเพชร ภัทราวุฒิกับฉะโอดเดินทางมาตาม เนตรดาวกับสีแพรด้วยความหลงรัก เห็นเหตุการณ์จึงได้เข้าช่วยเพชรเอาไว้ ส่วนบัวโรยซึ่งไม่พอใจที่หมอเทวัญตบหน้าเนตรดาว จึงปรึกษากับภัทราวุฒิว่าจะเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเรื่อง

ภัทราวฆ์เห็นดีด้วย จึงรีบพาบัวโรยมากรุงเทพฯ

ของคําฟ้า ซึ่งบัวโรยได้รับรู้เรื่องจริงมาจากตุ่ย เพื่อพบหมอเทวัญ ในขณะที่บัวโรยเล่าเรื่องให้ หมอเทวัญฟังนั้น คุณหญิงสุนทรีย์พร้อมนายดุย ก็เข้ามาสารภาพและเปิดเผยเรื่องราวความจริงทั้งหมดให้แก่หมอเทวัญทราบ ทําให้หมอเทวัญ ตาสว่างและโกรธคมคายมาก ขณะนั้นเองคมคาย ซึ่งแอบได้ยินเรื่องราวทั้งหมดกําลังถูกเปิดเผย เกี่ยวกับความชั่วของตัวที่ทํากับคําฟ้า จึงได้ออก มาบอกกับหมอเทวัญว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะคุณหญิงสุนทรีย์เป็นผู้สร้างเหตุการณ์ขึ้น ขอให้ทุกคนลืมเรื่องนี้เสียให้หมด ไม่เช่นนั้นจะเอาหลักฐานที่คุณหญิงสุนทรีย์ติดต่อกับเธอไปให้ตํารวจ เทวัญโกรธคมคายมากถึงกับตบหน้าคมคาย จึงเป็นเหตุให้คมคายเสียใจมาก ถึงกับกินเหล้าจนเมามาย จึงทําให้คมคายปวดหัวมาก ด้วยความเมาคมคายได้ไปหยิบยาในตู้ยาเพื่อมากิน แต่หารู้ไม่ว่ายาที่หยิบมากินนั้นเป็นยาพิษที่ตัวเองซื้อมาให้ชะนีกัน ในที่สุดคมคายก็ถึงแก่ความตายเพราะยาพิษนั้น

เมื่อหมอเทวัญเข้าใจเรื่องราวตลอดแล้ว จึงได้เดินทางไปถึงอําเภอแม่อาย เพื่อไปรับ ลูกเนตรดาว การไปครั้งนี้ ภัทราว ฉะโอด และบัวโรยได้เดินทางไปด้วย เหตุการณ์ต่อไป จะเป็นอย่างไรนั้นก็เชิญพบ “แว่วเสียงซึ่ง”

ข้อความบนใบปิด:

แว่วเสียงซึง (2514)

กรุงเกษมภาพยนตร์
เสนอ ภาพยนตร์สโคป 35 ม.ม.สีอิสต์แมน เสียงในฟิล์ม
แว่วเสียงซึง
ชุติมา สุวรรณรัต สร้างเรื่อง และ กำกับ
สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์ พบดาราเกียรติยศ
กำธร สุวรรณปิยะศิริ คู่ เนาวรัตน์ วัชรา
ร่วมด้วย ประจวบ ฤกษ์ยามดี, เมตตา รุ่งรัตน์, จารุวรรณ ปัญโญภาส,
ปริม ประภาพร, โขมพัสตร์ อรรถยา, มาลาริน บุนนาก,
สมพงษ์ พงษ์มิตร, จุ๋มจิ๋ม ศรทอง, บีฟ, ลออ นพพรรณ,
ด.ช.ปรีชา เกิดกำแพง, ด.ช.เปีย, แป๊ะอ้วน, ก้อง เมืองกาญจน์, พิศ, กรลดา
ติดตามด้วยลูกทุ่งชื่อดัง
สังข์ทอง สีใส, ชินกร ไกรลาส, วันเพ็ญ เพ็ชรรุ่ง,
ฟัง 10 เพลงลูกทุ่งไพเราะ
พุทธชาติ อำนวยการสร้าง
จำลอง มักนันท์ ถ่ายภาพ
แก้วฟ้า สร้างบทภาพยนตร์
ละครวิทยุ โดย คณะแก้วฟ้า
เสรีภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

วุ่นที่สุด สะดุดรัก

วุ่นที่สุด สะดุดรัก


เอ.เอ็น.โปรดักชั่น เสนอ
ไวไฟ ไร้เดียงสา
“หัวใจ 100 ห้องของวัยรุ่น”

วุ่นที่สุด…สะดุดรัก

*ใบปิดวาดโดย ทองดี

ยุรนันท์ ภมรมนตรี พิม วัฒนพานิช วรรณิศา ศรีวิเชียร
นพรัตน์ ช่างสุพรรณ, ศศิธร ปิยะกาญจน์, จีระเดช,
ธงชัย ประสงค์สันติ, พรพรรณ เกษมมัสสุ,
ธีรวัฒน์ ทองจิตติ (ซูโม่สมชาย), แดง สี่ดาว
ก้องเกียรติ อัศวินิกุล ถ่ายภาพ
อำนวย พีระขำ ดำเนินงานสร้าง
พูนศรี วุฒิวัฒน์ อำนวยการสร้าง
“ไผ่สีทอง” กำกับการแสดง

 

วีรบุรุษสงคราม

วีระบุรุษสงคราม

วีรบุรุษสงคราม (2526)

เอ.พี.โปรโมชั่น เสนอ…
ไทย-ไต้หวัน-ฮ่องกง ร่วมกันสร้าง
สร้าง…วีรบุรุษ 
วีรบุรุษ…สร้างความยิ่งใหญ่ให้โลกจารึก
วีรบุรุษสงคราม
“สงครามให้ทั้งความพินาศ และความรัก”
สรพงศ์ ชาตรี-ฉิน ฮั่น-ปิยะมาศ โมนยะกุล-ถัง เต้า เหลียน
เฉิน ซิง, อุ้ย ผิง เอ้า, ฟาง เฟย เซิน, ปรียา รุ่งเรือง,
พิภพ ภู่ภิญโญ, สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต, เด๋อ-ดู๋-ดี๋
และผู้แสดงประกอบนับพัน
ธิติพันธุ์-ลีโอ กำกับการแสดง
บัณฑิต ฤทธิ์ถกล สร้างบทภาพยนตร์
เดวิด ลี ถ่ายภาพ

วิวาห์เงินผ่อน

วิวาห์เงินผ่อน (2518)

ศิริผลภาพยนตร์และการละคร โดย…ชาญ มาฬมงคล
วิวาห์เงินผ่อน
ของ…ศิราณี
ยอดชาย เมฆสุวรรณ นัยนา ชีวานันท์ กรุง ศรีวิไล
รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูล เพลินพรรณ เกียรตินิยม
ร่วมด้วย ศิริพงษ์ อิศรางกูร, สุประวัติ ปัทมสูต, อุ่นเรือน ธรรมานนท์,
เทียว ธารา, สมพงษ์ พงษ์มิตร, บุญมี, ธรรมศักดิ์, สยุมพร
จิระ ทัพพะวัฒนะ ถ่ายภาพ
เสนาะ กระเช้าเพชร กำกับการแสดง
เชาวลิต มาฬมงคล ดำเนินงานสร้าง
ชาญ มาฬมงคล-พิศาล อัครเศรณี อำนวยการสร้าง
ศิริผลภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ไทรทองโปสเตอร์

วิมานเสน่หา

 

วิมานเสน่หา

วิมานเสน่หา 
P.S.โปรโมชั่น
โดย ศิริเพ็ญ พละเดช
เสนอ ภาพยนตร์ชีวิต
สะท้อนสังคมยุคปัจจุบัน
วิมานเสน่หา
พระเอกวัยรุ่น วีระยุทธ รสโอชา
แก้ว พละเดช พบ เด๋อ-อีเหี่ยว
พิศมัย วิไลศักดิ์, เกชา เปลี่ยนวิถี, เปียทิพย์ คุ้มวงศ์,
ชุมพร เทพพิทักษ์, สมภพ พละเดช, ดุษฎี, พลับพลึง,
นาตยา สุขคำ, เดอะจั๊ก, ณิธิทา พละเดช และ ทัศนีย์ ชินวัตร
ศิริเพ็ญ พละเดช อำนวยการสร้าง
ประสิทธิ์ เกิดสมบุญ ดำเนินงานสร้าง
นิยม ปานปรีชา อุปการะ
ป้อมเพชร กำกับการแสดง
วีระมิตร สร้างเรื่อง
พิสันต์ ปลัดสิงห์ ถ่ายภาพ
*ใบปิดวาดโดย POJ


วิมานสลัม

วิมานสลัม

วิมานสลัม (2514)

67 การละครและภาพยนตร์ โดย สักกะ จารุจินดา
วิมานสลัม
35 ม.ม.สโคป สีอิสต์แมน
นำโดย สมบัติ เมทะนี
พบดาวรุ่งจอแก้ว ดวงดาว จารุจินดา
สายัณห์ จันทรวิบูลย์, เมตตา รุ่งรัตน์, รอง เค้ามูลคดี,
วัฒนา กีชานนท์, จรูญ สินธุเศรษฐ์, น้ำเงิน บุญหนัก
วีระ ดวงพัตรา-สมโภชน์ อัครพันธ์ ถ่ายภาพ
กมลา พูนประเสริฐ อำนวยการสร้าง

วิถีคนกล้า

วิถีคนกล้า
"วิถีคนกล้า" (Path of the Brave) — มหากาพย์ความยึดมั่น อำนาจ และศักดิ์ศรีที่คุณไม่ควรพลาด!
หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ไทยระดับขึ้นหิ้งที่เข้มข้นทั้งมิติของเนื้อหา ศิลปะการต่อสู้ และวิถีชีวิตชนกลุ่มน้อยอันทรงเสน่ห์ "วิถีคนกล้า" (Path of the Brave) คือหนึ่งในผลงานที่ไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง!

🎬 เรื่องย่อ:

เรื่องราวถ่ายทอดผ่านมิติแห่งความเชื่อ ศักดิ์ศรี และการแย่งชิงอำนาจระหว่างเผ่าพันธุ์ในดินแดนอันห่างไกล คำถามสำคัญที่ถูกตั้งขึ้นตั้งแต่ต้นคือ "วิถีของคนกล้า… ต้องเดินอย่างไร?"

เมื่อความกล้าไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เกรงขามหรือการมีอำนาจเหนือผู้อื่น หากแต่เป็นการพิสูจน์ตนเองท่ามกลางความขัดแย้ง สงครามระหว่างชนเผ่า คาถาอาคม ความศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการเข้ามาของโลกยุคใหม่ที่ใช้ "ปืน" และความเจริญทางวัตถุมาสั่นคลอนความเชื่อเดิม ศักดิ์ศรีของชายหนุ่มผู้นำเผ่าจึงถูกทดสอบด้วยเลือด น้ำตา และมิตรภาพ!

✨ 3 เหตุผลที่คุณต้องดูภาพยนตร์เรื่องนี้:

  • งานกำกับระดับครูโดย "ยุทธนา มุกดาสนิท"
ผู้กำกับระดับตำนานของไทยที่ถ่ายทอดมิติของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง งานภาพ สภาพแวดล้อม และบรรยากาศในเรื่องถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงและทรงพลัง

  • ฉากแอ็กชันชนเผ่าสุดตระการตา
พบกับการต่อสู้ด้วยดาบ ดาบยาว การควบหมากองทัพชนเผ่า และการประทะกันระหว่างศาตราวุธโบราณกับอาวุธสมัยใหม่ ที่ให้ความรู้สึกดุดัน สมจริง และเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์

  • สะท้อนความขัดแย้งระหว่าง "ความเชื่อ" กับ "ยุคสมัย"
หนังไม่ได้มีดีแค่ฉากต่อสู้ แต่ยังตั้งคำถามชวนคิดเกี่ยวกับวิถีชีวิต ความยึดมั่นในศักดิ์ศรี และความหมายที่แท้จริงของคำว่า "คนกล้า"


ข้อความบนใบปิด:

วิถีคนกล้า

ทำให้คนอื่นกลัว ทำให้ไม่กลัวคนอื่น

ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น เสนอ
ผลงานภาพยนตร์โดย ยุทธนา มุกดาสนิท
วิถีคนกล้า
PATH OF THE BRAVE
นำแสดงโดย นรินทร์ ทองคำ, ธิศวรรณ สุวรรณโพธิ์,

ณหทัย พิจิตรา, พุฒิชัย อมาตยกุล, จรัล มโนเพ็ชร,
พรศิล จันทนากร, คำรณ คุณะดิลก, สมพล กงสวรรณ
บทประพันธ์ มาลา คำจันทร์
บทภาพยนตร์ รัศมี เผ่าเหลืองทอง
ออกแบบงานสร้าง มานูเอล ลีทเกนฮอสท์
ออกแบบเสื้อผ้า เผ่าทอง ทองเจือ
กำกับภาพ สมชาย ลีนานุรักษ์
ถ่ายภาพ วิเชียร ดานาคแก้ว
ดนตรี ดนู ฮุนตระกูล, จรัล มโนเพ็ชร
ลำดับภาพ
นิดา สุทัศน์ ณ อยุธยา, บรรจง โกศัลวัฒน์, ม.ล.วราภา เกษมศรี
อำนวยการสร้าง เจริญ เอี่ยมพึ่งพร
กำกับการแสดง ยุทธนา มุกดาสนิท

 

วิมานไฟ(2512)

วิมานไฟ


วิมานไฟ (2512)

นพรัตน์ภาพยนตร์ เสนอ
…รักนั้นหอมและหวานปานอาหารทิพย์
แต่เมื่อรักนั้นเป็นพิษ ชีวิตก็เหมือนอยู่ใน…
วิมานไฟ
บทประพันธ์ของ กัญญ์ชลา
มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์
เมตตา รุ่งรัตน์, ศศิธร เพชรรุ่ง, ประจวบ ฤกษ์ยามดี,
สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย, ชาญ กัมปนาท, ชุมพร เทพพิทักษ์,
ทัต เอกทัต, พิภพ ภู่ภิญโญ, พฤหัส บุญหลง,
จุ๋มจิ๋ม ศรทอง, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ทองแถม
แสดงนำ
เนรมิต กำกับการแสดง
นพรัตน์ ศศิวิมลรักษ์ อำนวยการสร้าง
อนันต์ อินละออ ถ่ายภาพ
จินตนาฟิล์ม จัดจำหน่าย


*เกร็ด
-ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
-วิมานไฟเป็นบทประพันธ์ชื่อดังของกัญญ์ชลา หรือกฤษณา อโศกสิน (ผู้ประพันธ์เรื่อง เมียหลวง และสวรรค์เบี่ยง) มีเนื้อหาจัดได้ว่าแรงมากสำหรับในยุคนั้น พี่น้อง 3 คนหลงรักผู้ชายคนเดียวกัน ซึ่งผู้ชายคนนี้จงใจเข้ามาสร้างสัมพันธ์รักกับทั้ง 3 สาวเพื่อแก้แค้นเพราะพ่อของ 3 สาวทำให้ครอบครัวเขาต้องล้มละลาย จนสุดท้ายพี่น้องต้องฆ่ากันเอง (พี่คนโตฆ่าน้องคนเล็ก ส่วนนางเอกคือคนกลาง)
-สร้างเป็นหนังครั้งที่ 2 ในปี 2522 วินิจ ภักดีวิจิตร กำกับ แสดงโดย สรพงศ์ ชาตรี, อรัญญา นามวงษ์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ และพรพรรณ เกษมมัสสุ (เรียงลำดับตามผู้ที่แสดงเป็นพี่สาวคนโตจนถึงคนเล็ก)
-สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 5 ครั้งดังนี้
(ไม่ทราบปี) สอาด เปี่ยมพงษ์สานต์-นันทวัน เมฆใหญ่-อาพันธ์ชนิตร สุวรรณกร-กนกวรรณ ด่านอุดม
(ไม่ทราบปี) นิรุตติ์ ศิริจรรยา-นันทวัน เมฆใหญ่-กนกวรรณ ด่านอุดม-ศันสนีย์ สมานวรวงศ์
ปี 2523 ช่อง 9 พิศาล อัครเศรณี-พิราวรรณ ประสพศาสตร์-เดือนเต็ม ศาลิตุล-ศรีอาภา บางนารถ
ปี 2533 ช่อง 3 ฉัตรชัย เปล่งพานิช-ชุดาภา จันทเขตต์-จริยา สรณคมน์-รัชนก พูลผลิน
ปี 2548 ช่อง 5 ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์-นุสบา ปุณณกันต์-พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร-อรจิรา แหลมวิไล
(ในเวอร์ชั่นนี้เปลี่ยนชื่อเป็น เล่ห์ภุมเรศ ซึ่งเป็นชื่อของพระเอก)
-จากหนังเวอร์ชั่นแรกนี้เองที่ทำให้ศศิธร เพชรรุ่งได้พบรักและกลายมาเป็นภริยาคนสุดท้ายของมิตร ชัยบัญชาจนเขาเสียชีวิตในปี 2513

วิญญาณโลกีย์


วิญญาณโลกีย์ (2518)

รุ่งสุริยาภาพยนตร์ โดย
รังสี ทัศนพยัคฆ์ อำนวยการสร้าง และ กำกับการแสดง
นิยายประหลาด…ถ้าไม่เจอด้วยตนเอง
ก็ไม่เชื่อว่าเป็นจริง…
วิญญาณหญิงสิงสู่ เวียนว่ายอยู่ในทะเลโลกีย์
ล้างแค้นสาแก่ใจผู้สร้างเวร แล้วจึงจะสงบพบสุขติ…
วิญญาณโลกีย์
อุเทน บุญยงค์ น้ำเพ็ญ จีระจันทร์
มานพ อัศวเทพ รุ้งลาวัลย์ ศรีปฎิมากูร
ร่วมด้วย โขมพัสตร์ อรรถยา, อดินันท์ สิงห์หิรัญ, ประจวบ ฤกษ์ยามดี,
มาลี เวชประเสริฐ, ไกร ครรชิต, สุวิน สว่างรัตน์,
ชูศรี มีสมมนต์, เมฆ, เทียว ธารา, หมี, ล้อต๊อก
ดารารับเชิญ สมควร กระจ่างศาสตร์
มหสักดิ์ สารากร สร้างเรื่องและบทภาพยนตร์
นันทวัตร ผู้ช่วยกำกับการแสดง
พูลสวัสดิ์ ธีมากร ถ่ายภาพ
เสรีภาพยนตร์ โดย ปราโมทย์ฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย SOMDEJ

นางทาษ

นางทาษ

นางทาษ

ภาพยนตร์ไทยเรื่องเดียว ที่ชาวเบอร์ลินกล่าวขวัญถึงมากที่สุด เพราะคณะกรรมการตัดสินภาพยนตร์นานาชาติ แห่งประเทศเยอรมันกล่าวว่าประทับใจที่สุด

นางทาษ

ภาพยนตร์ 35 มม. เสียงในฟิล์ม สีอีสต์แมน

ภาพยนตร์ไทยเรื่องเดียวที่สร้างความประทับใจ
คณะกรรมการตัดสินภาพยนตร์นานาชาติมาแล้ว
ที่ประเทศเยอรมัน
บริษัทสหการภาพยนตร์ไทยจำกัด
ภูมิใจจัดเสนอ
นางทาษ
ภาพยนตร์ 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม สีอีสต์แมน
นำแสดงโดย
วิไลวรรณ วัฒนพานิช อดุลย์ ดุลยรัตน์ อรสา อิศรางกูร
สุพรรณ บูรณพิมพ์ ม.ร.ว.ประสิทธิศักดิ์ สิงหรา
กำจาย รัตนดิลก สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม ชื้นแฉะ
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณมงคลการ กำกับการแสดง
สะท้อนชีวิตจริง สมัยเมื่อครั้งรัชกาลที่ห้า
ซึ่งจะไม่มีเรื่องใดประทับจิตเท่าเรื่องนี้…
ท่านจะได้รับอรรถรสทั้งการดำเนินเรื่อง
ประเพณีและวัฒนธรรมอย่างไทยอันแท้จริง

18 มีนาคม 2498

เอ็มไพร์
บริษัทสร้าง ละโว้ภาพยนตร์
ผู้อํานวยการสร้าง หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา
ผู้ประพันธ์ วรรณสิริ จากนวนิยายชุด “สร้อยนพเก้า”
ผู้กํากับ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
ผู้พากย์ พันคํา

เรื่องย่อ นางทาษ

 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ณ บ้านเจ้าคุณสีหโยธิน ได้มีทาสใหม่มาคนหนึ่งชื่อ เย็น เป็นลูกสาว กํานันผู้ซึ่งติดการพนันจนต้องขาย ลูกสาวให้เป็นทาษ ด้วยความงามของเย็นทําให้เจ้าคุณ แต่งตั้งเป็น เมียทาษ จนเป็นที่อิจฉาของเหล่าอนุภรรยา โดยเฉพาะ สาลี่ เวลาผ่านไปคุณหญิงซึ่งเป็นภรรยาเอก กับเย็นได้ตั้งครรภ์ขึ้นพร้อม ๆ กัน เมื่อถึงกําหนดคลอด คุณหญิงได้บุตรชายแต่เสียชีวิตในทันที ส่วนเย็นได้บุตรสาว แต่ต้องจําใจยกลูกให้คุณหญิง โดยที่เจ้าคุณไม่มีโอกาส ได้รู้ว่าใครเป็นแม่ที่แท้จริงของ อุ่นเรือน

สาลี่พยายามก่อเหตุทําให้เย็นต้องถูกจําตรวน และถูกใช้ให้ทํางานอย่างหนักจึงไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับ อุ่นเรือนอีกเลย เมื่ออุ่นเรือนเริ่มเข้าวัยสาว โอฬาร เข้า มาพัวพันและลักลอบรักใคร่กันโดยที่เจ้าคุณและคุณหญิง ไม่รู้ จนกระทั่งเจ้าคุณแนะนําหนุ่มชาวจีนให้มาสู่ขอ อุ่นเรือน สาลี่จึงยุให้อุ่นเรือนหนีตามโอฬาร ส่วนตัวเอง สมคบกับ คล้อย ชู้รักวางแผนลักพาตัวอุ่นเรือนไปเรียก ค่าไถ่ เย็นรู้เรื่องเข้าจึงออกขัดขวางจนเกิดเรื่องอื้อฉาวไป ทั้งบ้าน สาลี่ใส่ความเย็นทําให้เจ้าคุณสั่งจําหลักเย็นเพื่อ เฆี่ยนหลัง ฝ่ายโอฬารก็ได้รู้เรื่องว่าอุ่นเรือนและเย็น กําลังจะได้รับโทษจึงรีบตรงไปหาเสด็จในกรมให้มาช่วยเหลือ

นักแสดง

วิไลวรรณ วัฒนพานิช เป็น เย็น
สุพรรณ บูรณะพิมพ์ เป็น สาลี่
สถาพร มุกดาประกร เป็น สีหโยธิน
กําจาย รัตนดิลก เป็น คุณหญิง
แพรวศิริ บุญแก้ว เป็น อุ่นเรือน
พระดรุณรักษา เป็น ยุ้ย
ชั้น เฉิดฉวี เป็น พุ่ม
จุรัย เกษมสุวรรณ เป็น โอฬาร
สุคนธ์, ชื้นแฉะ, ซาเล้ง, เล็ก อําเที่ยงตรง, สุวพจน์, อรุณี จุลกะ, นิภา, เดนนี่, อรอุษา, เอมอร 




ในสวนรัก 2514

ในสวนรัก 2514


ในสวนรัก (2514)

ศรีกรุงภาพยนตร์ เสนอ
ภาพยนตร์ชีวิต รัก ตลก
ขนาด 35 ม.ม. สโคป สีอิสต์แมน
ด้วยเสียงอันแท้จริงของดาราทุกคน
ในสวนรัก
บทประพันธ์ของ พรานบูรพ์
นำโดย สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์
ร่วมด้วย รุจน์ รณภพ, ประจวบ ฤกษ์ยามดี,
เมตตา รุ่งรัตน์, สีเทา, ฑัต เอกฑัต,
โขน หมอผี, สังข์ทอง สีใส, มนัส บุณยเกียรติ,
สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, เตือนใจ บุญพระรักษา, ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร
ดาราเกียรติยศ วีระพงษ์ สังคปรีชา, สินีนาฏ โพธิเวส, ไกร ครรชิต
ท่านจะได้ฟังเพลงอันไพเราะทั้งลูกทุ่งและลูกกรุง
มีเพลงเอก 14 เพลง
สมบัติ เมทะนี และ รุจน์ รณภพ
ร่วมกันกำกับเป็นเรื่องแรก
ชายชาญ วสุวัต อำนวยการสร้าง
ดนตรีประกอบทั้งเรื่องโดย กังวาล ชลกุล
วงดนตรีศรีกรุง
สยามฟิล์ม จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

นางสาวโพระดก

 

นางสาวโพระดก

กำกับโดย คุณาวุฒิ

สร้างโดย แหลมทองภาพยนตร์ 

นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา, พิศมัย วิไลศักดิ์

ความยาว 138นาที

บทประพันธ์ สุวัฒน์ วรดิลก

เรื่องย่อ:

สาวน้อย โพระดก สกุณา ผู้เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ หลังจากบิดาถึงแก่กรรม คุณหญิงพิณ มารดาของเธอได้แต่งงานใหม่กับ อาทร ผู้รักโพระดกเสมอลูกสาว กระทั่งวันหนึ่ง อาทรมีอันจากไป เหตุการณ์จึงพลิกผันให้โพระดกต้องไปยังไร่กระต่ายเต้น และได้พบกับ ศล ทองปราย ทนายความชาวไร่รูปงาม

ฉายเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2508 ณ โรงภาพยนตร์ ศาลาเฉลิมกรุง

เป็นภาพยนตร์ฟอร์มดีแห่งยุคที่รวบรวมเหล่านักแสดงชั้นนำไว้อย่างคับคั่ง นำโดย มิตร ชัยบัญชา,พิศมัย วิไลศักดิ์ ร่วมด้วย วิไลวรรณ วัฒนพานิช, โสภา สถาพร, น้ำเงิน บุญหนัก, อดุลย์ ดุลยรัตน์, เยาวเรศ นิสากร, ศรินทิพย์ ศิริวรรณ และ ประจวบ ฤกษ์ยามดี

จากผลงานการแสดง ของมิตร ชัยบัญชา ตลอดชีวิตการทำงาน "นางสาวโพระดก" คือหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ และเป็นหลักฐานทางศิลปวัฒนธรรมภาพยนตร์ไทยที่สมควรได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างยิ่ง

นางสาวโพระดก พ.ศ. 2524
นางสาวโพระดก ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2530

นางไม้ 2508

นางไม้


นางไม้ (2508)

สนั่นศิลปภาพยนตร์ ทุ่มเงินล้าน สร้าง
นางไม้
ของ…ประพันธกรตุ๊กตาทองพระราชทาน รพีพร

สมบัติ เมทะนี ภาวนา ชนะจิต
เมตตา รุ่งรัตน์ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์

ร่วมด้วย พร ไพโรจน์, อภิญญา วีระขจร, โยธิน เทวราช,
จุรีรัตน์, เยาวเรศ นิสากร, มาลี เวชประเสริฐ,
หม่อมชั้น พวงวัน, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, สิงห์ มิลินทราศัย,
สุวิน สว่างรัตน์, ไสล พูนชัย,พูนสวัสดิ์ ธีมากร,
จรูญ สินธุเศรษฐ์, สัมพันธ์, อบ บุญติด ฯลฯ

สนั่น จรัสศิลป์ อำนวยการสร้าง
สมชาย จันทวังโส ถ่ายภาพ
ประทีป โกมลภิส กำกับการแสดง
*ใบปิดวาดโดย เปี๊ยกโปสเตอร์

 

 

 

แดร็กคูล่า&ปอบ

 เรื่องย่อ: เมื่อท่านเคานต์ข้ามโลก มาจอยความหลอนกับปอบไทย

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นอย่างวุ่นวาย เมื่อ "ดร.ไกรศักดิ์" นักวิทยาศาสตร์สุดเพี้ยน ได้ทำการส่งพัสดุกล่องใหญ่ยักษ์ตรงมาจากต่างประเทศ แต่ใครจะไปนึกว่าสิ่งทีอยู่ข้างในกล่องนั้น ไม่ใช่เครื่องมือวิทยาศาสตร์ทั่วไป... แต่เป็นโลงศพที่บรรจุร่างของ "แดร็กคูล่า" ผีดิบดูดเลือดตัวพ่อส่งตรงจากยุโรป!

แต่ความซวยของชาวบ้านยังไม่หมดแค่นั้น เพราะในเวลาไล่เลี่ยกัน หมู่บ้านแห่งนี้ก็กำลังเผชิญหน้ากับความสยองขวัญสั่นประสาทจาก "ผีปอบ" เจ้าถิ่นสายเขมือบไส้ที่ออกอาละวาดจนชาวบ้านขวัญผวา เกิดคดีฆาตกรรมปริศนาที่ชวนหัวจะปวด เมื่อศพรายหนึ่งมีรอยเจาะที่คอ (เหมือนโดนดูดเลือด) แต่ท้องกลับทะลุและไส้หายไป! งานนี้ทำเอา "หมวดวุฒิ" และ "จ่าเชิม" ตำรวจท้องที่ต้องกุมขมับสะเด็ดน้ำกับการตามล่าฆาตกรที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนธรรมดา

เมื่อสองผีต่างสายพันธุ์—ตัวหนึ่งโหยหาเลือดสดๆ อีกตัวอยากซดไส้พุง—ดวงดันมาสมพงษ์จนจับพลัดจับผลูมาเจอกัน แทนที่จะสู้กัน พวกมันกลับทำสัญญาเป็น "พันธมิตรสายหลอน" ร่วมมือกันออกล่าเหยื่อ! แดร็กคูล่าดูดเลือดเสร็จ ปอบสอยไส้ต่อ... แท็กทีมกันแบบ Perfect Match จนความเดือดร้อนตกมาอยู่ที่หมวดวุฒิ ที่ถึงขั้นต้องวางแผนเอา "คนรัก" ของตัวเองมาเป็นเหยื่อล่อเพื่อกระชากหน้ากากความสยองนี้ให้ได้!

ทำไมเรื่องนี้ถึงห้ามพลาด?

นี่คือความบันเทิงยุคก่อนที่ผสมผสานความสยองขวัญแบบหนังสยองยุค 90s เข้ากับมุกตลกคาเฟ่จังหวะโบ๊ะบ๊ะสไตล์ไทยๆ ได้อย่างลงตัว มาร่วมลุ้นกันว่า แผนการใช้เหยื่อล่อของตำรวจจะสำเร็จไหม? แล้วพันธมิตร แดร็กคูล่า & ปอบ จะถูกปราบด้วยวิธีไหน?


วิญญาณรักแม่นาคพระโขนง

 🎬 เรื่องย่อ: รักแท้ไม่ตาย… แต่วิญญาณไม่ยอมปล่อย!

เรื่องราวเริ่มต้นจากความรักบริสุทธิ์ระหว่าง "มาก" ชายหนุ่มผู้ขยันซื่อสัตย์ และ "นาค" หญิงสาวแสนสวย  แต่เส้นทางรักของทั้งคู่กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อฝ่ายแม่ของนาคและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นต่างพยายามกีดกัน พร้อมบีบบังคับให้นาคต้องแต่งงานกับลูกชายกำนันทั้งสองจึงตัดสินใจหนีตามกันไปเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ คลองพระโขนง เพื่อสร้างครอบครัวอันแสนอบอุ่นด้วยกัน


ความสุขของทั้งสองทวีคูณยิ่งขึ้นเมื่อนาคเริ่มตั้งครรภ์ลูกคนแรกทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อมากต้องถูกเกณฑ์ทหารไปทำหน้าที่ในเมืองไกล ทำให้ต้องจำใจทิ้งเมียรักที่ท้องแก่ไว้เพียงลำพัง [41:43] และแล้วเหตุการณ์สะเทือนใจก็เกิดขึ้น เมื่อนาคต้องเจ็บท้องคลอดลูกอย่างทนทุกข์ทรมาน และสิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง (ตายทั้งกลม) 


แต่ทว่า… แรงรักและแรงอาลัยอันลึกซึ้ง ทำให้นาคไม่ยอมไปสู่สุขติ! ดวงวิญญาณของเธอยังคงสิงสู่อยู่ที่บ้านเรือนไทยริมคลองพระโขนง เพื่อเฝ้ารอคอยการกลับมาของสามีสุดที่รัก [01:02:03] เมื่อมากเดินทางกลับมาจากเกณฑ์ทหาร เขาก็พบกับเมียและลูกที่รอคอยอยู่อย่างปกติ โดยที่ไม่รู้เลยว่าหญิงสาวที่เขากอดอยู่นั้น… ไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว!

✨ ทำไมถึงไม่ควรพลาดชม?

ความรักสุดหลอนแต่ซาบซึ้ง: สัมผัสบรรยากาศความรักที่ปนเปด้วยความหวาดกลัว ชาวบ้านต่างพยายามเตือนมากถึงความจริง  ในขณะที่วิญญาณแม่นาคก็ทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องความรักและไม่ให้ใครมาแยกเธอออกจากสามี ]

มนต์เสน่ห์หนังผีไทยยุคคลาสสิก: การดำเนินเรื่องเข้มข้น มีทั้งฉากหลอน สยองขวัญ และสอดแทรกมุกตลกตามสไตล์หนังไทยยุคเก๋าไว้อย่างลงตัว 

👉 สามีจะรู้ความจริงเมื่อไหร่? และความรักที่ก้าวข้ามความตายนี้จะลงเอยอย่างไร? ติดตามหาคำตอบและรับชมความคลาสสิกได้ทาง YouTube: วิญญาณรักแม่นาคพระโขนง


นักเลงเรียกพ่อ

 เรื่องย่อ: นักเลงเรียกพ่อ 🎬🔫🔥

เมื่ออิทธิพลมืดครอบงำพื้นที่ด้วยคราบของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่ร่วมมือกับแก๊งมิจฉาชีพดักปล้นรถทัวร์ สร้างความสะเทือนขวัญและเดือดร้อนไปทั่วทุกสารทิศ ความล้มเหลวในการจับกุมทำให้ "สารวัตรเชิดชัย" (นำแสดงโดย สรพงศ์ ชาตรี) นายตำรวจมือปราบสายโหดฉายา "มือแดง" ถูกย้ายเข้ามาประจำการเพื่อล้างบางซุ้มมือปราบและผู้มีอิทธิพลเหนือกฎหมายให้สิ้นซาก

แต่การกวาดล้างครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อฝ่ายอิทธิพลมืดมีทั้ง "เวทย" (นำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล) นักเลงมือดีเพิ่งพ้นโทษ พร้อมด้วยสายสืบหนอนบุดในกลุ่มตำรวจ คอยส่งข่าวและหักเหลี่ยมเฉือนคมกันอยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น เกมการเมืองท้องถิ่นยังใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือ ปลุกกระแสต่อต้านสารวัตรมือปราบเพื่อบดบังความชั่วร้ายของตนเอง!

เมื่อความจริงและความแค้นเริ่มพัวพัน สายสัมพันธ์ระหว่างนักเลง กฎหมาย และผู้หญิงที่อยู่ตรงกลางอย่าง "ธัญญา" เริ่มซับซ้อนขึ้นทุกขณะ การต่อสู้ปะฉะดะด้วยปืน ลุยระห่ำด้วยชั้นเชิงนักเลง และการหักเหลี่ยมเฉือนคมจึงเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด!

ศึกครั้งนี้ ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังแก๊งอิทธิพลมืดที่แท้จริง? และสารวัตรมือปราบจะล้างอำนาจมืดลงได้หรือไม่? ติดตามความมันส์ระดับคลาสสิกของภาพยนตร์แอ็กชันไทยยุคทองได้ใน "นักเลงเรียกพ่อ" 💥📽️

📌 รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง - นักเลงเรียกพ่อ

บ้านผีสิง

 🎬 เรื่องย่อ: บ้านผีสิง

เรื่องราวเริ่มต้นจากคำสัญญาและความรักอันแน่นแฟ้นระหว่าง ฝ้าย (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) และ พิไล ที่ฟันฝ่าอุปสรรคจนได้ครองคู่และกำเนิดลูกชายตัวน้อย แต่ความสุขกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีมือที่สามและผู้คนในหมู่บ้านคอยจองหงอรังควาน

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อพิไลต้องจบชีวิตลงอย่างมีเงื่อนงำ... ทว่าด้วยความรัก ความผูกพัน และความเป็นห่วงลูกน้อยกับสามี ทำให้วิญญาณของพิไลยังคงวนเวียนไม่ยอมไปไหน และปรากฏตัวดูแลครอบครัวราวกับยังมีชีวิตอยู่!

เมื่อเสียงลือเสียงเล่าอ้างเริ่มสะพัดว่า "พิไลกลายเป็นผี" คนในหมู่บ้านและผู้เป็นแม่ของฝ้ายจึงพยายามทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการนิมนต์พระ นำหมอผีมาปราบ หรือใช้พิธีกรรมต่าง ๆ เพื่อขับไล่วิญญาณออกจากบ้าน ในขณะที่เหล่าวายร้ายและชาวบ้านต่างพากันวิ่งหนีผีกันชวนอลหม่าน!

👻 ทำไมถึงไม่ควรพลาด?

ความหลอนปนความตลกสุดคลาสสิก: มุกวิ่งหนีผีฉากหลบใต้ตู้/ลงน้ำ สไตล์หนังผีไทยยุคคลาสสิกที่ได้ตลกตัวเก๋าอย่าง หม่ำ จ๊กมก มาร่วมสร้างสีสันและความฮากระจาย

ซาบซึ้งในสายสัมพันธ์: สะท้อนความรักของแม่และความผูกพันของครอบครัวที่ไม่ยอมตัดขาดแม้กระทั่งความตาย

วิญญาณของพิไลจะสามารถปกป้องลูกและสามีจากความอิจฉาริษยาและพิธีกรรมปราบผีได้หรือไม่?

📌 ร่วมพิสูจน์ความรักและความอลหม่านเต็มเรื่องได้ฟรีที่นี่:

🎬 หนังผีไทยในตำนาน – บ้านผีสิง 



นำแสดงโดย: เอกพัน บรรลือฤทธิ์, รักษ์สุดา สินวัฒนา, หม่ำ จ๊กมก

นางไม้ 2538

นางไม้ 2538

🎬 "นางไม้" (2538) – มนต์เสน่ห์แห่งป่าลึก สาบสวาท และความหลงใหลสุดคลาสสิก

เรื่องย่อ:

ยามที่ตัณหาของมนุษย์ถักทอร้อยเรียงเข้ากับความเร้นลับแห่งพงไพร... "เพชร" ชายหนุ่มผู้ต้องเผชิญกับข่าวร้ายเมื่อกลับมาพบว่ามารดาได้เสียชีวิตลง พร้อมกับทิ้งภาระอันหนักอึ้งไว้ เมื่อที่ดินผืนสุดท้ายของครอบครัวถูกนำไปจำนองไว้กับ "เสี่ยฮ้ง" ผู้ทรงอิทธิพลในท้องถิ่น มิหนำซ้ำ "แพรว" น้องสาวเพียงคนเดียว ยังต้องจำใจไปทำงานเป็นคนรับใช้ขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้สินอย่างไม่เป็นธรรม

ในยามที่มืดแปดด้านและสิ้นไร้ทางออก เพชรได้หันหน้าเข้าหาความเชื่อลี้ลับตามคำบอกเล่า จนกระทั่งได้พบกับ "ดาว" หญิงสาวเลอโฉมผู้มีเสน่ห์ชวนหลงใหล ทว่าเธอหาใช่มนุษย์ธรรมดา... แต่เป็น "นางไม้" ผู้สิงสถิตอยู่ ณ ต้นไม้ใหญ่ในป่าลึก สายสัมพันธ์อันเร่าร้อน ซาบซ่าน และความผูกพันลึกซึ้งจึงเริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างชายหนุ่มผู้โชคไร้กับวิญญาณนางไม้ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ [38:23]

ทว่าความสงบสุขกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อกิเลสตัณหาและความโลภของมนุษย์ยังไม่จบสิ้น ฝ่ายเสี่ยฮ้งและก๊วนลูกน้องไม่เพียงมุ่งหวังจะยึดครองผืนดิน แต่ยังพยายามรังแกน้องสาวของเขา พร้อมทั้งนำไสยศาสตร์และอาคมมืดมาคิดทำลายล้างสยบพลังของนางไม้ [01:02:43]

ความรักและความผูกพันที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างคนและสิ่งลี้ลับ จะสามารถเอาชนะอิทธิพลมืด ความโลภ และตัณหาของมนุษย์ได้หรือไม่? มาร่วมสัมผัสกลิ่นอายหนังผีไทยอมตะสุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยความลึกลับ เสน่หา และตำนานพงไพรชวนติดตามได้ใน "นางไม้" (2538)! 🌲✨

🎬 หนังผีไทยอมตะสุดคลาสสิก - นางไม้  (2538) ความลึกลับในป่า สาบสวาท กลิ่นอายของตัณหาและความหลงใหล

ข้อความบนใบปิด:

นางไม้ (2538)

“กลิ่นอายของภูต” “กลิ่นสาบสวาท”
“กลิ่นอายของตัณหา”
กู๊ดวินโปรดักชั่น เสนอ
นางไม้
สุริยา สุริยงค์, จิดาภา ดำรงค์ฤทธิ์, บิลลี่หงัด เหงือกงาม,
แพรว พร้อมพงษ์, ยุ้ย ยิ้มสยาม, เปี๊ยก ยิ้มสยาม,
สมศักดิ์ อ่อนวิมล, ปาริชาติ คงทอง, เก่ง วัชรา,
ทวี จันทิมาธร, กานดา สิมาภรณ์
สายันต์ สินบัว สร้างบทภาพยนตร์-ลำดับภาพ
พิภพ สุคันธปรีย์ ผู้ช่วยกำกับการแสดง
บุญยัง ผิวงาม ถ่ายภาพ
กู๊ดวินโปรดักชั่น อำนวยการสร้าง
ชาย อุปัติสิงห์ ดำเนินงานสร้าง
สรพล อุระชื่น กำกับการแสดง
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
 

 

 

ผีหนีหลุม

 ผีหนีหลุม (2534)

เรื่องย่อ:

เรื่องราวสุดอลเวงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "ชายธง" (รับบทโดย ธงชัย ประสงค์สันติ) สัมภเวสีหนุ่มสุดยุ่งเหยิง พร้อมด้วยเหล่าผีบริวาร ต้องพากันอพยพหลบหนีความเจริญและเสาเข็มคอนกรีตจากเมืองกรุง ออกมาสร้างหลุมรังรักและอาศัยอยู่ใต้ดินบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่แถบชานเมือง

ทว่าดินแดนที่เขาคิดว่าเป็นสุขาวดีกลับไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิด! เมื่อพื้นที่ตรงนั้นติดกับบ้านของ "ยศ" (รับบทโดย เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์) หนุ่มหัวหน้าวงแตรวงสุดครื้นเครง ที่กำลังมีปัญหาระหองระแหงกับบ้านเพื่อนบ้านข้างเคียง เนื่องจากเสียงซ้อมแตรวงไปรบกวนอาการป่วยของผู้ใหญ่บ้านฝั่งตรงข้าม แถมเรื่องยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีกเมื่อฝั่งลูกๆ ของทั้งสองบ้านดันแอบมีความรักต่อกัน

เพื่อแลกกับการได้อยู่อาศัยในหลุมอย่างสงบ ชายธงจึงเสนอตัวเป็นผีเฝ้าบ้านและคอยช่วยเหลือยศในเรื่องต่างๆ แต่ยิ่งช่วยก็เหมือนยิ่งวุ่น! เมื่อวิญญาณผีหนุ่มจอมกะล่อนต้องคอยหัวหมุนจัดการทั้งเรื่องหัวใจของตัวเองกับวิญญาณสาว และยังต้องยื่นมือเข้ามาเป็นกาวใจกวนๆ ช่วยเคลียร์ความขัดแย้งของคนสองบ้าน

เตรียมพบกับความบันเทิงสไตล์หนังไทยคลาสสิกปี 2534 ที่ขนความตลก คอมเมดี้ แผลงฤทธิ์ผีหลอกหลอนแบบน่ารัก และเรื่องราวความรักสุดวุ่นวายระหว่าง "คนกับผี" และ "คนกับคน" มาร่วมลุ้นกันว่าผีหนีหลุมกลุ่มนี้จะช่วยประสานร้าวให้สองบ้านกลับมาคืนดีกันได้หรือไม่!

🎬หนังไทยเก่าในตำนาน – ผีหนีหลุม (2534)

สู้กับผีหนีไม่ได้

 🎬 สู้กับผีหนีไม่ได้ (2531) — คลาสสิกคอมเมดี้-สยองขวัญสายลุยยุค 80s

เรื่องย่อ:

เมื่อ "เอ" หญิงสาวจิตใจดี และ "ครูหนุ่ม" นำแก๊งลูกศิษย์วัยรุ่นชมรมศิลปะการต่อสู้ เดินทางไปเข้าแคมป์ฝึกฝนร่างกายริมหาดศรีราชาเพื่อรับลมทะเลสุดชิล แต่ความสนุกสนานกลับต้องเปลี่ยนเป็นความโกลาหล เมื่อ "สร้อย" แม่เลี้ยงตัวแสบผู้โลภมาก หวังจะครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัว จึงร่วมมือกับชู้รักและอาจารย์สายไสยศาสตร์มนต์ดำ วางแผนส่งเหล่าวิญญาณร้ายและสมุนไสยศาสตร์มาหมายชีวิตของเอถึงบ้านพัก!

ทว่างานนี้แม่เลี้ยงอาจคิดผิด... เพราะเมื่อผีร้ายและมนต์ดำก้าวเข้ามาท้าทาย แก๊งวัยรุ่นสายลุยที่มีวิชาการต่อสู้ติดตัวจึงไม่ยอมวิ่งหนีเปล่าๆ ในเมื่อ "หนีไม่ได้...ก็ต้องสู้!" เรื่องราวการปะทะสุดฮาและตื่นเต้นระหว่างมนต์ดำ ปะทะ วิชาแม่ไม้มวยไทย/เทควันโด จึงเริ่มต้นขึ้น!

📌 ทำไมถึงไม่ควรพลาด:

กลิ่นอายหนังไทยยุคคลาสสิก (2531): ครบรสทั้งเสียงหัวเราะ ฉากแอ็กชันฮาๆ และความสยองขวัญแบบไท๊ยไทย

รวมพลังวัยรุ่นปะทะผี: สนุกไปกับมุกตลกเบาครองใจคนยุค 80s-90s และการร่วมมือกันแก้เผ็ดแก๊งคนชั่วและวิญญาณร้าย

▶️ รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง  ดูหนัง สู้กับผีหนีไม่ได้ (2531) 


นำแสดงโดย: ธนา สินทรัพย์ , มล. สุรีย์วัล สุรียง

งูเก็งกอง

 


เมื่อความรัก ความลับ และคำสาปในอดีต หลอมรวมกันเป็นตำนานงูเก็งกองที่คุณไม่ควรพลาด!

คอหนังไทยรุ่นเก๋าน่าจะคุ้นเคยกันดีกับเรื่องราวสุดคลาสสิกของ "งูเก็งกอง" ผลงานภาพยนตร์โศกนาฏกรรม-แฟนตาซีที่สร้างปรากฏการณ์ตื่นตาตื่นใจในยุคนั้น โดยฉบับปี 2001 ได้พระเอกหนุ่มฮอตแห่งยุค "วินัย ไกรบุตร" มารับบทนำ

เรื่องย่อ:

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ ผืนป่าลึก เมื่อ "นี" หญิงสาวชาวบ้านผู้เผชิญกับชีวิตรักอันขื่นขม ได้พบกับ "งูเก็งกอง" พญางูผู้มีอิทธิฤทธิ์และความเสน่หา ก่อเกิดเป็นสายสัมพันธ์ลับอันลึกซึ้งจนกระทั่งเธอตั้งครรภ์ แต่ทว่าเมื่อความจริงอันเร้นกายนี้ถูกล่วงรู้ ชีวิตของเธอและครอบครัวก็ต้องพลิกผันไปตลอดกาล 

เวลาล่วงเลยไป... มรดกแห่งคำสาปและความลึกลับได้ตกทอดมาสู่ "โสรยา" หญิงสาวผู้เติบโตมาพร้อมกับความลับอันน่าสะพรึงบนเรือนร่าง เธอต้องปิดบังซ่อนเร้นตัวตนไว้ภายใต้ผ้าคลุมหัวเสมอ  จนกระทั่งวันหนึ่ง ชะตากรรมได้นำพาเธอให้พบกับ "เวหา" (รับบทโดย วินัย ไกรบุตร) ชายหนุ่มจากเมืองกรุงที่ประสบอุบัติเหตุตกลงมาจากหน้าผา 

การช่วยเหลือชีวิตในครั้งนั้นก่อเกิดเป็นความรักบริสุทธิ์ระหว่างคนสองโลก  ทว่าหนทางรักกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคอันใหญ่หลวง ทั้งความเคียดแค้นของคนในอดีต แรงริษยาจากหญิงสาวเมืองกรุง และคาถาอาคมฝ่ายดำที่จ้องจะทำลายล้าง

ทำไมถึงต้องไปหามาดู?

ตำนานโศกนาฏกรรมรักอันโด่งดัง: สัมผัสเรื่องราวความรักหลากอารมณ์ ทั้งความโรแมนติก ความแค้น และชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

บรรยากาศแฟนตาซีพื้นบ้านย้อนยุค: งานสร้างและ CG ยุคคลาสสิก รวมถึงฉากหลังปราสาทหินและผืนป่าที่ให้ความรู้สึกขลังและลึกลับ

การแสดงของ วินัย ไกรบุตร: บทบาทชายหนุ่มผู้มั่นคงในความรักที่พร้อมจะปกป้องหญิงสาวอันเป็นที่รัก ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคใดๆ 

ชะตากรรมของ "โสรยา" จะพ้นจากคำสาปงูเก็งกองหรือไม่? และความรักของเธอกับ "เวหา" จะก้าวผ่านวิบากกรรมไปได้อย่างไร?


นำแสดงโดย: วินัย ไกรบุตร, อำโพ เทวี, เทพ รินดาโร, ปิ้ค จัน บรมัย

หัวใจ 4 สี

 

หัวใจ 4 สี

📌 เรื่องย่อ 

เรื่องราวป่วนชวนฮาและซาบซึ้งใจเกิดขึ้นต่างแดน เมื่อ “วิภาวี” (หมิว ลลิตา) นักศึกษาสาววิชาดนตรีผู้สดใสและมีชีวิตชีวา ตัดสินใจรับงานรับจ้างเป็นครูสอนพิเศษช่วงปิดเทอม ให้กับครอบครัวของ “วัชระ” (ตั้ว ศรัณยู) พ่อเลี้ยงเดี่ยวผู้เคร่งครัด แต่กลับต้องรับมือกับลูกๆ สองพี่น้องหัวInter สุดแสบ คือ การดา (แก๊ดดี้) และ อัศนี (แอนโทนี่) ที่ซ่าและมีนิสัยเป็นฝรั่งจนพ่อปวดหัวหนัก!

หน้าที่ของวิภาวีคือการเข้ามาอบรมกิริยามารยาทและความเป็นไทยให้แก่เด็กๆ แต่เรื่องไม่ง่ายขนาดนั้น เมื่อเด็กๆ ขยันตั้งแง่และวางแผนแกล้งครูคนใหม่ไม่เว้นแต่ละวัน ขณะเดียวกัน “พงษ์นรินทร์” (อ๊อฟ พงษ์พัฒน์) เพื่อนชายคนสนิทของวิภาวีที่อยู่อีกเมือง ก็คอยส่งจดหมายตามส่อง ความห่วงใยเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหึงหวง จนเกิดเป็นความเข้าใจผิดปนความวุ่นวาย เมื่อคนต่างวัย ต่างนิสัย และต่างมุมมองชีวิต ทั้ง 4 ดวงใจ ต้องมาเกี่ยวพันกันในเรื่องราวของความรัก ความเข้าใจ และความผูกพันของครอบครัว!


✨ ทำไมถึงไม่ควรพลาด?

เคมีสุดลงตัวของ 3 นักแสดงระดับตำนาน: การปะทะบทบาทของ ตั้ว ศรัณยู, หมิว ลลิตา และ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ในยุคพีค ที่ถ่ายทอดทั้งความน่ารัก ความยวนเย้า และอารมณ์ขันได้อย่างมีเสน่ห์

เรื่องราวฟีลกู๊ด อบอุ่นหัวใจ: ผสมผสานระหว่างความรักของวัยหนุ่มสาว และความอบอุ่นในครอบครัวการปรับตัวระหว่างพ่อลูกได้อย่างลงตัว

วิวสวย บรรยากาศโรแมนติกต่างแดน: ให้ฟีลลิ่งหนังยุค 90s ที่กลมกล่อม ทั้งเพลงประกอบ และงานภาพที่ชวนคิดถึงวันเก่าๆ

👉 บทสรุปของหัวใจทั้ง 4 ดวงนี้จะหมุนเวียนไปในทิศทางใด? วิภาวีจะชนะใจเด็กแสบและคลายปมหัวใจของคุณพ่อลูกสองได้หรือไม่?


นำแสดงโดย: ศรัณยู วงษ์กระจ่าง, หมิว ลลิตา ปัญโญภาส, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

วิญญาณรักแม่นาค

วิญญาณรักแม่นาค


วิญญาณรักแม่นาค (2505)

เสน่ห์ศิลป์ภาพยนตร์
ภูมิใจเสนอ…
ชีวิตรักอมตะอันลือลั่นของวิญญาณผีสาว…
วิญญาณรักแม่นาค
สีสวยสด
ยอดกว่าผีเรื่องใดๆ…เหนือกว่า
แม่นาคพระโขนง…
สนุก…ตื่นเต้น..ครื้นเครง..และประทับใจที่สุด..!
นำแสดงโดย ยอดดารากว่า 40 คน คับคั่งเป็นประวัติการณ์

วิมานมะพร้าว

วิมานมะพร้าว

วิมานมะพร้าว (2534)

เมื่อ "ดวงชะตา งานช่าง และวิญญาณอากง" โคจรมาเจอกันในโรงงานสุดอลเวง

หากพูดถึงงานภาพยนตร์และละครคอเมดี้-แฟนตาซีที่มีชั้นเชิงการเล่าเรื่องอันเป็นเอกลักษณ์ ผลงานจากค่าย Kantana Group อย่าง "วิมานมะพร้าว" ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่สามารถผสมผสานความหลอน ความขำ และการตั้งคำถามต่อบรรทัดฐานทางสังคมได้อย่างลงตัว ตัวอย่างภาพยนตร์ (Trailer) ความยาวประมาณ 2 นาทีเศษ ได้ทำหน้าที่เป็นเข็มทิศนำทางให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงความอลหม่านภายในโรงงานแปรรูปมะพร้าวแห่งนี้ได้อย่างน่าติดตาม

HR สายมู: เมื่อระบบคัดเลือกคนตัดสินด้วย "โหงวเฮ้งและวันตกฟาก"

เปิดฉากแรกด้วยความตลกร้ายที่จี๊ดใจคนทำงาน เมื่อกระบวนการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานไม่ได้วัดกันที่เรซูเม่หรือประสบการณ์ แต่กลับใช้ "วัน เดือน ปีเกิด และเวลาตกฟาก" เป็นเกณฑ์ตัดสินหลัก ฉากที่ตัวละครถูกถามถึงเวลาตกฟากและตอบว่า "ตี 3" แล้วได้รับการอนุมัติให้เริ่มงานทันที สะท้อนถึงวัฒนธรรมความเชื่อที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน และตั้งคำถามเชิงขำขันว่า หากระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) ถูกขับเคลื่อนด้วยศาสตร์แห่งการดูดวง หน้าตาขององค์กรนั้นจะเป็นอย่างไร

ทลายกรอบอคติ: ช่างเครื่องสาวในโลกของงานช่างชายเป็นใหญ่

ท่ามกลางจังหวะโบ๊เบ๊ของเรื่อง ตัวอย่างภาพยนตร์ได้สอดแทรกประเด็นความเท่าเทียมทางเพศไว้อย่างน่าสนใจ ผ่านการตั้งคำถามของฝ่ายบริหารว่า "ผู้หญิงจะทำแผนกซ่อมบำรุงไหวหรือ?" ฉากนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตัวละครเอกหญิงที่ยืนหยัดสู้ด้วยประโยคสั้นๆ แต่ทรงพลังว่า "ไม่ลองแล้วจะรู้เหรอ" การก้าวเข้ามาเป็นหัวหน้าแผนกซ่อมบำรุงของตัวละครหญิง จึงไม่เพียงแต่เป็นการแก้ไขเครื่องจักรในโรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการซ่อมแซมและทลายอคติทางเพศในสายงานช่างอีกด้วย

มิติแฟนตาซี: วิญญาณอากงและความหมายของ "เล้งเอี่ยจี เทียนตึงเชง"

องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในเส้นเรื่องคือบรรยากาศลี้ลับภายในโรงงาน ซึ่งถูกเล่าผ่านคำกล่าวที่ว่า "โรงงานนี้ผีมันดุ" การปรากฏตัวของวิญญาณอากงผู้เป็นเจ้าของเดิมไม่ได้มาในรูปแบบ horror สยองขวัญเพียวๆ แต่มาในลักษณะแฟนตาซี-คอเมดี้ที่คอยป่วนและเฝ้ามองความเป็นไปของโรงงาน นอกจากนี้ ตัวอย่างยังได้เปิดเผยความหมายอันลึกซึ้งของชื่อโรงงานภาษาจีน "เล้งเอี่ยจี เทียนตึงเชง" ซึ่งถอดความออกมาได้ว่า "วิมานมะพร้าว" อันเป็นศูนย์กลางของเรื่องราวทั้งหมด

"วิมานมะพร้าว" ในฉบับตัวอย่างภาพยนตร์ ไม่เพียงแต่ขายความสนุกและเสียงหัวเราะจากจังหวะคอมมิดี้ที่แม่นยำเท่านั้น แต่ยังสามารถร้อยเรียง ประเด็นความเชื่อ (สายมู), การต่อสู้ของหญิงแกร่ง (Gender Roles) และเรื่องราววิญญาณเหนือธรรมชาติ ให้เข้ากันได้อย่างมีสีสัน ถือเป็นผลงานคอเมดี้-แฟนตาซีไทยที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความบันเทิงที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนทุกวัย

ข้อความบนใบปิด:

KANTANA MOTION PICTURE Co.,Ltd
ทำดีได้…ดี ทำชั่วได้…ชั่ว
คนดีผี…กลัว คนชั่วผี…ฉุน!!
วิมานมะพร้าว
เพราะไอ้ตัวร้ายกำลังจะฮุบโรงงาน
วิญญาณก๋งถึงปลงอยู่ในฮวงซุ้ยไม่ได้
มหันตภัยที่ต้องอาศัย มหันตผีช่วยกำราบ!!
ภาระหนักอึ้งของวิญญาณไฮเทค
“ทำโรงงานให้เป็นวิมาน”
ผู้แสดงนำ
สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ เศรษฐา ศิระฉายา ศตวรรษ ดุลยวิจิตร
อนันต์ บุนนาค, ปัญญา นิรันดร์กุล, ดวงตา ตุงคะมณี,
ดวงดาว จารุจินดา, กันตา ดานาว, ชลิต เฟื่องอารมย์, มอริส เค
ดารารับเชิญ ศุภกร อุดมชัย, สีเทา, พูนสวัสดิ์ ธีมากร,
ชินดิษฐ์ บุนนาค, มณีรัตน์ วัยวุฒิ, จันทนา ศิริผล
ธีรภัทร ฟุ้งเดช กำกับการแสดง
ปกาศิต กิ่งศักดิ์ ผู้ช่วยกำกับการแสดง
ศุภชัย นิลวรรณ ผู้ช่วยกำกับการแสดง
นิรันดร เลาะนะ ผู้ช่วยกำกับการแสดง
สุเชาว์ พงษ์วิไล ออกแบบสร้างฉาก
ทวีศักดิ์ หิรัญลิขิต กำกับศิลป์
ชัชวรินทร์ คล้ายนาค ผู้จัดการกองถ่าย
นิรัตติศัย กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการผลิต
สุรางค์ เปรมปรีดิ์ อำนวยการสร้าง
ความลึกลับที่คุณสัมผัสไม่ได้…แต่มองทะลุได้!!

Footer

ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน © 2024 ThaiFilmReviews.com