หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ไทยแนวแอ็กชันดรามาสะท้อนชีวิตที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น บู๊ดุเดือด และแฝงไปด้วยข้อคิดของการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง "เจ้าพ่อทรหด" (2535) คือหนึ่งในผลงานที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง นำแสดงโดยพระเอกยอดฝีมือตลอดกาลอย่าง สรพงศ์ ชาตรี ที่มารับบทบาทสุดทรหดสมชื่อเรื่อง
สรพงษ์ ชาตรี พระเอกยอดฝีมือตลอดกาลของวงการภาพยนตร์ไทย.
เรื่องย่อ “เมื่อคนซื่อถูกบีบให้สู้... ความทรหดจึงเริ่มต้น”
เรื่องราวของ "หอม" (รับบทโดย สรพงศ์ ชาตรี) ชายสู้ชีวิตผู้ทำมาหากินอย่างสุจริต ขยันขันแข็งสารพัดอย่าง ตั้งแต่ขับรถโดยสาร รับซ่อมนาฬิกา ไปจนถึงการทำบริการหนังกลางแปลงเร่ ชีวิตของเขากำลังดำเนินไปด้วยดีจนกระทั่งมี "เสี่ยผดุง" ผู้ทรงอิทธิพลมืดเข้ามาแทรกแซง เสี่ยผดุงต้องการฮุบคิวรถและบีบบังคับเรียกเก็บค่าหัวคิวและส่วนแบ่งจากหยาดเหงื่อแรงงานของหอมสูงถึง 40% โดยที่ฝั่งนั้นไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
ด้วยความที่เป็นคนรักความยุติธรรมและไม่ยอมก้มหัวให้สิ่งผิดกฎหมาย หอมเลือกที่จะปฏิเสธและยืนหยัดสู้เพื่อศักดิ์ศรี แต่ทว่า... อำนาจมืดไม่ได้ปล่อยเขาไปง่าย ๆ หอมถูกลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องกลายเป็นอัมพาตครึ่งตัวจนต้องนั่งรถเข็น ซ้ำร้ายไปกว่านั้น คนใจบาปยังตามมาพรากชีวิตของคนรักและคุกคามลูกชายของเขาอย่างไม่ลดละ
จากคนธรรมดาที่รักความสงบ เมื่อถูกบีบจนไร้ทางถอยและสูญเสียทุกสิ่งอันเป็นที่รัก หอมในสภาพร่างกายที่พิการจะสามารถลุกขึ้นมาสู้กับอิทธิพลเถื่อนที่ครอบงำท้องถิ่นได้อย่างไร? แผนการลวงไปฆ่าที่ป่าช้าอันเยือกเย็นจะเปลี่ยนเป็นลานพิพากษาล้างแค้นแบบไหน?
ร่วมพิสูจน์ความอึด ความทน และหัวใจสู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาใน "เจ้าพ่อทรหด" ความสนุกระดับตำนานที่คอหนังไทยยุคเก้าศูนย์ต้องดู!
เมื่อโชคชะตาเล่นตลก ส่งให้คนสองคนที่มีวิถีชีวิตต่างกันสุดขั้วต้องมาแชร์ห้องพักในอพาร์ทเมนต์เดียวกันด้วยความไม่เต็มใจ!
"เกล" (สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์) นักศึกษาหญิงสู้ชีวิตที่ต้องแบกรับภาระดูแล "ปูเป้" เด็กหญิงตัวน้อยที่แม่นำมาฝากทิ้งไว้ ต้องช็อกเมื่อจู่ๆ พี่ชายแอบขายสิทธิ์ห้องพักครึ่งหนึ่งของเธอให้กับ "ตาวิน" หรือ "บิลลี่" (บิลลี่ โอแกน) ชายหนุ่มมาดกวน อดีตโรบินฮู้ดที่เพิ่งถูกส่งกลับมาจากอเมริกาแบบหมดเนื้อหมดตัว
จากความมึนตึง ตั้งแง่ และกฎเหล็กสารพัดข้อในการใช้ชีวิตร่วมกัน ภายใต้หลังคาห้องพักแคบๆ แห่งนี้ ความเป็นคนตรงไปตรงมาและเสียงกีตาร์ยามดึกของบิลลี่ กลับค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปเปลี่ยนใจที่เย็นชาของเกลทีละน้อย ในขณะที่ชีวิตของทั้งคู่กำลังเริ่มจะไปได้ดี บิลลี่ได้รับโอกาสครั้งใหญ่ในการก้าวเข้าสู่วงการเพลงในฐานะศิลปินดาวรุ่ง แต่ความสำเร็จในวงการมายากลับแลกมาด้วยเงื่อนไขที่ "บีบคั้นหัวใจ" เมื่อทางค่ายเพลงสั่งให้เขาต้องปิดบังเรื่องความรักและแยกทางกับเกล เพื่อรักษาภาพลักษณ์ "เทพบุตรโสด" ของแฟนเพลงทั่วประเทศ!
ระหว่าง "ความฝันในวงการบันเทิงที่กำลังรุ่งโรจน์" กับ "ความรักแท้ที่ซึมลึกอยู่ในหัวใจ" บิลลี่จะตัดสินใจเลือกทางไหน? และเกลจะยอมเสียสละเดินจากไปเพื่ออนาคตของคนที่เธอรักหรือไม่?
มาร่วมซึมซับความรัก ความผูกพัน และบทเพลงไพเราะในบรรยากาศยุค 80s แบบเต็มอิ่มได้ใน "รักซึมลึก (2530)" หนังไทยน้ำดีที่คอหนังเก่าไม่ควรพลาด!
บิลลี่ โอแกน,
พ.ศ. 2530,
สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์,
เตรียมพบกับภาพยนตร์ไทยคลาสสิกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของบ้านทุ่ง วิถีชีวิตริมฝั่งน้ำ และเรื่องราวความรักสุดสะเทือนใจใน "มนต์รักลำน้ำชี" (2535) ภาพยนตร์ที่จะพาคุณด่ำดิ่งไปกับสายน้ำชี สายเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน ณ หมู่บ้านป่าห้วย
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "ฝ้าย" หญิงสาวแสนสวยคนเก่งเดินทางกลับมายังบ้านเกิดหลังจากไปเรียนวิชาตัดเย็บเสื้อผ้าที่เมืองอุบลฯ เพื่อมาเปิดร้านเสื้อผ้า "ดอกฝ้าย" เล็ก ๆ ในหมู่บ้าน ท่ามกลางความยินดีของชาวบ้านและ "หำ" ชายหนุ่มมาดซื่อผู้ฝีมือฉกาจในการทำบั้งไฟ ที่แอบมีใจและเฝ้ารอคอยเธอมาแสนนาน แต่เส้นทางความรักของทั้งคู่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อพ่อของฝ้ายกลับมองหาชายหนุ่มที่มีหน้ามีตาอย่าง "ครูใหญ่ไกสร" มาเป็นคู่ครองที่เหมาะสมให้ลูกสาว จนนำไปสู่แผนการและเรื่องราวเข้าใจผิดที่ทำให้หัวใจของฝ้ายต้องเจ็บปวด
แต่เรื่องราวไม่ได้มีเพียงแค่มรสุมหัวใจ... เมื่อภัยเงียบคืบคลานเข้าสู่ชุมชน ลำน้ำชีที่เคยใสสะอาดและอุดมสมบูรณ์กลับเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่จากปัญหาน้ำเสียจนปลาตายเกลื่อน และตามมาด้วยความขัดแย้งจากการเข้ามาของเรือขุดทรายขนาดใหญ่ที่กำลังจะทำลายระบบนิเวศและวิถีชีวิตดั้งเดิมให้พังทลาย ทำให้คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่อย่าง "ฟ้อน" ลูกสาวกำนัน และ "เจริญ" นักข่าวหนุ่มจากส่วนกลาง ต้องลุกขึ้นมาเป็นแกนนำร่วมมือกับชาวบ้านเพื่อต่อสู้ทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ธรรมชาติ
มรสุมรักที่พัดผ่าน และวิกฤตการณ์แห่งลำน้ำชีจะลงเอยอย่างไร? ความผูกพันของหนุ่มสาวทุ่งอีสานจะสามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงได้หรือไม่? มาร่วมสัมผัสความประทับใจ บรรยากาศงดงามของอดีต และบทเพลงลูกทุ่งหมอลำที่กินใจในภาพยนตร์เรื่องนี้กันได้เลย!
ชมภาพยนตร์ไทยเก่าเรื่อง มนต์รักลำน้ำชี (2535)
คอหนังไทยยุคคลาสสิกต้องไม่พลาด! มาย้อนรอยความเข้มข้นดุดันของภาพยนตร์ไทยปี 2529 เรื่อง "สงครามร้อนรัก" นำแสดงโดยพระเอกยอดฝีมือตลอดกาลอย่าง สรพงศ์ ชาตรี ที่จะพาทุกคนด่ำดิ่งไปกับเรื่องราวความรักท่ามกลางเสียงปืนและการพลัดพราก
เรื่องย่อภาพยนตร์
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ กลางสมรภูมิเวียดนามอันร้อนระอุ เมื่อ "อาทิตย์" (รับบทโดย สรพงษ์ ชาตรี) ทหารไทยผู้กล้าหาญ จำต้องเอ่ยคำอำลาและให้คำมั่นสัญญาด้วยเกียรติของชายชาติทหารกับ "เฉียวเจิน" หญิงสาวคนรักชาวเวียดนามว่าเขาจะกลับมารับเธออย่างแน่นอนหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ
แต่ทว่าวงล้อแห่งโชคชะตาและสงครามกลับเล่นตลกอย่างมหิต เฉียวเจินและกลุ่มผู้อพยพต้องหนีตายลงเรือเพื่อมุ่งหน้าสู่ความหวังใหม่ ทว่าเรือกลับถูกโจรสลัดบุกปล้นสะดมกลางทะเลลึกอย่างโหดเหี้ยม หญิงสาวผู้อพยพรวมถึงเฉียวเจินถูกจับตัวมายังประเทศไทย และถูกขายต่อเข้าสู่สถานค้าประเวณีและขบวนการค้ามนุษย์ที่มีผู้ทรงอิทธิพลหนุนหลัง
เมื่อโชคชะตานำพาให้อาทิตย์ได้มาพบระเบียบและร่องรอยของคนรักอีกครั้งในสถานที่ที่เปรียบเสมือนนรกบนดิน หัวใจของชายชาติทหารจึงลุกเป็นไฟ เขาพร้อมจะทำทุกวิถีทาง—แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตหรือเสี่ยงกับการปะทะกับอิทธิพลมืด—เพื่อช่วยหญิงคนรักให้เป็นอิสระ
อาทิตย์จะสามารถฝ่ากรงเล็บของมาเฟียและขบวนการทมิฬเพื่อพารักแท้ของเขากลับคืนมาได้หรือไม่? ความรักที่ต้องผ่านการพิสูจน์ด้วยเลือดและหยาดน้ำตาจะจบลงอย่างไร?
"จากเรื่องจริงกลางสมรภูมิเวียดนาม... สู่สงครามทวงคืนคนรักที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต"
มาร่วมพิสูจน์ความมันส์และบทบาทการแสดงอันเข้มข้นของ สรพงศ์ ชาตรี ในภาพยนตร์ไทยคลาสสิกเรื่องนี้ 'สงครามร้อนรัก (2529)'
สำหรับแฟนหนังไทยแอ็กชันยุค 90s ตัวจริง คงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าของฉายา "พระเอกตลอดกาล" อย่าง สรพงษ์ ชาตรี และนี่คือหนึ่งในผลงานสุดระห่ำที่เคยสร้างความเดือดพล่านบนจอเงินมาแล้วในปี 2534 กับภาพยนตร์เรื่อง "นักรบทมิฬ"
เมื่อแผ่นดินเกิด... ถูกรุกรานด้วยความโลภ
เรื่องย่อ:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ ผืนป่าอันห่างไกลและสงบสุข ทว่าความสงบนั้นกลับต้องจบลงเมื่อกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลและนายทุนต่างถิ่น ได้ล่วงรู้ความลับว่าใต้ผืนดินแห่งนี้เต็มไปด้วย "แร่ทองคำมหาศาล" แผนการฮุบที่ดินและขับไล่ชาวบ้านอย่างโหดเหี้ยมจึงเริ่มต้นขึ้น โดยพวกมันจับมือกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ คอยข่มขู่ ฆ่าล้าง และใช้กำลังบีบบังคับให้ชาวบ้านตาดำๆ ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานออกจากแผ่นดินบรรพบุรุษ
แต่พวกนายทุนกลับคิดผิด! เพราะในหมู่บ้านนี้ยังมี "โนวา" (รับบทโดย สรพงษ์ ชาตรี) ชายหนุ่มลึกลับผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่นและฝีมือการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา เขาเลือกที่จะไม่ก้มหัวให้กับความอยุติธรรม และลุกขึ้นมาเป็นแกนนำในการปกป้องผืนดิน ชุมชน และครอบครัวอันเป็นที่รัก
จากชาวบ้านธรรมดาที่ต้องการเพียงความสงบสุขและขอความ เป็นธรรม ยามเมื่อถูกต้อนจนชนฝาและเผชิญหน้ากับความสูญเสียอย่างโหดร้าย บีบให้เขาต้องจับอาวุธขึ้นสู้ กลายร่างเป็น "นักรบทมิฬ" ผู้ออกล่าและทำลายล้างแผนการชั่วร้ายของกลุ่มอิทธิพลเถื่อนแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน!
"หนึ่งคนสู้... เพื่อกู้ศักดิ์ศรี ยามเมื่อผืนป่าและแผ่นดินเกิดถูกย้อมด้วยเลือด"
การต่อสู้ครั้งนี้ช่างห่างชั้นเมื่อ โนวา ต้องปะทะกับกองกำลังอาวุธครบมือ ลำพังเพียงความแค้นและฝีมือการต่อสู้สายลุยของเขา จะสามารถต้านทานอิทธิพลมืดและปกป้องผืนดินนี้ไว้ได้สำเร็จหรือไม่? หรือเขาจะต้องเซ่นสังเวยชีวิตให้กับความโลภของมนุษย์?
คอหนังแอ็กชันไทยคลาสสิก ห้ามพลาดความมันส์ระดับตำนาน ยิงกันหูดับตับไหม้ ระเบิดภูเขาเผากระท่อมตามสไตล์หนังไทยยุคคลาสสิก ไปร่วมพิสูจน์ความระห่ำของสรพงษ์ ชาตรี ใน "นักรบทมิฬ (2534)"
ข้อความบนใบปิด:
สมศักดิ์ภาพยนตร์ สร้าง
หนังบู๊ “คุณภาพ”
“สงครามไม่เคยปราณีใคร..”
สุภาพบุรุษคนนี้ผ่านสงครามมาโชกโชน เขาจึงเป็น...
นักรบทมิฬ
“ศักดิ์มรกต” กำกับ
สรพงศ์ ชาตรี ฤทธิ์ ลือชา สมศักดิ์ ชัยสงคราม
ครรชิต ขวัญประชา, ฉัตร มงคลชัย, เป้า ปรปักษ์
สมศักดิ์ เลิศศรีกิตติวัฒน์ อำนวยการสร้าง
ลิขิต กฤษณมิตร ถ่ายภาพ
โชคชัย มหาสมบัติ ดำเนินงานสร้าง
*ใบปิดวาดโดย POJ
📖 เรื่องย่อ... ชนวนแค้นและอาถรรพ์ผืนผ้ายันต์
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางกลิ่นอายของอิทธิพลเถื่อน เมื่อ "โชน ชุมพวง" (รับบทโดย สรพงศ์ ชาตรี) อดีตทหารรับจ้างผู้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อพ่อและแม่ของเขาถูกกลุ่มคนร้ายฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม พร้อมกับบ้านที่ถูกเผาจนวอดวาย... แต่ท่ามกลางกองขี้เถ้า กลับมีสิ่งหนึ่งที่รอดพ้นจากเปลวเพลิงมาได้อย่างน่าอัศจศักดิ์ นั่นคือ "ยันต์มหาจักร" ผ้ายันต์โบราณที่เล่าลือกันว่ามีมหาอุดหยุดกระสุน ปืนยิงไม่เข้า ดาบฟันไม่ระคายผิว!
การตายของบุพการีทำให้โชนต้องจับปืนก้าวเข้าสู่เส้นทางสายล้างแค้น ทว่า... เส้นทางนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะยันต์มหาจักรผืนนี้กลับเป็นที่หมายปองของสองขั้วทรงอิทธิพลเถื่อนอย่าง "เสี่ยเจน" และ "เสี่ยปลื้ม" เจ้าพ่อปางไม้ผู้พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงมันมาครอง อำนาจมืด ขบวนการค้าไม้เถื่อน และมือปืนรับจ้างถูกส่งมากระหน่ำยิงเพื่อเด็ดหัวโชน
แต่ความมันส์ยังไม่หมดแค่นั้น! เมื่อโชนต้องรับมือกับ "ศรีนวล" หญิงสาวลึกลับในคราบคนพเนจร (ร้องรำเพลงเตี้ยลงสาละวัน) ที่คอยตามตื้อขอกินข้าวส้มตำอยู่ข้างกาย แต่แท้จริงแล้วเธอคือหมวดหมวย... "ตำรวจหญิงปลอมตัวมา" เพื่อสืบกวาดล้างอิทธิพลมืดครั้งนี้!
"108 คาถาอาคม จะต้านทานดงกระสุนและแผนหักหลังของมหาอำนาจท้องถิ่นได้หรือไม่?"
โชนจะลากคอฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าพ่อแม่ของเขาออกมารับกรรมได้อย่างไร และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้หมวดหญิงแกร่งจะลงเอยแบบไหน?
คอหนังไทยรุ่นเก๋าห้ามพลาด! ฉากแอ็กชันระเบิดภูเขาเผากระท่อมสไตล์คลาสสิก เสียงเอฟเฟกต์ปืนกลสุดเร้าใจ และเสน่ห์การแสดงอันดุดันของ สรพงศ์ ชาตรี ร่วมด้วยบทบาทคอมเมดี้และคิวบู๊มือเปล่าสุดเท่ของตำรวจหญิง ศรีนวล
ตามไปพิสูจน์ความขลังและร่วมลุ้นศึกสายเลือดนักสู้กันต่อแบบเต็มเรื่องได้ใน "ยันต์สู้ปืน" (2527)
ข้อความบนใบปิด:
พูนทรัพย์โปรดักชั่น
โดย วิศิษฐ์ มิ่งวัฒนบุญ
ไม่ใช่อิฐ ไม่ใช่ปูน ไม่ใช่พระ ไม่ใช่ว่าน
แต่..เป็น “ยันต์สู้ปืน”
ยันต์สู้ปืน
ของ ต๊ะ ท่าอิฐ
สรพงศ์ ชาตรี ม.ล.สุรีย์วัล สุริยง
ธิติมา สังขพิทักษ์, อัญชลี ชัยศิริ, เกชา เปลี่ยนวิถี,
มานพ อัศวเทพ, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ฤทธิ์ ลือชา,
พิภพ ภู่ภิญโญ, โสธร รุ่งเรือง, สมศักดิ์ ชัยสงคราม,
โดม สิงห์โมฬี, ฉัตร มงคลชัย, ศรินทิพย์ ศิริวรรณ,
สุพรรณี จิตต์เที่ยง, ดี๋, เป็ด เชิญยิ้ม
พิพัฒน์ พยัคฆะ ถ่ายภาพ
ทวีทรัพย์ มิ่งวัฒนบุญ อำนวยการสร้าง
ชาลี อินทรวิจิตร กำกับการแสดง
*ใบปิดวาดโดย บรรหาร
พ.ศ. 2527,
ม.ล.สุรีย์วัล สุริยง,
สรพงศ์ ชาตรี,
เรื่อง: ผิดฝาไม่ผิดตัว (2531)
"เมื่อดวงชะตาเล่นตลก ส่ง 'สังข์ทองผิดตัว' มารับมรดกพันล้าน!"
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ "หมอดู" ทักว่าชายหนุ่มดวงตกกำลังจะมีเคราะห์ใหญ่ แต่ในเคราะห์นั้นจะตามมาด้วย "ลาภสัตว์สองเท้า" ที่เป็นผู้หญิง!
"ผิดฝาไม่ผิดตัว" (2531) ภาพยนตร์ไทยแนวคอเมดี้-โรแมนติกสุดคลาสสิก นำเสนอกลยุทธ์ความอลวนเมื่อ "ศรศิลป์" (รับบทโดย บิณฑ์ บันลือฤทธิ์) ชายหนุ่มที่เพิ่งมีปากเสียงกับภรยาจนต้องหอบกระเป๋าหนีออกจากบ้าน ประจวบเหมาะกับที่เขาเดินทางขึ้นเหนือด้วยรถทัวร์และสวมแว่นตากันแดดสีดำตามคำแนะนำประหลาดๆ ทว่าทันทีที่ก้าวขาลงรถที่เชียงใหม่ เขากลับถูก "มาตา" (รับบทโดย เพ็ญพิสุทธิ์ นิธิกุล) หญิงสาวแสนสวยเข้ามาทักและทึกทักเอาว่าเขาคือ "สังข์ทอง" ทายาทลึกลับที่คุณย่าผู้ล่วงลับสั่งตามตัวกลับมารับมรดก!
ความจริงแล้ว "สังข์ทอง" ตัวจริงคือ "ทองทึบ" ชายหนุ่มซื่อๆ อีกคนที่มีรหัสลับประจำตัวเหมือนกันเป๊ะ แต่ดวงดันกุดโดนโจรปล้นและหลงทางอยู่ระหว่างเดินทาง ทำให้ศรศิลป์ตกกระไดพลอยโจนเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์หรู "ตระกูลทองทิพย์" ท่ามกลางเหล่าวงศาคณาญาติสุดละโมบที่จ้องจะฮุบสมบัติชิ้นสุดท้ายของคุณย่า
ความปั่นป่วนทวีคูณเมื่อพินัยกรรมระบุว่า "ลูกนัท" หลานสาวตัวน้อยจะเป็นผู้ถือครองสมบัติทั้งหมด โดยมีเวลาเพียง 20 วันในการเลือก "ผู้ดูแล" ที่เธอรักและไว้ใจที่สุด งานนี้ศรศิลป์ในคราบ "อากิ๊ก (สังข์ทองตัวปลอม)" จึงต้องรับศึกหนัก ทั้งรับมือกับญาติจอมแผนการ คอยปกป้องหลานสาวตัวน้อย และที่สำคัญ... หัวใจเจ้ากรรมดันเริ่มหวั่นไหวกับ "มาตา" หญิงสาวที่มารับเขาผิดตัวเสียด้วย!
ขณะที่ทุกคนกำลังแย่งชิงความรักจากคุณหนูลูกนัท "ทองทึบ" ตัวจริงก็กำลังเดินทางมาทวงสิทธิ์ และเรื่องราวก็ยิ่งโกลาหลเมื่อมีแก๊งลักพาตัวเข้ามาเอี่ยว!
แผนการสลับตัวจะถูกเปิดโปงเมื่อไหร่? แล้วใครกันแน่จะได้เป็นผู้ดูแลมรดกและหัวใจในคฤหาสน์หลังนี้? ร่วมย้อนวันวานไปสัมผัสความฮา ความน่ารัก และความอบอุ่นแบบไทยๆ ยุค 80 ได้ใน "ผิดฝาไม่ผิดตัว" เต็มเรื่องได้แล้ววันนี้!
อยากให้รีวิวหรือเจาะลึกนักแสดงนำในเรื่องนี้เพิ่มเติมไหมครับ?
เรื่องราวความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "เปรมประชา" (รับบทโดย ทูน หิรัญทรัพย์) หนุ่มเพลย์บอยสุดกะล่อนที่ทำงานในบริษัทโฆษณา ผู้ยึดมั่นในคติประจำใจว่า "มีเมียเยอะหน่อย จะได้ไม่เหงา" เขาบริหารเสน่ห์โปรยเสน่ห์ไปทั่ว จนกระทั่งได้แต่งงานกับ "พจนารถ" (รับบทโดย เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) สาวสวยแสนดีที่คิดว่าได้ชายโสดในฝันมาครอง แต่ความจริงแล้ว รถไฟขบวนนี้ไม่มีวันหยุดนิ่ง!
ความอลหม่านทวีคูณเมื่อคุณสามีตัวดีดันแอบไปตั้ง "ชมรมคนไม่กลัวเมีย" ร่วมกับแก๊งเพื่อนและบอสใหญ่ เพื่อวางแผนหลบหลีก แอบหนีเที่ยว และนัดบงนัดบดกับเหล่านางแบบสาวสวย จนกระทั่งความลับเริ่มรั่วไหล เมื่อแก๊งแม่บ้านและภรรยาหลวงจับมือกันสืบหาความจริง นำมาสู่มหกรรมการตามล่าตามล้างตามเช็ดชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน!
ศึกครั้งนี้ระหว่าง "หนุ่มขยันหาเมีย" กับ "แก๊งมนุษย์เมีย" ใครจะอยู่ใครจะไป? เปรมประชาจะรอดพ้นจากเงื้อมมือภรรยาสุดที่รักไปได้ตลอดรอดฝั่ง หรือจะต้องยอมจำนนแบบหมดสภาพ?
เมื่อเสือสองตัวต้องโคจรมาพบกันในเกมล่าที่เดิมพันด้วยชีวิต... งานนี้ใครจะเป็นคนล้วงคองูเห่าตัวจริง!
เตรียมพบกับผลงานภาพยนตร์แอ็กชันไทยคลาสสิกปี 2521 ที่รวบรวมสุดยอดพระเอกนักบู๊ระดับตำนานอย่าง สมบัติ เมทะนี และ ไพโรจน์ ใจสิงห์ มาปะทะบทบาทกันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ใน "ล้วงคองูเห่า"
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่ออิทธิพลมืดและกลุ่มทรชนเริ่มแผ่ขยายอำนาจ ท้าทายกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัว นำไปสู่ภารกิจลับสุดอันตรายที่ต้องส่งมือดีเข้าไปแทรกซึมลึกถึงรังของพวกมัน ท่ามกลางบรรยากาศระทึกขวัญที่เต็มไปด้วยการหักหลัง แผนซ้อนแผน และความไว้ใจที่เป็นเพียงสิ่งเพ้อฝัน ตัวละครหลักต้องใช้ทั้งปฏิภาณไหวพริบ คมกระสุน และหมัดมวยชั้นครูเพื่อเอาชีวิตรอดจากดงเดนทรชนที่พร้อมจะขย้ำพวกเขาทุกวินาที
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของการปราบปรามธรรมดา แต่เป็นสงครามจิตวิทยาและการชิงไหวชิงพริบชั้นเลิศ สมบัติ เมทะนี จะนำพาคุณไปพบกับความดุดันและเสน่ห์ชายชาติทหาร ขณะที่ ไพโรจน์ ใจสิงห์ พร้อมจะระเบิดความมันส์และลูกล่อลูกชนที่คาดไม่ถึง!
ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายทั้งหมด? และภารกิจ "ล้วงคองูเห่า" ครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงหรือจะถูกพิษร้ายแว้งกัดจนจบชีวิต? ร่วมพิสูจน์ความมันส์ระดับตำนาน ยุคที่ระเบิดเป็นระเบิด เผากระท่อมเป็นเผากระท่อมแบบเต็มอิ่มได้เลย!
รับชมภาพยนตร์ไทยคลาสสิกเต็มเรื่องได้ที่นี่:
เรื่องย่อ:
เมื่อหมู่บ้านที่เคยสงบสุขต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลมืดของ “กำนันโพธิ์” เจ้าพ่อดอยสะเก็ดผู้แผ่ขยายอำนาจสกปรก ทำธุรกิจผิดกฎหมาย และไม่เกรงกลัวต่อข้าหลวงคนใด จนกระทั่งวันหนึ่ง ชายลึกลับนามว่า “เพลิง ตะลุมพุก” ได้ย่างกรายเข้ามาในดงนักเลงแห่งนี้ เขาเปิดฉากขัดขวางสมุนของกำนันโพธิ์ที่กำลังรังแกผู้หญิง จนถูกลอบทำร้ายจนสลบ แต่โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจาก “ครูมลฤดี” แม่พิมพ์แสนดีประจำหมู่บ้าน
ขณะเดียวกัน “เสือกาจ” อดีตเสือร้ายที่พยายามกลับใจขอล้างมือในอ่างทองคำ ก็กำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งใหญ่เพื่อพิสูจน์รักแท้ต่อ “กิ่งแก้ว” ลูกสาวคนเล็กสุดห้าวของจ่ากล้า ผาเหล็ก ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรง
ชนวนเหตุระเบิดขีดสุดเกิดขึ้นเมื่อกำนันโพธิ์ร่วมมือกับนายทุนหน้าเลือด วางแผนฉุดครูมลฤดีรวมถึงลูกสาวของจ่ากล้าไปขายยังต่างประเทศ! ในวินาทีวิกฤตนี้เองที่ “เพลิง” ต้องเผยตัวตนที่แท้จริงในฐานะร้อยตำรวจเอกผู้ได้รับภารกิจลับมาทลายซุ้มมือปืนและล้างอิทธิพลเถื่อน
เกมล่าทรชนท่ามกลางหุบเขาและดงนักเลงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น... ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และอดีตเสือร้ายจะจับมือกันถล่มรังมาเฟียเพื่อช่วยหญิงคนรักได้ทันเวลาหรือไม่? และแผนการชั่วร้ายของกำนันโพธิ์จะถูกพิพากษาอย่างไร?
ร่วมพิสูจน์ความเดือดและกลิ่นอายความคลาสสิกของหนังไทยในอดีต รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่องได้ที่นี่: สิงห์เดี่ยวดงนักเลง (2521)
ข้อความบนใบปิด:
78 โปรดัคชั่น เสนอ
ภาพยนตร์ชีวิตการต่อสู้ ของชายชาตรี
ลุยเดี่ยวเข้าดงปืน และดงดอกรัก
พยุง พยกุล กำกับการแสดง
สิงห์เดี่ยวดงนักเลง
ของ วสันต์ อัครเดช
สมบัติ เมทะนี ปริศนา ชบาไพร
ยอดชาย เมฆสุวรรณ ดวงชีวัน โกมลเสน
ขอแนะนำดาวรุ่งดวงใหม่ อุไรวรรณ เชยวงศ์
ดามพ์ ดัสกร, บดินทร์, พล พันเชิง, เด่น ปรีชา,
บู๊ วิบูลย์นันท์, นภาพร หงสกุล, เพลินพิศ,
โกร่ง กางเกงแดง, แป้น ปลื้มสระไชย, แพน บอระเพ็ด,
วีระพล, ทวน, หมี, โรม, ลอง, เล็ก
พเยาว์ ไม่อ่อนมือ ดำเนินงาน
นคร ภู่ดี ถ่ายภาพ
ประศักดิ์ พยนต์ภาค กำกับบท
ไทยสตาร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
พ.ศ. 2521,
สมบัติ เมทะนี,
อุดมการณ์เลือด สายลับ และสมรภูมิทมิฬ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "ผู้การปานดวง" นายทหารผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง ถูกกองกำลังติดอาวุธฝ่ายตรงข้ามที่นำโดย "ผู้พันวันซือ" ลักพาตัวไปกักขังไว้ในเขตอิทธิพลมืด เพื่อบีบบังคับให้เขาเซ็นมอบกำลังพลและทรยศต่ออุดมการณ์ แผ่นดินกำลังลุกเป็นไฟเมื่อความมั่นคงของชาติถูกสั่นคลอน
เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ ทางการจึงต้องส่งสุดยอดสายลับรหัส "1728" ชายลึกลับผู้เต็มไปด้วยทักษะการฆ่าและเหลี่ยมเล่ห์ในสมรภูมิ ออกปฏิบัติการลับสุดยอด แทรกซึมเข้าไปในหุบผานรกเพื่อชิงตัวผู้การกลับมา
แต่ทว่า... หนทางไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น! เมื่อผู้พันวันซือได้ส่ง "จ่าเดิม" อดีตทหารผู้เจนจัดและรู้จักยุทธศาสตร์ในพื้นที่สามเหลี่ยมอย่างทะลุปรุโปร่ง ออกมาสกัดกั้นและตามล่าหน่วยรบ 1728 เกิดเป็นเกมแมวจับหนูท่ามกลางป่าลึกที่เต็มไปด้วยกับดัก ควันปืน และเสียงระเบิด แถมยังมีเรื่องราวของ "มะลิ่ง" อดีตคนสนิทของผู้การปานดวงที่เข้ามาพัวพันกับความแค้นที่ต้องชำระด้วยเลือด!
"เมื่อหนึ่งคนสู้เพื่อหน้าที่ อีกหนึ่งคนสู้เพื่ออุดมการณ์มืด... สมรภูมินี้ใครจะเป็นผู้รอดชีวิต?"
ร่วมติดตามความระทึกใจ การต่อสู้ด้วยมือเปล่าสุดคลาสสิก และคิวบู๊ระดับตำนานที่ทำให้อะดรีนาลีนของคุณหลั่งไหล ได้ใน "หน่วยรบทมิฬ 1728" ภาพยนตร์ไทยแอ็กชันย้อนยุคที่จะทำให้คุณลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้!
รับชมความมันส์เต็มเรื่องได้แล้ววันนี้ หน่วยรบทมิฬ 1728 (2534)
"เมื่อความรักและมิติเวลา... เล่นตลกกับความจริง"
แนะนำหนังไทยคลาสสิกที่ชวนคุณมาค้นหาคำตอบ: ผลุบโผล่ (2532)
คอหนังไทยเก่าแนวโรแมนติก-ลึกลับปนตลกห้ามพลาด!ขอพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่ปี พ.ศ. 2532 กับภาพยนตร์ไทยเนื้อหาล้ำยุคเกินตัวเรื่อง "ผลุบโผล่" เรื่องราวความผูกพันสุดแปลกประหลาดที่เริ่มขึ้นหลังจากที่ "ศักดิ์" ชายหนุ่มคนหนึ่งเพิ่งฟื้นจากพิษไข้ป่า แต่การฟื้นครั้งนี้กลับไม่ธรรมดา เมื่อเขาเริ่มได้ยินเสียงและมองเห็น "มะลิ" หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดไทยโบราณที่จู่ๆ ก็โผล่มาใช้ชีวิตร่วมกับเขาในห้อง!
ความอลเวงและชวนหัวจึงเกิดขึ้น เมื่อศักดิ์พยายามบอกกับทุกคนว่า มะลิไม่ใช่ผีสางนางไม้ และเธอก็ยังยืนยันว่าตัวเอง "ยังมีชีวิตอยู่" เพียงแต่ว่า... ทำไมถึงไม่มีใครบนโลกใบนี้มองเห็นหรือสัมผัสเธอได้เลยนอกจากศักดิ์เพียงคนเดียว?
เรื่องราวยิ่งขมวดปมเข้มข้นขึ้น เมื่อพ่อของศักดิ์ซึ่งเป็นนักโบราณคดี ต้องเดินทางไปสำรวจวัดร้างเก่าแก่ในจังหวัดสุพรรณบุรี—ซึ่งเป็นพิกัดเดียวกับ "หมู่บ้านปางนางรอ" บ้านเกิดในความทรงจำของมะลิ การเดินทางไปสู่พื้นที่ลึกลับแห่งนั้นเพื่อตามหาความจริง จึงกลายเป็นการปลดล็อกความทรงจำ ปริศนาเรื่องมิติเวลา และโศกนาฏกรรมในอดีตที่ผูกพันพวกเขาทั้งคู่เอาไว้ด้วยกันอย่างคาดไม่ถึง!
มะลิเป็นใครกันแน่? เธอมาจากอดีต หรือเป็นเพียงดวงวิญญาณที่ยังติดค้าง? และความรักของหนุ่มสาวที่อยู่คนละมิติจะลงเอยอย่างไร? มาร่วมสัมผัสความซาบซึ้ง ปนกลิ่นอายความลึกลับและมุกตลกสไตล์หนังไทยยุค 80s แบบเต็มอิ่มได้เลยครับ!
เรื่องย่อประจำฉบับ
เมื่อกลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนจอมกวนเมือง นำทีมโดย "แยงกี้" (รับบทโดย โก้ นฤเบศร์ จินปิ่นเพ็ชร) และผองเพื่อนสุดซ่าที่วัน ๆ หาแต่เรื่องปวดหัวและใช้ชีวิตสนุกสนานไปวัน ๆ ต้องมาเจอกับบทเรียนชีวิตครั้งใหญ่ เมื่ออาจารย์หนุ่มคนใหม่ผู้จริงจังอย่าง "อาจารย์นิก" ก้าวเข้ามาขัดเกลาพฤติกรรม แถมยังมีเรื่องของหัวใจเข้ามาเอี่ยว เมื่อ "นินี่" (รับบทโดย นัท มีเรีย ในวัยใส) สาวสวยน่ารักประจำกลุ่ม ดึงดูดความสนใจจนเกิดเป็นเรื่องราวความรัก วัยวุ่น และมิตรภาพระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง
เรื่องราวเริ่มบานปลายและทวีความป่วนขึ้น เมื่อความขัดแย้งของแก๊งวัยรุ่นปะทุผ่านทั้งสนามฟุตบอล ดนตรี และการประลองฝีไม้ลายมือ แต่ทริปท่องเที่ยวปิดเทอม ณ บ้านพักตากอากาศเก่าแก่ติดทะเลของครอบครัว ที่ทุกคนหวังจะไปพักผ่อนและกระชับความสัมพันธ์ (รวมถึงเป็นกามเทพให้อาจารย์หนุ่มสาว) กลับเปลี่ยนจากทริปสุดชิลล์ให้กลายเป็นสถานการณ์ "ลองดี" สุดระทึกขวัญ! เมื่อบรรยากาศวังเวงรอบบ้านเริ่มทำพิษ พร้อมกับการปรากฏตัวของสิ่งลี้ลับและเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำเอาแก๊งโจ๋สุดซ่าต้องขวัญกระเจิง วิ่งหนีกันป่าราบ!
แก๊งวัยรุ่นสุดกวนจะเอาตัวรอดจากค่ำคืนสุดหลอนนี้ได้หรือไม่? แยงกี้จะเปลี่ยนตัวเองเพื่อชนะใจนินี่ได้ไหม? และความสัมพันธ์ของพวกเขาจะลงเอยอย่างไร?
เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วไปร่วมย้อนวันวาน ยิ้มรับความสดใสของ โก้ นฤเบศร์ และ นัท มีเรีย ในวัยแรกแย้ม พร้อมเสียงหัวเราะลั่นบ้านกับภาพยนตร์ไทยคลาสสิกเรื่องนี้เต็มเรื่องได้เลย!
อยากให้รีวิวสไตล์การแต่งตัวและแฟชั่นยุค 90s จากหนังเรื่องนี้ไหมครับ?
เมื่อความสงบสุขของชุมชนถูกสั่นคลอนด้วยการกลับมาของคนโฉด! เตรียมพบกับภาพยนตร์แอ็กชันไทยคลาสสิกปี 2521 เรื่อง "ถล่มดงนักเลง" การประชันบทบาทสุดเข้มข้นของสองพระเอกค้างฟ้าแห่งยุค กรุง ศรีวิไล และ สรพงศ์ ชาตรี ที่จะมาวาดลวดลายดวลเดือดแบบลูกผู้ชายให้แผ่นดินสะเทือน
เรื่องย่อ: ชุมชนเสือผาดและเงาทมิฬของ "เสือแคล้ว"
เรื่องราวเกิดขึ้นในหมู่บ้านอันเงียบสงบแห่งหนึ่งที่จู่ๆ ก็ต้องตกอยู่ในความหวาดผวา เมื่อ "นายแผ้ว" (กรุง ศรีวิไล) นักเลงเก่าจอมเกเรที่เคยติดคุกไปนานหลายปี ได้พ้นโทษและเดินทางกลับมายังบ้านเกิด ทว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มาดีอย่างที่คิด เพราะแผ้วยกพวกอันธพาลเข้ามารังแกชาวบ้าน ก่อความวุ่นวาย และใช้อำนาจมืดข่มขู่ผู้คนไม่เว้นแต่ละวัน จนหมู่บ้านลุกเป็นไฟ
ในขณะเดียวกัน ทางการเริ่มสงสัยว่านายแผ้วคนนี้ แท้จริงแล้วอาจจะเป็น "เสือแคล้ว" จอมโจรเหี้ยมโหดผู้อยู่เบื้องหลังคดีปล้นฆ่าและปล้นฝูงควายอย่างทารุณในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ "ร้อยตำรวจโท ธงชัย" (ธงชัย ประสงค์สันติ) ต้องแฝงตัวเข้ามาสืบหาหลักฐานอย่างเงียบๆ โดยมีกลุ่มคนหนุ่มใจสู้ในพื้นที่ นำโดย "ศักดิ์" (สรพงศ์ ชาตรี) ชายหนุ่มลึกลับผู้มีฝีมือและรักความยุติธรรม รวมถึง "เกรียงไกร" ครูพละหนุ่มหมัดหนัก ร่วมมือกันลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิดและหญิงสาวอันเป็นที่รัก
ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฝั่งนักเลงเริ่มใช้วิธีสกปรก ออกปล้นสะดมและจับตัวประกัน กลุ่มคนดีจะสามารถรวมพลังกันทลายอิทธิพลเถื่อนนี้ได้หรือไม่? และตัวตนที่แท้จริงของ "เสือแคล้ว" จะถูกกระชากหน้ากากออกมาอย่างไร?
ระเบิดความมันส์ระดับตำนาน ยิงกันหูดับตับไหม้ สู้กันด้วยหมัดต่อหมัด ศักดิ์ศรีต่อศักดิ์ศรี! คอหนังไทยเก่าแนวเตะต่อย-ระเบิดภูเขาเผากระท่อมห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!
คอหนังแอ็กชันคลาสสิกสามารถไปพิสูจน์ความมันส์เต็มอิ่ม และร่วมลุ้นบทสรุปของการถล่มรังโจรครั้งนี้ได้ที่ลิงก์ภาพยนตร์เต็มเรื่องด้านล่างนี้เลยครับ:
รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง "ถล่มดงนักเลง (2521)"
อะไรกันจ๊ะ (2532)
เมื่อสถาบันการศึกษาต้องปวดหัวขั้นสุดกับการรับมือ "แก๊งนักศึกษาจอมแสบ" ที่วีรกรรมซ่าก๋ากั่นจนทำให้อาจารย์ถอดใจลาออกไปถึง 3 คนรวด! ทางวิทยาลัยจึงต้องรีบประกาศรับสมัครอาจารย์ใหม่เป็นการด่วน และส้มก็หล่นทับ "สมทรง" บัณฑิตหนุ่มไฟแรงพ่วงกรีดโปรไฟล์สุดอลังการ (แต่แอบเปิ่นและแถมยังติดอ่างเวลาตื่นเต้น) ที่พกความมั่นใจมาเต็มร้อยเพื่อมารับหน้าที่เป็นอาจารย์พละคนใหม่
ภารกิจแรกของอาจารย์สมทรงคือการควบคุมและฝึกซ้อมทีมบาสเกตบอลหญิง แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น! เพราะต้อนรับขับสู้สัปดาห์แรก แก๊งศิษย์แสบตัวดีก็นำทีมโดย "ดวงใจ" และผองเพื่อน จัดหนักจัดเต็มวางแผนต้อนรับอาจารย์ใหม่ด้วยสารพัดแผนแกล้งสุดแสบสัน จนเกิดเรื่องราวอลเวง ชวนหัวจะปวด ทั้งงูปลอมเอย อุบัติเหตุชวนเข้าใจผิดเอย ที่ลามไปไกลถึงขั้นทำให้เกิดเรื่องบานปลายระหว่างสถาบัน!
ท่ามกลางศึกสายเลือดระหว่างอาจารย์หนุ่มสุดทน กับลูกศิษย์สาวจอมซ่า แถมยังมีเรื่องราวความรักกุ๊กกิ๊กชวนลุ้นของอาจารย์สมทรงกับ "อาจารย์ปรารถนา" อาจารย์สาวฝ่ายกิจกรรมเข้ามาให้หัวใจกระชุ่มกระชวย แต่อุปสรรคชิ้นโตคือกีฬาประเพณีครั้งสำคัญที่วิทยาลัยไม่เคยชนะมาเป็นเวลา 10 ปี กำลังคืบคลานเข้ามา!
อาจารย์สมทรงจะใช้ลูกตื้อ ความจริงใจ และแท็กติกกีฬาเอาชนะใจแก๊งลูกศิษย์มหาภัยกลุ่มนี้ได้หรือไม่? หรือเขาจะต้องถอดใจกลายเป็นอาจารย์รายต่อไปที่ต้องโบกมือลาวิทยาลัยแห่งนี้?
เตรียมพบกับความฮาขี้เล่น เสน่ห์หนังไทยยุค 80s-90s ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวใจเต้น และความผูกพันระหว่างศิษย์-อาจารย์ ใน "อะไรกันจ๊ะ" (2532)
มัน (2518)
นำแสดงโดย: สมบัติ เมทะนี, นาท ภูวนัย, ปิยะมาศ โมนยะกุล, ดามพ์ ดัสกร
เมื่อแผ่นดิน "ไสลดง" และ "นครไทย" ลุกเป็นไฟด้วยอำนาจมืดและความอยุติธรรมของเหล่าผู้มีอิทธิพลและโจรปล้นแผ่นดิน... ความแค้นและการทวงคืนความถูกต้องจึงเริ่มต้นขึ้น!
เรื่องราวของ "โจม กำแพงแสน" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) ชายหนุ่มใจหินผู้ต้องสูญเสียพ่อและครอบครัวไปจากการถูกล้อมฆ่าเพื่อแย่งชิงผืนดินอันเป็นที่ทำกิน เขาจึงต้องสวมวิญญาณเป็นเพชรฆาตตามล่าล้างแค้นพวกโจรชั่วแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ในรูปแบบ "โจรต่อโจร" เพื่อลบความช้ำให้แผ่นดิน
ในขณะเดียวกัน ทางราชการได้ส่ง "จ่าเยี่ยม ยอด ยิ่ง" (รับบทโดย นาท ภูวนัย) ยอดตำรวจผู้รักความถูกต้องและขึ้นชื่อว่าเป็น "ตำรวจที่อันตราย" เข้ามารักษาการแทนในพื้นที่ แม้ภายนอกจ่าเยี่ยมจะดูเป็นคนตลก เคี้ยวหมาก เป่ายานัตถุ์ แต่เมื่อถึงคราวต้องทำหน้าที่ปราบอธรรม เขากลายเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มือสะอาดที่ไม่ยอมก้มหัวให้เงินสินบนหรือกฎหมู่ของใครหน้าไหนทั้งสิ้น!
เมื่อ "พรานป่าผู้ล้างแค้นด้วยกฎของตัวเอง" และ "ผู้พิทักษ์กฎหมายผู้ไร้ความกลัว" ต้องมาอยู่บนเส้นทางสายเดียวกัน ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูตัวฉกาจอย่าง "ลอย อินทนนท์" (ดามพ์ ดัสกร) และ "นายทด บางคอแหลม" ที่พร้อมจะกวาดล้างและเผาทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์อันมหาศาล
สงครามเดือดและการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างธรรมะและอธรรมครั้งนี้จะจบลงอย่างไร? "จ่าเยี่ยม" จะเลือกจับกุมหรือร่วมมือกับ "โจม"? และความรักท่ามกลางเสียงระเบิดจะลงเอยแบบไหน?
คอหนังไทยแนวแอ็กชัน-ดราม่ายุคคลาสสิกไม่ควรพลาด! ความมันส์ระดับห้าดาวและการปะทะบทบาทครั้งสำคัญของสองพระเอกตลอดกาล รอให้คุณไปพิสูจน์แบบเต็มอิ่มเต็มเรื่องแล้ววันนี้!
ข้อความบนใบปิด:
เดชากรณ์ภาพยนตร์
เสนอผลงานอันดับแรก
มัน DEVIL KILLER
สมบัติ เมทะนี นาท ภูวนัย
อรัญญา นามวงษ์ รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูร
ร่วมด้วย ทักษิณ แจ่มผล, ดามพ์ ดัสกร, สมชาย สามิภักดิ์,
วัฒนา กีชานนท์, อดินันท์ สิงห์หิรัญ, กฤษณะ อำนวยพร,
สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, มารศรี ณ บางช้าง, นวลศรี, ด.ช.ปรีชา เกิดกำแพง,
แพน บอระเพ็ด, บู๊ วิบูลย์นันท์, เหมยฟ้า
บัญญัติ เดชากรณ์ อำนวยการสร้าง
เสนีย์ บุษปะเกศ สร้างเรื่อง
ประทีป โกมลภิส สร้างบท
นิยม ศรีสุวรรณ ถ่ายภาพ
เปี๊ยก มีคุณสุต กำกับการแสดง
เดชากรณ์ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
นาท ภูวนัย,
ปิยะมาศ โมนยะกุล,
พ.ศ. 2518,
สมบัติ เมทะนี,
หินเหล็กไฟ (2535) | ปมแค้นสายเลือดโจร และบททดสอบแห่งขันติ
คอหนังแอ็กชันไทยยุคเก๋าต้องไม่พลาด! นิตยสารฉบับนี้ขอพาย้อนเวลากลับไปพบกับ "หินเหล็กไฟ" (2535) ภาพยนตร์แอ็กชัน-ดราม่าสะท้อนใจมนุษย์ เรื่องราวของ "ไอ้หิน" อดีตเสือร้ายผู้มีอดีตเปื้อนฝุ่นและเพลิงแค้นอันร้อนรุ่มดั่งชื่อของเขา หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตและคำเตือนสติจากพระอาจารย์ว่าดวงชะตากำลังจะดับสูญด้วยเพลิงกิเลสและมารผจญ หินจึงตัดสินใจหันหลังให้ทางโลกชั่วคราว นุ่งขาวห่มขาว ถือศีลภาวนาเพื่อบำเพ็ญตบะและสะเดาะเคราะห์กรรรมยาวนานถึง 500 วัน โดยมี "ไอ้อ่วม" คู่หูสายฮาคอยอยู่เคียงข้างและคอยเตือนสติ
แต่บททดสอบแห่งศีลและขันตินั้นไม่ได้ง่ายเลย เมื่อพระอาจารย์ลั่นวาจาสิทธิ์ไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามออกไปต่อสู้กับมารเด็ดขาด ไม่งั้นชีวิตจะดับสูญทันที... ยกเว้นเพียงวันเดียวในสัปดาห์คือ "วันอาทิตย์" เท่านั้นที่พอจะผ่อนหนักเป็นเบาและป้องป้องตัวเองได้!
เรื่องราวเริ่มทวีความเข้มข้นและตึงเครียดเมื่อ "ไอ้ไฟ" นักเลงหัวไม้ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นลูกชายคู่อริเก่า ได้สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ละเมิดทั้งกฎหมายและศีลธรรมจนลามมาถึงครอบครัวของหิน ทั้งเรื่องราวความรักต้องห้าม การหักหลัง และความสูญเสียครั้งใหญ่ที่บีบคั้นให้จิตใจของหินที่กำลังจะสงบ ต้องกลับมาร้อนเป็นไฟอีกครั้ง!
เมื่อความแค้นและหน้าที่ถาโถมเข้ามาในวันธรรมดาที่เขา "ต้องนิ่ง" แต่ศัตรูกลับฉลาดแกมโกง คอยจับทางและหาความลับเพื่อรุมทำร้ายเขาในวันที่เขาไร้ทางสู้!
หินจะควบคุมเพลิงแค้นในใจและรักษาศีลให้ครบ 500 วันได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่? และเมื่อ "วันอาทิตย์" วันแห่งการปลดปล่อยมาถึง... เพลิงแค้นที่ถูกกดทับไว้จะระเบิดออกมาเผาผลาญทรชนให้มอดไหม้ได้อย่างไร? มาร่วมลุ้นไปกับศึกล้างเลือดที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตและแรงศรัทธา!
ตามไปดูภาพยนตร์ไทยคลาสสิกที่เต็มไปด้วยฉากบู๊ระห่ำและแฝงแง่คิดเรื่องบาปบุญคุณโทษแบบเต็มเรื่องได้เลยครับ:
ข้อความบนใบปิด:
เขียวสดอินเตอร์กรุ๊พ เสนอ
หินเหล็กไฟ
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ สมหมายน้อย ดวงเจริญ
แสงแข พิฆเนศว์ ศรีไพร ข่มอารมณ์
พบดาวดวงใหม่ พรทิพย์ โสระเวช
ฉัตร มงคลชัย, ไวท์, โอดา, คำตัน, ยงค์, ลุงเชย,
ดาบเงิน, ตุ๋ย, เกษม, นนท์
เขียวสด อำนวยการสร้าง
“ศักดิ์มรกต” กำกับการแสดง
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์,
พ.ศ. 2535,
บุญมี ไอ้หมาวัด (2534)
เรื่องย่อ:
เรื่องราวของ... ความรัก ความผูกพัน และการต่อสู้ดิ้นรนของ "บุญมี" เด็กชายกำพร้าผู้อาภัพที่เติบโตมาในสลัม ถูกชาวบ้านเรียกขานอย่างประชดประชันปนเอ็นดูว่า "ไอ้หมาวัด" หลังจากที่ต้องสูญเสียแม่ที่เป็นใบ้ไปอย่างไม่มีวันกลับ บุญมีได้รับการเลี้ยงดูอุ้มชูจากลุงโก้และพี่ทองชัย ชายสู้ชีวิตจากแดนอีสานที่คอยเป็นหลักพักพิงให้เขาในยามยาก
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อบุญมีเติบโตเป็นหนุ่มและสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ทั้งสามคนจึงตัดสินใจหอบหิ้วกันเข้าสู่เมืองกรุงเพื่ออนาคตทางการศึกษาของบุญมี แต่ชีวิตในกรุงเทพฯ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคสารพัด ทั้งความยากจน ทั้งเรื่องลี้ลับในบ้านเช่าสุดหลอนที่มีประวัติเฮี้ยน จนถึงขั้นต้องปะทะกับกลุ่มอิทธิพลเถื่อนและผู้คนที่หวังเข้ามาเอาเปรียบในคราบของคนหวังดี
ท่ามกลางความวุ่นวาย บุญมีได้พบกับ "นิตยา" หญิงสาวจิตใจดีผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของเขา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรัก ความอบอุ่น และการพิสูจน์คุณค่าของมนุษย์ที่ไม่ได้วัดกันที่ชาติตระกูล!
ทำไมถึงต้องดู?
นี่คือภาพยนตร์ไทยแนวชีวิต-ตลกสะท้อนสังคมยุค 90 ที่ครบรส มีทั้งฉากเรียกน้ำตา เสียดสีสังคม ความเฮี้ยนปนฮาของผีในบ้านเช่า และความรักอันบริสุทธิ์ "ไอ้หมาวัด" ผู้นี้จะสามารถเอาชนะโชคชะตา เอาตัวรอดจากสิ่งแวดล้อมที่โหดร้าย และคว้าฝันมาครองได้สำเร็จหรือไม่? มาร่วมย้อนวันวานและร่วมลุ้นไปกับบทสรุปชีวิตของบุญมีแบบเต็มเรื่องได้เลย!
ข้อความบนใบปิด:
ฟาร์อีสกรุ๊บ
เปิดยุทธการขยับกระเดือก
หัวเราะกันจนเหงือกแห้งคาเก้าอี้
ธิดา ธีระรัตน์ รอน บรรจงสร้าง
ด.ช.ตูมตาม (วศิน มีปรีชา)
ธงชัย ประสงค์สันติ เกียรติ กิจเจริญ (กิ๊ก)
บุญมีผู้น่ารัก มันไม่ใช่หมา มันชื่อ บุญมี
ดวงชะตาหักมุมให้ไปขออาศัยวัดอยู่
เพราะชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ ทุกคนจึงเรียกมันว่า
บุญมี ไอ้หมาวัด
มณีรัตน์ วัยวุฒิ (เก๋), สินาภรณ์ พิไลลักษณ์
พบ 2 ดาราคู่ใหม่
พยุนัน วุฒิดารา, ชูศักดิ์ พวงผกา
และเอกพงษ์ วงศ์ชาตรี, หญิง บุตรน้ำเพชร, ทวนทอง
เซอร์ปิโก้, ภคินี สุนทรนาค, ด.ช.เอก อนุเปลม
ด.ญ.คัทรียา สุนทรนาค, ด.ญ.ปัทมา ปิ่นทอง
สุชาดา อีเอม, เพ็ญนี สืบตระกูล, ทวน ทวนทอง
พยุง พยกุล กำกับการแสดง
สมหมาย คำสอน ผู้ช่วยผู้กำกับ
ไพบูลย์ วงศ์ศรี สร้างบทภาพยนตร์
นคร ภู่ดี ถ่ายภาพ
ภคินี สุนทรนาค อำนวยการสร้าง
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
ฉายวันที่ 13 ก.พ.2534
มนต์รักเพลงทะเล้น (2531)
เรื่องย่อ:
เมื่อความต่างของไลฟ์สไตล์กลายมาเป็นบททดสอบของความรัก! เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "บดินทร์" ชายหนุ่มรูปหล่อ โปรไฟล์ดี ดีกรีนักเรียนนอกจาอังกฤษผู้พกมรดกพันล้านกลับมาเมืองไทย เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจ "ปิยนุช" นักศึกษาสาวผู้รักชีวิตเรียบง่ายและติดดิน แต่เส้นทางรักนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะยิ่งบดินทร์พยายามเข้าหาด้วยความเพียบพร้อมเท่าไหร่ ปิยนุชกลับยิ่งรู้สึกอึดอัดและรำคาญใจ จนเกิดเป็นความพ่อแง่แม่งอนและเรื่องราวเข้าใจผิดกันไปใหญ่โต
บดินทร์จึงต้องยอมสลัดคราบหนุ่มนักเรียนนอกสุดหรู หันมาปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตธรรมดาๆ นั่งทานข้าวข้างทาง เพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็นความจริงใจ ในขณะเดียวกัน เรื่องราวยิ่งวุ่นวายและอลหม่านมากขึ้น เมื่อกามเทพดันทำงานควบคู่ไปกับปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของชาวบ้านในชุมชน และเหล่าสีสันคนรอบข้างที่พกพาความทะเล้นและเสียงดนตรีมาสร้างความครื้นเครงตลอดทั้งเรื่อง
ความรักของหนุ่มนักเรียนนอกและสาวติดดินจะลงเอยอย่างไร? บดินทร์จะใช้ "มนต์รัก" และ "ความจริงใจ" ทลายกำแพงหัวใจของปิยนุชได้สำเร็จหรือไม่?
ทำไมถึงไม่ควรพลาด?
หนังเรื่องนี้อบอวลไปด้วยบทเพลงอันไพเราะและมุกตลกสไตล์ไทยคลาสสิกที่ดูเมื่อไหร่ก็ยิ้มได้ พร้อมทั้งสะท้อนภาพกรุงเทพฯ ในอดีตได้อย่างมีเสน่ห์ ใครที่คิดถึงบรรยากาศหนังไทยเก่าๆ ที่ดูง่าย สบายใจ และเต็มไปด้วยความสดใส ต้องไม่พลาดที่จะไปตามดูตัวเต็มกันต่อเลยครับ!
ข้อความบนใบปิด:
nk เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
โดย สุพจน์ พิสิษฐ์วุฒินันท์
ภูมิใจเสนอ
ทะเล้นนัก...รักซะเล้ย...
มนต์รักเพลงทะเล้น
บดินทร์ ดุ๊ก พบดาวจรัสแสงดวงใหม่
นาตาชา เปลี่ยนวิถี
ชมพู ฟรุ๊ตตี้, ปิง ฟรุ๊ตตี้,
“ตู้” ดิเรก อมาตยกุล, บุญธรรม พระประโทน,
น้อย โพธิ์งาม, ล้อต๊อก, ชูศรี มีสมมนต์
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, พิศมัย วิไลศักดิ์, วิทยา สุขดำรงค์
8 เพลงเอกยอดฮิต
กำกับการแสดงโดย กลุ่มนพเก้า
นาตาชา เปลี่ยนวิถี,
พ.ศ. 2531,
คอหนังแอ็กชันไทยยุคคลาสสิกต้องไม่พลาด! "วายร้าย 4 คิงส์" (2529) ภาพยนตร์บู๊ระห่ำเมืองที่ขนทัพนักแสดงระดับตำนานนำโดยพระเอกตลอดกาลอย่าง สรพงษ์ ชาตรี มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการไล่ล่าสุดมันส์ชวนลุ้นระทึก
เรื่องย่อ:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ...
ความสงบสุขของเมืองกรุงต้องสั่นคลอนจากการบุกปล้นร้านทองครั้งใหญ่กลางวันแสกๆ โดยแก๊งวายร้ายข้ามชาติระดับพระกาฬอย่าง "3 คิงส์" ที่บินตรงมาจากฮ่องกงเพื่อลงมืออย่างอุกอาจ แม้ทางกรมตำรวจไทยจะสามารถตามตะครุบตัวพวกมันได้อย่างทันควัน ณ สนามบินดอนเมือง ก่อนที่จะทันได้เผ่นหนีออกนอกประเทศ แต่เรื่องราวมันไม่ได้จบลงง่ายๆ แค่นั้น!
เมื่อ "หัวหน้าใหญ่" ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการไม่ยอมปล่อยให้ลูกน้องต้องนอนคุกเมืองไทย แผนการเหนือเมฆ "ชิงตัวนักโทษ" กลางศาลจึงถูกอุบัติขึ้นอย่างบ้าบิ่น! สร้างความอับอายและท้าทายอำนาจกฎหมายไทยอย่างถึงที่สุด
ภารกิจกอบกู้ศักดิ์ศรีของตำรวจไทยจึงตกเป็นของนายตำรวจมือดี ที่ต้องยอมเอาตำแหน่งและเกียรติยศเป็นเดิมพัน ออกตามล่าแก๊งมหาภัยนี้แบบพลิกแผ่นดิน โดยมีเบาะแสสำคัญคือนักร้องสาวพราวเสน่ห์ในไนท์คลับ และ "ไอ้ไฝ่ใจ" ตัวแปรสำคัญผู้กุมความลับในการกบดานของพวกมัน
สงครามชิงไหวชิงพริบและการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างกฎหมายกับอิทธิพลมืดระดับสากลได้เริ่มต้นขึ้น... ตำรวจไทยจะสามารถลากคอแก๊งวายร้าย 4 คิงส์กลับมาลงทัณฑ์ได้สำเร็จ หรือพวกมันจะสามารถแหกคุกหนีลอยนวลออกนอกประเทศไปได้?
ร่วมพิสูจน์ความมันส์และฉากแอ็กชันสุดคลาสสิก บู๊กันสนั่นเมืองในสไตล์หนังไทยยุค 80 ได้แบบเต็มเรื่องที่ลิงก์นี้เลย! 👉 รับชม วายร้าย 4 คิงส์ (2529)
ข้อความบนใบปิด:
ก้องสยามภาพยนตร์
จากพฤติการณ์แก๊งค์สี่คิงส์ฮ่องกง
สร้างคดีอุกฉกรรจ์ทั่วเอเชีย
เรียกค่าไถ่ ปล้นร้านเพชรทอง
และปล้นตัวประกัน หนีศาลอย่างอุกอาจ
จนเป็นข่าวใหญ่ สั่นขวัญไปทุกมุมโลก!
ผู้กำกับทันเหตุการณ์
พยุง พยกุล กำกับการแสดง
วายร้าย 4 คิงส์
HONG KONG 4 K.GANGSTER
สรพงศ์ ชาตรี, วรัญญู, ลักษณ์ อภิชาติ, บดินทร์
ประชัน 4 ควีนส์
นีรนุช อติพร, ชุติมา กาวินละ, สินาภรณ์ พิไลลักษณ์
และดาวจุติดวงใหม่ ชนกนารถ รัตน์พันธุ์
บรรพต, ทวน, อังคาร
และการกลับมาของ ไชยา สุริยัน
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
ลุ้นอลเวง (2530)
เรื่องย่อ:
เมื่อ "แบงค์" ชายหนุ่มสู้ชีวิตผู้มีหัวใจรักเสียงเพลงและพรรคพวกชาวแก๊งต้องตกอยู่ในสถานการณ์หลังชนฝา ทั้งปัญหาเรื่องเงินทอง แถมทรัพย์สินเครื่องใช้ในบ้านยังโดนยกเค้าไปตรวจสภาพ (จำนำ) จนหมดเกลี้ยง! แต่ในความมืดมนนั้น จู่ๆ โชคชะตาก็เล่นตลกส่งเมกะโปรเจกต์แบบไม่คาดฝันมาให้ เมื่อพวกเขาได้เผชิญหน้ากับ "คุณชาย" หนุ่มไฮโซมาดกวน ขี้อวดร่ำอวดรวย ที่เชื่อว่า “เงินสามารถซื้อได้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้”
ความหมั่นไส้บวกกับศักดิ์ศรีมันค้ำคอ นำไปสู่การท้าพนันครั้งยิ่งใหญ่ที่มีเงินเดิมพันสูงถึง 30,000 บาท! (ซึ่งแก๊งพระเอกแทบไม่มีติดตัว) เงื่อนไขคือ แบงค์จะต้องปฏิบัติการจีบ "คุณเปรม" ดีไซเนอร์และสาวสังคมสุดมั่นระดับตัวแม่ ผู้เกลียดผู้ชายกะล่อนเป็นชีวิตจิตใจ ให้สำเร็จภายในเวลา 30 วัน
ปฏิบัติการ "ต้มตุ๋นหัวใจ" จึงเริ่มต้นขึ้นแบบทุลักทุเล แบงค์ต้องงัดสารพัดวิธี ตั้งแต่ส่งดอกไม้ ตื๊อหน้าบริษัท ไปจนถึงตามไปทำคะแนนในงานการกุศลช่วยเหลือเด็กกำพร้า โดยมีเหล่าเพื่อนพ้องคอยลุ้นและเป็นลูกมือวางแผนกันอย่างอลเวง
ทว่า... ยิ่งได้ใกล้ชิด ความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้แผนการเริ่มทำให้หัวใจของทั้งคู่สั่นคลอน แบงค์เริ่มตระหนักว่ารักครั้งนี้ไม่ควรถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการพนัน แต่ในขณะที่ความรู้สึกดีๆ กำลังก่อตัว แผนการลับและเงินเดิมพันก้อนนั้นก็พร้อมที่จะระเบิดออกมาทำลายความเชื่อใจได้ทุกเมื่อ!
เหตุผลที่ไม่ควรพลาด:
หนังเรื่องนี้สะท้อนภาพการปะทะกันระหว่าง "คุณค่าของเงิน" และ "คุณค่าของจิตใจ" ผ่านมุกตลกน่ารักๆ ยุค 80s พร้อมฉากไล่ล่าพาลูกน้อย (น้องบอย) หนีผู้ร้ายสุดระทึกในช่วงท้าย และบทเพลงประกอบอันไพเราะตลอดเรื่อง แบงค์จะยอมล้มเลิกการพนันเพื่อความถูกต้อง หรือความลับจะถูกเปิดโปงจนคุณเปรมหันหลังให้ตลอดกาล? ต้องไปร่วมลุ้นกันใน "ลุ้นอลเวง (2530)"
"สองโหลยี่สิบห้า" (2529) — ความหวังสุดท้ายของเพื่อนแท้ กับภารกิจตามใจ "คนอยากตาย"
เรื่องย่อ:
เมื่อ "ปัด" ชายหนุ่มผู้จมดิ่งอยู่กับโลกจินตนาการในหนังสือการ์ตูน เกิดล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน และได้รับข่าวร้ายจากคุณหมอว่าเขามีชีวิตเหลืออยู่ได้อีกเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น! เท่านั้นยังไม่พอ ก่อนตายปัดยังมีความฝันสุดประหลาดที่ถอดแบบมาจากโลกการ์ตูน นั่นคือการอยากทำตัวเป็นราชาที่มีมเหสีล้อมรอบให้ครบ "2 โหล" (24 คน) แถมนิสัยยังเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งจู้จี้ ขี้บ่น และคอยพูดแต่คำว่า "ตาย ตาย ตาย" อยู่ตลอดเวลา
ด้วยความรักและเห็นใจในวาระสุดท้ายของเพื่อน สนิทอย่าง "ตัน" และกลุ่มเพื่อนพ้อง จึงตัดสินใจกระโดดมาร่วมเออออห่อหมก ยอมสละทั้งเงิน ทั้งแรงกาย แรงใจ จัดฉากสร้างโลกในฝันให้ปัดได้เป็นราชาสมใจอยาก ยอมกระทั่งไปเสาะหาพาผู้คนแปลกหน้าสารพัดรูปแบบ—ทั้งคนชอบเกาเท้า คนบ้ากินน้ำอัดลม คนคลั่งบอลบราซิล ไปจนถึงหญิงสาวที่หอบชุดแต่งงานไปไหนมาไหนตลอดเวลา—ให้มารวมตัวกันเพื่อทำตามความต้องการของปัด ก่อนที่เขาสัญญาว่าจะ "ขอลาโลกนี้ไปในช่วงเวลาเที่ยงคืน"
แต่ยิ่งใกล้ถึงเวลาเส้นตาย ความอลหม่านกลับยิ่งทวีคูณ เมื่อผู้คนรอบตัวเริ่มแสดงพฤติกรรมแปลกประหลาดหลุดโลกขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีใครแยกออกว่าใครกันแน่ที่ปกติ และเรื่องราวทั้งหมดนี้แท้จริงแล้วเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียง "แผนลวงโลก" ของใครบางคนกันแน่?!
ร่วมพิสูจน์ความรักของมิตรภาพ ท่ามกลางความตลกขบขัน ปนความเพี้ยนสุดกู่ใน "สองโหลยี่สิบห้า" ภาพยนตร์ไทยเก่าแนวตลกเบาสมองที่สะท้อนสัจธรรมชีวิตได้อย่างเจ็บแสบ... แล้วคุณจะรู้ว่า บางทีคนรอบตัวคุณอาจจะเพี้ยนกว่าที่คุณคิด!
ข้อความบนใบปิด:
เรื่องของเรื่อง...พระเอกเค้าอยากมีแฟน 24 คน
แล้วไม่รู้จะเอาแฟนตัวจริงไปไว้ตรงไหน
สองโหลยี่สิบห้า
(การ์ตูนเป็นเหตุ)
พลวัฒน์ มนูประเสริฐ, อธิป ทองจินดา, เสกสรร ชัยเจริญ,
อนุรา จันทรังษี, ศรัญญา “ปรินซ์”นิยมศิลป, เชอรี่ ธรรมิกสกุล,
รักศักดิ์ ประเสริฐศักดิ์, สันติภาพ บุญส่ง, สรยุทธ สังข์บัวแก้ว,
จุติมา บุญญาภรณ์, อุดมศรี แก้วประเสริฐ, อาภาวดี เสริมศิริ
อภิชาต โพธิ์ไพโรจน์ กำกับการแสดง
บุญยงค์ มงคลเมือง ถ่ายภาพ
กลุ่มเรือดำน้ำ ดำเนินงานสร้าง-จัดจำหน่าย
พลวัฒน์ มนูประเสริฐ,
พ.ศ. 2529,
เสกสรร ชัยเจริญ,
อธิป ทองจินดา,
อนุรา จันทรังษี,
ความระทึกขวัญและปนฮาจากยุค 90s ที่จะพาทุกคนไปสืบหาความจริงในหนังไทยคลาสสิก "มือผี (2535)
"ค่ำคืนเดียว... จากเจ้าสาวแสนสวย กลายเป็นโครงกระดูกปริศนา!"
เรื่องย่อ:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในคืนวันแต่งงานที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุขของ "บุญเติม" หญิงสาวที่จำใจต้องเข้าพิธีวิวาห์และทิ้งอดีตคนรักอย่าง "วีรัส" ไว้เบื้องหลัง แต่ยังไม่ทันข้ามคืน เหตุการณ์สยองขวัญที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น! บุญเติมหายตัวไปในห้องนอนอย่างเป็นปริศนา และเมื่อทุกคนพังประตูเข้าไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่กลับมีเพียง "โครงกระดูกและแหวนแต่งงาน" พร้อมร่องรอยการเสียชีวิตจากการถูกหักคออย่างโหดเหี้ยม!
ความตายที่ผิดธรรมชาติและชวนขวัญผวาในคืนเดียวนี้ ทำให้พี่ชายของเธอไม่ยอมอยู่เฉย และปฏิญาณว่าจะต้องลากคอฆาตกรมาลงโทษให้ได้ โดยเขาได้ทำพินัยกรรมมอบมรดกทั้งหมดให้กับ "แต๋ว" หญิงสาวอีกคน แต่มีข้อแม้เพียงข้อเดียวคือ... ต้องนำกระดูกส่วน "มือ" ที่สวมแหวนวงนั้น ออกมาวางโชว์ให้ทุกคนเห็น เพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อล่อคนร้าย!
ขณะเดียวกัน "วีรัส" แฟนเก่าของบุญเติมที่เดินทางกลับมา ก็เริ่มพบเจอกับเรื่องราวลี้ลับและวิญญาณที่ตามหลอกหลอนจนแทบคลั่ง รวมถึงเหตุการณ์อลหม่านปนเสียงหัวเราะของชาวบ้านและหมอทำเสน่ห์จอมลวงโลกที่เข้ามาพัวพันในหมู่บ้านแห่งนี้
ปมปริศนาชวนติดตาม:
ใครคือฆาตกรตัวจริงที่ลงมือหักคอบุญเติมในคืนแต่งงาน? และ "มือผี" ที่สวมแหวนวงนั้นจะนำพาความแค้นและเปิดโปงโฉมหน้าคนร้ายได้อย่างไร?
คอหนังไทยเก่าแนวสยองขวัญสืบสวนสอบสวนแฝงมุกตลกคาเฟ่ยุค 90s ไม่ควรพลาด! มาร่วมสืบคดีและพิสูจน์ความเฮี้ยนของ "มือผี (2535)" แบบเต็มเรื่องได้แล้วที่นี่
คอหนังไทยคลาสสิกห้ามพลาด! นิตยสารบันเทิงขอพาย้อนเวลากลับไปสู่ปี พ.ศ. 2521 กับผลงานภาพยนตร์แอ็กชัน-คอมเมดี้สุดเก๋าที่สร้างเสียงหัวเราะและความมันส์มาแล้วทั่วประเทศ ใน "สิงห์สะเปรอะ" นำแสดงโดยพระเอกตลอดกาลผู้เป็นตำนาน สมบัติ เมทะนี
🎬 เรื่องย่อ:
เมื่อ "สิงห์ ซื่อสัตย์" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) นายอำเภอคนใหม่ผู้ตงฉินและรักความถูกต้อง ได้ฤกษ์ย้ายมาประจำการที่ "อำเภอเก่งกอย" ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความป่าเถื่อนและเต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นคอยกดขี่ชาวบ้าน
เพียงแค่วันแรกที่เหยียบพื้นที่ นายอำเภอสิงห์ก็เปิดฉากทลายบ่อนพนันของผู้มีอิทธิพลจนราบคาบ ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้ความไม่ถูกต้อง และปฏิเสธเงินใต้โต๊ะก้อนโตที่ส่งมาหวังจะปิดหูปิดตาเขาอย่างสิ้นเชิง!
เมื่อเจอ "คนจริง" ที่ไม่มีวันซื้อได้ เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลจึงเริ่มเปิดฉากโต้กลับอย่างดุเดือด ทั้งส่งลูกสมุนสวมถุงน่องพรางตัวออกปล้นสะดมชาวบ้านเพื่อดิสเครดิตสร้างความปั่นป่วน แถมยังมีเรื่องราวรักสามเส้าสี่เส้าสุดอลเวงของคนในพื้นที่เข้ามาพัวพัน จนกลายเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้งที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"ทางของคนชั่ว... ก็คือคุก!"
ศึกศักดิ์ศรีระหว่างนายอำเภอสิงห์ผู้รักความยุติธรรม กับกลุ่มมาเฟียท้องถิ่นที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดเขาออกไปจากพื้นที่ จะลงเอยอย่างไร? นายอำเภอสิงห์จะล้างบางอิทธิพลมืดและนำความสงบสุขกลับมาสู่เก่งกอยได้สำเร็จหรือไม่?
เตรียมพบกับฉากแอ็กชันสไตล์ไทยเดิม คลุกเคล้ามุกตลกโบ๊ะบ๊ะสุดคลาสสิก และบทเพลงสนุกๆ ที่จะทำให้คุณคิดถึงบรรยากาศหนังกลางแปลงในอดีต ร่วมพิสูจน์ความเก๋าของ "สมบัติ เมทะนี" ในภาพยนตร์ไทยแท้แบบเต็มเรื่องได้แล้ววันนี้!
🎞️ ตามไปชมความสนุกต่อได้ที่นี่เลย: ชมภาพยนตร์ สิงห์สะเปรอะ (2521)
ข้อความบนใบปิด:
ทองทรัพย์สินธุ์โปรดัคชั่น
โดย สมาน ทองทรัพย์สินธุ์ เสนอ
ภาพยนตร์บู๊ ตลก แหกตลาด ฮาตลอด
จากผลงาน สิงห์รถบรรทุก ที่เกรียวกราวมาแล้ว
หัวเราะกันให้ลั่น ฮากันให้เลอะ สนุกจริงๆ ดู
สิงห์สะเปรอะ
สมบัติ เมทะนี พิศมัย วิไลศักดิ์
สายัณห์ จันทรวิบูลย์ เศรษฐา ศิระฉายา ล้อต๊อก
ชูศรี มีสมมนต์, ก๊กเฮง, สุวิน สว่างรัตน์,
ธัญญา ธัญญลักษณ์, มัตติกา เกียรติสกุล, เสาวณีย์ สกุลเดช,
สุนทร, เสกสรร ภู่ประดิษฐ์
กำกับการแสดงโดย สมาน ทองทรัพย์สินธุ์
อำนวยการสร้าง โดย ธนวิน์ ทองทรัพย์สินธุ์
สร้างเรื่องโดย “จุ๋มจิ๋ม” แห่งการ์ตูน หนูจ๋า
ถ่ายภาพโดย ปานศักดิ์ พราหมณ์พันธุ์
นิวไฟว์สตาร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
หนุ่มนาข้าว สาวลำน้ำมูล (2538) | ความรัก สายน้ำ และสงครามศักดิ์ศรีระหว่างสายเลือดชาวนา
เรื่องย่อ:
เมื่อ "หนุ่มนาข้าว" ผู้ยึดมั่นในวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิม โคจรมาพบรักกับ "สาวลำน้ำมูล" ลูกสาวเจ้าของฟาร์มกุ้งฟาร์มปลาผู้มั่งคั่ง เรื่องราวความรักที่ควรจะงดงามกลับกลายเป็นฉนวนเหตุของความขัดแย้งครั้งใหญ่ เมื่อ "ผู้ใหญ่" ของทั้งสองฝ่ายต่างทะนงในศักดิ์ศรีและอาชีพของตนเอง จนเกิดการกีดกันและปะทะคารมกันอย่างดุเดือด ฝ่ายหนึ่งมองว่าผืนนาคือกระดูกสันหลังของชาติ แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าคนทำนาไม่มีวันรวยและเสี่ยงอดตายในหน้าแล้ง!
ท่ามกลางกำแพงทิฐิที่ผู้ใหญ่ขีดเส้นขนานไว้ "โดม" และ "ปราง" สองหัวใจที่รักกันมั่นคงกลับยิ่งถูกบีบคั้น เมื่อพี่ชายของฝ่ายหญิงคอยตามล้างตามเช็ดและใช้กำลังข่มขู่ในทุกวิถีทางเพื่อแยกพวกเขาออกจากกัน ความกดดันที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ บีบให้คู่รักหนุ่มสาวต้องตัดสินใจ "หนี" ไปด้วยกันเพื่อพิสูจน์รักแท้ แต่นั่นกลับยิ่งจุดชนวนให้เกิดการตามล่าครั้งใหญ่ที่เดิมพันด้วยชีวิตและศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย!
ร่วมติดตามอดีตหนังไทยแนวดราม่า-ชีวิต-แอคชั่นปนกลิ่นอายลูกทุ่งอีสานสุดคลาสสิก ที่สะท้อนภาพวิถีชีวิตชาวบ้านริมฝั่งมูลและการต่อสู้เพื่อความรักท่ามกลางอุปสรรคสายเลือด... สุดท้ายแล้วความรักบริสุทธิ์ของหนุ่มนาข้าวและสาวลำน้ำมูลจะเอาชนะทิฐิของผู้ใหญ่ได้หรือไม่? หรือพวกเขาจะต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ผู้ใหญ่ขีดเส้นไว้?
รับชมภาพยนตร์ไทยเก่าทรงคุณค่าแบบเต็มเรื่องได้แล้ววันนี้
ข้อความบนใบปิด:
เจริญการช่างภาพยนตร์ ร่วมกับ ศรัญญูภาพยนตร์
สร้าง
เสียงปืน...เสียงเพลง...
บรรเลงกันลั่นทุ่ง และคุ้งแคว...
หนุ่มนาข้าว สาวลำน้ำมูล
ฟัง 6 เพลงเอกไพเราะจาก...สันติ ดวงสว่าง
ยิ่งยง ยอดบัวงาม และ ก้องฟ้า วัฒนา
สรพงศ์ ชาตรี, สันติ ดวงสว่าง, ยิ่งยง ยอดบัวงาม,
ก้องฟ้า วัฒนา, สรัญญา สัมพันธ์สุวรรณ, วิมลมาศ เสอุดม,
ลุงเชย โชยชื่น, ลุงอำพา คชพันธ์, ต้อย อยุธยา,
ยงค์ อยุธยา, เกษม เอฟเฟค, เครา อุทุมพร, โช บางไทร
อำพา คชพันธ์ สร้างบทประพันธ์
สเป็ค สร้างบทภาพยนตร์
อนันต์ ธุรกิจ
ตามใจ กำกับบท
สันทัด ศรีสัมพันธ์ ถ่ายภาพ
ศักดิ์ มรกต กำกับการแสดง
“สู้สะท้านเมือง” (2528) – มหึมาความมันส์ระดับสู้ยิบตา!
เมื่อความยุติธรรมถูกท้าทายด้วยอำนาจมืดของ “แก๊งนายกำธร” มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย ทั้งค้ายาเสพติดและค้ามนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังมีทีมล่าสังหารสุดแปลกใหม่... "แก๊งวัยรุ่นสเก็ตบอร์ด" ที่ใช้ความเร็วบนล้อเลื่อนออกปล้นและเก็บพยานฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมกลางกรุง!
เรื่องย่อ:
เรื่องราวทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อ ภาวินี หญิงสาวผู้โชคร้ายบังเอิญไปเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมอันโหดเหี้ยมของแก๊งนี้ ทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายเด็ดหัวของพวกมันทันที! บ้านของเธอถูกถล่ม แม่ถูกฆ่าตาย และตัวเธอเองก็ถูกลักพาตัวไปฉีดยาเสพติดจนแทบเสียสติ
แต่พวกมาเฟียคงลืมคิดไปว่า ภาวินี คือน้องสาวของ คมเพชร (รับบทโดย สรพงศ์ ชาตรี) อดีตสารวัตรกองปราบมือฉกาจ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องลูกปืนสั่งตายและอุดมการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ แม้ตอนนั้นเขาจะถูกสั่งพักราชการ (แถมยังมีข่าวลือว่าเป็นแผนลับลวงพรางของกรมตำรวจ!) แต่เมื่อสายเลือดถูกรังแก และบ้านเมืองถูกเหยียบย่ำ มีหรือที่เสือร้ายอย่างเขาจะอยู่เฉย!
คมเพชรจับมือกับ ผู้กองหาญกล้า และ วิชุดา สายลับสาวสุดแกร่ง แท็กทีมเปิดฉากออกล่ากวาดล้างทรชนแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน จากตรอกซอกซอยในเมืองกรุง ไปจนถึงสมรภูมิระเบิดเผากระท่อมและท่าเรือขนส่งนรก!
คมเพชรจะช่วยน้องสาวและทลายแก๊งอิทธิพลมืดนี้ได้สำเร็จหรือไม่? แผนลวงพรางของกรมตำรวจคืออะไรกันแน่?
คอหนังแอ็กชันไทยยุคคลาสสิกห้ามพลาด! การเชือดเฉือนบทบาทสุดมันส์ และคิวบู๊ระห่ำสะใจของพระเอกตลอดกาล "สรพงศ์ ชาตรี" มาร่วมพิสูจน์ความเดือดและหาคำตอบพร้อมกันได้ในภาพยนตร์ฉบับเต็มเลยครับ!
แนะนำภาพยนตร์ไทย: สุดหัวใจ...เลยนะ (2533)
นำแสดงโดย: บดินทร์ ดุ๊ก, สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์
เรื่องย่อ:
เมื่อ "อ๊อด" (รับบทโดย บดินทร์ ดุ๊ก) หนุ่มหล่อมาดกวนผู้รักเสียงดนตรีและใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ปฏิเสธเสียงแข็งที่จะไปเรียนต่อเมืองนอกตามใจผู้เป็นพ่อ เพราะความฝันเดียวของเขาคือการฟอร์มวงดนตรีกับแก๊งเพื่อนซี้กวนเมือง ทว่า...ชีวิตที่กำลังสนุกสนานกลับต้องมาสะดุดกึกเมื่อเขาได้โคจรมาพบกับ "จิ๊บ" (รับบทโดย สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์) สาวสวยสุดมั่นที่เปิดฉากเจอกันครั้งแรกก็กลายเป็นคู่กัดชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร!
ความป่วนทวีคูณเมื่อแก๊งหนุ่มๆ ดันไปก่อเรื่องจนทำเอาแผนชีวิตของพวกสาวๆ พังไม่เป็นท่า นำไปสู่มหากาพย์การแก้แค้นสุดแสบแถมพกความฮามาเป็นกระบุง จาก "คู่กัด" ที่เจอหน้ากันทีไรต้องมีเรื่องเดือดร้อน (ถึงขั้นหัวร้างข้างแตก!) แต่อิทธิพลของความใกล้ชิดและตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกก็เริ่มทำให้อะไรบางอย่างในหัวใจของทั้งคู่เปลี่ยนไป
เรื่องราวเริ่มวุ่นวายขึ้นเมื่อคุณพ่อสุดเฮี้ยบของจิ๊บโผล่มาพร้อมปืนคู่ใจคอยขัดขวาง และยังมีเรื่องราวชวนเข้าใจผิดระดับคอขาดบาดตายที่ตามมาไล่ล่าพวกเขาไกลถึงเชียงใหม่! อ๊อดจะเอาชนะใจพ่อตาจอมโหดและล้างภาพลักษณ์ "ตัวซวย" ในสายตาของจิ๊บได้อย่างไร? แล้วความรักกวนๆ ของหนุ่มนักดนตรีกับสาวมั่นคนนี้จะลงเอยแบบไหน?
มุมวิจารณ์ชวนชม: ใครที่คิดถึงบรรยากาศหนังไทยยุค 90s แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ คลุกเคล้าเสียงเพลงเพราะๆ และเคมีสุดลงตัวของ "บดินทร์ ดุ๊ก" ในช่วงที่ท็อปฟอร์ม ประกบคู่กับนางเอกสาวตาหวาน "แอน สิเรียม" บอกเลยว่าเรื่องนี้คือ 'ทีเด็ด' ที่ไม่ควรพลาด ความกวนของแก๊งพระเอกและมุกตลกคาเฟ่ยุคนั้นจะทำให้คุณอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่องแน่นอน!
ชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง 'สุดหัวใจ...เลยนะ (2533)'
เรื่องย่อ: นักเลงหมอลำ (2533)
เมื่อเสียงแคนและท่วงทำนองหมอลำต้องเคล้าไปด้วยกลิ่นอายของคมกระสุนและความแค้น!
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "สมหมาย" หัวหน้าวงดนตรีหมอลำหนุ่มอนาคตไกล ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่หลังจากการจากไปอย่างมีเงื่อนงำของบิดา พร้อมทิ้งจดหมายลาตายที่เป็นกุญแจสำคัญระบุชัดว่า ตัวการผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมและการข่มขู่หวังฮุบกิจการวงดนตรีก็คือ "นายสันทาน" ผู้ทรงอิทธิพลเหนือกฎหมาย
สมหมายพร้อมด้วยกลุ่มมิตรสหายและ "ลุงเบิ้ม" สายสืบจำเป็นสุดฮา จึงต้องร่วมมือกันวางแผนเพื่อกระชากหน้ากากคนชั่วและทวงคืนความยุติธรรม ทว่า... ฝ่ายศัตรูกลับมีอิทธิพลล้นฟ้าและพร้อมจะถล่มพวกเขาให้ราบคาบทุกวินาที ความมันส์ยิ่งทวีคูณเมื่อมี "ก้องฟ้า" ชายลึกลับมาดนักเลงไฮโลโผล่เข้ามาพัวพันในพื้นที่ ซึ่งไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขามาเพื่อเป็นมิตร หรือเป็นศัตรูตัวฉกาจกันแน่!
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ บรรยากาศบ้านทุ่ง และบทเพลงหมอลำอันไพเราะ การหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างกลุ่มคนสู้ชีวิตและมาเฟียท้องถิ่นจึงระเบิดขึ้น! สมหมายจะสามารถรักษาผลงานชิ้นสุดท้ายของพ่อและปกป้องคนรักไว้ได้หรือไม่? และความจริงเบื้องหลังหน้ากากของผู้ทรงอิทธิพลจะถูกเปิดโปงอย่างไร?
คอหนังไทยเก่าแนวแอ็กชัน-คอเมดี้ ผสมกลิ่นอายลูกทุ่งหมอลำห้ามพลาด! ร่วมพิสูจน์ความเดือดปนฮาครั้งนี้ใน "นักเลงหมอลำ"
"สองเรา" (2522) — เมื่อคำสัญญาของกาลเวลา ถูกทดสอบด้วยพรหมลิขิตอันขมขื่น
หากคุณยังคิดถึงกลิ่นอายของภาพยนตร์ไทยแนวรักโรแมนติก-ดราม่า ยุคปลายทศวรรษที่ 20 ที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองของกวี บทสนทนาที่ละเมียดละไม และการแสดงที่บีบคั้นหัวใจ ภาพยนตร์เรื่อง "สองเรา" คือผลงานคลาสสิกอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรปล่อยให้เลือนหายไปกับกาลเวลา
เรื่องย่อ:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากสายสัมพันธ์อันงดงามระหว่าง "ทิวากร" (รับบทโดย พิศาล อัครเศรณี) นักเขียนหนุ่มผู้มีอารมณ์ศิลปินและบทกวีในหัวใจ กับ "ปาริฉัตร" (รับบทโดย วาสนา สิทธิเวช) หญิงสาวผู้เพียบพร้อม ทั้งสองสบตาและก่อเกิดเป็นความรักแท้ที่บริสุทธิ์ ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงแค่เขาสองคน ก่อนที่ปาริฉัตรจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา ทั้งคู่ได้ฝากหัวใจและคำมั่นสัญญาต่อหน้าโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ว่า “จะรอคอยกันและกันด้วยความซื่อสัตย์มั่นคง ไม่ผันแปร”
แต่ทว่า... ระยะทางและกาลเวลา 5 ปี กลับทำหน้าที่ของมันอย่างโหดร้าย เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อเมริกา ทำให้ปาริฉัตรขาดการติดต่อไประหว่างที่ทิวากรกำลังเผชิญมรสุมชีวิตจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ความเงียบและลมพายุแห่งโชคชะตาบีบบังคับให้ทั้งคู่ต้องเลือกเดินบนเส้นทางสายใหม่ ทิวากรตัดสินใจสร้างครอบครัวกับหญิงสาวที่ช่วยชีวิตเขาในยามยาก ขณะที่ปาริฉัตรเองก็มีพันธะผูกพันทางร่างกายและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ
เมื่อกาลเวลาหมุนเวียนให้ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะ "คนเคยรัก" ที่ต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวแล้ว ถ่านไฟเก่าที่ยังคงคุโชนในหัวใจจะต้านทานกรอบของศีลธรรม สังคม และคำนินทาได้หรือไม่? ความรักที่พวกเขาเคยคิดว่าควบคุมได้ด้วยตัวเอง แท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่ "เงาจันทร์ในน้ำ" ที่ทำได้เพียงชื่นชมด้วยสายตา แต่ไม่อาจเอื้อมมือไปไขว่คว้ามาครอบครอง...
แล้วคุณจะรู้ว่า บางครั้งการปล่อยให้เงาจันทร์คงอยู่ในน้ำ... อาจงดงามกว่าการงมมันขึ้นมาให้เปียกปอน
ข้อความบนใบปิด:
ตรีบุบผาฟิล์ม เสนอ
ความรัก จะรู้คุณค่าอย่างไร ถ้าไม่สูญเสียมันไป
สองเรา
ของ นที สีทันดร
สมพงษ์ ตรีบุบผา กำกับการแสดง
วิฑูรย์ กรุณา นันทนา เงากระจ่าง
เดือนเต็ม สาลิตุล, สุรชาติ ไตรโภค, เฉลา ประสพศาสตร์,
เทิ่ง สติเฟื่อง, น้องหนู, ปิยะวรรณ,
เทวฤทธิ์ ลอยชาย, จง ทำดี,
ด.ช.เอราวัฒ เรืองวุฒิ, ด.ญ.จอย จินดานุช
ดารารับเชิญ ศิริ ศิริจินดา,
วงจันทร์ ไพโรจน์, ยิ่งใหญ่ อายะนันท์
ธนาชัย ชิโนทัย สร้างบท
สราวุฒิ วุฒิชัย ถ่ายภาพ
จักรพงษ์ ตรีบุบผา อำนวยการสร้าง
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
หวยเถื่อน (2532)
เมื่อความหวังของคนจน... กลายเป็นขุมทรัพย์บนความแค้นของอิทธิพลมืด!
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันหวยออกที่เปลี่ยนชีวิตของครอบครัวหนึ่งไปตลอดกาล เมื่อ "ลุงไผ่" ชายหาเช้ากินค่ำเกิดถูกหวยเถื่อนใต้ดินเป็นเงินรางวัลสูงถึง 500,000 บาท! เงินก้อนนี้ควรจะเป็นความหวังและอนาคตใหม่ของครอบครัว แต่ทว่า... เขากลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย เมื่อ "เสี่ยชิดชัย" และ "รักศักดิ์" เจ้ามือหวยผู้ทรงอิทธิพลเหนือกฎหมาย ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินรางวัลและร่วมมือกันโกงหน้าด้าน ๆ แถมยังส่งลูกน้องรุมทำร้ายลุงไผ่จนบาดเจ็บสาหัส
เรื่องนี้ทำให้ "เด็ดเดี่ยว" (รับบทโดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์) ลูกชายของลุงไผ่ ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงนักข่าวหนังสิพิมพ์ผู้รักความยุติธรรมและเกลียดการพนันเข้าไส้ ไม่อาจทนดูความอยุติธรรมนี้ได้ เขาตัดสินใจใช้ปากกาและจรรยาบรรณขุดคุ้ยแฉความเน่าเฟะของขบวนการหวยเถื่อนนี้อย่างตรงไปตรงมา
แต่ยิ่งขุดก็ยิ่งลึก ยิ่งแฉก็ยิ่งอันตราย! เมื่อฝั่งเจ้ามือหวยเถื่อนไม่ได้ทำแค่ธุรกิจการพนัน แต่ยังมีผลประโยชน์ทับซ้อนไปถึงขบวนการค้าอาวุธสงครามและของหนีภาษีรายใหญ่ ทางฝั่งคนชั่วจึงเริ่มสั่งตาย สั่งตามล่าปิดปากเด็ดเดี่ยวและครอบครัวอย่างโหดเหี้ยม จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนให้นักข่าวหนุ่มผู้รักความสงบ ต้องลุกขึ้นมาจับปืนทวงแค้นด้วยตัวเอง!
สถานการณ์ยิ่งบีบคั้นและซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อ "ขวัญดาว" หญิงสาวที่เด็ดเดี่ยวรักสุดหัวใจ กลับมีสถานะเป็นถึงลูกสาวของเสี่ยชิดชัย ศัตรูหมายเลขหนึ่งที่เขาต้องเช็คบิล! ขณะเดียวกัน "สารวัตรตะวัน" นายตำรวจตงฉินคนใหม่ก็เพิ่งย้ายเข้ามาทำคดีเพื่อกวาดล้างอิทธิพลมืดนี้ให้สิ้นซาก
เด็ดเดี่ยวจะเลือกทางไหน? ระหว่างกฎหมาย ความแค้นที่ต้องสะสาง หรือความรักที่ยากจะลงตัว... ร่วมติดตามการต่อสู้สุดระทึกและปมแค้นที่ต้องชำระในภาพยนตร์ไทยแอคชั่น-ดราม่าสะท้อนสังคมเรื่อง "หวยเถื่อน (2532)"
“มาห์” (2534) — ความลึกลับในป่าลึก และสัญชาตญาณดิบที่ตามล่าเอาคืน!
นำแสดงโดย: มาช่า วัฒนพานิช, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
เรื่องย่อ:
เมื่อความกระหายอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ ไปปลุกบางสิ่งที่ไม่ควรลบหลู่ในป่าลึก... เรื่องราวความสยองขวัญสัญชาติไทยที่เคยสร้างความฮือฮาในปี 2534 บัดนี้ได้ถูกนำมารีมาสเตอร์ใหม่ในระบบ HD ภาพชัดแจ๋ว เต็มอิ่มทุกอารมณ์ ชวนให้คอหนังรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ต้องกลับมาพิสูจน์ความระทึกใจอีกครั้ง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินทางไปแคมปิ้งกลางป่าลึก แต่ระหว่างทางรถเกิดเสียอย่างกะทันหัน ทำให้พวกเขาต้องบุกบั่นไปขอความช่วยเหลือจนได้พบกับไร่ของ "ชนินทร์" ชายหนุ่มลึกลับที่หันหลังให้เมืองกรุงเพื่อมาใช้ชีวิตสันโดษเลี้ยงลูกสาวตัวน้อย ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาที่ดูเหมือนจะสงบสุข ทุกอย่างเกือบจะผ่านไปด้วยดี จนกระทั่งพวกเขาเดินทางไปเจอถ้ำลึกลับแห่งหนึ่ง และหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นแอบเก็บ "ไข่ประหลาดเรืองแสง" ขนาดใหญ่ติดมือกลับมาด้วยความคึกคะนอง
โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่พวกเขาหยิบมานั้นคือสิ่งหวงแหนที่สุดของ "มาห์" สัตว์ประหลาดเจ้าถิ่นที่ดุร้ายและมีสัญชาตญาณความเป็นแม่สูงเกินกว่าใครจะคาดคิด!
เมื่อราตรีคืบคลาน ไร่อันเงียบสงบกลับกลายเป็นลานสังหาร ความมืดมิดรอบตัวเริ่มคุกคามด้วยเสียงคำรามที่ไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา ค่ำคืนนั้นผู้คนในไร่ค่อยๆ เผชิญหน้ากับความตายทีละคนอย่างสยดสยอง ท่ามกลางความตื่นตระหนก ชนินทร์และ "เจี๊ยบ" (รับบทโดย มาช่า วัฒนพานิช) หญิงสาวหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น ต้องร่วมมือกันหาทางเอาชีวิตรอด และปกป้องเด็กน้อยจากเงื้อมมือของอสูรกายกระหายเลือดที่ออกตามล่าทวงลูกของมันคืนด้วยความอาฆาต!
ทำไมถึงต้องดู?
นี่คือหนังสยองขวัญ-ไซไฟสไตล์สัตว์ประหลาด (Monster Movie) ยุคแรกๆ ของไทยที่หาดูได้ยากยิ่ง การกลับมาในฉบับรีมาสเตอร์นี้จะทำให้คุณได้เห็นความสวยงามและฝีมือการแสดงในวัยเยาว์ของ มาช่า วัฒนพานิช แบบคมชัดทุกมิติ ร่วมสัมผัสความกดดัน การเอาชีวิตรอด และการต่อสู้กับสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่พร้อมจะทำลายล้างทุกชีวิตที่ขวางหน้า
พวกเขาจะรอดพ้นจากค่ำคืนสยองนี้ไปได้อย่างไร? และความลับของถ้ำแห่งนั้นคืออะไร? ร่วมพิสูจน์ความระทึกระดับตำนานแบบเต็มเรื่องได้แล้ววันนี้!
ข้อความบนใบปิด:
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง,
พ.ศ. 2534,
มาช่า วัฒนพานิช,
วิกฤตป่วนก๊วนฝึกงาน กับภารกิจลับระดับกู้วิกฤต!
เรื่องย่อ:
เมื่อกลุ่มนักศึกษาหนุ่มสุดแสบและสุดกวน นำทีมโดย "วิม" และผองเพื่อนร่วมแก๊ง ดันต้องเผชิญกับช่วงปิดเทอมที่ไม่มีอะไรทำ แต่แทนที่จะได้พักผ่อนชิล ๆ พวกเขากลับตัดสินใจก้าวเท้าเข้าสู่โลกแห่งการทำงานเพื่อหาลำไพ่พิเศษ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความ "อีลุ่ยฉุยแฉก" อย่างแท้จริง!
โชคชะตาเล่นตลกส่งพวกเขาไปฝึกงานในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นพวกเขาต้องเจอกับ "ยอดชาย" ผู้จัดการโรงแรมมาดเนี๊ยบที่พยายามจะเคี่ยวเข็ญให้พวกเขากลายเป็นพนักงานระดับมืออาชีพ แต่ความเปิ่นและความป่วนของแก๊งนี้กลับสร้างเรื่องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่การต้อนรับแขกวีไอพีสุดเพี้ยน ไปจนถึงเหตุการณ์ลี้ลับชวนขนหัวลุกเมื่อมีข่าวลือว่ามี "ผี" ออกมาอาละวาดในโรงแรม! จนพวกเขาต้องงัดแผนเด็ดแปลงร่างเป็น "หมอผีคอมพิวเตอร์" ยุคใหม่เพื่อมาปราบผี
เรื่องราวเริ่มเข้มข้นและวุ่นวายขึ้นไปอีก เมื่อ "มัทนี" ลูกสาวสุดสวยของท่านประธานโรงแรมก้าวเข้ามาดูแลกิจการ และดูเหมือนว่าหัวใจของวิมจะเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่ความรักของเด็กฝึกงานตัวแสบกับลูกสาวเจ้าของโรงแรมจะราบรื่นได้อย่างไร ในเมื่อรอบตัวมีแต่ความโกลาหล ทั้งเรื่องผีสาง เรื่องการบริหาร และที่สำคัญ... คำสั่งลับเบื้องหลังของผู้มีอิทธิพลที่สั่งมาว่า "ห้ามโรงแรมนี้ชนะในการแข่งขันเรือยาวเด็ดขาด!"
แก๊งเด็กฝึกงานสุดบ๊องจะกู้วิกฤตโรงแรมแห่งนี้ได้สำเร็จหรือไม่? ความรักของวิมและมัทนีจะลงเอยอย่างไร? และพวกเขาจะเอาตัวรอดจากความอลหม่านครั้งนี้ไปได้อย่างไร?
มาร่วมลุ้นและหัวเราะท้องแข็งไปกับภาพยนตร์ตลกคลาสสิกที่รวมดาวตลกยุค 80-90 ไว้คับคั่ง! เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วไปรับชมความฮาแบบเต็มเรื่องกันได้เลย!
ชมภาพยนตร์ อีลุ่ยฉุยแฉก (2532)
ข้อความบนใบปิด:
รุ่งเรืองโปรดักชั่น เสนอ
ผู้หญิงคนนี้ สวยใช่มั้ยล่ะ...
น่ารักด้วย...เก๋...เท่อีกต่างหาก
ใช่คุณรู้จักเธอดี
“ลูกศร ธนาภรณ์ รัตนเสน”
เธอเป็นคนเปิดเผย แต่มีอยู่อย่างหนึ่ง
ที่เธออยากปิด แต่ก็ปิดไม่มิด...!?!
อีลุ่ยฉุยแฉก
ผลงานอันดับ 2 ของผู้กำกับตุ๊กตาทอง
“ชาริยา รุ่งเรือง”
“ลูกศร” ธนาภรณ์ รัตนเสน
ซูโม่สุ่น, ซูโม่กิ๊ก, ซูโม่เป๊ปซี่, ซูโม่ตุ๋ย, อนันต์
ร่วมด้วย เมตตา รุ่งรัตน์, ท้วม ทรนง,
รอง เค้ามูลคดี, ปทุมวดี โสภาพรรณ
และดาราวัยรุ่น กาญจนา โต๊ะสุวรรณ
สุพจน์ พิสิฐวุฒินันท์ อำนวยการสร้าง
Footer
ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย
และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน
© 2024 ThaiFilmReviews.com