มัน (2518)
นำแสดงโดย: สมบัติ เมทะนี, นาท ภูวนัย, ปิยะมาศ โมนยะกุล, ดามพ์ ดัสกร
เมื่อแผ่นดิน "ไสลดง" และ "นครไทย" ลุกเป็นไฟด้วยอำนาจมืดและความอยุติธรรมของเหล่าผู้มีอิทธิพลและโจรปล้นแผ่นดิน... ความแค้นและการทวงคืนความถูกต้องจึงเริ่มต้นขึ้น!
เรื่องราวของ "โจม กำแพงแสน" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) ชายหนุ่มใจหินผู้ต้องสูญเสียพ่อและครอบครัวไปจากการถูกล้อมฆ่าเพื่อแย่งชิงผืนดินอันเป็นที่ทำกิน เขาจึงต้องสวมวิญญาณเป็นเพชรฆาตตามล่าล้างแค้นพวกโจรชั่วแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ในรูปแบบ "โจรต่อโจร" เพื่อลบความช้ำให้แผ่นดิน
ในขณะเดียวกัน ทางราชการได้ส่ง "จ่าเยี่ยม ยอด ยิ่ง" (รับบทโดย นาท ภูวนัย) ยอดตำรวจผู้รักความถูกต้องและขึ้นชื่อว่าเป็น "ตำรวจที่อันตราย" เข้ามารักษาการแทนในพื้นที่ แม้ภายนอกจ่าเยี่ยมจะดูเป็นคนตลก เคี้ยวหมาก เป่ายานัตถุ์ แต่เมื่อถึงคราวต้องทำหน้าที่ปราบอธรรม เขากลายเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มือสะอาดที่ไม่ยอมก้มหัวให้เงินสินบนหรือกฎหมู่ของใครหน้าไหนทั้งสิ้น!
เมื่อ "พรานป่าผู้ล้างแค้นด้วยกฎของตัวเอง" และ "ผู้พิทักษ์กฎหมายผู้ไร้ความกลัว" ต้องมาอยู่บนเส้นทางสายเดียวกัน ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูตัวฉกาจอย่าง "ลอย อินทนนท์" (ดามพ์ ดัสกร) และ "นายทด บางคอแหลม" ที่พร้อมจะกวาดล้างและเผาทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์อันมหาศาล
สงครามเดือดและการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างธรรมะและอธรรมครั้งนี้จะจบลงอย่างไร? "จ่าเยี่ยม" จะเลือกจับกุมหรือร่วมมือกับ "โจม"? และความรักท่ามกลางเสียงระเบิดจะลงเอยแบบไหน?
คอหนังไทยแนวแอ็กชัน-ดราม่ายุคคลาสสิกไม่ควรพลาด! ความมันส์ระดับห้าดาวและการปะทะบทบาทครั้งสำคัญของสองพระเอกตลอดกาล รอให้คุณไปพิสูจน์แบบเต็มอิ่มเต็มเรื่องแล้ววันนี้!
ข้อความบนใบปิด:
เดชากรณ์ภาพยนตร์
เสนอผลงานอันดับแรก
มัน DEVIL KILLER
สมบัติ เมทะนี นาท ภูวนัย
อรัญญา นามวงษ์ รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากูร
ร่วมด้วย ทักษิณ แจ่มผล, ดามพ์ ดัสกร, สมชาย สามิภักดิ์,
วัฒนา กีชานนท์, อดินันท์ สิงห์หิรัญ, กฤษณะ อำนวยพร,
สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, มารศรี ณ บางช้าง, นวลศรี, ด.ช.ปรีชา เกิดกำแพง,
แพน บอระเพ็ด, บู๊ วิบูลย์นันท์, เหมยฟ้า
บัญญัติ เดชากรณ์ อำนวยการสร้าง
เสนีย์ บุษปะเกศ สร้างเรื่อง
ประทีป โกมลภิส สร้างบท
นิยม ศรีสุวรรณ ถ่ายภาพ
เปี๊ยก มีคุณสุต กำกับการแสดง
เดชากรณ์ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
นาท ภูวนัย,
ปิยะมาศ โมนยะกุล,
พ.ศ. 2518,
สมบัติ เมทะนี,
หินเหล็กไฟ (2535) | ปมแค้นสายเลือดโจร และบททดสอบแห่งขันติ
คอหนังแอ็กชันไทยยุคเก๋าต้องไม่พลาด! นิตยสารฉบับนี้ขอพาย้อนเวลากลับไปพบกับ "หินเหล็กไฟ" (2535) ภาพยนตร์แอ็กชัน-ดราม่าสะท้อนใจมนุษย์ เรื่องราวของ "ไอ้หิน" อดีตเสือร้ายผู้มีอดีตเปื้อนฝุ่นและเพลิงแค้นอันร้อนรุ่มดั่งชื่อของเขา หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตและคำเตือนสติจากพระอาจารย์ว่าดวงชะตากำลังจะดับสูญด้วยเพลิงกิเลสและมารผจญ หินจึงตัดสินใจหันหลังให้ทางโลกชั่วคราว นุ่งขาวห่มขาว ถือศีลภาวนาเพื่อบำเพ็ญตบะและสะเดาะเคราะห์กรรรมยาวนานถึง 500 วัน โดยมี "ไอ้อ่วม" คู่หูสายฮาคอยอยู่เคียงข้างและคอยเตือนสติ
แต่บททดสอบแห่งศีลและขันตินั้นไม่ได้ง่ายเลย เมื่อพระอาจารย์ลั่นวาจาสิทธิ์ไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามออกไปต่อสู้กับมารเด็ดขาด ไม่งั้นชีวิตจะดับสูญทันที... ยกเว้นเพียงวันเดียวในสัปดาห์คือ "วันอาทิตย์" เท่านั้นที่พอจะผ่อนหนักเป็นเบาและป้องป้องตัวเองได้!
เรื่องราวเริ่มทวีความเข้มข้นและตึงเครียดเมื่อ "ไอ้ไฟ" นักเลงหัวไม้ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นลูกชายคู่อริเก่า ได้สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ละเมิดทั้งกฎหมายและศีลธรรมจนลามมาถึงครอบครัวของหิน ทั้งเรื่องราวความรักต้องห้าม การหักหลัง และความสูญเสียครั้งใหญ่ที่บีบคั้นให้จิตใจของหินที่กำลังจะสงบ ต้องกลับมาร้อนเป็นไฟอีกครั้ง!
เมื่อความแค้นและหน้าที่ถาโถมเข้ามาในวันธรรมดาที่เขา "ต้องนิ่ง" แต่ศัตรูกลับฉลาดแกมโกง คอยจับทางและหาความลับเพื่อรุมทำร้ายเขาในวันที่เขาไร้ทางสู้!
หินจะควบคุมเพลิงแค้นในใจและรักษาศีลให้ครบ 500 วันได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่? และเมื่อ "วันอาทิตย์" วันแห่งการปลดปล่อยมาถึง... เพลิงแค้นที่ถูกกดทับไว้จะระเบิดออกมาเผาผลาญทรชนให้มอดไหม้ได้อย่างไร? มาร่วมลุ้นไปกับศึกล้างเลือดที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตและแรงศรัทธา!
ตามไปดูภาพยนตร์ไทยคลาสสิกที่เต็มไปด้วยฉากบู๊ระห่ำและแฝงแง่คิดเรื่องบาปบุญคุณโทษแบบเต็มเรื่องได้เลยครับ:
ข้อความบนใบปิด:
เขียวสดอินเตอร์กรุ๊พ เสนอ
หินเหล็กไฟ
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ สมหมายน้อย ดวงเจริญ
แสงแข พิฆเนศว์ ศรีไพร ข่มอารมณ์
พบดาวดวงใหม่ พรทิพย์ โสระเวช
ฉัตร มงคลชัย, ไวท์, โอดา, คำตัน, ยงค์, ลุงเชย,
ดาบเงิน, ตุ๋ย, เกษม, นนท์
เขียวสด อำนวยการสร้าง
“ศักดิ์มรกต” กำกับการแสดง
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์,
พ.ศ. 2535,
บุญมี ไอ้หมาวัด (2534)
เรื่องย่อ:
เรื่องราวของ... ความรัก ความผูกพัน และการต่อสู้ดิ้นรนของ "บุญมี" เด็กชายกำพร้าผู้อาภัพที่เติบโตมาในสลัม ถูกชาวบ้านเรียกขานอย่างประชดประชันปนเอ็นดูว่า "ไอ้หมาวัด" หลังจากที่ต้องสูญเสียแม่ที่เป็นใบ้ไปอย่างไม่มีวันกลับ บุญมีได้รับการเลี้ยงดูอุ้มชูจากลุงโก้และพี่ทองชัย ชายสู้ชีวิตจากแดนอีสานที่คอยเป็นหลักพักพิงให้เขาในยามยาก
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อบุญมีเติบโตเป็นหนุ่มและสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ทั้งสามคนจึงตัดสินใจหอบหิ้วกันเข้าสู่เมืองกรุงเพื่ออนาคตทางการศึกษาของบุญมี แต่ชีวิตในกรุงเทพฯ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคสารพัด ทั้งความยากจน ทั้งเรื่องลี้ลับในบ้านเช่าสุดหลอนที่มีประวัติเฮี้ยน จนถึงขั้นต้องปะทะกับกลุ่มอิทธิพลเถื่อนและผู้คนที่หวังเข้ามาเอาเปรียบในคราบของคนหวังดี
ท่ามกลางความวุ่นวาย บุญมีได้พบกับ "นิตยา" หญิงสาวจิตใจดีผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของเขา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรัก ความอบอุ่น และการพิสูจน์คุณค่าของมนุษย์ที่ไม่ได้วัดกันที่ชาติตระกูล!
ทำไมถึงต้องดู?
นี่คือภาพยนตร์ไทยแนวชีวิต-ตลกสะท้อนสังคมยุค 90 ที่ครบรส มีทั้งฉากเรียกน้ำตา เสียดสีสังคม ความเฮี้ยนปนฮาของผีในบ้านเช่า และความรักอันบริสุทธิ์ "ไอ้หมาวัด" ผู้นี้จะสามารถเอาชนะโชคชะตา เอาตัวรอดจากสิ่งแวดล้อมที่โหดร้าย และคว้าฝันมาครองได้สำเร็จหรือไม่? มาร่วมย้อนวันวานและร่วมลุ้นไปกับบทสรุปชีวิตของบุญมีแบบเต็มเรื่องได้เลย!
ข้อความบนใบปิด:
ฟาร์อีสกรุ๊บ
เปิดยุทธการขยับกระเดือก
หัวเราะกันจนเหงือกแห้งคาเก้าอี้
ธิดา ธีระรัตน์ รอน บรรจงสร้าง
ด.ช.ตูมตาม (วศิน มีปรีชา)
ธงชัย ประสงค์สันติ เกียรติ กิจเจริญ (กิ๊ก)
บุญมีผู้น่ารัก มันไม่ใช่หมา มันชื่อ บุญมี
ดวงชะตาหักมุมให้ไปขออาศัยวัดอยู่
เพราะชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ ทุกคนจึงเรียกมันว่า
บุญมี ไอ้หมาวัด
มณีรัตน์ วัยวุฒิ (เก๋), สินาภรณ์ พิไลลักษณ์
พบ 2 ดาราคู่ใหม่
พยุนัน วุฒิดารา, ชูศักดิ์ พวงผกา
และเอกพงษ์ วงศ์ชาตรี, หญิง บุตรน้ำเพชร, ทวนทอง
เซอร์ปิโก้, ภคินี สุนทรนาค, ด.ช.เอก อนุเปลม
ด.ญ.คัทรียา สุนทรนาค, ด.ญ.ปัทมา ปิ่นทอง
สุชาดา อีเอม, เพ็ญนี สืบตระกูล, ทวน ทวนทอง
พยุง พยกุล กำกับการแสดง
สมหมาย คำสอน ผู้ช่วยผู้กำกับ
ไพบูลย์ วงศ์ศรี สร้างบทภาพยนตร์
นคร ภู่ดี ถ่ายภาพ
ภคินี สุนทรนาค อำนวยการสร้าง
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
ฉายวันที่ 13 ก.พ.2534
มนต์รักเพลงทะเล้น (2531)
เรื่องย่อ:
เมื่อความต่างของไลฟ์สไตล์กลายมาเป็นบททดสอบของความรัก! เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "บดินทร์" ชายหนุ่มรูปหล่อ โปรไฟล์ดี ดีกรีนักเรียนนอกจาอังกฤษผู้พกมรดกพันล้านกลับมาเมืองไทย เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจ "ปิยนุช" นักศึกษาสาวผู้รักชีวิตเรียบง่ายและติดดิน แต่เส้นทางรักนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะยิ่งบดินทร์พยายามเข้าหาด้วยความเพียบพร้อมเท่าไหร่ ปิยนุชกลับยิ่งรู้สึกอึดอัดและรำคาญใจ จนเกิดเป็นความพ่อแง่แม่งอนและเรื่องราวเข้าใจผิดกันไปใหญ่โต
บดินทร์จึงต้องยอมสลัดคราบหนุ่มนักเรียนนอกสุดหรู หันมาปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตธรรมดาๆ นั่งทานข้าวข้างทาง เพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็นความจริงใจ ในขณะเดียวกัน เรื่องราวยิ่งวุ่นวายและอลหม่านมากขึ้น เมื่อกามเทพดันทำงานควบคู่ไปกับปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของชาวบ้านในชุมชน และเหล่าสีสันคนรอบข้างที่พกพาความทะเล้นและเสียงดนตรีมาสร้างความครื้นเครงตลอดทั้งเรื่อง
ความรักของหนุ่มนักเรียนนอกและสาวติดดินจะลงเอยอย่างไร? บดินทร์จะใช้ "มนต์รัก" และ "ความจริงใจ" ทลายกำแพงหัวใจของปิยนุชได้สำเร็จหรือไม่?
ทำไมถึงไม่ควรพลาด?
หนังเรื่องนี้อบอวลไปด้วยบทเพลงอันไพเราะและมุกตลกสไตล์ไทยคลาสสิกที่ดูเมื่อไหร่ก็ยิ้มได้ พร้อมทั้งสะท้อนภาพกรุงเทพฯ ในอดีตได้อย่างมีเสน่ห์ ใครที่คิดถึงบรรยากาศหนังไทยเก่าๆ ที่ดูง่าย สบายใจ และเต็มไปด้วยความสดใส ต้องไม่พลาดที่จะไปตามดูตัวเต็มกันต่อเลยครับ!
ข้อความบนใบปิด:
nk เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
โดย สุพจน์ พิสิษฐ์วุฒินันท์
ภูมิใจเสนอ
ทะเล้นนัก...รักซะเล้ย...
มนต์รักเพลงทะเล้น
บดินทร์ ดุ๊ก พบดาวจรัสแสงดวงใหม่
นาตาชา เปลี่ยนวิถี
ชมพู ฟรุ๊ตตี้, ปิง ฟรุ๊ตตี้,
“ตู้” ดิเรก อมาตยกุล, บุญธรรม พระประโทน,
น้อย โพธิ์งาม, ล้อต๊อก, ชูศรี มีสมมนต์
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, พิศมัย วิไลศักดิ์, วิทยา สุขดำรงค์
8 เพลงเอกยอดฮิต
กำกับการแสดงโดย กลุ่มนพเก้า
นาตาชา เปลี่ยนวิถี,
พ.ศ. 2531,
คอหนังแอ็กชันไทยยุคคลาสสิกต้องไม่พลาด! "วายร้าย 4 คิงส์" (2529) ภาพยนตร์บู๊ระห่ำเมืองที่ขนทัพนักแสดงระดับตำนานนำโดยพระเอกตลอดกาลอย่าง สรพงษ์ ชาตรี มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการไล่ล่าสุดมันส์ชวนลุ้นระทึก
เรื่องย่อ:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ...
ความสงบสุขของเมืองกรุงต้องสั่นคลอนจากการบุกปล้นร้านทองครั้งใหญ่กลางวันแสกๆ โดยแก๊งวายร้ายข้ามชาติระดับพระกาฬอย่าง "3 คิงส์" ที่บินตรงมาจากฮ่องกงเพื่อลงมืออย่างอุกอาจ แม้ทางกรมตำรวจไทยจะสามารถตามตะครุบตัวพวกมันได้อย่างทันควัน ณ สนามบินดอนเมือง ก่อนที่จะทันได้เผ่นหนีออกนอกประเทศ แต่เรื่องราวมันไม่ได้จบลงง่ายๆ แค่นั้น!
เมื่อ "หัวหน้าใหญ่" ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการไม่ยอมปล่อยให้ลูกน้องต้องนอนคุกเมืองไทย แผนการเหนือเมฆ "ชิงตัวนักโทษ" กลางศาลจึงถูกอุบัติขึ้นอย่างบ้าบิ่น! สร้างความอับอายและท้าทายอำนาจกฎหมายไทยอย่างถึงที่สุด
ภารกิจกอบกู้ศักดิ์ศรีของตำรวจไทยจึงตกเป็นของนายตำรวจมือดี ที่ต้องยอมเอาตำแหน่งและเกียรติยศเป็นเดิมพัน ออกตามล่าแก๊งมหาภัยนี้แบบพลิกแผ่นดิน โดยมีเบาะแสสำคัญคือนักร้องสาวพราวเสน่ห์ในไนท์คลับ และ "ไอ้ไฝ่ใจ" ตัวแปรสำคัญผู้กุมความลับในการกบดานของพวกมัน
สงครามชิงไหวชิงพริบและการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างกฎหมายกับอิทธิพลมืดระดับสากลได้เริ่มต้นขึ้น... ตำรวจไทยจะสามารถลากคอแก๊งวายร้าย 4 คิงส์กลับมาลงทัณฑ์ได้สำเร็จ หรือพวกมันจะสามารถแหกคุกหนีลอยนวลออกนอกประเทศไปได้?
ร่วมพิสูจน์ความมันส์และฉากแอ็กชันสุดคลาสสิก บู๊กันสนั่นเมืองในสไตล์หนังไทยยุค 80 ได้แบบเต็มเรื่องที่ลิงก์นี้เลย! 👉 รับชม วายร้าย 4 คิงส์ (2529)
ข้อความบนใบปิด:
ก้องสยามภาพยนตร์
จากพฤติการณ์แก๊งค์สี่คิงส์ฮ่องกง
สร้างคดีอุกฉกรรจ์ทั่วเอเชีย
เรียกค่าไถ่ ปล้นร้านเพชรทอง
และปล้นตัวประกัน หนีศาลอย่างอุกอาจ
จนเป็นข่าวใหญ่ สั่นขวัญไปทุกมุมโลก!
ผู้กำกับทันเหตุการณ์
พยุง พยกุล กำกับการแสดง
วายร้าย 4 คิงส์
HONG KONG 4 K.GANGSTER
สรพงศ์ ชาตรี, วรัญญู, ลักษณ์ อภิชาติ, บดินทร์
ประชัน 4 ควีนส์
นีรนุช อติพร, ชุติมา กาวินละ, สินาภรณ์ พิไลลักษณ์
และดาวจุติดวงใหม่ ชนกนารถ รัตน์พันธุ์
บรรพต, ทวน, อังคาร
และการกลับมาของ ไชยา สุริยัน
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
ลุ้นอลเวง (2530)
เรื่องย่อ:
เมื่อ "แบงค์" ชายหนุ่มสู้ชีวิตผู้มีหัวใจรักเสียงเพลงและพรรคพวกชาวแก๊งต้องตกอยู่ในสถานการณ์หลังชนฝา ทั้งปัญหาเรื่องเงินทอง แถมทรัพย์สินเครื่องใช้ในบ้านยังโดนยกเค้าไปตรวจสภาพ (จำนำ) จนหมดเกลี้ยง! แต่ในความมืดมนนั้น จู่ๆ โชคชะตาก็เล่นตลกส่งเมกะโปรเจกต์แบบไม่คาดฝันมาให้ เมื่อพวกเขาได้เผชิญหน้ากับ "คุณชาย" หนุ่มไฮโซมาดกวน ขี้อวดร่ำอวดรวย ที่เชื่อว่า “เงินสามารถซื้อได้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้”
ความหมั่นไส้บวกกับศักดิ์ศรีมันค้ำคอ นำไปสู่การท้าพนันครั้งยิ่งใหญ่ที่มีเงินเดิมพันสูงถึง 30,000 บาท! (ซึ่งแก๊งพระเอกแทบไม่มีติดตัว) เงื่อนไขคือ แบงค์จะต้องปฏิบัติการจีบ "คุณเปรม" ดีไซเนอร์และสาวสังคมสุดมั่นระดับตัวแม่ ผู้เกลียดผู้ชายกะล่อนเป็นชีวิตจิตใจ ให้สำเร็จภายในเวลา 30 วัน
ปฏิบัติการ "ต้มตุ๋นหัวใจ" จึงเริ่มต้นขึ้นแบบทุลักทุเล แบงค์ต้องงัดสารพัดวิธี ตั้งแต่ส่งดอกไม้ ตื๊อหน้าบริษัท ไปจนถึงตามไปทำคะแนนในงานการกุศลช่วยเหลือเด็กกำพร้า โดยมีเหล่าเพื่อนพ้องคอยลุ้นและเป็นลูกมือวางแผนกันอย่างอลเวง
ทว่า... ยิ่งได้ใกล้ชิด ความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้แผนการเริ่มทำให้หัวใจของทั้งคู่สั่นคลอน แบงค์เริ่มตระหนักว่ารักครั้งนี้ไม่ควรถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการพนัน แต่ในขณะที่ความรู้สึกดีๆ กำลังก่อตัว แผนการลับและเงินเดิมพันก้อนนั้นก็พร้อมที่จะระเบิดออกมาทำลายความเชื่อใจได้ทุกเมื่อ!
เหตุผลที่ไม่ควรพลาด:
หนังเรื่องนี้สะท้อนภาพการปะทะกันระหว่าง "คุณค่าของเงิน" และ "คุณค่าของจิตใจ" ผ่านมุกตลกน่ารักๆ ยุค 80s พร้อมฉากไล่ล่าพาลูกน้อย (น้องบอย) หนีผู้ร้ายสุดระทึกในช่วงท้าย และบทเพลงประกอบอันไพเราะตลอดเรื่อง แบงค์จะยอมล้มเลิกการพนันเพื่อความถูกต้อง หรือความลับจะถูกเปิดโปงจนคุณเปรมหันหลังให้ตลอดกาล? ต้องไปร่วมลุ้นกันใน "ลุ้นอลเวง (2530)"
"สองโหลยี่สิบห้า" (2529) — ความหวังสุดท้ายของเพื่อนแท้ กับภารกิจตามใจ "คนอยากตาย"
เรื่องย่อ:
เมื่อ "ปัด" ชายหนุ่มผู้จมดิ่งอยู่กับโลกจินตนาการในหนังสือการ์ตูน เกิดล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน และได้รับข่าวร้ายจากคุณหมอว่าเขามีชีวิตเหลืออยู่ได้อีกเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น! เท่านั้นยังไม่พอ ก่อนตายปัดยังมีความฝันสุดประหลาดที่ถอดแบบมาจากโลกการ์ตูน นั่นคือการอยากทำตัวเป็นราชาที่มีมเหสีล้อมรอบให้ครบ "2 โหล" (24 คน) แถมนิสัยยังเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งจู้จี้ ขี้บ่น และคอยพูดแต่คำว่า "ตาย ตาย ตาย" อยู่ตลอดเวลา
ด้วยความรักและเห็นใจในวาระสุดท้ายของเพื่อน สนิทอย่าง "ตัน" และกลุ่มเพื่อนพ้อง จึงตัดสินใจกระโดดมาร่วมเออออห่อหมก ยอมสละทั้งเงิน ทั้งแรงกาย แรงใจ จัดฉากสร้างโลกในฝันให้ปัดได้เป็นราชาสมใจอยาก ยอมกระทั่งไปเสาะหาพาผู้คนแปลกหน้าสารพัดรูปแบบ—ทั้งคนชอบเกาเท้า คนบ้ากินน้ำอัดลม คนคลั่งบอลบราซิล ไปจนถึงหญิงสาวที่หอบชุดแต่งงานไปไหนมาไหนตลอดเวลา—ให้มารวมตัวกันเพื่อทำตามความต้องการของปัด ก่อนที่เขาสัญญาว่าจะ "ขอลาโลกนี้ไปในช่วงเวลาเที่ยงคืน"
แต่ยิ่งใกล้ถึงเวลาเส้นตาย ความอลหม่านกลับยิ่งทวีคูณ เมื่อผู้คนรอบตัวเริ่มแสดงพฤติกรรมแปลกประหลาดหลุดโลกขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีใครแยกออกว่าใครกันแน่ที่ปกติ และเรื่องราวทั้งหมดนี้แท้จริงแล้วเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียง "แผนลวงโลก" ของใครบางคนกันแน่?!
ร่วมพิสูจน์ความรักของมิตรภาพ ท่ามกลางความตลกขบขัน ปนความเพี้ยนสุดกู่ใน "สองโหลยี่สิบห้า" ภาพยนตร์ไทยเก่าแนวตลกเบาสมองที่สะท้อนสัจธรรมชีวิตได้อย่างเจ็บแสบ... แล้วคุณจะรู้ว่า บางทีคนรอบตัวคุณอาจจะเพี้ยนกว่าที่คุณคิด!
ข้อความบนใบปิด:
เรื่องของเรื่อง...พระเอกเค้าอยากมีแฟน 24 คน
แล้วไม่รู้จะเอาแฟนตัวจริงไปไว้ตรงไหน
สองโหลยี่สิบห้า
(การ์ตูนเป็นเหตุ)
พลวัฒน์ มนูประเสริฐ, อธิป ทองจินดา, เสกสรร ชัยเจริญ,
อนุรา จันทรังษี, ศรัญญา “ปรินซ์”นิยมศิลป, เชอรี่ ธรรมิกสกุล,
รักศักดิ์ ประเสริฐศักดิ์, สันติภาพ บุญส่ง, สรยุทธ สังข์บัวแก้ว,
จุติมา บุญญาภรณ์, อุดมศรี แก้วประเสริฐ, อาภาวดี เสริมศิริ
อภิชาต โพธิ์ไพโรจน์ กำกับการแสดง
บุญยงค์ มงคลเมือง ถ่ายภาพ
กลุ่มเรือดำน้ำ ดำเนินงานสร้าง-จัดจำหน่าย
พลวัฒน์ มนูประเสริฐ,
พ.ศ. 2529,
เสกสรร ชัยเจริญ,
อธิป ทองจินดา,
อนุรา จันทรังษี,
ความระทึกขวัญและปนฮาจากยุค 90s ที่จะพาทุกคนไปสืบหาความจริงในหนังไทยคลาสสิก "มือผี (2535)
"ค่ำคืนเดียว... จากเจ้าสาวแสนสวย กลายเป็นโครงกระดูกปริศนา!"
เรื่องย่อ:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในคืนวันแต่งงานที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุขของ "บุญเติม" หญิงสาวที่จำใจต้องเข้าพิธีวิวาห์และทิ้งอดีตคนรักอย่าง "วีรัส" ไว้เบื้องหลัง แต่ยังไม่ทันข้ามคืน เหตุการณ์สยองขวัญที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น! บุญเติมหายตัวไปในห้องนอนอย่างเป็นปริศนา และเมื่อทุกคนพังประตูเข้าไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่กลับมีเพียง "โครงกระดูกและแหวนแต่งงาน" พร้อมร่องรอยการเสียชีวิตจากการถูกหักคออย่างโหดเหี้ยม!
ความตายที่ผิดธรรมชาติและชวนขวัญผวาในคืนเดียวนี้ ทำให้พี่ชายของเธอไม่ยอมอยู่เฉย และปฏิญาณว่าจะต้องลากคอฆาตกรมาลงโทษให้ได้ โดยเขาได้ทำพินัยกรรมมอบมรดกทั้งหมดให้กับ "แต๋ว" หญิงสาวอีกคน แต่มีข้อแม้เพียงข้อเดียวคือ... ต้องนำกระดูกส่วน "มือ" ที่สวมแหวนวงนั้น ออกมาวางโชว์ให้ทุกคนเห็น เพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อล่อคนร้าย!
ขณะเดียวกัน "วีรัส" แฟนเก่าของบุญเติมที่เดินทางกลับมา ก็เริ่มพบเจอกับเรื่องราวลี้ลับและวิญญาณที่ตามหลอกหลอนจนแทบคลั่ง รวมถึงเหตุการณ์อลหม่านปนเสียงหัวเราะของชาวบ้านและหมอทำเสน่ห์จอมลวงโลกที่เข้ามาพัวพันในหมู่บ้านแห่งนี้
ปมปริศนาชวนติดตาม:
ใครคือฆาตกรตัวจริงที่ลงมือหักคอบุญเติมในคืนแต่งงาน? และ "มือผี" ที่สวมแหวนวงนั้นจะนำพาความแค้นและเปิดโปงโฉมหน้าคนร้ายได้อย่างไร?
คอหนังไทยเก่าแนวสยองขวัญสืบสวนสอบสวนแฝงมุกตลกคาเฟ่ยุค 90s ไม่ควรพลาด! มาร่วมสืบคดีและพิสูจน์ความเฮี้ยนของ "มือผี (2535)" แบบเต็มเรื่องได้แล้วที่นี่
คอหนังไทยคลาสสิกห้ามพลาด! นิตยสารบันเทิงขอพาย้อนเวลากลับไปสู่ปี พ.ศ. 2521 กับผลงานภาพยนตร์แอ็กชัน-คอมเมดี้สุดเก๋าที่สร้างเสียงหัวเราะและความมันส์มาแล้วทั่วประเทศ ใน "สิงห์สะเปรอะ" นำแสดงโดยพระเอกตลอดกาลผู้เป็นตำนาน สมบัติ เมทะนี
🎬 เรื่องย่อ:
เมื่อ "สิงห์ ซื่อสัตย์" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) นายอำเภอคนใหม่ผู้ตงฉินและรักความถูกต้อง ได้ฤกษ์ย้ายมาประจำการที่ "อำเภอเก่งกอย" ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความป่าเถื่อนและเต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นคอยกดขี่ชาวบ้าน
เพียงแค่วันแรกที่เหยียบพื้นที่ นายอำเภอสิงห์ก็เปิดฉากทลายบ่อนพนันของผู้มีอิทธิพลจนราบคาบ ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้ความไม่ถูกต้อง และปฏิเสธเงินใต้โต๊ะก้อนโตที่ส่งมาหวังจะปิดหูปิดตาเขาอย่างสิ้นเชิง!
เมื่อเจอ "คนจริง" ที่ไม่มีวันซื้อได้ เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลจึงเริ่มเปิดฉากโต้กลับอย่างดุเดือด ทั้งส่งลูกสมุนสวมถุงน่องพรางตัวออกปล้นสะดมชาวบ้านเพื่อดิสเครดิตสร้างความปั่นป่วน แถมยังมีเรื่องราวรักสามเส้าสี่เส้าสุดอลเวงของคนในพื้นที่เข้ามาพัวพัน จนกลายเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้งที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"ทางของคนชั่ว... ก็คือคุก!"
ศึกศักดิ์ศรีระหว่างนายอำเภอสิงห์ผู้รักความยุติธรรม กับกลุ่มมาเฟียท้องถิ่นที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดเขาออกไปจากพื้นที่ จะลงเอยอย่างไร? นายอำเภอสิงห์จะล้างบางอิทธิพลมืดและนำความสงบสุขกลับมาสู่เก่งกอยได้สำเร็จหรือไม่?
เตรียมพบกับฉากแอ็กชันสไตล์ไทยเดิม คลุกเคล้ามุกตลกโบ๊ะบ๊ะสุดคลาสสิก และบทเพลงสนุกๆ ที่จะทำให้คุณคิดถึงบรรยากาศหนังกลางแปลงในอดีต ร่วมพิสูจน์ความเก๋าของ "สมบัติ เมทะนี" ในภาพยนตร์ไทยแท้แบบเต็มเรื่องได้แล้ววันนี้!
🎞️ ตามไปชมความสนุกต่อได้ที่นี่เลย: ชมภาพยนตร์ สิงห์สะเปรอะ (2521)
ข้อความบนใบปิด:
ทองทรัพย์สินธุ์โปรดัคชั่น
โดย สมาน ทองทรัพย์สินธุ์ เสนอ
ภาพยนตร์บู๊ ตลก แหกตลาด ฮาตลอด
จากผลงาน สิงห์รถบรรทุก ที่เกรียวกราวมาแล้ว
หัวเราะกันให้ลั่น ฮากันให้เลอะ สนุกจริงๆ ดู
สิงห์สะเปรอะ
สมบัติ เมทะนี พิศมัย วิไลศักดิ์
สายัณห์ จันทรวิบูลย์ เศรษฐา ศิระฉายา ล้อต๊อก
ชูศรี มีสมมนต์, ก๊กเฮง, สุวิน สว่างรัตน์,
ธัญญา ธัญญลักษณ์, มัตติกา เกียรติสกุล, เสาวณีย์ สกุลเดช,
สุนทร, เสกสรร ภู่ประดิษฐ์
กำกับการแสดงโดย สมาน ทองทรัพย์สินธุ์
อำนวยการสร้าง โดย ธนวิน์ ทองทรัพย์สินธุ์
สร้างเรื่องโดย “จุ๋มจิ๋ม” แห่งการ์ตูน หนูจ๋า
ถ่ายภาพโดย ปานศักดิ์ พราหมณ์พันธุ์
นิวไฟว์สตาร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
หนุ่มนาข้าว สาวลำน้ำมูล (2538) | ความรัก สายน้ำ และสงครามศักดิ์ศรีระหว่างสายเลือดชาวนา
เรื่องย่อ:
เมื่อ "หนุ่มนาข้าว" ผู้ยึดมั่นในวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิม โคจรมาพบรักกับ "สาวลำน้ำมูล" ลูกสาวเจ้าของฟาร์มกุ้งฟาร์มปลาผู้มั่งคั่ง เรื่องราวความรักที่ควรจะงดงามกลับกลายเป็นฉนวนเหตุของความขัดแย้งครั้งใหญ่ เมื่อ "ผู้ใหญ่" ของทั้งสองฝ่ายต่างทะนงในศักดิ์ศรีและอาชีพของตนเอง จนเกิดการกีดกันและปะทะคารมกันอย่างดุเดือด ฝ่ายหนึ่งมองว่าผืนนาคือกระดูกสันหลังของชาติ แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าคนทำนาไม่มีวันรวยและเสี่ยงอดตายในหน้าแล้ง!
ท่ามกลางกำแพงทิฐิที่ผู้ใหญ่ขีดเส้นขนานไว้ "โดม" และ "ปราง" สองหัวใจที่รักกันมั่นคงกลับยิ่งถูกบีบคั้น เมื่อพี่ชายของฝ่ายหญิงคอยตามล้างตามเช็ดและใช้กำลังข่มขู่ในทุกวิถีทางเพื่อแยกพวกเขาออกจากกัน ความกดดันที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ บีบให้คู่รักหนุ่มสาวต้องตัดสินใจ "หนี" ไปด้วยกันเพื่อพิสูจน์รักแท้ แต่นั่นกลับยิ่งจุดชนวนให้เกิดการตามล่าครั้งใหญ่ที่เดิมพันด้วยชีวิตและศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย!
ร่วมติดตามอดีตหนังไทยแนวดราม่า-ชีวิต-แอคชั่นปนกลิ่นอายลูกทุ่งอีสานสุดคลาสสิก ที่สะท้อนภาพวิถีชีวิตชาวบ้านริมฝั่งมูลและการต่อสู้เพื่อความรักท่ามกลางอุปสรรคสายเลือด... สุดท้ายแล้วความรักบริสุทธิ์ของหนุ่มนาข้าวและสาวลำน้ำมูลจะเอาชนะทิฐิของผู้ใหญ่ได้หรือไม่? หรือพวกเขาจะต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ผู้ใหญ่ขีดเส้นไว้?
รับชมภาพยนตร์ไทยเก่าทรงคุณค่าแบบเต็มเรื่องได้แล้ววันนี้
ข้อความบนใบปิด:
เจริญการช่างภาพยนตร์ ร่วมกับ ศรัญญูภาพยนตร์
สร้าง
เสียงปืน...เสียงเพลง...
บรรเลงกันลั่นทุ่ง และคุ้งแคว...
หนุ่มนาข้าว สาวลำน้ำมูล
ฟัง 6 เพลงเอกไพเราะจาก...สันติ ดวงสว่าง
ยิ่งยง ยอดบัวงาม และ ก้องฟ้า วัฒนา
สรพงศ์ ชาตรี, สันติ ดวงสว่าง, ยิ่งยง ยอดบัวงาม,
ก้องฟ้า วัฒนา, สรัญญา สัมพันธ์สุวรรณ, วิมลมาศ เสอุดม,
ลุงเชย โชยชื่น, ลุงอำพา คชพันธ์, ต้อย อยุธยา,
ยงค์ อยุธยา, เกษม เอฟเฟค, เครา อุทุมพร, โช บางไทร
อำพา คชพันธ์ สร้างบทประพันธ์
สเป็ค สร้างบทภาพยนตร์
อนันต์ ธุรกิจ
ตามใจ กำกับบท
สันทัด ศรีสัมพันธ์ ถ่ายภาพ
ศักดิ์ มรกต กำกับการแสดง
“สู้สะท้านเมือง” (2528) – มหึมาความมันส์ระดับสู้ยิบตา!
เมื่อความยุติธรรมถูกท้าทายด้วยอำนาจมืดของ “แก๊งนายกำธร” มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย ทั้งค้ายาเสพติดและค้ามนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังมีทีมล่าสังหารสุดแปลกใหม่... "แก๊งวัยรุ่นสเก็ตบอร์ด" ที่ใช้ความเร็วบนล้อเลื่อนออกปล้นและเก็บพยานฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมกลางกรุง!
เรื่องย่อ:
เรื่องราวทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อ ภาวินี หญิงสาวผู้โชคร้ายบังเอิญไปเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมอันโหดเหี้ยมของแก๊งนี้ ทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายเด็ดหัวของพวกมันทันที! บ้านของเธอถูกถล่ม แม่ถูกฆ่าตาย และตัวเธอเองก็ถูกลักพาตัวไปฉีดยาเสพติดจนแทบเสียสติ
แต่พวกมาเฟียคงลืมคิดไปว่า ภาวินี คือน้องสาวของ คมเพชร (รับบทโดย สรพงศ์ ชาตรี) อดีตสารวัตรกองปราบมือฉกาจ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องลูกปืนสั่งตายและอุดมการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ แม้ตอนนั้นเขาจะถูกสั่งพักราชการ (แถมยังมีข่าวลือว่าเป็นแผนลับลวงพรางของกรมตำรวจ!) แต่เมื่อสายเลือดถูกรังแก และบ้านเมืองถูกเหยียบย่ำ มีหรือที่เสือร้ายอย่างเขาจะอยู่เฉย!
คมเพชรจับมือกับ ผู้กองหาญกล้า และ วิชุดา สายลับสาวสุดแกร่ง แท็กทีมเปิดฉากออกล่ากวาดล้างทรชนแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน จากตรอกซอกซอยในเมืองกรุง ไปจนถึงสมรภูมิระเบิดเผากระท่อมและท่าเรือขนส่งนรก!
คมเพชรจะช่วยน้องสาวและทลายแก๊งอิทธิพลมืดนี้ได้สำเร็จหรือไม่? แผนลวงพรางของกรมตำรวจคืออะไรกันแน่?
คอหนังแอ็กชันไทยยุคคลาสสิกห้ามพลาด! การเชือดเฉือนบทบาทสุดมันส์ และคิวบู๊ระห่ำสะใจของพระเอกตลอดกาล "สรพงศ์ ชาตรี" มาร่วมพิสูจน์ความเดือดและหาคำตอบพร้อมกันได้ในภาพยนตร์ฉบับเต็มเลยครับ!
แนะนำภาพยนตร์ไทย: สุดหัวใจ...เลยนะ (2533)
นำแสดงโดย: บดินทร์ ดุ๊ก, สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์
เรื่องย่อ:
เมื่อ "อ๊อด" (รับบทโดย บดินทร์ ดุ๊ก) หนุ่มหล่อมาดกวนผู้รักเสียงดนตรีและใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ปฏิเสธเสียงแข็งที่จะไปเรียนต่อเมืองนอกตามใจผู้เป็นพ่อ เพราะความฝันเดียวของเขาคือการฟอร์มวงดนตรีกับแก๊งเพื่อนซี้กวนเมือง ทว่า...ชีวิตที่กำลังสนุกสนานกลับต้องมาสะดุดกึกเมื่อเขาได้โคจรมาพบกับ "จิ๊บ" (รับบทโดย สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์) สาวสวยสุดมั่นที่เปิดฉากเจอกันครั้งแรกก็กลายเป็นคู่กัดชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร!
ความป่วนทวีคูณเมื่อแก๊งหนุ่มๆ ดันไปก่อเรื่องจนทำเอาแผนชีวิตของพวกสาวๆ พังไม่เป็นท่า นำไปสู่มหากาพย์การแก้แค้นสุดแสบแถมพกความฮามาเป็นกระบุง จาก "คู่กัด" ที่เจอหน้ากันทีไรต้องมีเรื่องเดือดร้อน (ถึงขั้นหัวร้างข้างแตก!) แต่อิทธิพลของความใกล้ชิดและตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกก็เริ่มทำให้อะไรบางอย่างในหัวใจของทั้งคู่เปลี่ยนไป
เรื่องราวเริ่มวุ่นวายขึ้นเมื่อคุณพ่อสุดเฮี้ยบของจิ๊บโผล่มาพร้อมปืนคู่ใจคอยขัดขวาง และยังมีเรื่องราวชวนเข้าใจผิดระดับคอขาดบาดตายที่ตามมาไล่ล่าพวกเขาไกลถึงเชียงใหม่! อ๊อดจะเอาชนะใจพ่อตาจอมโหดและล้างภาพลักษณ์ "ตัวซวย" ในสายตาของจิ๊บได้อย่างไร? แล้วความรักกวนๆ ของหนุ่มนักดนตรีกับสาวมั่นคนนี้จะลงเอยแบบไหน?
มุมวิจารณ์ชวนชม: ใครที่คิดถึงบรรยากาศหนังไทยยุค 90s แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ คลุกเคล้าเสียงเพลงเพราะๆ และเคมีสุดลงตัวของ "บดินทร์ ดุ๊ก" ในช่วงที่ท็อปฟอร์ม ประกบคู่กับนางเอกสาวตาหวาน "แอน สิเรียม" บอกเลยว่าเรื่องนี้คือ 'ทีเด็ด' ที่ไม่ควรพลาด ความกวนของแก๊งพระเอกและมุกตลกคาเฟ่ยุคนั้นจะทำให้คุณอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่องแน่นอน!
ชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง 'สุดหัวใจ...เลยนะ (2533)'
เรื่องย่อ: นักเลงหมอลำ (2533)
เมื่อเสียงแคนและท่วงทำนองหมอลำต้องเคล้าไปด้วยกลิ่นอายของคมกระสุนและความแค้น!
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ "สมหมาย" หัวหน้าวงดนตรีหมอลำหนุ่มอนาคตไกล ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่หลังจากการจากไปอย่างมีเงื่อนงำของบิดา พร้อมทิ้งจดหมายลาตายที่เป็นกุญแจสำคัญระบุชัดว่า ตัวการผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมและการข่มขู่หวังฮุบกิจการวงดนตรีก็คือ "นายสันทาน" ผู้ทรงอิทธิพลเหนือกฎหมาย
สมหมายพร้อมด้วยกลุ่มมิตรสหายและ "ลุงเบิ้ม" สายสืบจำเป็นสุดฮา จึงต้องร่วมมือกันวางแผนเพื่อกระชากหน้ากากคนชั่วและทวงคืนความยุติธรรม ทว่า... ฝ่ายศัตรูกลับมีอิทธิพลล้นฟ้าและพร้อมจะถล่มพวกเขาให้ราบคาบทุกวินาที ความมันส์ยิ่งทวีคูณเมื่อมี "ก้องฟ้า" ชายลึกลับมาดนักเลงไฮโลโผล่เข้ามาพัวพันในพื้นที่ ซึ่งไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขามาเพื่อเป็นมิตร หรือเป็นศัตรูตัวฉกาจกันแน่!
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ บรรยากาศบ้านทุ่ง และบทเพลงหมอลำอันไพเราะ การหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างกลุ่มคนสู้ชีวิตและมาเฟียท้องถิ่นจึงระเบิดขึ้น! สมหมายจะสามารถรักษาผลงานชิ้นสุดท้ายของพ่อและปกป้องคนรักไว้ได้หรือไม่? และความจริงเบื้องหลังหน้ากากของผู้ทรงอิทธิพลจะถูกเปิดโปงอย่างไร?
คอหนังไทยเก่าแนวแอ็กชัน-คอเมดี้ ผสมกลิ่นอายลูกทุ่งหมอลำห้ามพลาด! ร่วมพิสูจน์ความเดือดปนฮาครั้งนี้ใน "นักเลงหมอลำ"
"สองเรา" (2522) — เมื่อคำสัญญาของกาลเวลา ถูกทดสอบด้วยพรหมลิขิตอันขมขื่น
หากคุณยังคิดถึงกลิ่นอายของภาพยนตร์ไทยแนวรักโรแมนติก-ดราม่า ยุคปลายทศวรรษที่ 20 ที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองของกวี บทสนทนาที่ละเมียดละไม และการแสดงที่บีบคั้นหัวใจ ภาพยนตร์เรื่อง "สองเรา" คือผลงานคลาสสิกอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรปล่อยให้เลือนหายไปกับกาลเวลา
เรื่องย่อ:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากสายสัมพันธ์อันงดงามระหว่าง "ทิวากร" (รับบทโดย พิศาล อัครเศรณี) นักเขียนหนุ่มผู้มีอารมณ์ศิลปินและบทกวีในหัวใจ กับ "ปาริฉัตร" (รับบทโดย วาสนา สิทธิเวช) หญิงสาวผู้เพียบพร้อม ทั้งสองสบตาและก่อเกิดเป็นความรักแท้ที่บริสุทธิ์ ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงแค่เขาสองคน ก่อนที่ปาริฉัตรจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา ทั้งคู่ได้ฝากหัวใจและคำมั่นสัญญาต่อหน้าโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ว่า “จะรอคอยกันและกันด้วยความซื่อสัตย์มั่นคง ไม่ผันแปร”
แต่ทว่า... ระยะทางและกาลเวลา 5 ปี กลับทำหน้าที่ของมันอย่างโหดร้าย เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อเมริกา ทำให้ปาริฉัตรขาดการติดต่อไประหว่างที่ทิวากรกำลังเผชิญมรสุมชีวิตจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ความเงียบและลมพายุแห่งโชคชะตาบีบบังคับให้ทั้งคู่ต้องเลือกเดินบนเส้นทางสายใหม่ ทิวากรตัดสินใจสร้างครอบครัวกับหญิงสาวที่ช่วยชีวิตเขาในยามยาก ขณะที่ปาริฉัตรเองก็มีพันธะผูกพันทางร่างกายและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ
เมื่อกาลเวลาหมุนเวียนให้ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะ "คนเคยรัก" ที่ต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวแล้ว ถ่านไฟเก่าที่ยังคงคุโชนในหัวใจจะต้านทานกรอบของศีลธรรม สังคม และคำนินทาได้หรือไม่? ความรักที่พวกเขาเคยคิดว่าควบคุมได้ด้วยตัวเอง แท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่ "เงาจันทร์ในน้ำ" ที่ทำได้เพียงชื่นชมด้วยสายตา แต่ไม่อาจเอื้อมมือไปไขว่คว้ามาครอบครอง...
แล้วคุณจะรู้ว่า บางครั้งการปล่อยให้เงาจันทร์คงอยู่ในน้ำ... อาจงดงามกว่าการงมมันขึ้นมาให้เปียกปอน
ข้อความบนใบปิด:
ตรีบุบผาฟิล์ม เสนอ
ความรัก จะรู้คุณค่าอย่างไร ถ้าไม่สูญเสียมันไป
สองเรา
ของ นที สีทันดร
สมพงษ์ ตรีบุบผา กำกับการแสดง
วิฑูรย์ กรุณา นันทนา เงากระจ่าง
เดือนเต็ม สาลิตุล, สุรชาติ ไตรโภค, เฉลา ประสพศาสตร์,
เทิ่ง สติเฟื่อง, น้องหนู, ปิยะวรรณ,
เทวฤทธิ์ ลอยชาย, จง ทำดี,
ด.ช.เอราวัฒ เรืองวุฒิ, ด.ญ.จอย จินดานุช
ดารารับเชิญ ศิริ ศิริจินดา,
วงจันทร์ ไพโรจน์, ยิ่งใหญ่ อายะนันท์
ธนาชัย ชิโนทัย สร้างบท
สราวุฒิ วุฒิชัย ถ่ายภาพ
จักรพงษ์ ตรีบุบผา อำนวยการสร้าง
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
หวยเถื่อน (2532)
เมื่อความหวังของคนจน... กลายเป็นขุมทรัพย์บนความแค้นของอิทธิพลมืด!
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันหวยออกที่เปลี่ยนชีวิตของครอบครัวหนึ่งไปตลอดกาล เมื่อ "ลุงไผ่" ชายหาเช้ากินค่ำเกิดถูกหวยเถื่อนใต้ดินเป็นเงินรางวัลสูงถึง 500,000 บาท! เงินก้อนนี้ควรจะเป็นความหวังและอนาคตใหม่ของครอบครัว แต่ทว่า... เขากลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย เมื่อ "เสี่ยชิดชัย" และ "รักศักดิ์" เจ้ามือหวยผู้ทรงอิทธิพลเหนือกฎหมาย ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินรางวัลและร่วมมือกันโกงหน้าด้าน ๆ แถมยังส่งลูกน้องรุมทำร้ายลุงไผ่จนบาดเจ็บสาหัส
เรื่องนี้ทำให้ "เด็ดเดี่ยว" (รับบทโดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์) ลูกชายของลุงไผ่ ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงนักข่าวหนังสิพิมพ์ผู้รักความยุติธรรมและเกลียดการพนันเข้าไส้ ไม่อาจทนดูความอยุติธรรมนี้ได้ เขาตัดสินใจใช้ปากกาและจรรยาบรรณขุดคุ้ยแฉความเน่าเฟะของขบวนการหวยเถื่อนนี้อย่างตรงไปตรงมา
แต่ยิ่งขุดก็ยิ่งลึก ยิ่งแฉก็ยิ่งอันตราย! เมื่อฝั่งเจ้ามือหวยเถื่อนไม่ได้ทำแค่ธุรกิจการพนัน แต่ยังมีผลประโยชน์ทับซ้อนไปถึงขบวนการค้าอาวุธสงครามและของหนีภาษีรายใหญ่ ทางฝั่งคนชั่วจึงเริ่มสั่งตาย สั่งตามล่าปิดปากเด็ดเดี่ยวและครอบครัวอย่างโหดเหี้ยม จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนให้นักข่าวหนุ่มผู้รักความสงบ ต้องลุกขึ้นมาจับปืนทวงแค้นด้วยตัวเอง!
สถานการณ์ยิ่งบีบคั้นและซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อ "ขวัญดาว" หญิงสาวที่เด็ดเดี่ยวรักสุดหัวใจ กลับมีสถานะเป็นถึงลูกสาวของเสี่ยชิดชัย ศัตรูหมายเลขหนึ่งที่เขาต้องเช็คบิล! ขณะเดียวกัน "สารวัตรตะวัน" นายตำรวจตงฉินคนใหม่ก็เพิ่งย้ายเข้ามาทำคดีเพื่อกวาดล้างอิทธิพลมืดนี้ให้สิ้นซาก
เด็ดเดี่ยวจะเลือกทางไหน? ระหว่างกฎหมาย ความแค้นที่ต้องสะสาง หรือความรักที่ยากจะลงตัว... ร่วมติดตามการต่อสู้สุดระทึกและปมแค้นที่ต้องชำระในภาพยนตร์ไทยแอคชั่น-ดราม่าสะท้อนสังคมเรื่อง "หวยเถื่อน (2532)"
“มาห์” (2534) — ความลึกลับในป่าลึก และสัญชาตญาณดิบที่ตามล่าเอาคืน!
นำแสดงโดย: มาช่า วัฒนพานิช, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
เรื่องย่อ:
เมื่อความกระหายอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ ไปปลุกบางสิ่งที่ไม่ควรลบหลู่ในป่าลึก... เรื่องราวความสยองขวัญสัญชาติไทยที่เคยสร้างความฮือฮาในปี 2534 บัดนี้ได้ถูกนำมารีมาสเตอร์ใหม่ในระบบ HD ภาพชัดแจ๋ว เต็มอิ่มทุกอารมณ์ ชวนให้คอหนังรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ต้องกลับมาพิสูจน์ความระทึกใจอีกครั้ง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินทางไปแคมปิ้งกลางป่าลึก แต่ระหว่างทางรถเกิดเสียอย่างกะทันหัน ทำให้พวกเขาต้องบุกบั่นไปขอความช่วยเหลือจนได้พบกับไร่ของ "ชนินทร์" ชายหนุ่มลึกลับที่หันหลังให้เมืองกรุงเพื่อมาใช้ชีวิตสันโดษเลี้ยงลูกสาวตัวน้อย ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาที่ดูเหมือนจะสงบสุข ทุกอย่างเกือบจะผ่านไปด้วยดี จนกระทั่งพวกเขาเดินทางไปเจอถ้ำลึกลับแห่งหนึ่ง และหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นแอบเก็บ "ไข่ประหลาดเรืองแสง" ขนาดใหญ่ติดมือกลับมาด้วยความคึกคะนอง
โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่พวกเขาหยิบมานั้นคือสิ่งหวงแหนที่สุดของ "มาห์" สัตว์ประหลาดเจ้าถิ่นที่ดุร้ายและมีสัญชาตญาณความเป็นแม่สูงเกินกว่าใครจะคาดคิด!
เมื่อราตรีคืบคลาน ไร่อันเงียบสงบกลับกลายเป็นลานสังหาร ความมืดมิดรอบตัวเริ่มคุกคามด้วยเสียงคำรามที่ไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา ค่ำคืนนั้นผู้คนในไร่ค่อยๆ เผชิญหน้ากับความตายทีละคนอย่างสยดสยอง ท่ามกลางความตื่นตระหนก ชนินทร์และ "เจี๊ยบ" (รับบทโดย มาช่า วัฒนพานิช) หญิงสาวหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น ต้องร่วมมือกันหาทางเอาชีวิตรอด และปกป้องเด็กน้อยจากเงื้อมมือของอสูรกายกระหายเลือดที่ออกตามล่าทวงลูกของมันคืนด้วยความอาฆาต!
ทำไมถึงต้องดู?
นี่คือหนังสยองขวัญ-ไซไฟสไตล์สัตว์ประหลาด (Monster Movie) ยุคแรกๆ ของไทยที่หาดูได้ยากยิ่ง การกลับมาในฉบับรีมาสเตอร์นี้จะทำให้คุณได้เห็นความสวยงามและฝีมือการแสดงในวัยเยาว์ของ มาช่า วัฒนพานิช แบบคมชัดทุกมิติ ร่วมสัมผัสความกดดัน การเอาชีวิตรอด และการต่อสู้กับสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่พร้อมจะทำลายล้างทุกชีวิตที่ขวางหน้า
พวกเขาจะรอดพ้นจากค่ำคืนสยองนี้ไปได้อย่างไร? และความลับของถ้ำแห่งนั้นคืออะไร? ร่วมพิสูจน์ความระทึกระดับตำนานแบบเต็มเรื่องได้แล้ววันนี้!
ข้อความบนใบปิด:
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง,
พ.ศ. 2534,
มาช่า วัฒนพานิช,
วิกฤตป่วนก๊วนฝึกงาน กับภารกิจลับระดับกู้วิกฤต!
เรื่องย่อ:
เมื่อกลุ่มนักศึกษาหนุ่มสุดแสบและสุดกวน นำทีมโดย "วิม" และผองเพื่อนร่วมแก๊ง ดันต้องเผชิญกับช่วงปิดเทอมที่ไม่มีอะไรทำ แต่แทนที่จะได้พักผ่อนชิล ๆ พวกเขากลับตัดสินใจก้าวเท้าเข้าสู่โลกแห่งการทำงานเพื่อหาลำไพ่พิเศษ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความ "อีลุ่ยฉุยแฉก" อย่างแท้จริง!
โชคชะตาเล่นตลกส่งพวกเขาไปฝึกงานในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นพวกเขาต้องเจอกับ "ยอดชาย" ผู้จัดการโรงแรมมาดเนี๊ยบที่พยายามจะเคี่ยวเข็ญให้พวกเขากลายเป็นพนักงานระดับมืออาชีพ แต่ความเปิ่นและความป่วนของแก๊งนี้กลับสร้างเรื่องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่การต้อนรับแขกวีไอพีสุดเพี้ยน ไปจนถึงเหตุการณ์ลี้ลับชวนขนหัวลุกเมื่อมีข่าวลือว่ามี "ผี" ออกมาอาละวาดในโรงแรม! จนพวกเขาต้องงัดแผนเด็ดแปลงร่างเป็น "หมอผีคอมพิวเตอร์" ยุคใหม่เพื่อมาปราบผี
เรื่องราวเริ่มเข้มข้นและวุ่นวายขึ้นไปอีก เมื่อ "มัทนี" ลูกสาวสุดสวยของท่านประธานโรงแรมก้าวเข้ามาดูแลกิจการ และดูเหมือนว่าหัวใจของวิมจะเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่ความรักของเด็กฝึกงานตัวแสบกับลูกสาวเจ้าของโรงแรมจะราบรื่นได้อย่างไร ในเมื่อรอบตัวมีแต่ความโกลาหล ทั้งเรื่องผีสาง เรื่องการบริหาร และที่สำคัญ... คำสั่งลับเบื้องหลังของผู้มีอิทธิพลที่สั่งมาว่า "ห้ามโรงแรมนี้ชนะในการแข่งขันเรือยาวเด็ดขาด!"
แก๊งเด็กฝึกงานสุดบ๊องจะกู้วิกฤตโรงแรมแห่งนี้ได้สำเร็จหรือไม่? ความรักของวิมและมัทนีจะลงเอยอย่างไร? และพวกเขาจะเอาตัวรอดจากความอลหม่านครั้งนี้ไปได้อย่างไร?
มาร่วมลุ้นและหัวเราะท้องแข็งไปกับภาพยนตร์ตลกคลาสสิกที่รวมดาวตลกยุค 80-90 ไว้คับคั่ง! เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วไปรับชมความฮาแบบเต็มเรื่องกันได้เลย!
ชมภาพยนตร์ อีลุ่ยฉุยแฉก (2532)
ข้อความบนใบปิด:
รุ่งเรืองโปรดักชั่น เสนอ
ผู้หญิงคนนี้ สวยใช่มั้ยล่ะ...
น่ารักด้วย...เก๋...เท่อีกต่างหาก
ใช่คุณรู้จักเธอดี
“ลูกศร ธนาภรณ์ รัตนเสน”
เธอเป็นคนเปิดเผย แต่มีอยู่อย่างหนึ่ง
ที่เธออยากปิด แต่ก็ปิดไม่มิด...!?!
อีลุ่ยฉุยแฉก
ผลงานอันดับ 2 ของผู้กำกับตุ๊กตาทอง
“ชาริยา รุ่งเรือง”
“ลูกศร” ธนาภรณ์ รัตนเสน
ซูโม่สุ่น, ซูโม่กิ๊ก, ซูโม่เป๊ปซี่, ซูโม่ตุ๋ย, อนันต์
ร่วมด้วย เมตตา รุ่งรัตน์, ท้วม ทรนง,
รอง เค้ามูลคดี, ปทุมวดี โสภาพรรณ
และดาราวัยรุ่น กาญจนา โต๊ะสุวรรณ
สุพจน์ พิสิฐวุฒินันท์ อำนวยการสร้าง
อาถรรพณ์วิญญาณสาว (2535)
หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ไทยแนวระทึกขวัญ-สยองขวัญยุค 90s ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความลึกลับและแรงแค้นอันแรงกล้า “อาถรรพณ์วิญญาณสาว” (2535) คืออีกหนึ่งผลงานที่ไม่ควรพลาด!
เรื่องย่อ:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ณ หมู่บ้านชนบทอันเงียบสงบ “พิเชษฐ์” ชายหนุ่มผู้มีอนาคตไกล และ “เรไร” หญิงสาวชาวบ้านผู้เลอโฉม ทั้งคู่มีความรักที่บริสุทธิ์และมั่นคงต่อกัน พร้อมคำมั่นสัญญาว่าเมื่อพิเชษฐ์เรียนจบจะกลับมาแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่ทว่า... ความงดงามของเรไรกลับกลายเป็นภัย เมื่อความสวยของเธอไปเตะตากลุ่มนักเลงเจ้าถิ่นจอมอิทธิพลที่จ้องจะครอบครองเธอด้วยวิธีสกปรก
ในวันที่พิเชษฐ์ต้องเดินทางกลับไปเรียนต่อ เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ไม่มีใครอยากให้เกิดก็อุบัติขึ้น เรไรถูกกลุ่มคนโฉดฉุดคร่าและลงมือฆาตกรรมอย่างทารุณเพื่อปิดปาก ทิ้งไว้เพียงร่างที่ไร้วิญญาณและความโศกเศร้าอย่างที่สุดของคนเป็นพ่อและชายคนรัก
เมื่อความยุติธรรมของกฎหมายบ้านเมืองยังเอื้อมไปไม่ถึงกลุ่มคนร้าย แต่ความแค้นมันค้ำคอ! วิญญาณของเรไรจึงไม่ยอมไปสู่สุคติ เธอเฮี้ยนหนักและกลับมาพร้อมกับแรงอาฆาตเพื่อตามทวงคืนชีวิตและความยุติธรรมด้วยตัวเอง เกิดคดีระทึกขวัญที่คนร้ายค่อยๆ ถูกล้างบางไปทีละคนอย่างปริศนา ชาวบ้านต่างลือกันหนาหูว่าเป็นฝีมือความเฮี้ยนของผีเรไร ขณะเดียวกันกลุ่มคนชั่วที่เหลืออยู่ก็เริ่มตื่นตระหนกและพยายามหาหมอผีฝีมือฉมังมาปราบวิญญาณสาวตนนี้ให้สิ้นซาก!
ศึกระหว่าง “แรงแค้นของวิญญาณสาว” กับ “มนต์ดำของหมอผีขมังเวท” ใครจะเป็นฝ่ายชนะ? และสุดท้ายความจริงอันน่าสลดใจทั้งหมดจะถูกเปิดโปงออกมาอย่างไร?
มาร่วมย้อนวันวานไปสัมผัสความหลอนและร่วมลุ้นระทึกหาคำตอบพร้อมกันได้ใน อาถรรพณ์วิญญาณสาว (2535) ภาพยนตร์ไทยคลาสสิกที่รอให้คุณไปพิสูจน์ความลี้ลับนี้ด้วยตาตัวเอง!
ข้อความบนใบปิด:
สองสหายภาพยนตร์ เสนอ
เรื่องของความรัก
ที่จำต้องพลัดพรากกลายเป็นความอาถรรพณ์
แฝงมากับวิญญาณร้ายสิงสถิตในร่างของสาวรัก
เหมือนเงาเพชฌฆาตคอยติดตามเป็นอารมณ์รักและริษยา
อาถรรพณ์วิญญาณสาว
เสนอนางเอกตุ๊กตาทอง ธิดา ธีระรัตน์
พบพระเอกหนุ่มจากรั้วพ่อขุนฯ
อธิป สามลเสน
ชาติ, ชัชวาล, อังคาร, จ่อย, ผู้ใหญ่มา ไทยรัฐ. ชีวิต อิสระ
บัญชา ติปญานนท์ กำกับบท
ไก่ บางเขน ถ่ายภาพ
ธนะชัย กำกับฯ
*ใบปิดวาดโดย CHAMNONG
เจาะนรก 2 ดิบกระแทกดิบ (2533)
เมื่อคนตายลุกขึ้นมาฆ่าคน... คดีพิสดารที่แม้แต่กฎหมายยังต้องสยบ!
เกิดคดีปล้นฆ่าสุดระทึกขวัญขึ้นในเมืองหลวง ทว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกทลายและวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายได้สำเร็จ ผลชันสูตรศพจากกองพิสูจน์หลักฐานกลับทำให้ทุกคนต้องขนหัวลุก! เพราะรายงานแจ้งว่า บรรดาคนร้ายที่เพิ่งถูกวิสามัญไปนั้น... แท้จริงแล้วเป็นศพที่ตายมาก่อนหน้านี้แล้วร่วมเดือน!
คดีพิศวงนี้ทำให้ "ผู้กอง" นายตำรวจหนุ่มไฟแรงต้องรับภารกิจหนัก นำทีมออกสืบหาร่องรอยลึกลับเบื้องหลัง ซึ่งเบาะแสทั้งหมดชี้ตรงไปยังตะเข็บชายแดนห่างไกล แหล่งกบดานของกลุ่มอิทธิพลเถื่อนที่พยายามจับตัว "สุพี" ชายวัยกลางคนผู้ครอบครองความลับของ "สมุนไพรชุบชีวิต" ยาโบราณในตำนานที่สามารถปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพข้ามคืน ทว่าไร้ความรู้สึก ไร้ความเจ็บปวด และกลายเป็นกองทัพ "ผีดิบกระสุนด้าน" ที่ยิงเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตาย!
ความเดือดทวีคูณเมื่อผู้กองและพรรคพวกต้องบุกตะลุยเข้าสู่ "แคมป์อเวจีสวรรค์" เพื่อช่วยตัวประกันและหยุดยั้งมหันตภัยชุบชีวิตคนตายมาเป็นเครื่องมือทรชน ศึกนี้ไม่ได้มีแค่ปืนเดือด แต่เป็นการแลกหมัด เท้า เข่า ศอก แบบดิบกระแทกดิบ สไตล์บู๊ระห่ำตามแบบฉบับราชาคูฟูเมืองไทย "พันนา ฤทธิไกร"
กองทัพผีดิบจะถูกทำลายลงได้อย่างไร? และความลับของสมุนไพรต้องห้ามจะสิ้นสุดที่ตรงไหน? คอหนังแอ็กชันไทยยุค 90 ต้องไม่พลาด ความมันส์ระดับตำนานกำลังรอคุณอยู่!
คอหนังเก่าร่วมพิสูจน์ความเดือดเต็มเรื่องได้ที่นี่: 👉 รับชม เจาะนรก 2 ดิบกระแทกดิบ (2533)
"เชือดเชือด เหน่อๆ" (2533) — มหากาพย์แอ็กชันฮาปนโหด สไตล์ "พันนา ฤทธิไกร"
ถ้าคุณคิดว่าหนังแอ็กชันไทยยุค 90 มีแต่เตะต่อยกันเครียดๆ ขอบอกว่าคุณกำลังพลาดหนึ่งในผลงานสุดแสบสันของราชานักบู๊เมืองไทยอย่าง พันนา ฤทธิไกร ใน "เชือดเชือด เหน่อๆ" ภาพยนตร์ที่ผสมผสานคิวบู๊สุดระห่ำ ลีลาสตันท์แมนระดับพระกาฬ เข้ากับมุกตลกหน้าตายสไตล์ซาวด์แทร็กเสียงเหน่อได้อย่างลงตัว!
เรื่องราวทั้งหมดระเบิดขึ้นเมื่อ "เทวรูปนิลดำ" สิ่งศักดิ์สิทธิ์โบราณค่าจ้างมหาศาลประจำเผ่าชาวเขา (และเป็นที่หมายปองของตระกูลเศรษฐีรวมถึงขบวนการค้าอาวุธเถื่อนข้ามชาติ) ถูกขโมยไป! ความโกลาหลเลเวลสิบจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อเทวรูปองค์นี้ดันตกไปอยู่ในมือของ "คู่หูโจรสมัครเล่นอ้วนผอม" ที่แค่อยากหาเงินทางลัด แต่ดันไปซวยสลับแย่งชิงของชิ้นนี้มาแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่
เมื่อค่าหัวและมูลค่าของเทวรูปพุ่งสูงถึง 50 ล้านบาท! สงครามไล่ล่าแย่งชิงสมบัติสุดพัลวันจึงเกิดขึ้น ฝ่ายเศรษฐีต้องยอมทุ่มเงินล้านจ้าง "อดีตนักสืบเอกชนขี้เมา" ผู้มีฝีมือฉกาจให้มาทำภารกิจตามล่า ขณะเดียวกันกองกำลังติดอาวุธสุดโหดและชาวเขาเจ้าของพื้นที่ต่างก็ดาหน้าเข้ามาเปิดศึกตะลุมบอนเพื่อทวงคืนของรัก
จากโจรปล้นโจร กลายมาเป็นศึกหลายเส้าที่ทุกคนต้องงัดทั้งหมัด เข่า ศอก และสารพัดอาวุธมาห้ำหั่นกันท่ามกลางภูมิประเทศสุดทุลักทุเล งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไป? และเทวรูปที่ทุกคนยอมแลกด้วยชีวิตนั้นจะตกไปอยู่ในมือของใคร? เตรียมตัวพบกับคิวบู๊นันสต็อปที่เล่นจริง เจ็บจริง โนสลิง โนสแตนด์อิน และเสียงหัวเราะลั่นทุ่งได้เลย!
คอหนังบู๊ไทยยุคคลาสสิกห้ามพลาด! ชมภาพยนตร์ เชือดเชือด เหน่อๆ (2533)
เพชร 7 เหลี่ยม (2530)
เรื่องย่อ:
จากสมรภูมิเดือดสู่มหานครแห่งการทรยศ! เมื่อ "เพชร 7 เหลี่ยม" สมบัติล้ำค่าประจำตระกูลมูลค่ามหาศาล ถูกลักลอบนำข้ามพรมแดนไทย-เขมร ท่ามกลางเสียงปืนและไฟสงครามที่คุกรุ่น แต่ความโลภกลับน่ากลัวกว่ากระสุนปืน เมื่อ ธงชัย (รับบทโดย สรพงศ์ ชาตรี) อดีตทหารผ่านศึกเวียดนามผู้รับหน้าที่เป็นคนนำทาง ตัดสินใจหักหลังผู้จ้างวาน ฆ่าปิดปากพยาน และเชิดเพชรเม็ดงามหลบหนีเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดฉากเกมเจรจาต่อรองนอกกฎหมาย แลกกับเงินก้อนโตถึง 20 ล้านบาท!
ทว่า... เงินก้อนโตย่อมมาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือด เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป เพชร 7 เหลี่ยมเม็ดนี้จึงกลายเป็นที่หมายตาของเหล่านักเลงและมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในเมืองกรุง โดยเฉพาะ "บัญชา" เจ้าพ่อใหญ่ผู้บงการโลกใต้ดิน ที่ส่งมือดีออกตามล่าหัวธงชัยเพื่อหวังชุบมือเปิบ
ขณะเดียวกัน ทางการก็ไม่อาจนิ่งเฉย สารวัตรดุสิต ต้องเปิดแผนลับ "เซียนโค่นเซียน" ส่งสายสืบแทรกซึมเข้าสู่ไนต์คลับหรู แหล่งกบดานของเหล่านักร้องสาวพราวเสน่ห์และอาชญากร กระดานหุ้นส่วนชีวิตครั้งนี้ไม่มีคำว่ามิตรแท้ ทุกคนต่างสวมหน้ากากเข้าหากันเพื่อชิงสมบัติชิ้นเดียว
ธงชัยจะรักษาเพชรและเอาชีวิตรอดจากแผนล้อมปราบของมาเฟียและตำรวจได้หรือไม่? หรือเพชรล้ำค่าชิ้นนี้จะเปลี่ยนมือและกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการนองเลือดครั้งใหญ่?
คอหนังแอ็กชันไทยยุค 80 ปัดฝุ่นความมันส์ระดับตำนาน นำทีมเชือดเฉือนบทบาทโดยพระเอกตลอดกาล "สรพงศ์ ชาตรี" ร่วมด้วยเหล่ายอดฝีมือที่จะมาสร้างความระทึกขวัญในเกมหักเหลี่ยมเฉือนคมที่คุณไม่อาจกระพริบตา!
รับชมภาพยนตร์ไทยเก่าสุดคลาสสิก "เพชร 7 เหลี่ยม (2530)
ข้อความบนใบปิด:
นครภาพยนตร์
โดย นคร ภู่ดี สร้าง
เพชรต้นตระกูลมูลค่านับร้อยล้าน
เพชรเม็ดเดียวในโลก
ที่นักอนุรักษ์นิยมกำลังหมายตา
จนเกิดสงครามหักเหลี่ยมเฉือนคม
เพื่อช่วงชิงการเป็นเจ้าของด้วยเล่ห์โจรล่าโจร!
เพชร 7 เหลี่ยม “OPERATION VIETNAM”
ของ วาสุเทพ โอศิริ
สรพงศ์ ชาตรี นีรนุช อติพร ธิดา ธีรรัตน์
ชุติมา กาวิลละ ชาตรี มณีวรรณ ไพโรจน์ ใจสิงห์
ลักษณ์ อภิชาติ, พิชิต, กนกพร, บรรพต, ทวน, ชีวิต, สมุย
พร้อมด้วย 4 โฆษกวิทยุชื่อดังสุโขทัย
ชัย น่าชม, มาโนช ราชอุทิศ,
นิเวช สิงหวัฒน์, ตุ๊กตา เกิดศรี
สมหมาย คำสอน กำกับการแสดง
บัญชา ติปยานนท์ ผู้ช่วยผู้กำกับ
นคร ภู่ดี ถ่ายภาพ
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
เพียงบอกรักฉันสักนิด (2528)
"เมื่อความรักไม่ได้วัดกันที่หน้าตา แต่ท้าทายกันด้วย 'เนื้อแท้' ของหัวใจ"
เรื่องย่อ:
เตรียมพบกับภาพยนตร์รักโรแมนติก-คอมเมดี้ที่จะมาสะกิดหัวใจคนเมืองให้ชุ่มฉ่ำ เรื่องราวของ "ปอน" ชายหนุ่มมาดซื่อผู้แสนจะเชย เด๋อด๋า และดูไม่เอาไหนในสายตาคนรอบข้าง เขาแอบไปตกหลุมรัก "เจน" หญิงสาวผู้งดงาม อ่อนหวาน และเพียบพร้อม ซึ่งเธอกำลังตกเป็นที่หมายปองของ "นัท" นายแบบหนุ่มหล่อชื่อดัง ผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ร่ำรวย และเป็นศูนย์กลางความสนใจของสาวๆ ทั้งเมือง
ด้วยความที่คิดว่าตัวเองไม่มีอะไรไปสู้ยอดชายอย่างนัทได้เลย ปอนจึงทำได้เพียงแอบเฝ้ามองแผ่นหลังของเจนอยู่ห่างๆ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแอบถ่ายรูปเธอ หรือแม้แต่การเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นๆ จนเกือบถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหัวขโมยและสายลับขโมยความลับบริษัท! ความเด๋อด๋าแสนซื่อของเขากลับกลายเป็นเรื่องชุลมุนที่สร้างเสียงหัวเราะชวนปวดหัว โดยมีแก๊งเพื่อนซี้คอยช่วยวางแผนการ "ทำคะแนนทางใจ" อย่างลับๆ
ทว่าจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มเพื่อนๆ ได้ร่วมเดินทางไปตั้งแคมป์พักผ่อนด้วยกันที่เชียงราย บรรยากาศกลางป่าเขาและสายน้ำกลาย เป็นเวทีพิสูจน์ใจครั้งสำคัญ เมื่อหน้าตาทางสังคมและชื่อเสียงของนายแบบหนุ่มเริ่มถูกท้าทายด้วยเนื้อแท้ของความเป็นสุภาพบุรุษ ปอนพยายามทำทุกอย่างด้วยใจจริงเพื่อดูแลเจนในยามที่เธอเผชิญกับความผิดหวัง
ความรักแสนเชยแต่ซื่อสัตย์ของชายหนุ่มธรรมดาๆ คนนี้ จะสามารถเจาะทะลุกำแพงหัวใจของหญิงสาวผู้เพียบพร้อมได้หรือไม่? และเสียงหัวใจของเจนจะหันมามองความรักที่อยู่ใกล้ตัวในท้ายที่สุดหรือเปล่า? มาร่วมลุ้นและหาคำตอบว่าเธอจะยอม "บอกรักเขาซักนิด" หรือไม่ ในภาพยนตร์ไทยคลาสสิกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายยุค 80s เรื่องนี้!
รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่องได้ที่นี่: เพียงบอกรักฉันสักนิด (2528) -
ข้อความบนใบปิด:
OA เสนอ...ผลงานสร้างสรรค์ของ
อภิชาต โพธิ์ไพโรจน์
“วัยรุ่น” วัยแรกของการแสวงหา
วัยที่เริ่มรู้สึกในเรื่องความรัก
วัยที่พบพานกับความผิดหวัง
วัยที่คนอื่นยากจะเข้าใจ
เพียง..บอกรักฉันสักนิด
เรื่องราวของ “ฮูลาฮูป” และ “ถุงโอเลี้ยง”
ซึ่งต่อเนื่องกลายมาเป็น “ความรัก”
พลวัฒน์ มนูประเสริฐ เชอรี่ ธรรมิกสกุล
มาโนช วัฒนบุญญา, สรยุทธ สังข์บัวแก้ว, ศิวพร พิศาลสินธุ์
ร่วมด้วย นักดนตรีคณะไมโคร
บุญยงค์ มงคลเมือง ถ่ายภาพ
บริพัสตร นุตจรัส-ศรีสุดา โมราราษฎร์
ช่วยกำกับการแสดง
อภิชาต โพธิ์ไพโรจน์ บทประพันธ์-บทภาพยนตร์
แมน-ชัชวาล โชติชวาลา อำนวยการสร้าง
อภิชาต โพธิ์ไพโรจน์ กำกับการแสดง
พลวัฒน์ มนูประเสริฐ,
พ.ศ. 2528,
โหดตามสั่ง (2532)
พันนา-นิสา
ข้อความบนใบปิด
เพชรพันนาโปรดักชั่น เสนอ
ความโหดระห่ำ สุดมันส์ สะใจ
โหดตามสั่ง
พันนา ฤทธิไกร อำนาจ อนุรักษ์ นิสา วงศ์วัฒน์
สมภพ วงศ์ก่อ, เจริญ หงษ์ไทย
กฤติยา ลาดพันนา อำนวยการสร้าง
โชคชัย เพชรพันนา ดำเนินงาน
อรรถพล สงวนเกียรติ ถ่ายภาพ
เพชรพันนาโปรดักชั่น จัดจำหน่าย
เสี่ยงตาย (2532)
นำแสดงโดย: สรพงศ์ ชาตรี, พันนา ฤทธิไกร
เรื่องย่อ:
เมื่อภารกิจกู้ชีพแปรเปลี่ยนเป็นเกมล่าขุมทรัพย์สุดอันตราย! เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “สราวุฒิ” ชายหนุ่มผู้ครอบครองลายแทงลึกลับ ได้ออกว่าจ้าง “ผู้กองเดช” (รับบทโดย สรพงศ์ ชาตรี) อดีตทหารฝีมือฉกาจผู้ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน ให้จัดทีมมหากาฬเพื่อเดินทางข้ามชายแดนเข้าไปยัง “พื้นที่สีแดง” ดินแดนลี้ลับที่เต็มไปด้วยอันตรายทุกย่างก้าว
เป้าหมายสูงสุดของภารกิจนี้คือการบุกเข้าไปช่วยชีวิตคุณลุงของสราวุฒิที่ถูกกองกำลังติดอาวุธจับตัวไว้ ซึ่งลุงของเขาคือคนเดียวที่รู้จุดซ่อน “ขุมทรัพย์มหาศาล” ที่ซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งนั้น งานนี้ผู้กองเดชจึงต้องรวบรวมยอดฝีมือรวมถึง “งาแซ” (รับบทโดย พันนา ฤทธิไกร) นักรบชาวเขาผู้มีชั้นเชิงการต่อสู้ด้วยมือเปล่าและอาวุธแบบหาตัวจับยาก มาร่วมในปฏิบัติการเดนตายครั้งนี้
แต่เรื่องราวกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตามล่าขุมทรัพย์รั่วไหลไปถึงหูของ “ผู้การ” มาเฟียเจ้าถิ่นผู้ทรงอิทธิพลและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ แผนการตลบหลังเพื่อหวังฮุบสมบัติและการปั่นหัวให้แต่ละฝ่ายเข่นฆ่ากันเองจึงเริ่มต้นขึ้น!
ท่ามกลางห่ากระสุน กับดักระเบิด และความไว้วางใจที่เริ่มสั่นคลอน... ผู้กองเดชและงาแซจะสามารถนำพาทีมฝ่าสมรภูมิเลือดนี้ไปช่วยตัวประกันและค้นหาความจริงได้สำเร็จหรือไม่? หรือพวกเขาจะต้องทิ้งชีวิตไว้ในป่าลึกแห่งนี้!
เหตุผลที่ไม่ควรพลาด:
นี่คือภาพยนตร์แอ็กชันไทยยุค 80s-90s ระดับขึ้นหิ้ง ที่เป็นการโคจรมาพบกันของสองตำนานผู้ล่วงลับ “สรพงศ์ ชาตรี” พระเอกตลอดกาล และ “พันนา ฤทธิไกร” ปรมาจารย์นักบู๊สตันท์แมนแถวหน้าของเมืองไทย คุณจะได้เห็นฉากต่อสู้ที่ดุดัน สมจริง ไร้สลิง และการวางแผนชิงไหวชิงพริบในป่าสุดมันส์ ตามสไตล์หนังบู๊คลาสสิกที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน!
คอหนังไทยโบราณและแฟนหนังแอ็กชันสายพันธุ์แท้ สามารถไปติดตามรับชมความมันส์แบบเต็มเรื่อง ภาพคมชัด ได้แล้วที่ลิงก์นี้เลย: ชมภาพยนตร์ เสี่ยงตาย (2532)
พ.ศ. 2532,
พันนา ฤทธิไกร,
สรพงศ์ ชาตรี,
เรื่องย่อ: "โลงแตก" (2530)
นำแสดงโดย: โน้ต เชิญยิ้ม, เหี่ยวฟ้า, และคณะตลกชั้นนำ
เมื่อความซวยมาเยือนจนไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านถึง 3 เดือน! แก๊งเพื่อนซี้สามคนจึงต้องมองหาทางรอด จนกระทั่งไปสะดุดตากับประกาศแปลก ๆ ในหนังสือพิมพ์ที่ระบุว่า “มีบ้านให้อยู่ฟรี แถมทรัพย์สินเงินทองให้ใช้ตลอดชีวิต!” ส้มหล่นใส่หัวขนาดนี้ มีหรือที่พวกเขาจะปฏิเสธ
แต่... ของฟรีไม่มีในโลก! เพราะเงื่อนไขสุดประหลาดที่พ่วงมาด้วยคือ หนึ่งในนั้นจะต้องยอมแต่งงานเป็นสามีของ "ราตรี" หลานสาวเจ้าของบ้าน และมีกฎเหล็กที่ห้ามฝ่าฝืนโดยเด็ดขาด: ห้ามเปิดไฟในบ้านยามที่เธออยู่ เนื่องจากดวงตาของเธอแพ้แสงอย่างรุนแรง!
ความบันเทิงและระทึกขวัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลากลางคืนมาถึง ความจริงสุดสยองก็ปรากฏว่าแท้จริงแล้ว "ราตรี" เมียหมาด ๆ ของเขานั้นไม่ใช่คน แต่เป็น "ผี" สาวที่เฮี้ยนจนบ้านแทบพัง! งานนี้แก๊งเพื่อนซี้ต้องโกยแน่บหนีเตลิดข้ามอำเภอไปพึ่งใบบุญของกำนันในต่างจังหวัด แต่ความเฮี้ยนของผีสาวราตรีก็ยังตามไปรังควานอย่างไม่ลดละ ร้อนถึงหมอผีระดับตำนานอย่าง "หมอเหี่ยว" (เหี่ยวฟ้า) ที่ต้องถูกตามตัวมาทำพิธีปราบผีด้วยวิธีสุดพิสดาร
แก๊งหนุ่ม ๆ จะเอาชีวิตรอดจากเมีียผีสุดที่รักได้หรือไม่? และหมอเหี่ยวจะงัดวิชาอะไรมาสู้กับผีสาวที่ทั้งดื้อทั้งเฮี้ยนตนนี้? เตรียมตัวฮาท้องแข็งและลุ้นไปกับภารกิจวิ่งหนีผีสุดละลานตาได้ใน "โลงแตก"!
หากคุณอยากสัมผัสบรรยากาศความสนุก มุกตลกโบ๊ะบ๊ะสุดคลาสสิก และฝีมือการแสดงของปรมาจารย์ตลกไทยในอดีต สามารถไปรับชมภาพยนตร์ไทยเก่าหาดูยากเรื่องนี้แบบเต็มเรื่องได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ!
รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง: โลงแตก (2530)
"ตัวกูผู้ชนะ" (2532) — เลือดไทยอหังการ์ บนสมรภูมิเดือด เนิน 704!
ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่คุกรุ่นและเต็มไปด้วยอันตรายจากกองกำลังต่างชาติและผู้ก่อการร้าย "จ่ามหิธา โคจร" (รับบทโดย บิณฑ์ บันลือฤทธิ์) ยอดทหารพรานผู้ได้รับฉายา "ไอ้ฟ้าผ่า" ที่แม้แต่ศัตรูยังต้องขยาด ได้รับภารกิจครั้งสำคัญให้นำทีม "หน่วยดุริยางค์ทหารพราน" ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกลุ่มทหารสายฮาและรักเสียงดนตรีมากกว่าการจับอาวุธ มุ่งหน้าสู่สมรภูมิสุดโหดเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย
แต่แล้วความขัดแย้งภายในค่าย และความไม่เชื่อมั่นของผู้บังคับบัญชาที่มองว่าพวกเขาเป็นแค่ "นักดนตรีไม่ใช่กองกำลังรบ" กลายเป็นบททดสอบชิ้นโตที่กลุ่มทหารพรานต้องก้าวผ่าน เมื่อฝ่ายข่าวกรองรายงานว่า ข้าศึกได้เคลื่อนพลเข้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง "เนิน 704" จ่ามหิธาจึงต้องเปลี่ยนเครื่องดนตรีให้เป็นอาวุธคู่กาย นำทีมลูกหมวดหัวใจเกินร้อย รวมถึงแพทย์สนามสาวผู้ยอมทิ้งเข็มฉีดยามาจับปืน บุกฝ่าดงกระสุนและระเบิดเข้าสู่แดนอันตรายชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน!
ศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่คือศักดิ์ศรีและหน้าที่เพื่อไม่ให้ศัตรูหน้าไหนมารุกรานแผ่นดินไทยได้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว! พวกเขาจะสามารถพิสูจน์ตัวเองและทวงคืนเนิน 704 กลับมาได้สำเร็จหรือไม่? ร่วมพิสูจน์ความมันส์ระดับตำนานของหนังแอ็กชันไทยยุคคลาสสิกเต็มเรื่องได้แล้ววันนี้!
ชมภาพยนตร์เต็มเรื่อง: ตัวกูผู้ชนะ (2532)
เรื่อง: หนักแผ่นดิน (2520)
ถ้าคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ไทยคลาสสิกแนวดราม่า-แอ็กชันที่สะท้อนภาพสังคมและการเมืองในยุคอดีตได้อย่างเข้มข้น แนะนำว่าไม่ควรพลาด "หนักแผ่นดิน" (2520) ผลงานระดับตำนานที่นำแสดงโดยพระเอกตลอดกาล สมบัติ เมทะนี และนางเอกยอดนิยม นัยนา ชีวานันท์
เรื่องย่อชวนติดตาม:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในหมู่บ้านวังหิน เมื่อ "ชาติ" (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) ชายหนุ่มสู้ชีวิตผู้ทำมาหากินอย่างซื่อสัตย์ ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่จากการถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มนายทุนหน้าเลือด จนในที่สุดเขาก็เพลี่ยงพล้ำตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์และต้องหนีคดีเข้าสู่เมืองกรุง
ในระหว่างที่เขากำลังมืดแปดด้านและพยายามดิ้นรนเพื่อส่งเงินกลับมาจุนเจือ "บัว" (รับบทโดย นัยนา ชีวานันท์) เมียรักที่กำลังตั้งท้องและแม่บังเกิดเกล้าที่ตาบอด ชาติกลับถูกดึงเข้าสู่วังวนของขบวนการที่มี "อุดมการณ์แอบแฝง" เพื่อหวังปลุกปั่นและทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง โดยที่ตัวเขาเองไม่รู้เลยว่า เงินทองและความร่ำรวยที่ได้มาจากการเปลี่ยนชีวิตใหม่ในครั้งนี้ กำลังจะทำให้เขากลายเป็นคนแปลกหน้าในสายตาของครอบครัวและคนในบ้านเกิด
เมื่อชาติเดินทางกลับมายังหมู่บ้านวังหินอีกครั้งในฐานะแกนนำผู้กุมอำนาจ ท่าทีและอุดมการณ์ที่เปลี่ยนไปของเขาทำให้ต้องเผชิญหน้ากับ "ไทย" เพื่อนรักร่วมสาบาน รวมถึงเสียงประณามจากแม่และเมียรักที่ไม่อาจยอมรับเงินทองที่เปื้อนความทรยศต่อแผ่นดินได้!
ความขัดแย้งระหว่าง "มิตรภาพ ครอบครัว และความถูกต้อง" เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อหมู่บ้านที่เคยสงบสุขกำลังจะกลายเป็นสมรภูมิเดือด ชาติจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อรู้ตัวว่าเดินมาไกลจนเกือบกู่ไม่กลับ? และบทสรุปของโศกนาฏกรรมแห่งอุดมการณ์ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร?
มาร่วมย้อนวันวานและติดตามชมการประชันบทบาทสุดเข้มข้นของเหล่านักแสดงชั้นครูแบบเต็มเรื่องได้ที่ลิงก์นี้เลย: ชมภาพยนตร์ หนักแผ่นดิน (2520)
สิงห์รถบรรทุก (2520)
ทองทรัพย์สินโปรดักชั่น
สมาน ทองทรัพย์สิน (ตุ๊กตาทองพระราชทาน)
การต่อสู้เพื่อกู้ศักดิ์ศรีของขี้ข้าทั้งบู๊ ทั้งฮา ประกาศศักดาของคนจริง
พันธุ์เทพ อรรถไกวัลวที กำกับการแสดง
สิงห์รถบรรทุก
ของ เพชร สถาบัน
สมบัติ เมทะนี พบ มยุรา ธนะบุตร
นิรุตติ์ ศิริจรรยา พบ มัตติกา เกียรติสกุล
สมภพ เบญจาธิกุล พบ คนึงนิจ ปัทมา
ภุชงค์ นาคราช พบ เสาวนีย์ สกุลเดช
เกชา เปลี่ยนวิถี, รุจิรา อิศรางกูร, สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต,
เกษม มิลินทจินดา และ วัฒนา กีชานนท์
สมาน ทองทรัพย์สิน ถ่ายภาพ
วราภรณ์ ทองทรัพย์สิน อำนวยการสร้าง
สหมงคลฟิล์ม จัดจำหน่าย
พ.ศ. 2520,
มยุรา ธนะบุตร,
สมบัติ เมทะนี,
สิงห์รถบรรทุก 2 (2527)
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเชลล์ จำกัด สนับสนุน
ทองทรัพย์สินธุ์โปรดักชั่น สร้าง
โลดทะยาน..ไปบนถนนบันเทิงทุกสาย
มันหยด..ยอดสะเด็ด..เผ็ดแสบจริงๆ
สิงห์รถบรรทุก 2
ของ เพชร สถาบัน
กองทัพรถบรรทุกบุกแล้ว กึกก้องถล่มทั้งเมือง!
สรพงศ์ ชาตรี ม.ล.สุรีย์วัล สุริยง
พิศมัย วิไลศักดิ์, มานพ อัศวเทพ, ลักษณ์ อภิชาติ,
ฤทธิ์ ลือชา, สายัณห์ จันทรวิบูลย์, พิภพ ภู่ภิญโญ,
อนันต์ สัมมาทรัพย์, เมืองเริง ปัทมินทร์, ยอด นครนายก,
โพธิ์เงิน และ มัตติกา เกียรติสกุล
สมาน ทองทรัพย์สิน อำนวยการสร้าง
2 ผู้กำกับดัง
พันธุ์เทพ อรรถไกวัลวที, สมาน ทองทรัพย์สิน ผนึกกำลังกำกับ
โคลีเซี่ยมฟิล์ม จัดจำหน่าย
พ.ศ. 2527,
สรพงศ์ ชาตรี ม.ล.สุรีย์วัล สุริยง,
ลุยแหลก (2520)
สมโภชน์ภาพยนตร์ โดย รักเร่ห์ ศิวฤทธิ์
เสนอผลงานอันดับ 2
ดุเดือด เลือดร้อน เมื่อพวกกูจะลุย ก็ต้อง…
ลุยแหลก
ของ…ศิวฤทธิ์
กรุง ศรีวิไล สรพงศ์ ชาตรี อุเทน บุญยงค์
ไพโรจน์ ใจสิงห์ นิรุตติ์ ศิริจรรยา สายัณห์ จันทรวิบูลย์
ลักษณ์ อภิชาติ ภาวนา ชนะจิต ปิยะมาศ โมนยะกุล
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช
ดามพ์ ดัสกร, ทักษิณ แจ่มผล, โดม สิงห์โมฬี,
อนันต์ สัมมาทรัพย์, ช้าง, ออยา นาวิน,
ทองฮะ, โขมพัสตร์ อรรถยา
สมโภชน์ โพธิรัตน์ กำกับการแสดง
รักเร่ห์ ศิวฤทธิ์ อำนวยการสร้าง
พิพัฒน์ พยัคฆะ ถ่ายภาพ
เมฆ เสรี กำกับบท
แดน กฤษดา สร้างบท
อรรคพล พงศกรนภดล, วัลยา พงศกรนภดล ผู้อุปการะ
สมโภชน์ภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย ทองดี
มังกรลายไทย (2527)
บริษัทแปซิฟิคเอนเตอร์เทนเมนต์จำกัด เสนอ
ผลงานอันยิ่งใหญ่ ถ่ายทำถึง 3 ประเทศ…
ไทย..ฮ่องกง..ไต้หวัน ทั้งมันทั้งฮา
ลวดลายที่เหนือชั้น ตะบันกันจนเหนื่อยอ่อน
เขาเก่งในเมืองไทย แล้วยังไปใหญ่ในเมืองมังกร
แสนยากร กำกับการแสดง
มังกรลายไทย
สรพงศ์ ชาตรี สินจัย หงษ์ไทย
พิศมัย วิไลศักดิ์, ล้อต๊อก, เด๋อ ดอกสะเดา, ลักษณ์ อภิชาติ,
รอง เค้ามูลคดี, ไกร ครรชิต, สมควร กระจ่างศาสตร์,
วิทยา สุขดำรงค์, มิสหม่ากุ้ยเจิน, มิสหวังเสี่ยวชิง
กวนหง กำกับคิวบู๊ไต้หวัน
อมร กิจเชวงกุล อำนวยการสร้าง
ก้องเกียรติ อัศวินิกุล ถ่ายภาพ
*ใบปิดวาดโดย บรรหาร
นักเลงโตเมืองอีสาน (2525)
ศิรประภาภาพยนตร์
โดย พันธ์ทิพย์ สุขดำรงค์ เสนอ
นักเลงโตเมืองอีสาน
ของ สยุมภู ทศพล
เก่งยังมีเหนือเก่ง…!
ลูกข้าวเหนียวเคี้ยวลาบเลือดเชือดอันธพาล
นักเลงโตเมืองอีสาน ลุยโลดอย่างทรนง!
สรพงศ์ ชาตรี เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นาท ภูวนัย
มยุรา ธนะบุตร พอเจตน์ แก่นเพชร ยอดสร้อย โกมารชุน
ลักษณ์ อภิชาติ, รสริน จันทรา, เกชา เปลี่ยนวิถี,
บู๊ วิบูลย์นันท์, ไกร ครรชิต, ยุทธนา เพ็ญศิริพันธ์
ดาราเกียรติยศ สนอง รักวานิช
นิยม ศรีสุวรรณ ถ่ายภาพ
สรบดี บทภาพยนตร์
วิทยา สุขดำรงค์-อนิรุทธิ์ นุตไพโรจน์ กำกับการแสดง
นิวไฟว์สตาร์ จัดจำหน่าย
Footer
ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย
และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน
© 2024 ThaiFilmReviews.com