อีสาวโรงงาน
นักแสดง
เฉลิมพล มาลาคำ
ชลลภา ธนาพร
ไชโย ยโสธร
ไพโรจน์ ใจสิงห์
บิลลี่ หงัด
วิไล เฉลิมทองคำ
ชินเมธ ประสาทพร กำกับการแสดง
หนังไทย ละครไทย ดาราไทย รวบรวมภาพและข้อมูลต่างๆ
อีสาวโรงงาน
นักแสดง
เฉลิมพล มาลาคำ
ชลลภา ธนาพร
ไชโย ยโสธร
ไพโรจน์ ใจสิงห์
บิลลี่ หงัด
วิไล เฉลิมทองคำ
ชินเมธ ประสาทพร กำกับการแสดง
กฤตยา ละครแนวจิตวิญญาณ ดัดแปลงมาจากตำนานแห่งคำสาปฟาโรห์อันลึกลับ

กฤตยา เป็นเรื่องราวของศัลยแพทย์ไทยผู้มีอดีตลึกลับ ที่กําลังจะทําพิธีปลุกวิญญาณมัมมี่ฟาโรห์สเมนกาเร แห่งลุ่มนํ้าไนล์…ผู้ล่วงลับไปแล้วกว่าสามพันปี
การคืนชีพครังนี้จะสําเร็จหรือไม่… ขึ้นอยู่กับการต่อสุ้กับเทพเจ้าผุ้พิทักษ์พระศพ ผุ้มีอํานาจฤทธ์อันชั่วร้ายและน่าสะพึงกลัว
ฟาโรห์สเมนกาเร พระเชษฐาแห่ง ตุตันคาเมน แห่งอาณาจักร ธีบีส ยุค อียิปต์โบราณ สิ้นชีพในสนามรบ พระศพถุกทําเป็นมัมมี่อยู่ในมหาพิระมิดในหุบเขากษัตริย์

เจ้าหญิงเมอริตาเตน (ชุดาภา จันทรเขต) ผุ้เป็นชายาทรงมั่นคงต่อความรัก ไม่ใยดีต่อตําแหน่งราชินีของอัย (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ประมุขแห่งวิหาร อาเมน-ราอันศักสิทธ์ ผุ้โค่นล้มสองพี่น้องกษัตริย์และสถาปนาตนเองเป็นฟาโรห์องค์ใหม่

พระนางตัดสินใจถุกฝังทั้งเป็นในสุสานใต้ดิน เฝ้าหวังว่าวิญญาณจะได้พบเจอกันในปรโลก แต่อัยสาปแช่งสะกดวิญญาณสเมนกาเร ให้หลับใหลไม่ออกจากร่างไปสู่ปรภพ วิญญาณของเจ้าหญิงเมอริเตนจึงยังคงเร่ร่อน เฝ้ารอดวงวิญญญาณของสวามี จนกลายเป็นตํานานเล่าขานสืบมา
ปัจจุบัน…ประเทศไทย
นายแพทย์ ไอลวิล (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ศัลยแพทย์ชื่อดังในเมืองไทยผุ้กําลังพยายามทดลอง การปลุกเนื้อเยื่อเซลล์ที่ตายไปแล้วให้ฟื้นคืนใหม่ ก็ต้องพบความแปลกใจเมื่อนายแพทย์ สุนทร (กําธร สุวรรณปิยะสิริ) ผุ้อํานวยการขอพบเป็นการเร่งด่วน ทําให้เขาได้พบกับ กฤตยา สาวสาวยท่าทางสง่า คล้ายมีอํานาจลึกลับอย่างประหลาด (ชุดาภา จันทเขต) หลานสาวเอกอัครราชฑูตไทยประจําอียิปต์ ซึ่งเดินทางมาจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ พร้อมกับนําเนื้อเยื่อมัมมี่สเมนกาเร มาให้เพื่อการทดลองของนายแพทย์ไอลวิล

ไอลวิล เมื่อนําเนื้อเยื่อมาใช้เพื่อการทดลอง ก็พบเหตุการ์ณประหลาดมากมาย ทั้งความฝันอันแสดงถึงอดีตของสเมนกาเร เจ้าหญิงเมอริตาเตน และ อัย ในอดีต น่าแปลกที่เจ้าหญิงเมอริตาเตนในความฝัน มีเค้าหน้าเช่นเดียวกับ กฤตยา ผู้หญิงที่เพิ่งพบ และ อัย ผู้ชั่วร้าย ก็มีใบหน้าเช่นเดียวกับตัวเขา


จากเหตุการณ์ต่างๆทําให้นายแพทย์ไอลวิล มั่นใจว่าตนเองกําลังจะต้องกลายเป็นเครื่องมือ ในการชุบชีวิตสเมนกาเร ( อรรถชัย อนันตเมฆ) ไอลวิล ปฎิเสธทันทําให้ดวงวิญญาณของ พระนางเนเฟอร์ตีติ (กาญจนา จินดาวัตร ) พระมารดาผู้เลอโฉมของสเมนกาเร และ เซมรา นักบวชผู้ภักดี ( อัญชลี ไชยศิริ ) เร่งให้กฤตยาทําทุกวิถีทางให้ไอลวิลชุบชีวิตสเมนกาเรให้จงได้ ก่อนที่ เทวีเซลเคท (รัชนู บุญชูดวง) เทพผุ้พิทักษ์พระศพจะตามมาและลงโทษที่กฤตยาขโมยเนื้อเยื่อจากพระศพมายังเมืองไทย

กฤตยาใช้อํานาจในการเด็ดชีวิตคนไข้ของไอลวิลทีละคน เพื่อเป็นการต่อรองให้เขายอมชุบชีวิตพระสวามี ไอลวิลจึงตกลงยอมทําแต่ถูกขัดขวางจากเทพีเซลเคทเสมอ แต่เทพีเซลเคทไม่สามารถทําอันตรายกฤตยาได้
เนื่องจากพลังของพระนางเนเฟอร์ตีติและเซมรา และพลังความดีของเจ้าหญิงเมอริเตน ที่วิญญาณเข้าสู่ร่างของกฤตยา ในอุบัติเหตุเมื่อเธอยังเป็นเด็ก และวิณญาณถุกพิทักษ์โดยพระนางเนเฟอร์ตีติ
ยิ่งใกล้วันชุบชีวิตเทพีเซลเคทก็ทําร้ายคนใกล้ชิดไอลวิลมากขึ้น พลังความดีและความชั่วร้ายต่อสู้กันอย่างรุนแรง ในพิธีปลุกวิญญาณอันน่าตื่นเต้นระทึกใจ….

นักแสดง กฤตยา
ฉัตรชัย เปล่งพานิช แสดงเป็น ไอลวิล / อัย
ชุดาภา จันทรเขต แสดงเป็น กฤตยา / เจ้าหญิงเมอริตาเตน
รัชนู บุญชูดวง แสดงเป็น เทวีเซลเคท
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น พระนางเนเฟอร์ตีติ
อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น สเมนกาเร
กําธร สุวรรณปิยะสิริ แสดงเป็น นายแพทย์สุนทร
วุฒิ คงคาเขตร
อานนท์ สุวรรณเครือ
จุฑารัตน์ จินรัตน์ แสดงเป็น คุณจิตรา
อัญชลี ชัยศิริ แสดงเป็น เซมรา
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหงฯ
ณัฐนี สิทธิสมาน
ชูศักดิ์ สุธีรธรรม
วิศษย์ ยุติยงค์
ประวิตร สุจริตจันทร์
เฉลิมศักดิ์ เทียนมณี
ปิติพร รอดบุญมี
อนุสรณ์ ประทัยเทพ
จิรพันธุ์ พูลละผลิน
ประเวส มีเทียมชัย
เรื่องย่อ ใครกำหนด
ชะตากรรมหรือฟ้า ที่ลิขิตชีวิต กำหนดความเป็นไปของมนุษย์ แต่สำหรับ ทาริกา แล้ว เธอต่างหากที่จะเป็นผู้กำหนดชีวิตของเธอเอง ไม่ว่าจะต้องผ่านทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัสเพียงใดก็ตาม
นิ่ม หรือ ทาริกา เกิดมาในครอบครัวที่เจ้าคุณพ่อมีเมีย และมีลูกเยอะ การใช้จ่ายทั้งหลายหมดไปกับการเลี้ยงดูลูกให้มีชีวิตที่เพียบพร้อม จนกระทั่งเจ้าคุณพ่อให้เธอแต่งงานไป เพื่อที่จะได้สบาย แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เธอต้องพยายามกำหนดเองในภายหลัง
นักแสดง ใครกำหนด
เขตต์ ฐานทัพ
วรนุช วงษ์สวรรค์ แสดงเป็น นิ่ม, ทาริกา
จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น คุณเธอ
ภัสสร บุญยเกียรติ
ตะวันยอแสง เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ชีวิตหักเหตั้งแต่แบเบาะ จากทายาทตระกูลผู้ดีไปเป็นลูกของชาวบ้านที่มีฐานะยากจน หนำซ้ำต้องผจญชะตากรรมกับพ่อเลี้ยงที่คอยคิดร้ายอยู่ตลอดเวลา มีเพียงแม่ที่แม้จะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่ก็เลี้ยงดูรักเหมือนลูกแท้ๆ สุดท้ายโชคชะตาก็นำพาให้เธอกลับเข้าสู่อ้อมอกของครอบครัว แม้จะในฐานะของคนนอกก็ตาม กว่าความจริงจะปรากฏว่าเธอคือทายาทตัวจริงของครอบครัว ก็ทำให้เธอต้องฟันฝ่ากับเรื่องเลวร้ายมากมาย แต่บนความเลวร้ายนั้นก็มีความเมตตาของชายหนุ่มที่คอยดูแลและปกป้องเธออยู่ ตลอด จากความเอ็นดูก็กลายเป็นความรักในที่สุด
นักแสดง
ศรัณยู วงษ์กระจ่าง - คุณเล็ก ศักดิ์ระพี
ซอนย่า คูลลิ่ง - ตะวัน เดชาบดินทร์
อภิชาติ พัวพิมล
ศรัณย์ สาครสิน
มยุรา เศวตศิลา
จารุณี สุขสวัสดิ์
เวนย์ ฟอลโคเนอร์
จารุณี สุขสวัสดิ์ – สาย
ยอดยาหยี เป็นเรื่องราวของ ยาหยี นักศึกษาจบใหม่ที่ชอบทางด้านการเขียนหนังสือ จึงไปสมัครงานกับทักษิณาบรรณาธิการหนังสือผู้หญิงชื่อดัง ทักษิณาต้องจำใจรับเข้าทำงาน เพราะยาหยีเป็นเด็กเส้น แต่ยาหยีก็ได้ใช้ความอดทนและแสดงความสามารถให้ทุกคนได้ยอมรับ และยังได้เขียนนวนิยายที่มาจากชีวิตจริงของเธอกับปิลันธ์ น้องชายของทักษิณาอีกด้วย
นักแสดง
ศรราม เทพพิทักษ์ แสดงเป็น ปิลันธ์
วิกกี้ สุนิสา เจทท์ แสดงเป็น ยาหยี (งานละครเรื่องแรก)
จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น ทักษิณา
ปุริม ชายหนุ่มผู้เห็นผู้หญิงเป็นเครื่องเล่น กังสดาล สาวน้อยที่ถูกขายให้ปุริม เพียงเพราะเงินตรา..ที่ทำให้เขาและเธอมาพบกัน”
ปุริม นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ฝังใจเจ็บกับความรักครั้งก่อน ที่ทำให้เขา แทบจะเสียคนเพราะโรส ลูกครึ่งสาวสวยไทย-เยอรมัน ทำให้ปุริม กลายเป็นคนที่มองผู้หญิงเพียงของเล่นเท่านั้น
เวลาผ่านไป โรสกลับมาพบกับปุริมอีกครั้ง เธอกลายเป็นแม่หม้าย ลูกติด เมียของข้าราชการระดับล่าง แถมด้วยอาการติดสุราขนาดหนัก โรสต้องการเพียงแค่เงินจนยอมขาย กังสดาล ลูกสาว ให้เป็นเมียของปุริม กังสดาลมาอาศัยกับปุริมโดย ที่จวงจันทร์ แม่หม้ายสาวใหญ่ ญาติ ของปุริมไม่เห็นด้วย และตอกย้ำว่ากังสดาลเป็นเพียงนางบำเรอ ของปุริมเท่านั้น แต่กังสดาลไม่มีทางเลือกอื่น จึงจำต้องทนอยู่ต่อไป ปุริมเริ่มค้นพบว่ากังสดาลไม่มีอะไรเหมือนโรสแม่ของเธอเลย
ความพยาบาทจึงเริ่มเสื่อมคลายลง ขณะเดียวกัน เจน หลานชายของปุริมลูก ชายแท้ๆ ของจวงจันทร์ก็แอบรักกังสดาล ทำให้ปุริมไม่พอใจ จนไล่ เจนออกจากบ้าน แต่ก็ได้กังสดาลคอยไกล่เกลี่ยปัญหา จวงจันทร์ใช้ข้ออ้างที่เธอป่วยเป็นโรคหัวใจ ขอร้องให้กังสดาลยอม ไปจากชีวิตของปุริม กังสดาลจึงหลบไปพักอยู่กับญาติ ที่ต่างจังหวัด
ปุริมแอบมาดักพบกังสดาล และเข้าใจผิดว่าเธอกำลังมีรักใหม่ กับกรกิตผู้เป็นอา ปุริม พบกับแสงดาว หญิงสาวผู้เชื่อมั่นในความรัก ผู้เปรียบเสมือน อาของกังสดาล ทั้งสองคบกันอย่างเปิดเผย แต่ปุริมยังหาโอกาสพบกับ กังสดาล กังสดาลไม่อาจห้ามใจตัวเองได้อีก เธอจึงยอมอยู่กับปุริม อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เมื่อความลับถูกเปิดเผย ทุกคนต่างโกรธเคือง การกระทำของเธอ แต่แสงดาวกลับระงับอารมณ์ได้จนน่าแปลกใจ
อีกทั้งยังพากังสดาลไป ช่วยเตรียมงานแต่งงาน แต่เมื่อการ์ดเชิญงานแต่งงานถูกแจกออกไป ชื่อของเจ้าสาวแทนที่จะเป็นแสงดาวกลับกลายเป็นกังสดาล เรื่องจึง ถูก เปิดเผยว่าเป็นแผนของปุริมและแสงดาว ที่แกล้งคบกันเพื่อให้กังสดาล แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา จวงจันทร์ ทราบข่าวนี้ โรคหัวใจจึงกำเริบ และเสียชีวิตในที่สุด ปุริมและกังสดาลเริ่มต้นชีวิตคู่อีกครั้งหนึ่ง ด้วยความรัก และบริสุทธิ์ใจของทั้งสองฝ่าย
นักแสดง
ยุรนันท์ ภมรมนตรี แสดงเป็น ปุริม
ปูเป้ รามาวดี สิริสุขะ แสดงเป็น นุ้ย กังสดาล
จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น โรส
นักแสดง
จารุณี สุขสวัสดิ์ - โพระดก
นพพล โกมารชุน - ศล ทองปราย
ละคร ออกอากาศทาง ช่อง 3 พ.ศ. 2530
กำกับโดย พนม นพพร
นักแสดง ละคร รักต้องลุ้น
นุศรา ประวันณา
ศรัณย์ สาครสินธุ์ แสดงเป็น บ๊อง
จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น ภัทรา
ออกอากาศทางช่อง 3 ปี พ.ศ. 2540
ชีวิตของหนุ่มหนวดงามผู้นี้เกิดเมื่อ 24 พ.ย. 2499 ที่อำเภอหาดใหญ่ ใฝ่ฝันที่จะเข้าวงการบันเทิงมาตั่งแต่วัยเยาว์ แต่ชะตาชีวิตของเขาก็ผกผันพาให้เขามาเรียนช่างยนต์ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับวงการบันเทิงเลยจนกระทั้งจบการศึกษา และแล้วในปี 2520 ด้วยบุญที่เคยทำมาแต่ชาติปางก่อนบวกกับพรสวรรค์ทางศิลปะที่เขาเคยมี ฝันของเขาก็เริ่มเป็นจริงเขาเริ่มสัมผัสวงการบันเทิงด้วยการได้ทำงานเขียนโปสเตอร์หนัง ซึ่งเขาคิดว่าเป็นวิธึหนึ่งที่เขาสามารถจะใกล้ชิด ผู้กำกับภาพยนตร์ ดารา ต่าง ๆ เมื่อทำงานเขียนโปสเตอร์หนังไปสักพักเขาก็เกิดความคิดว่ามันคงจะไม่ทำให้ชีวิตเขารุ่งแน่นอน เขาจึงได้กลับไปเลี้ยงหมูที่บ้านหาดใหญ่ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็อดที่จะคิดถึงความฝันที่เขามีเมื่อวัยเยาว์ไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ตกลงที่จะกลับไปเขียนโปสเตอร์อีกครั้ง และครั้งนี้เองทำให้เขาได้มีโอกาสได้พบกับ คุณวิสูตร พูนวรลักษณ์ แห่งไทเอนเตอร์เมนท์ เขาได้คุยเรื่องหนังกันถูกคอทำให้เขาได้มีโอกาสมากำกับภาพยนตร์คู่กับ คุณอังเคิล เพื่อนซี้ที่เขียนโปสเตอร์หนังมาพร้อมกัน ในปี 2528 กับผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก - ซึมน้อยหน่อย กะล่อนมากหน่อย - โดยได้รับการเปิดเผยจากปากเขาเองว่าเขาไม่เคยมีความรู้เรื่องภาพยนตร์เลย เพียงแต่เคยไปดูอาจารย์เปี๊ยก (คุณเปี๊ยก โปสเตอร์) กำกับภาพยนตร์เรื่อง - ข้างหลังภาพ - อยู่ 3 วัน และจดจำลักษณะการทำงานมาไว้ใช้เท่านั้น และหลังจากนั้นเขามีผลงานภาพยนตร์ออกมาอีก "ปี 2529 กำกับภาพยนตร์ร่วมกับ อังเคิล เรื่อง ปลื้ม", "ปี 2530 กำกับภาพยนตร์เรื่อง อย่าบอกว่าเธอบาป (ผลงานกำกับเดี่ยวเรื่องแรก)", "ปี 2534 กำกับภาพยนตร์เรื่อง สยึ๋มกึ่ย", "ปี 2537 กำกับภาพยนตร์เรื่อง กึ๋ยทู" หลังจากนั้นเขาก็ได้ก้าวเข้ามาในสายงานบริหาร โดยรับตำแหน่งเป็น ผู้จัดการทั่วไป ของบริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด และได้กำกับภาพยนตร์ให้กับไฟว์สตาร์ด้วย ดังนี้ "ปี 2540 กำกับภาพยนตร์เรื่อง รักเอย" ," ปี 2541 กำกับภาพยนตร์เรื่อง เสือโจรพันธ์เสือ ( การกลับสู่วงการอีกครั้งของ - อำพล ลำพูน )"," ปี 2542 กำกับภาพยนตร์เรื่อง สวัสดีบ้านนอก ( ภาพยนตร์ที่สะท้อนแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจแบบพอเพียง ที่ชักชวนให้คนชนบทสนใจในความสำคัญของท้องถิ่นตนเอง )" จากนั้นเขาก็ลาออกมาเป็นผู้กำกับฯอิสระ รับงานกำกับภาพยนตร์ให้กับทุกค่าย โดยเริ่มแรกกับค่ายฟิล์มบางกอก ที่ คุณอังเคิล เพื่อนเขาบริหารอยู่นั่นเอง ปี 2544 กำกับภาพยนตร์เรื่อง บางระจัน (ภาพยนตร์เชิดชูวีรกรรมของเหล่าชาวบ้านบางระจัน ที่ปลุกสำนึกความรักชาติให้แก่ประชาชนทั้งประเทศมาแล้ว), เขาหวนสู่ ไฟว์สตาร์ ฯ อีกครั้ง โดยหยิบเอาวรรณคดีสุดคลาสสิก เรื่องราวของนักรบ นักรัก จอมขมังเวทย์ นาม ขุนแผน ให้ออกมาโลดแล่นบนแผ่นฟิลม์ ตามจินตนาการของเขาในภาพยนตร์แนวแฟนตาซี เรื่อง ขุนแผนและล่าสุด เขาได้รับมอบหมายจากบริษัทไฟว์สตาร์ฯ ให้มากำกับภาพยนตร์แนวไสยศาสตร์เรื่อง " คนเล่นของ "
ภาพยนตร์
- รักเอย : LOVE AFFAIR ( 1996 )
- เสือโจรพันธ์เสือ : CRIME KINGS ( 1998 )
- สวัสดีบ้านนอก : SAWASDEE BAN NORK ( 1999 )
- ขุนแผน : KUNPAN ( 2002 )
- คนเล่นของ : ART OF THE DEVIL ( 2004 )
- ลาง-หลอก-หลอน : Black Night
ภาพยนตร์
คู่วุ่นวัยหวาน : THE COUPLE ( 1986 )
ปัญญาชนก้นครัว : SCHOLAR MAID ( 1987 )
ด้วยเกล้า : DOAY KRAW ( 1987 )
บุญชู ภาค1 : BOONCHU 1 ( 1988 )
บุญชู ภาค2 : BOONCHU 2 ( 1989 )
บุญชู ภาค5 เนื้อหอม : BOONCHU 5 ( 1990 )
ส.อ.ว ห้อง2 รุ่น 44 : CLASS 44 ( 1990 )
บุญชู 6 : BOONCHU 6 ( 1991 )
เจาะเวลาหาโก๊ะ : TIME MACHINE 2 ( 1992 )
อนึ่งคิดถึงพอสังเขป1 : I MISS YOU ( 1992 )
บุญชู 7 : BOONCHU 7 ( 1993 )
หอบรักมาห่มป่า : GREEN ( 1994 )
กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ : ONCE UPON A TIME ( 1995 )
บุญชู8 เพื่อเธอ : BOONCHU 8 ( 1995 )
อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป 2 : I MISS YOU 2 ( 1996 )
สตางค์ : SATANG ( 2000 )
14 ตุลาสงครามประชาชน : THE MOONHUNTER ( 2001 )
สาบเสือที่ลำน้ำกษัตริย์ (2545)
ชื่อชอบชวนหาเรื่อง (2546)
อุกกาบาต : THE METEOR ( 2004 )
อุกกาบาต (2547)
ลูกตลกตกไม่ไกลต้น (2549)
พระ เสือ เด็ก ไก่ วอก (2549)
ข่าวที่ไม่สำคัญ (My First Report) (2550) ภาพยนตร์สั้นในชุด แด่พระผู้ทรงธรรม
ครอบครัวตัวดำ (2550)
บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู (2551)
รักสยามเท่าฟ้า (2551)
อนึ่ง คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง (2553)
สวัสดีบางกอก ตอน มาหานคร (2553) ภาพยนตร์สั้นในชุด สวัสดีบางกอก
บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ (2553)
วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง (Wisit Sasanatieng)
วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยงเกิดในเดือนเมษายน ปี 2507 เขาเริ่มต้นทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ในบริษัทโฆษณา ก่อนจะหันมาทุ่มเทกับวงการภาพยนตร์อย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี 2540 กับบริษัท ฟิล์ม แฟคตอรี่ จำกัด เขาได้เขียนบทภาพยนตร์สองเรื่อง ได้แก่ แดง ไบเล่ย์ และ นางนาก ซึ่งทั้งสองเรื่องกำกับโดยเพื่อนสนิทของเขา นนทรีย์ นิมิบุตร ผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขามาถึงในปี 2543 กับเรื่อง ฟ้าทะลายโจร ซึ่งผลิตโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น และ ฟิล์ม แบงค็อก นับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2544 และยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติอีกมากมายทั่วโลก
ภาพยนตร์
ฟ้าทะลายโจร : TEARS OF THE BLACK TIGER ( 2000 )
หมานคร : CITIZEN DOG ( 2004 )
เปนชู้กับผี
นรสิงหาวตาร
ทัศนา
อินทรีแดง
รักแรก รักเธอ รักสุดท้าย
รุ่นพี่
สิงสู่
คาโปเทีย
ปริศนารูหลอน
เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ
เขาชุมทอง คะนองชุมโจร
ไฟเสน่หา
ความไม่รู้อิ่มในตัณหา
ย่อมถูกเผาผลาญให้มอดไหม้
สูญสิ้นไปทั้งจิตและวิญญาณ
ครอบครัวอบอุ่น … ครอบครัวแตกแยก… ความรัก ความปรารถนา ศีลธรรม จรรยา ความถูกต้อง สิ่งใดบ้างที่ควรเลือก หากทุกอย่างไม่สามารถไปด้วยกันได้ …
ผู้กำกับ : อดุลย์ ดุลยรัตน์
เขียนบท : นันทนา วีระชน
บทประพันธ์ : นันทนา วีระชน
นักแสดงละคร ไฟเสน่หา
จารุณี สุขสวัสดิ์ (แสดงละครทีวีเรื่องแรก)
ชัยรัตน์ จิตรธรรม
นิรุตติ์ ศิริจรรยา
จริยา สรณคมน์
ดวงตา ตุงคะมณี
อุทุมพร ศิลาพันธ์
สุรัตนา ข้องตระกูล
ไฟเสน่หา ออกอากาศ วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี ทาง ช่อง 3
| ชุด เหตุเกิดที่สน. จำนวน 51 เรื่อง | เริ่ม 6 พฤษภาคม 2533 ถึง 12มกราคม 2535 เวลา 13.00 – 14.00 น. | ||||||
| เรื่อง | จำนวนตอน | เริ่มออกอากาศ | เรื่อง | จำนวนตอน | เริ่มออกอากาศ | ||
| 1. | สมาชิกใหม่ | 1 | 6 พ.ค. 2533 | 27. | หัวใจจ่ายม | 2 | 10, 17 ก.พ. 2534 |
| 2. | ขวัญใจคนจน | 1 | 13 พ.ค. 2533 | 28. | เหยี่ยวข่าว | 3 | 3, 10, 17 มี.ค. 2534 |
| 3. | เลิฟสตอรี่ | 1 | 20 พ.ค. 2533 | 29. | ตำรวจเหล็ก เด็กแสบ | 2 | 24, 31 มีนาคม 2534 |
| 4. | ใครฆ่า | 2 | 27 พ.ค., 3 มิ.ย. 2533 | 30. | ฉากสุดท้าย | 4 | 7,14,21,28 เม.ย. 2534 |
| 5. | พระเอกผิน | 1 | 10 มิ.ย. 2533 | 31. | มาดแมนคนซื่อ | 2 | 5, 12 พ.ค. 2534 |
| 6. | ยอดตำรวจหญิง | 1 | 17 มิ.ย. 2533 | 32. | คดีรัก | 2 | 19 พ.ค., 2 มิ.ย. 2534 |
| 7. | ลูกสาวตำรวจ | 1 | 24 มิ.ย. 2533 | 33. | วัยแรง | 2 | 9, 16 มิ.ย. 2534 |
| 8. | เพื่อน | 1 | 1 ก.ค. 2533 | 34. | อำพราง | 2 | 23, 30 มิ.ย. 2534 |
| 9. | ไฟแค้น | 2 | 9, 15 ก.ค. 2533 | 35. | แพะรับบาป | 2 | 7, 14 ก.ค. 2534 |
| 10. | ศุกร์ที่ 13 | 1 | 22 ก.ค. 2533 | 36. | กินตายขายคุก | 2 | 21,28 ก.ค. 2534 |
| 11. | สาวน้อยตัวแสบ | 2 | 29 ก.ค. , 5 ส.ค. 2533 | 37. | ผู้หมวดใจดี | 1 | 4 ส.ค. 2534 |
| 12. | บ้านทรายเงิน | 2 | 12,19 ส.ค. 2533 | 38. | เพลิงอาฆาต | 2 | 11,18 ส.ค. 2534 |
| 13. | พฤติกรรมเบี่ยงเบน | 2 | 26 ส.ค. , 2 ก.ย. 2533 | 39. | หนี้บุญคุณ | 2 | 25 ส.ค., 1 กันยายน 2534 |
| 14. | ลูกหลง | 1 | 9 ก.ย. 2533 | 40. | เหตุเกิดที่โรงพยาบาล | 1 | 8 ก.ย. 2534 |
| 15. | สงสารผักชี | 2 | 16 ก.ย., 23 ก.ย. 2533 | 41. | พิศวาส | 1 | 8 ก.ย. 2534 |
| 16. | ฆ่าข่มขืน | 1 | 30 ก.ย. 2533 | 42. | ผมเป็นใคร | 1 | 22 ก.ย. 2534 |
| 17. | คลั่งรัก | 1 | 7 ต.ค. 2533 | 43. | ทางเลือก | 1 | 28 ก.ย. 2534 |
| 18. | ลายมือคุณย่า | 1 | 14 ต.ค. 2533 | 44. | แกะดำ | 2 | 6, 13 ต.ค. 2534 |
| 19. | สายเลือดเดียวกัน | 2 | 21, 28 ต.ค. 2533 | 45. | ตึกสังหาร | 2 | 20, 27 ต.ค. 2534 |
| 20. | เสือลำบาก | 2 | 4, 11 พ.ย. 2533 | 46. | ขอเป็นพระเอก | 2 | 3, 10 พ.ย. 2534 |
| 21. | พิศวาสฆาตกรรม | 2 | 18, 25 พ.ย. 2533 | 47. | อนุรักษ์สัตว์ป่า | 1 | 17 พ.ย. 2534 |
| 22. | มือปราบชะตาสั่ง | 2 | 2, 9 ธ.ค. 2533 | 48. | เศษสงคราม | 1 | 1 ธ.ค. 2534 |
| 23. | น้องสา | 2 | 16, 23 ธ.ค. 2533 | 49. | พยานปากเอก | 2 | 15, 22 ธ.ค. 2534 |
| 24. | แฮปปี้นิวเยียร์ | 1 | 30 ธ.ค. 2533 | 50. | ค่าไถ่ | 2 | 29 ธ.ค. 2534,5 ม.ค. 2535 |
| 25. | ผู้หมวดคนใหม่ | 2 | 6, 13 ม.ค. 2534 | 51. | อวสาน อำลาตอนจบ | 1 | 12 ม.ค. 2535 |
| 26. | เหตุเกิดที่บ้านผู้กำกับ | 3 | 20, 27 ม.ค.,3 ก.พ. 2534 | ||||
วิวาห์เที่ยงคืน
Midnight Wedding
Midnight Wedding
ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
วิวาห์เที่ยงคืน Midnight Wedding
ฉายที่ ศาลาเฉลิมกรุง
บริษัทสร้าง ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง
ผู้อํานวยการสร้าง มานิต วสุวัต
ผู้ประพันธ์
ผู้กํากับ หลวงอนุรักษ์รัถการ
ผู้ถ่ายภาพ หลวงกลการเจนจิต
ผู้ลําดับภาพ ประจวบ อมาตยกุล
ผู้กํากับศิลป์ แนม สุวรรณแพทย์
ผู้จัดเครื่องแต่งกาย ชลอจิตต์
ผู้บันทึกเสียง กระเศียร วสุวัต
วงดนตรี คณะศรีกรุง
ผู้แต่งทํานอง ดุริยะ วาทยะกร
ผู้แต่งคําร้อง จํารัส รวยนิรันต์
เรื่องย่อ
เบ็ญจา กับ ประคอง สองศรีพี่น้องเป็นเด็กกําพร้าแม่
ส่วนพ่อก็ถูกผู้ร้ายฆ่าตาย ในเวลาต่อมา ประคองผู้พี่ตกเป็นภรรยาของ มงคล
นักเลงพนันที่ชอบใช้กําลังข่มเหงภรรยา
เบ็ญจาพลอยต้องทุกข์ระทมในการอยู่ร่วมกับพี่เขยซึ่งแสนจะกักขฬะและจ้องจะล่วงเกินตัวเองอยู่เสมอ
โชคดีที่หลวงราญรณกาจ ตํารวจสันติบาล
นํากําลังทําลายซ่องการพนันของมงคลเบ็ญจาและประคอง
จึงต้องออกไปทํางานเพื่อหาเลี้ยงชีพ
วันหนึ่ง เบ็ญจาเห็นประกาศหาหญิงสาวเป็น แบบปั้นตุ๊กตาในหนังสือพิมพ์ โดย
เสน่ห์ บุตรชายหลวง ราญรณกาจ
ผู้ไม่เคยมีความรักแต่ชอบสะสมตุ๊กตาเป็นชีวิตจิตใจ ว่าจ้าง แนม
ปั้นตุ๊กตาให้ เบ็ญจาจึงลองสมัครและได้รับการคัดเลือกให้เป็นแบบตุ๊กตา
แต่เมื่อใกล้ถึงกําหนดส่งงาน แนมเกิดเลินเล่อขนตุ๊กตาแตก
เบ็ญจาจึงอาสาปลอมตัวเป็นตุ๊กตาประวิงเวลาจนกว่าแนมจะปั้นตุ๊กตาตัวใหม่เสร็จ
เมื่อเสน่ห์เห็นตุ๊กตาที่แนมนํามามอบ ให้ก็พึงพอใจในฝีมือมาก
หารู้ไม่ว่าตุ๊กตานั้นเป็นหญิงสาวปลอมตัวมา
ตกค่่ำ เมื่อทุกคนในครอบครัวของเสน่ห์หลับ เบ็ญจาจึงจะค่อย ๆ ย่องกลับบ้าน
ฟากมงคลซึ่งถูกจองจําอยู่ในคุกก็อาฆาตหลวงราญรณกาจยิ่งนัก
เมื่อถูกปล่อยตัวจากเรือนจําจึงตรงดิ่งไปที่บ้านหลวงราญรณกาจ
หมายจะเอาชีวิต แต่เคราะห์ดีเป็นเวลาที่เบ็ญจากําลังจะ กลับบ้าน
จึงได้เห็นคนลอบเข้ามา เบ็ญจารีบผละไปปลุก เสน่ห์ และปราบคนร้ายได้ทัน
เสน่ห์จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว
ตุ๊กตาที่แนมนํามามอบให้นั้นเป็นเบ็ญจาปลอมตัวมา ก็
พอดีกับที่นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน
นักแสดง
เสน่ห์ นิลภัณฑ์, เบ็ญจา รัตนกุล, เขียน ไกรกุล, นัยนา วาณีวัฒน์, ทองอยู่
เกตุรายนาค, บุญล้อม, ผ่อง ศิริสัมพันธ์, แส ศรีผดุง, ฮะ มิ่งขวัญตา,
หลวงราญรณกาจ, หลวงภรตกรรมโกศล, แนม สุวรรณ แพทย์, ผัน นากสุวรรณ, ถนอม
ทักษ์ศิริ, ทองคํา มาร์ติน
