เรื่องย่อ: รถไฟผี (Train of the Dead)
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นหลังเหตุการณ์ปล้นครั้งใหญ่ เมื่อกลุ่มโจรนอกกฎหมายนำโดย “เฮียโจ๊ก” พร้อมพรรคพวก ก่อเหตุชิงทรัพย์แล้วขับรถหลบหนีการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทว่าในระหว่างการหลบหนีเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน พวกเขาจึงต้องทิ้งรถและจับตัวชายหนุ่มชื่อ “โต” ช่างซ่อมรถผู้เคราะห์ร้ายมาเป็นตัวประกัน เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางและช่วยพาหนีออกนอกพื้นที่
ขณะที่หลบซ่อนตัวรอคอยเวลาท่ามกลางความมืดและสายฝน กลุ่มโจรและโตได้ลอบขึ้นขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษที่แล่นผ่านดงร้าง เพื่อหวังใช้เดินทางหนีออกจากกรุงเทพฯ แต่เมื่อก้าวขึ้นสู่โบกี้รถไฟ พวกเขากลับพบกับบรรยากาศสุดพิศวง ทั้งความหรูหราผิดแปลกจากภายนอก ผู้โดยสารและพนักงานที่มีท่าทีเย็นชาแปลกประหลาดรวมทั้งเหตุการณ์เหนือธรรมชาติชวนขนหัวลุกที่ทยอยเกิดขึ้นรอบตัว
บนรถไฟขบวนนี้ โตได้พบกับ “ราตรี” หญิงสาวลึกลับที่เตือนให้เขารับรู้ว่า รถไฟขบวนนี้ไม่ใช่ขบวนธรรมดาที่รับส่งคนเป็น แต่คือพาหนะนำพาดวงวิญญาณมุ่งหน้าสู่ปรโลก กลุ่มโจรที่ละโมบยังคงพยายามจะก่อเหตุปล้นผู้โดยสารบนรถไฟขบวนนี้โดยไม่รู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับความสยองขวัญ ขณะที่โตต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเขา และจะหาทางเอาชีวิตรอดลงจากรถไฟมรณะที่ไม่มีวันจอดป้ายนี้ได้อย่างไร ก่อนที่ขบวนจะแล่นเข้าสู่ประตูนรก
ผู้กำกับ : ก้องเกียรติ โขมศิริ
วันที่เข้าฉาย: 30 สิงหาคม 2550
เรื่องย่อ: Last Summer | ฤดูร้อนนั้น..ฉันตาย (2013)
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในทริปพักผ่อนช่วงฤดูร้อนของกลุ่มวัยรุ่น เมื่อ สิงห์ (เก้า จิรายุ) แอบขโมยรถของพ่อพา จอย (ปันปัน สุทัตตา) เน็ตไอดอลสาวชื่อดัง ไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศริมทะเล โดยมี กานต์ เพื่อนสนิท และ มีน เพื่อนสนิทของจอยร่วมเดินทางไปด้วย ทริปที่ควรจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันจนทำให้จอยเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ด้วยความกลัวความผิด สิงห์และกานต์จึงตัดสินใจยัดศพเธอใส่กระเป๋าเดินทางเพื่อนำไปอำพราง
ทว่าความตายกลับไม่ใช่จุดสิ้นสุด วิญญาณของจอยยังคงวนเวียนและตามติดกลุ่มคนที่เธอรู้จัก โดยหนังเล่าเรื่องราวผ่าน 3 มุมมองหลัก:
มุมมองของสิงห์และเพื่อน: ความพยายามในการทำลายหลักฐานและกำจัดกระเป๋าใส่ศพ ท่ามกลางความตึงเครียด อาการหลอน และความแค้นของวิญญาณที่ตามหลอกหลอนพวกเขาแบบไม่ให้ตั้งตัว
มุมมองของมีน: เพื่อนรักคนสนิทของจอยที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันดำมืด ทั้งความรู้สึกผิด ความลับที่ซ่อนอยู่ระหว่างมิตรภาพ และการปรากฏตัวของวิญญาณจอยที่ต้องการคำตอบบางอย่าง
มุมมองของติ่ง: น้องชายของจอยที่อยู่ในบ้านหลังเดิม ซึ่งต้องเผชิญกับความกดดันในครอบครัวหลังจากพี่สาวเสียชีวิต พร้อมกับการเฝ้ามองของวิญญาณพี่สาวที่ยังไม่ยอมจากไปไหน
ภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวสยองขวัญที่ตั้งคำถามถึงมิตรภาพ ความลับดำมืดของวัยรุ่น และตราบาปในใจที่ไม่มีวันลบเลือน แม้คนจะตายไปแล้ว แต่ความทรงจำและแรงอาฆาตในฤดูร้อนนั้นยังคงตามทวงถามความยุติธรรมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เรื่องย่อ หอแต๋วแตก แหกนะคะ (Oh My Ghost! หอแต๋วแตก ภาค 5)
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว:
การกลับมาอีกครั้งของแก๊งกะเทยตัวแม่ นำโดย เจ๊แต๋ว และลูกชายสุดแซ่บอย่าง อาโคย พร้อมด้วยคู่ปรับและผองเพื่อนผีสุดป่วน โดยเฉพาะ ผีแพนเค้ก ซึ่งในคราวนี้มีเหตุให้ต้องเดินทางเข้ามาข้องแวะและทำงานในโรงเรียนประจำชายล้วนแห่งหนึ่ง
ประเด็นปริศนาและเรื่องหลัก:
ภายใต้รั้วโรงเรียนที่ดูสงบเงียบ กลับมีเรื่องราวลี้ลับเกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ "ครูซ่อนกลิ่น" วิญญาณสาวที่ยังคงวนเวียนและเฮี้ยนหนักจนสร้างความหวาดกลัวไปทั่วบริเวณตึกเก่า ] ทำให้กลุ่มของเจ๊แต๋วและเพื่อน ๆ ต้องช่วยกันสืบหาความจริงว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับครูซ่อนกลิ่นกันแน่
ความวุ่นวายและปมขัดแย้ง:
นอกจากจะต้องคอยวิ่งหนีผีกันจนกระเจิงแล้ว แก๊งเจ๊แต๋วยังต้องเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งภายในโรงเรียน ทั้งแผนการร้ายและการแก่งแย่งชิงสมบัติของผู้บริหาร รวมถึงเรื่องรักวุ่น ๆ ชวนปวดหัวเมื่อ ผอ. เกิดตกหลุมรักอาโคยจนอยากจะจับแต่งงาน กลายเป็นมหากาพย์ความฮาที่ผสมผสานทั้งการสืบคดีผีหลอกและความอลหม่านของเหล่าตัวแม่ที่พร้อมฟาดฟันกันทุกสถานการณ์
รับชมภาพยนตร์เต็มเรื่องได้ที่: หอแต๋วแตก แหกนะคะ Oh My Ghost! หอแต๋วแตก ภาค 5 เต็มเรื่อง
เรื่องย่อ ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้
ภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวความรักและความฝันสไตล์บ้านทุ่งของ “ทองคำ” หนุ่มอีสานบ้านนอกผู้มีความฝันอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์แนวอินดี้ ท่ามกลางวิถีชีวิตชนบทอันเรียบง่ายและกลุ่มเพื่อนซี้ผู้บ่าวไทบ้านที่คอยสร้างสีสันความเฮฮาในแต่ละวัน
ชีวิตของทองคำมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจสำคัญคือการเฝ้ารอ “ปราณี” สาวคนรักบ้านนาที่ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยทั้งคู่เคยให้คำมั่นสัญญากันไว้ว่าจะกลับมาแต่งงานกัน และปราณีได้ฝากไก่ชนตัวโปรดไว้ให้ทองคำดูแลต่างหน้า
ทว่าเมื่อวันที่ปราณีเดินทางกลับมาถึงบ้านเกิด ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่ฝัน เมื่อเธอพา “แฟนใหม่ชาวต่างชาติ” (ฝรั่งตาน้ำข้าว) กลับมาด้วย ทำให้หัวใจของบักทองคำต้องพังทลายลง
ประเด็นหลักของเรื่อง คือการดิ้นรนของทองคำและแก๊งเพื่อนผู้บ่าวไทบ้าน ที่ต้องรวมพลังงัดสารพัดวิธี ทั้งความฮา ความป่วน และกลเม็ดเด็ดพรายแบบบ้านๆ เพื่อพิสูจน์หัวใจและทวงคืนคนรักกลับมา ควบคู่ไปกับการตามหาเส้นทางความฝันของตัวเองในผืนแผ่นดินบ้านเกิด เป็นภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ที่สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเสน่ห์ความเป็นอีสานได้อย่างอบอุ่นและสนุกสนาน
เรื่องย่อ: เพื่อน...เราและนาย
เรื่องราวแนวดราม่า-สะท้อนชีวิตวัยรุ่นไทย เล่าถึงความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนสนิทในวัยเรียนที่ต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เมื่อแต่ละคนต่างมีพื้นเพ ภาระครอบครัว และเป้าหมายความฝันที่แตกต่างกัน
แกนหลักของเรื่องเน้นไปที่บททดสอบมิตรภาพ ความผูกพัน และความขัดแย้งที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากปัญหาชีวิตจริง ทั้งเรื่องครอบครัว สังคมรอบข้าง และทางเลือกในอนาคตที่บีบให้พวกเขาต้องตัดสินใจ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของวัยผู้ใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา มิตรภาพของคำว่า "เพื่อน" จะยังคงเหนียวแน่นพอที่จะพากลุ่มเด็กหนุ่มเหล่านี้ก้าวผ่านมรสุมชีวิตและบาดแผลของการเติบโตไปด้วยกันได้หรือไม่
ปล้นนะยะ 2 อั๊ยยยย่ะ (หรือชื่อภาษาอังกฤษ: Spicy Robbery / Spicy Beauty Queen of Bangkok 2) ภาพยนตร์แนวคอมเมดี้-แอ็กชันของไทย ผลงานกำกับโดย พชร์ อานนท์
เรื่องย่อ
จุดเริ่มต้นความวุ่นวาย:
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่สถาบันเสริมความงามแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นศูนย์รวมของเหล่าตัวแม่และสาวประเภทสองที่เดินทางมาเพื่ออัปความสวยและทำศัลยกรรม นำทีมความป่วนโดย เจ๊พริก และผองเพื่อน
เรื่องราวหลักของเรื่อง:
ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอลหม่านตามประสาตัวแม่ จู่ ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อมีกลุ่มเด็กนักเรียนช่างกลคู่อริก่อเหตุไล่ยิงกันอย่างดุเดือด จนบุกเข้ามายึดโรงพยาบาลและจับคนด้านในเป็นตัวประกัน เพื่อบังคับให้หมอศัลยกรรมทำการผ่าตัดช่วยชีวิตเพื่อนร่วมแก๊งที่บาดเจ็บสาหัสอย่างเร่งด่วน
สถานการณ์คับขันสุดฮา:
เมื่อแพทย์เสริมความงามต้องมารับบทเป็นหมอผ่าตัดช่วยชีวิตฉุกเฉิน และเหล่าตัวแม่สายแซ่บต้องตกอยู่ท่ามกลางดงกระสุนและสถานการณ์จับตัวประกันสุดระทึก งานนี้แก๊งสาวประเภทสองจึงไม่ยอมอยู่เฉย และต้องงัดสารพัดกลเม็ดสุดเพี้ยน ป่วน ฮา มาร่วมมือกันเอาชีวิตรอดและคลี่คลายสถานการณ์วิกฤตนี้ไปให้ได้
มายเบสท์บอดี้การ์ด (My Best Bodyguard)
แนวภาพยนตร์: แอ็กชัน / ดราม่า / ระทึกขวัญ
เรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “นิชา” นักข่าวสาวชื่อดัง ได้รับข้อมูลลับเกี่ยวกับภัยคุกคามระดับประเทศ เมื่อมีกลุ่มบุคคลลึกลับกำลังพัฒนาและเตรียมแพร่กระจาย เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่มรณะ ที่มีความร้ายแรงถึงขั้นสามารถคร่าชีวิตผู้คนทั้งประเทศได้ภายในพริบตา ด้วยสัญชาตญาณคนข่าวและความรักในความถูกต้อง นิชาจึงตัดสินใจลงพื้นที่เจาะลึกสืบหาความจริงเพื่อเปิดโปงขบวนการนี้
ทว่ายิ่งเธอเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ อันตรายก็ยิ่งคืบคลานเข้าใกล้ตัวเธอมากขึ้นเท่านั้น จนทำให้ “ผู้พันนที” ผู้เป็นบิดาเกิดความกังวลในความปลอดภัย จึงได้มอบหมายให้ “ธัช” มือปืนรับจ้างฝีมือฉกาจ เข้ามาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันภัยให้นิชา
ท่ามกลางสถานการณ์กดดัน การถูกตามล่าหมายเอาชีวิต และเวลาที่นับถอยหลังก่อนไวรัสมรณะจะถูกปล่อยสู่สังคม นิชาและทีมผู้คุ้มกันต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้มีอิทธิพลติดอาวุธร้ายแรง โดยมีชีวิตของผู้บริสุทธิ์นับล้านคนเป็นเดิมพัน การไล่ล่าหยุดยั้งมหันตภัยครั้งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
เรื่องย่อ
เพื่อนขีดเส้นใต้ เป็นภาพยนตร์แนวอบอุ่น-ดราม่าปนคอมเมดี้ ที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์อันลึกซึ้งผ่านคำว่า "เพื่อน" ในหลากหลายแง่มุมและช่วงวัย โดยแบ่งการดำเนินเรื่องออกเป็น 3 พาร์ตย่อยที่สะท้อนนิยามของมิตรภาพที่แตกต่างกันออกไป:
เรื่องราวแรก: การทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนรักในสถานการณ์คับขัน เมื่อความลับ ความเห็นแก่ตัว และบทพิสูจน์ความจริงใจถูกบีบให้ต้องเลือกว่าจะก้าวข้ามเส้นแบ่งความเป็นเพื่อนไปในทิศทางใด
เรื่องราวที่สอง: มิตรภาพที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันระหว่างคนสองคนที่มีวิถีชีวิตหรือมุมมองต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเปิดใจเรียนรู้ซึ่งกันและกันช่วยเยียวยาบาดแผลและนำพาความหมายใหม่มาสู่ชีวิต
เรื่องราวที่สาม: ความรักและความผูกพันที่พัฒนาขึ้นมาบนเส้นบางๆ ระหว่าง "เพื่อนสนิท" กับ "คนรัก" ที่ต้องเผชิญหน้ากับความลังเลว่า ควรจะเก็บความรู้สึกไว้เพื่อรักษาคำว่าเพื่อน หรือจะเสี่ยงข้ามเส้นนั้นไปเพื่อความรู้สึกที่แท้จริง
ภาพยนตร์พาสำรวจเส้นกั้นทางความรู้สึกที่มองไม่เห็น แต่ทุกคนเคยต้องเผชิญ ทั้งความสุข เสียงหัวเราะ รอยน้ำตา และการตัดสินใจครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนความสัมพันธ์ไปตลอดกาล
ภาพยนตร์: สะบายดี วันวิวาห์ (Lao Wedding)
แนวภาพยนตร์: โรแมนติก / คอมเมดี้ / ดราม่า
กำกับโดย: ศักดิ์ชาย ดีนาน
นำแสดงโดย: ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ (บอย ปกรณ์), คำลี่ พิลาวง, ธนิยา อำมฤตโชติ
เรื่องย่อ
สะบายดี วันวิวาห์ (Lao Wedding) เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกคอมเมดี้ภาคต่อในไตรภาคชุด "สะบายดี" ที่พาผู้ชมกลับไปสัมผัสเสน่ห์ วัฒนธรรม และบรรยากาศอันอบอุ่นของประเทศลาวอีกครั้ง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เชน (รับบทโดย บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) นักเขียนหนุ่มชาวไทย ต้องเดินทางกลับมายังประเทศลาวอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน เพื่อทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับ คำ (รับบทโดย คำลี่ พิลาวง) หญิงสาวชาวลาวผู้เป็นคนรัก ทว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของความโรแมนติกของคนสองคน แต่กลับกลายเป็นภารกิจใหญ่ เมื่อครอบครัวและญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างเตรียมจัดงานแต่งงานตามประเพณีดั้งเดิมของลาวอย่างยิ่งใหญ่
ท่ามกลางขั้นตอนการเตรียมงานวิวาห์ที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ขนบธรรมเนียมโบราณ และความแตกต่างทางวัฒนธรรม เชนเริ่มเกิดความสับสนและตั้งคำถามกับตัวเองว่าเขาพร้อมจริงหรือไม่สำหรับการใช้ชีวิตคู่ ในขณะที่คำเองก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความลังเลของคนรัก เรื่องราวความรัก ความกดดันจากธรรมเนียมประเพณี และบททดสอบก่อนวันสำคัญ จึงกลายเป็นจุดที่ทั้งสองต้องร่วมกันหาคำตอบว่า ความรักที่แท้จริงคือความพร้อมของหัวใจ หรือแค่การทำตามขั้นตอนของพิธีวิวาห์
ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์,
พ.ศ. 2554,
เรื่องย่อ
น้ำเซาะทราย ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตคู่ที่ดูสมบูรณ์แบบภายนอก แต่เปราะบางดั่งเม็ดทรายที่รอวันพังทลายของ ภีม และ วรรณนรี คู่สามีภรรยาที่แต่งงานสร้างครอบครัวร่วมกันมานานหลายปี โดยมีพยานรักคือลูกสองคน วรรณนรีเป็นอาจารย์สาวที่รักความสมบูรณ์แบบ ยึดมั่นในกรอบระเบียบ และความถูกต้องอย่างเคร่งครัด จนบางครั้งทำให้ชีวิตคู่ขาดความอบอุ่นและมีช่องว่างระหว่างกันโดยไม่รู้ตัว
รอยร้าวเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อ พุดกรอง เพื่อนสนิทสมัยเรียนของวรรณนรี ซึ่งเพิ่งกลายเป็นม่ายสาวพราวเสน่ห์ ร่ำรวย และโหยหาความรัก ได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของทั้งสองคนอีกครั้ง ความใกล้ชิด และเสน่ห์เย้ายวนของพุดกรอง ค่อยๆ ซึมลึกเข้ามากัดกร่อนความสัมพันธ์ของภีมและวรรณนรี เหมือนคลื่นน้ำที่เซาะทรายลงไปทีละน้อย
ละครโฟกัสไปที่ความขัดแย้งในจิตใจของคนสามคน—ภรรยาที่พยายามรักษาศักดิ์ศรีและครอบครัว, สามีที่ยอมจำนนต่อกิเลสและความปรารถนาใหม่, และเพื่อนสนิทที่ก้าวข้ามเส้นศีลธรรมเพื่อแลกกับความสุขส่วนตัว เป็นโศกนาฏกรรมของชีวิตสมรสที่ตั้งคำถามกับความรัก หน้าที่ ศีลธรรม และความหมายของคำว่า "คู่ชีวิต" อย่างเข้มข้น
น้ำเซาะทราย พ.ศ. 2516
น้ำเซาะทราย พ.ศ. 2522
น้ำเซาะทราย พ.ศ. 2536
น้ำเซาะทราย พ.ศ. 2544

เรื่องย่อ: ภาพยนตร์ไทย: ผู้ชนะสิบทิศ ตอน บุเรงนองถล่มหงสาวดี (พ.ศ. 2510)
หลังจาก “จะเด็ด” หรือ “บุเรงนองกะยอดินนรธา” นำทัพตองอูเข้าปราบปรามและมีชัยชนะเหนือเมืองแปร พระเจ้ามังตรา ตะเบงชเวตี้ ได้มีพระราชโองการปูนบำเหน็จความชอบและเรียกตัวจะเด็ดกลับตองอูเพื่อเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับ “พระพี่นางจันทรา” ทว่าก่อนออกเดินทางกลับเกิดเรื่องราวร้าวฉานทางใจ เมื่อจะเด็ดต้องพัวพันกับความรักของสตรีสูงศักดิ์เมืองแปร ทั้ง “กุสุมา” ราชธิดาพระเจ้าแปร และ “อเทตยา” จนนำไปสู่ความขัดแย้ง ความเข้าใจผิด และการตัดพ้ออย่างเจ็บปวด
เมื่อจะเด็ดเดินทางกลับถึงเมืองตองอู มังตราซึ่งยังคงมีทิฐิและคลางแคลงใจเรื่องที่เจ้าราชสำนักแปร ได้พูดจาท้าทายเสียดสีถึงกุสุมาจนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง จะเด็ดถูกสั่งจับกุมและเกือบต้องโทษประหารชีวิต แต่ด้วยบารมีของ “แม่เลาชี” มารดาของจะเด็ดซึ่งเป็นแม่นมของมังตรา ร่วมกับ “พระมหาเถรกุโสดอ” จึงได้ทูลขอพระราชทานอภัยโทษ โดยมีข้อตกลงให้จะเด็ดเข้าพิธีอุปสมบทเป็นภิกษุ เพื่อระงับความบาดหมางและตัดกิเลสทางโลก
ระหว่างที่ตระเตรียมพิธีบวชอยู่นั้น ศึกสงครามครั้งใหญ่ก็ประชิดเมือง เมื่อกองทัพผสมของมอญยินและหงสาวดีรุกประชิดตองอูและเมืองแปรจนตกอยู่ในภาวะคับขัน มังตราจนปัญญาในการตั้งรับ จึงส่งพระพี่นางจันทราไปเจรจาขออุบายศึกจากจะเด็ด พระพี่นางจันทราตระหนักดีว่าบ้านเมืองต้องการแม่ทัพเอกผู้นี้ จึงยอมกระทำบาปด้วยการขัดขวางไม่ให้จะเด็ดเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตามฤกษ์ เพื่อเปิดทางให้จะเด็ดนำทัพออกไปปกป้องแผ่นดิน
จะเด็ดคุมกองทัพบุกเข้าบดขยี้กองทัพหงสาวดีจนกำแพงเมืองแตกพ่าย ฝ่ายพระเจ้าสการะวุตพีและสอภิญญาต้องลี้ภัยไปตั้งหลักที่เมืองมะตะมะ ในช่วงเวลานั้น “ไขลู” คนทรยศได้ก่อเหตุร้ายบุกทำร้ายพระมหาเถรกุโสดอจนถึงแก่มรณภาพ จะเด็ดจึงตั้งสัตย์ปฏิญาณหน้าศพอาจารย์ว่าจะต้องล้างแค้นและตีมะตะมะให้จงได้ ทัพตองอูตามไปหักด่านเมืองมะตะมะจนราบคาบ สอภิญญาสิ้นชีพในสนามรบ และไขลูถูกจับกุมมารับทัณฑ์ชดใช้กรรม
ภายหลังเสร็จสิ้นศึกใหญ่ มังตราได้ประกาศสถาปนาจะเด็ดขึ้นเป็น “เจ้ามหาอุปราช” ผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่เหนือทุกหัวเมืองในลุ่มน้ำอิรวดี พร้อมจัดพิธีอภิเษกสมรสระหว่างจะเด็ดกับเหล่าสตรีสูงศักดิ์ ทั้งพระพี่นางจันทราและกุสุมา ทว่าเกียรติยศอันยิ่งใหญ่กลับต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตาและความโศกเศร้า เมื่อ “กัณฑิมา” หญิงสาวผู้ยึดมั่นในความรักแต่ไม่อาจสมหวัง ได้ตัดสินใจปลิดชีพตนเองเพื่อรักษาสัจจะ คงเหลือเพียงร่างอันไร้วิญญาณมาร่วมในพิธีเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้
ชมภาพยนตร์ ผู้ชนะสิบทิศ 3 ถล่มหงสาวดี
ไชยา สุริยัน,
พ.ศ. 2510,
พิศมัย วิไลศักดิ์,
เรื่องย่อ อีพริ้ง..คนเริงเมือง (2523)
อีพริ้ง..คนเริงเมือง เป็นภาพยนตร์ดราม่าสะท้อนชีวิตและกิเลสตัณหาของมนุษย์ ดัดแปลงจากบทประพันธ์อันโด่งดังของ สุวรรณี สุคนธา เล่าเรื่องราวชะตากรรมของ "พริ้ง" หญิงสาวผู้มีรูปโฉมงดงาม มีเสน่ห์เย้ายวน แต่มีพื้นเพชีวิตเป็นเพียงเด็กในบ้านที่โหยหาความสุข ความร่ำรวย และความรักที่มาเติมเต็มช่องว่างในหัวใจ
ชีวิตของพริ้งเริ่มต้นก้าวสู่วังวนแห่งความทะเยอทะยาน เมื่อผู้ใหญ่จับคู่ให้เธอได้แต่งงานกับ หมอพินิจ แพทย์หนุ่มผู้มีฐานะดี เธอได้ยกระดับฐานะกลายเป็น "คุณพริ้ง" สมใจ แต่ชีวิตคู่กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะความขัดแย้งกับแม่ผัวจอมบงการและเหตุการณ์สงครามที่เข้ามาพลิกผันชีวิต
เส้นทางชีวิตของพริ้งไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น หลังจากต้องเผชิญกับความสูญเสีย พริ้งได้นำพาตัวเองเข้าไปพัวพันกับชายหนุ่มมากหน้าหลายตาที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มรุ่นน้องอย่าง ไพโรจน์ นายแพทย์หนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่าง หมอประสานหมอสมประสงค์ หนุ่มชาวไร่อย่าง บุญช่วยตลอดจนคหบดีอย่าง หลวงเสนาะ และ เปรมฤทัย ลูกชายของหลวงเสนาะ
ประเด็นหลักของเรื่อง:
คือการตีแผ่ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ความสวย เสน่ห์ และความทะเยอทะยานในการไขว่คว้าหาความมั่นคง ความรัก และการยอมรับทางสังคม ทว่าทุกก้าวที่เธอเลือกเดินตามแรงขับเคลื่อนของตัณหาและอารมณ์ กลับค่อย ๆ นำพาชีวิตดิ่งลงสู่วังวนแห่งความทุกข์ ความสูญเสีย และบทเรียนชีวิตที่ยากจะหวนกลับ
พ.ศ. 2523,
วิยะดา อุมารินทร์,
เรื่องย่อ รู้แล้วน่า..ว่ารัก (2529)
ภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ สะท้อนความรักและความผูกพันของวัยรุ่นยุค 80s เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนวัยสดใส ที่มีทั้งความฝัน ความคึกคะนอง และความรู้สึกพิเศษที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างพระเอกและนางเอก
แกนหลักของเรื่องเน้นไปที่อุปสรรคทางอารมณ์ของ “คนปากแข็ง” ที่ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน แต่กลับไม่ยอมรับหัวใจตัวเอง มักแสดงออกด้วยการแกล้งกัน ทะเลาะประชดประชัน และใช้ทิฐิบดบังความจริง จนทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดวุ่นวายตามมา ทั้งยังมีตัวแปรจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่คอยเข้ามาสร้างเสียงหัวเราะและคอยเป็นกามเทพ (แบบผิดคิว) ร่วมด้วยแรงกดดันจากครอบครัวและความต่างของสังคมรอบข้าง
ภาพยนตร์จะพาผู้ชมร่วมลุ้นไปกับบททดสอบหัวใจ ว่าก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ทั้งสองคนจะลดกำแพงทิฐิแล้วเปิดใจบอกความรู้สึกที่แท้จริงต่อกันได้หรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศและเสน่ห์ของยุคสมัยที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น

เรื่องย่อ ไอ้คลั่งทะเลโหด :
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในอดีต เมื่อกลุ่มชาวบ้านต้องพากันล่องเรืออพยพหนีภัยธรรมชาติและมรสุมคลั่งทางทะเล ท่ามกลางคลื่นลมที่โหมกระหน่ำ เด็กทารกคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับปาฏิหาริย์ที่พายุสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าเคราะห์ร้ายกลับซ้ำเติมเมื่อกองโจรของ "จักรพรรดิสมุทร" เข้าบุกปล้นเรือและสังหารพ่อแม่ของทารกจนสิ้น แต่ด้วยความเชื่อว่าเด็กน้อยผู้นี้มีบุญญาธิการคุ้มครอง จักรพรรดิสมุทรจึงตัดสินใจเว้นชีวิตและนำมาชุบเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม พร้อมตั้งชื่อให้ว่า "ไอ้คลั่ง" โดยรับเด็กชายอีกคนมาเลี้ยงดูควบคู่กันไว้เป็นเพื่อนชื่อว่า "ไอ้โขด"
ทั้งสองเติบโตมาในชุมโจรและได้รับการฝึกฝนสรรพวิชาการต่อสู้ การใช้อาวุธ และการปล้นสะดมจนกลายเป็นขุนพลมือขวาของจักรพรรดิสมุทร ทว่าในขณะที่ไอ้โขดมีจิตใจเหี้ยมโหดและทะเยอทะยาน ไอ้คลั่งกลับมีพละกำลังแข็งแกร่งเหนือมนุษย์แต่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อไอ้คลั่งได้ช่วยชีวิต "มาลัย" หญิงสาวชาวบ้านเอาไว้ ซึ่งเป็นการละเมิดกฎเหล็กของเกาะที่ห้ามนำสตรีภายนอกขึ้นฝั่งโดยเด็ดขาด ไอ้คลั่งจึงพยายามปกป้องและแอบพาเธอกลับไปส่งคืนสู่อ้อมอกครอบครัวอย่างปลอดภัย และในช่วงเวลานั้นเอง เขาก็ได้ล่วงรู้ความจริงอันเจ็บปวดจากผู้เฒ่าบนเกาะว่า แท้จริงแล้วจักรพรรดิสมุทรไม่ใช่พ่อบังเกิดเกล้า แต่เป็นโจรใจอำมหิตที่ฆ่าล้างครอบครัวที่แท้จริงของเขาตั้งแต่ยังแบเบาะ
ระหว่างที่จักรพรรดิสมุทรนำกองเรือออกทะเล ความทะเยอทะยานของไอ้โขดก็ปะทุขึ้น มันวางแผนร่วมมือกับคนสนิทก่อกบฏ ยึดอำนาจบนเกาะสลัด ประกาศตนขึ้นเป็นจักรพรรดิสมุทรคนใหม่ เข่นฆ่าทุกคนที่แข็งข้อ และซุ่มจับจักรพรรดิสมุทรขังคุกทันทีที่กลับขึ้นฝั่ง เมื่อไอ้คลั่งทราบเรื่อง จึงได้รวบรวมกำลังชาวบ้านและพรรคพวกที่รอดชีวิต ลักลอบบุกเข้ายึดเกาะคืนและเปิดฉากปะทะอย่างดุเดือด จนสามารถปราบไอ้โขดและทวงความสงบสุขกลับคืนมาได้สำเร็จ
หลังศึกสงบลง แม้ในใจของไอ้คลั่งจะลุกโชนด้วยไฟแค้นที่รู้ความจริงเรื่องพ่อแม่ แต่ด้วยความกตัญญูต่อบุญคุณที่จักรพรรดิสมุทรเลี้ยงดูอุ้มชูตนมาจนเติบใหญ่ ไอ้คลั่งจึงตัดสินใจข่มใจและเลือกที่จะให้อภัย เหตุการณ์ความสูญเสียและการทรยศหักหลังที่เกิดขึ้นทำให้จักรพรรดิสมุทรสำนึกผิดในบาปกรรมที่เคยก่อไว้ จึงประกาศสลายชุมโจรสลัดอย่างเป็นทางการ พร้อมนำทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ปล้นมาแจกจ่ายให้ทุกคนนำไปตั้งต้นชีวิตใหม่ เลิกเป็นโจรและหันมาประกอบอาชีพสุจริต โดยปล่อยให้ไอ้คลั่งได้ออกเดินทางเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสงบสุขต่อไป
ชมภาพยนตร์ ไอ้คลั่งทะเลโหด
บริษัทกมลโปรดักชั่น สร้าง
ไอ้คลั่งทะเลโหด
ของ ชาติ ทรนงค์
ระบบ 70 ม.ม. สั่นสะเทือน
สรพงศ์ ชาตรี เป็น ไอ้คลั่ง
นันทนา เงากระจ่าง เป็น มาลัย
เผ่าพันธ์ พงษ์นที เป็น ไอ้โขด
วิยะดา อุมารินทร์ เป็น สาหร่าย
มานพ อัศวเทพ เป็น จักรพรรดิ์สมุทร แคล้ว
ดวงชีวัน โกมลเสน เป็น โฉม
ไพรินทร์ วัฒนลิขิต เป็น เจ้าพ่อเล็งเลิศ
ดามพ์ ดัสกร เป็น แหลม
อนันต์ สัมมาทรัพย์ เป็น หมึก
ประจวบ ฤกษ์ยามดี เป็น อวนไฟ
สมศักดิ์ ชัยสงคราม เป็น สินเธาว์
ฤทธิ์ ลือชา เป็น หมอก
อดินันท์ สิงห์หิรัญ เป็น ถ้ำ
แพน บอระเพ็ด เป็น ตังเก
สุดเฉลียว เกตุผล เป็น มุก
ดี เป็น ฉมวก
อำนวยการสร้าง กมล อร่ามเสรีวงศ์
กำกับการแสดง จรัญ พรหมรังสี
บทประพันธ์ ชาติ ทรนงค์
บทภาพยนตร์ เศกสรรค์ บรรจงศิริ
ถ่ายภาพ นิยม ศรีสุวรรณ
กำกับฝ่ายศิลป์ อุไร ศิริสมบัติ
ออกแบบเครื่องแต่งกาย ไพรินทร์ วัฒนลิขิต
เฟรชฟิล์ม จัดจำหน่าย
Somchai studio ออกแบบ
ริ้มโปสเตอร์ เขียน
ทุ่งลุยลาย (2521) เป็นภาพยนตร์ไทยแนวแอ็กชัน-คาวบอยภูธรยุคคลาสสิก นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, อรัญญา นามวงศ์ และ ลักษณ์ อภิชาติ กำกับโดย วินิจ ภักดีวิจิตร
เรื่องย่อ
เรื่องราวเกิดขึ้น ณ ชุมชนแถบ "ทุ่งลุยลาย" ดินแดนห่างไกลความเจริญที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลมืดของกลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นและกองโจรติดอาวุธ ซึ่งสร้างความเดือดร้อน คุกคาม บีบบังคับรีดไถที่ดิน และทำลายความสงบสุขของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง
ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อชายหนุ่มผู้รักความยุติธรรมและมีความแค้นส่วนตัวฝังลึกกับกลุ่มอิทธิพลเถื่อน ได้เดินทางเข้ามายังดินแดนแห่งนี้ เขาต้องร่วมมือกับชาวบ้านและกลุ่มคนที่ต้องการทวงคืนความถูกต้อง เพื่อลุกขึ้นสู้และเผชิญหน้ากับอำนาจมืดอย่างไม่เกรงกลัว นำไปสู่การปะทะด้วยอาวุธปืนและชั้นเชิงการต่อสู้อย่างดุเดือดท่ามกลางสมรภูมิดงดิบ เพื่อกอบกู้ผืนแผ่นดินเกิดและชำระบัญชีแค้นที่ค้างคาให้สิ้นซาก
ชมภาพยนตร์ ทุ่งลุยลาย
พ.ศ. 2521,
สมบัติ เมทะนี,
อรัญญา นามวงศ์,
เรื่องย่อ จ้าวนักเลงปืน (2525)
ท่ามกลางบรรยากาศบ้านทุ่งที่ถูกปกคลุมด้วยอิทธิพลเถื่อน กลุ่มผู้มีอำนาจและเหล่ามือปืนนอกกฎหมายใช้อาวุธเข้าข่มเหง แย่งชิงผลประโยชน์ และสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นสงครามการหักเหลี่ยมระหว่างกลุ่มนักเลงเจ้าถิ่น
เรื่องราวโฟกัสไปที่การลุกขึ้นสู้ของจ้าวนักเลงปืนผู้มีฝีมือและศักดิ์ศรี ที่ต้องเลือกระหว่างการวางมือใช้ชีวิตสงบสุข หรือหยิบปืนขึ้นมาประจันหน้ากับกลุ่มอิทธิพลมืดเพื่อปกป้องคนรัก ชุมชน และทวงคืนความยุติธรรม นำไปสู่การดวลปืนสุดดุเดือดและการปะทะเชิงชั้นเชิงที่เดิมพันด้วยชีวิต
พ.ศ. 2525,
รสริน จันทรา,
สมบัติ เมทะนี,
เรื่องย่อ : ขุนเดช (2523)
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง:
เรื่องราวเกิดขึ้นในชุมชนแถบเมืองเก่า ซึ่งกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลมิจฉาชีพที่ลักลอบขุดกรุพระ โบราณสถาน และตัดเศียรพระพุทธรูปเพื่อนำโบราณวัตถุไปขายทอดตลาด โดยใช้เงินล่อลวงชาวบ้านที่กำลังยากแค้นและแห้งแล้งให้เข้าร่วมขบวนการทำลายสมบัติชาติ
ท่ามกลางความเสื่อมโทรมของศีลธรรม ขุนเดช (สมบัติ เมทะนี) ชายหนุ่มลึกลับผู้พยายามละทิ้งอดีตอันเจ็บปวดและคาวเลือด ได้มาพึ่งร่มเงาวัดและสนทนาธรรมเพื่อขัดเกลาจิตใจ แต่เมื่อเห็นโบราณสถานและพระพุทธรูปถูกย่ำยี เขาจึงยอมเอาตัวเข้าขัดขวางและลงมือพิพากษาพวกคนชั่วด้วยตนเองนอกเหนือกฎหมาย จนนำไปสู่ความสูญเสียของฝ่ายคนร้ายและจุดชนวนความแค้น
หัวหน้ากลุ่มอิทธิพลที่สูญเสียพวกพ้องและลูกน้อง ได้ยกกำลังมือปืนเข้าปิดล้อม บุกกดขี่ ข่มขู่ และทำร้ายชาวบ้านตลอดจนพระสงฆ์ เพื่อบีบให้ทุกคนส่งตัวขุนเดชออกมา ทำให้ขุนเดชต้องตัดสินใจลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมอีกครั้งพร้อมกับแรงผลักดันที่ทำให้ชาวบ้านผู้ถูกกดขี่ต้องเลือกว่าจะยอมจำนนหรือลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินและสิ่งที่พวกเขาเคารพบูชา
ชมภาพยนตร์ ขุนเดช [2523]
พ.ศ. 2523,
สมบัติ เมทะนี,
แนวภาพยนตร์: แอ็กชัน / คอมเมดี้ / โรแมนติก
นักแสดงนำ: สมบัติ เมทะนี, อรัญญา นามวงศ์, สุริยา ชินพันธุ์, รัชนู บุญชูดวง, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, ดามพ์ ดัสกร
เรื่องย่อ มือปืนนมสด (2521)
ณ ชุมชน "ดอนกระทิง" ที่กำลังตกอยู่ภายใต้อำนาจมืดและความหวาดกลัว เนื่องจากถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลเถื่อนนำโดย นายใหญ่ ข่มเหงรังแก ปล้น ฆ่า และครอบงำพื้นที่โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง
ความเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นขึ้นเมื่อมี ชายหนุ่มต่างถิ่น นิสัยอารมณ์ดี ทะเล้น แต่มีชั้นเชิงฝีมือการต่อสู้และแม่นปืนไม่ธรรมดา ผู้มีเอกลักษณ์ประจำตัวคือชอบดื่มนมสดเป็นชีวิตจิตใจ เดินทางเข้ามายังถิ่นนี้ ในเวลาเดียวกัน ลูกสาวของอดีตผู้ใหญ่บ้าน ที่เคยถูกกลุ่มอิทธิพลสังหาร ก็ได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ครอบครัว
เมื่อความอยุติธรรมมีมากเกินทน ชายหนุ่มรักนมสดและหญิงสาวผู้รักถิ่นฐานจึงร่วมมือกับชาวบ้านที่ไม่ยอมก้มหัวให้อำนาจเถื่อน ลุกขึ้นมางัดข้อและเปิดฉากปะทะกับขบวนการทรชน เพื่อหวังคืนความสงบสุขและความยุติธรรมให้กับผืนแผ่นดินดอนกระทิงอีกครั้ง
ชมภาพยนตร์ มือปืนนมสด
พ.ศ. 2521,
สมบัติ เมทะนี,
อรัญญา นามวงศ์,
ชมภาพยนตร์ เป๋อจอมเปิ่น
วันที่เข้าฉาย: 04 ตุลาคม พ.ศ. 2522
ผู้กำกับ: สมพงษ์ ตรีบุปผา
ดารานำ: เทพ เทียนชัย /เทพ โพธิ์งาม /รอง เค้ามูลคดี /สุพรรษา เนื่องภิรมย์
เทพ เทียนชัย,
พ.ศ. 2522,
สุพรรษา เนื่องภิรมย์,
น้ำใต้ศอก
วันที่เข้าฉาย: 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522
สร้างโดย: ส.ปรีชาวงศ์ภาพยนตร์
ผู้กำกับ: ชุติมา สุวรรณรัต
ดารานำ: สรพงศ์ ชาตรี /เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ /นิรุตต์ ศิริจรรยา /มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวข
เรื่องย่อ น้ำใต้ศอก (2522)
เรื่องราวสะท้อนชะตากรรมของลูกผู้หญิงและความขัดแย้งในสถาบันครอบครัว เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งต้องเผชิญกับจุดพลิกผันครั้งใหญ่ในชีวิต จนตกอยู่ในสถานะ "เมียน้อย" หรือคนที่ต้องยอมกิน "น้ำใต้ศอก" ของคนอื่นอย่างจำใจ ทั้งจากแรงบีบคั้นของฐานะทางสังคม ความเข้าใจผิด และความรักที่ไม่ถูกที่ถูกเวลา
เส้นเรื่องหลักโฟกัสไปที่การต่อสู้ดิ้นรนของเธอท่ามกลางสายตาดูแคลน การแก่งแย่งชิงดี และความริษยาจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะแรงปะทะจากเมียหลวงและค่านิยมสังคมที่คอยตราหน้า เธอต้องอดทนกล้ำกลืนความเจ็บปวดเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองและคนที่เธอรัก พร้อมทั้งหาทางพิสูจน์คุณค่าในตัวเองว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่เงาของใครในวังวนความรักและความแค้นครั้งนี้
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์,
พ.ศ. 2522,
สรพงศ์ ชาตรี,
สองฟากฟ้า (2511)
กำกับการแสดง: รังสี ทัศนพยัคฆ์
บทประพันธ์: เทพากร
นำแสดงโดย: มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์
เรื่องย่อ:
เป็นภาพยนตร์ไทยแนวชีวิต-ดราม่าสะท้อนสังคม ที่บอกเล่าเรื่องราวความเหลื่อมล้ำและโชคชะตาที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวของผู้คนสองกลุ่ม
เนื้อเรื่องหลักโฟกัสไปที่ความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ต่างเติบโตมาในโลกคนละใบ ท่ามกลางกำแพงของฐานะ ชาติตระกูล และความคาดหวังจากครอบครัว เมื่อโชคชะตานำพาทั้งคู่ให้มาพบและเกิดเป็นความผูกพัน ความรักของพวกเขาจึงกลายเป็นบททดสอบสำคัญที่ถูกขัดขวางด้วยค่านิยมทางสังคม ปัญหาความขัดแย้งของคนรุ่นก่อน ตลอดจนอุปสรรคและเหตุการณ์พลิกผันที่บีบคั้นให้ตัวละครต้องเลือกระหว่างความถูกต้อง เกียรติยศ หรือหัวใจของตัวเอง
ภาพยนตร์เรื่องนี้พาผู้ชมไปสำรวจมิติของความอยุติธรรมในสังคมไทยยุคนั้น การดิ้นรนต่อสู้กับชะตากรรม และการพิสูจน์คุณค่าของมนุษย์ที่ไม่ได้วัดกันเพียงแค่ชาติตระกูล
ชมภาพยนตร์ สองฟากฟ้า พ.ศ. 2511
ข้อความบนใบปิด
พลสัณห์ภาพยนตร์
จากผลงานเรื่อง ใกล้รุ่ง
ที่เกรียวกราวมาแล้ว ทุกมุมเมือง
มาสู่ภาพยนตร์ชีวิต แนวแปลก ใน
สองฟากฟ้า
ของ เทพากร
มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์
กิ่งดาว ดารณี, อดุลย์ ดุลยรัตน์, ทัต เอกทัต,
สมจิตร ทรัพย์สำรวย, เชาว์ แคล่วคล่อง, สุวิน สว่างรัตน์,
อดินันท์ สิงห์หิรัญ, เทียว ธารา, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ล้อต๊อก
ดาราเกียรติยศ เดชา ปราการนันทน์
และขอแนะนำดาวยั่วดวงใหม่ อุไรวรรณ จันทร์ทิพย์
รังสี ทัศนพยัคฆ์ กำกับการแสดง
ธีระ แอคะรัจน์ ถ่ายภาพ
พลสัณห์ ศรีหาผล อำนวยการสร้าง
เกรียงศักดิ์ ศรีหาผล ผู้จัดการธุรกิจ
ภาพยนตร์เรื่องเดียวที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์
ยอมรับว่า เป็นภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม ประจำปี 2511
ศิวาพร จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโด เปี๊ยกโปสเตอร์
พ.ศ. 2511,
เพชรา เชาวราษฎร์,
มิตร ชัยบัญชา,
ปีที่ฉาย: พ.ศ. 2511
ผู้สร้าง/ผู้กำกับการแสดง: สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ (ภาพยนตร์สหนาวีไทย)
ผู้ถ่ายภาพ: ฉลอง ภักดีวิจิตร
นักแสดงนำ: สมบัติ เมทะนี, พิศมัย วิไลศักดิ์, เกชา เปลี่ยนวิถี, อบ บุญติด, สุรสิทธิ์ สัตยวงษ์
เรื่องย่อ:
เรื่องราวความขัดแย้งและการจารกรรมข้ามชาติเกิดขึ้นเมื่อ ดร.จาง / จางซูเหลียง (รับบทโดย อบ บุญติด) วายร้ายระดับหัวหน้าองค์กรอาชญากรรมลับที่หลบหนีไปได้ จำเป็นต้องตามหา "หางของหุ่นนกอินทรี" ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อว่ายังหลงเหลือและซ่อนอยู่ในประเทศไทย ชิ้นส่วนนี้บรรจุรหัสลับสำคัญสำหรับถอดสูตรอาวุธมหาประลัย
ดร.จาง จึงแอบส่งคนและติดต่อกับเครือข่ายสมุนเก่าในไทยเพื่อปฏิบัติการตามล่าหาชิ้นส่วนดังกล่าว เมื่อหน่วยสืบราชการลับและฝ่ายความมั่นคงของไทยล่วงรู้แผนการร้าย จึงได้ส่งสายลับอย่าง ชีพ ชูชัย / เคลียว บางคล้า (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) แฝงตัวออกสืบสวน ติดตามความเคลื่อนไหว และขัดขวางขบวนการของด็อกเตอร์เจ้าเล่ห์ นำไปสู่การต่อสู้ ชิงไหวชิงพริบ และการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ เพื่อปกป้องความลับระดับชาติและปราบปรามองค์กรลับนี้ให้สิ้นซาก
ชมภาพยนตร์ ประกาศิตจางชูเหลียง
2511,
พิศมัย วิไลศักดิ์,
สมบัติ เมทะนี,
"หัวใจห้องที่ 5" (พ.ศ. 2533)
กำกับการแสดงโดย: คมน์ อรรฆเดช (โคลีเซี่ยม โปรดักชั่น)
นำแสดงโดย: ลิขิต เอกมงคล, ยุรนันท์ ภมรมนตรี, ภัสสร บุญยเกียรติ, จริยา สรณะคม (แอนโฟเน่)
เรื่องย่อ:: หัวใจห้องที่ 5 (2533)
เรื่องราวดราม่าชีวิตคู่และความรักที่ซับซ้อนสะท้อนปัญหาสังคมครอบครัว
คุณใหญ่ หญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่แต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกับ พิเคราะห์ มานานกว่า 8 ปีจนมีลูกด้วยกัน แต่ชีวิตสมรสกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวและความขมขื่น เพราะพิเคราะห์มีนิสัยเจ้าชู้ มักออกไปดื่มเหล้าเที่ยวเตร่ และแอบมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นไม่ซ้ำหน้า แม้พิเคราะห์จะคอยขอโทษและสัญญาว่าจะปรับปรุงตัว แต่ก็ไม่เคยทำได้จริง จนทำให้คุณใหญ่ต้องทนทุกข์และเริ่มหมดความอดทนกับความเฉยชาของสามี
เมื่อความเจ็บช้ำใจบั่นทอนจนถึงขีดสุด คุณใหญ่ได้พบกับ ทำเนียบ ชายหนุ่มรุ่นน้องที่มีความทะเยอทะยานและมีเสน่ห์ ทำเนียบก้าวเข้ามาคอยปลอบโยน รับฟังปัญหา และให้ความอบอุ่นจนเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้ง คุณใหญ่ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะแยกทางและหย่าขาดจากพิเคราะห์เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยยอมทุ่มเทช่วยเหลือทำเนียบทุกอย่าง ทั้งฝากงานโรงแรมให้จนได้เลื่อนตำแหน่ง ซื้อบ้าน และซื้อรถหรูให้ เพื่อหวังจะสร้างครอบครัวใหม่ที่อบอุ่นด้วยกัน
ทว่า ทำเนียบไม่ได้มีเพียงคุณใหญ่คนเดียวในชีวิต เขายังพัวพันอยู่กับ มาดาม/คุณนายเจ้าของโรงแรม ผู้ทรงอิทธิพลที่คอยอุปถัมภ์เขา รวมถึงหญิงสาวรุ่นลูกอย่าง มารี ที่หลงเสน่ห์ในตัวเขาจนอยากแต่งงานด้วย ทำเนียบพยายามสับราง ปิดบัง และใช้ความสัมพันธ์เหล่านี้เพื่อถีบตัวเองขึ้นสู่ความสุขสบายทางลัด
เมื่อคุณใหญ่ตั้งครรภ์ลูกของทำเนียบ เธอกลับต้องพบกับความจริงอันโหดร้าย เมื่อทำเนียบบ่ายเบี่ยง ปฏิเสธความรับผิดชอบ และบีบให้เธอไปเอาเด็กออกเพราะกลัวเสียอนาคตและความก้าวหน้า ความตึงเครียดและการทะเลาะอย่างรุนแรงทำให้คุณใหญ่ประสบอุบัติเหตุจนแท้งลูกไปในที่สุด
หลังจากผ่านมรสุมชีวิต ความสูญเสีย และบทเรียนราคาแพง คุณใหญ่จึงตระหนักได้ว่า "หัวใจห้องที่ 5" หรือความรักนอกลู่นอกทางที่เธอคิดว่าจะมาช่วยเติมเต็มชีวิต แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงตาและความเห็นแก่ตัว ขณะเดียวกัน พิเคราะห์ที่สำนึกผิดในอดีตก็พร้อมที่จะให้อภัยและก้าวเข้ามาประคับประคอง เพื่อเรียนรู้การปรับตัวและรักษาครอบครัวที่แท้จริงเอาไว้
ชมภาพยนตร์ หัวใจห้องที่ 5
พ.ศ. 2533,
ภัสสร บุญยเกียรติ,
ยุรนันท์ ภมรมนตรี,
ลิขิต เอกมงคล,

นรกตะรูเตา" (พ.ศ. 2519)
กำกับการแสดงโดย: รุจน์ รณภพ
บทภาพยนตร์โดย: ส.อาสนจินดา
นำแสดงโดย: สมบัติ เมทะนี, นาท ภูวนัย, อรัญญา นามวงศ์, ศิริขวัญ นันทศิริ, มานพ อัศวเทพ, อดุลย์ ดุลยรัตน์, สีเทา และ พิภพ ภู่ภิญโญ
เรื่องย่อ:
ไฟสงครามการเมืองที่ปะทุขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และเหตุการณ์กบฏบวรเดช นำมาสู่การกวาดล้างครั้งใหญ่ของฝ่ายรัฐบาล ข้าราชการ ทหารชั้นผู้ใหญ่ และกลุ่มบุคคลผู้มีความเห็นต่างทางการเมืองถูกตีตราว่าเป็นกบฏต่อแผ่นดิน หนึ่งในนั้นคือนายทหารผู้รักเกียรติและอุดมการณ์อย่าง พันโท หลวงพิษณุรักษ์เสนา และนายทหารหนุ่มรุ่นน้องอย่าง ร้อยเอกสกล ทั้งหมดถูกสั่งเนรเทศไปยังทัณฑสถานเปิดกลางทะเลอันดามันอันห่างไกลความเจริญที่ไม่มีทางหนีรอด—เกาะตะรุเตา
ดินแดนแห่งนี้ไม่ต่างอะไรจากนรกบนดิน สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันโหดร้าย ทั้งดงไข้ป่า สัตว์มีพิษ และคลื่นลมมรสุมที่เชี่ยวกราก คอยกลืนกินชีวิตของนักโทษไปวันแล้ววันเล่า ทว่าความโหดร้ายของธรรมชาติยังไม่เทียบเท่าสันดานดิบของมนุษย์ เหล่านักโทษการเมืองต้องเผชิญหน้ากับการกดขี่ ทารุณกรรม และการเอารัดเอาเปรียบอย่างไร้ความปรานีจากเจ้าหน้าที่ผู้คุม รวมถึงนักโทษอุกฉกรรจ์ขาใหญ่ประจำเกาะอย่าง นายหมี ซึ่งคอยใช้กำลังข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า ความอดอยาก ขาดแคลนเสบียงและยารักษาโรค ผลักดันให้ผู้คนในแดนขังแห่งนี้ค่อยๆ ทยอยล้มตายลงเรื่อยๆ
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสิ้นหวัง ยังมีสายสัมพันธ์ ความห่วงใย และการช่วยเหลือลับๆ จากหญิงสาวผู้มีจิตใจดีงามอย่าง อนงค์ และ เพลิน ที่เข้ามาเกี่ยวข้องและคอยเป็นกำลังใจสำคัญให้กับเหล่าเชลยศึกผู้บริสุทธิ์ แต่เมื่อสถานการณ์บนเกาะบีบคั้นจนถึงขีดสุด การยอมก้มหน้ารับชะตากรรมมีค่าเท่ากับรอคอยความตายอย่างช้าๆ
หลวงพิษณุรักษ์เสนาและร้อยเอกสกลจึงตัดสินใจรวมกลุ่มนักโทษการเมือง วางแผนลับครั้งประวัติศาสตร์เพื่อ "แหกคุกตะรุเตา"
แผนการหลบหนีเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทั้งการชิงไหวชิงพริบ ลักลอบต่อเรือหาเสบียง และการปะทะด้วยกำลังกับกลุ่มผู้คุมและนักโทษคู่อริ พวกเขาต้องใช้ทั้งชีวิตและเกียรติยศเป็นเดิมพัน ฝ่าดงกระสุน ดาบปลายปืน และคลื่นลมมรสุมกลางทะเลลึก มุ่งหน้าสู่เกาะลังกาวีของมาลายา เพื่อก้าวข้ามแดนนรกไปสู่อิสรภาพและมีชีวิตรอดกลับมาพิสูจน์ศักดิ์ศรีของตนเองอีกครั้ง
ชมภาพยนตร์ นรกตะรุเตา (พ.ศ. 2519)
นาท ภูวนัย,
พ.ศ. 2519,
สมบัติ เมทะนี,
อรัญญา นามวงศ์,
เรื่องราวความขัดแย้งสะท้อนปัญหาสังคมครอบครัวไทยระหว่าง "แม่ผัวกับลูกสะใภ้"
"สะใภ้" (ปี 2529)
สร้างโดย : พูนทรัพย์โปรดักชั่น
ผู้จัด : วิศิษฐ์ มิ่งวัฒนบุญ
กำกับการแสดงโดย : วัฒนสิทธิ์
นำแสดงโดย : อภิชาติ หาลำเจียก , สินจัย (เปล่งพานิช) หงษ์ไทย , อภิรดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม
เรื่องย่อ:
โศกนาฏกรรมของพี่สาว: ศรีกานดา แต่งงานเข้าไปอยู่ในบ้านของตระกูลเศรษฐี แต่กลับถูกแม่สามีผู้เจ้าระเบียบ เย่อหยิ่งในชาติตระกูล และถือยศศักดิ์ รังเกียจและกดขี่ข่มเหงสารพัด โดยมองว่าเป็นเพียงลูกสะใภ้ชั้นต่ำ ทั้งโขกสับและกลั่นแกล้งทั้งทางร่างกายและจิตใจ จนในที่สุดศรีกานดาล้มป่วยหนักและตรอมใจเสียชีวิต ทิ้งลูกน้อยไว้ในบ้านหลังนั้น
การแก้แค้นและทวงคืนความยุติธรรม: ภาวิณี (รับบทโดย สินจัย หงษ์ไทย) น้องสาวของศรีกานดา ซึ่งเป็นหญิงสาวยุคใหม่ ฉลาด มั่นใจ และไม่ยอมคน เมื่อรู้ความจริงว่าพี่สาวต้องจบชีวิตลงอย่างอยุติธรรม จึงตัดสินใจวางแผนแก้เผ็ดและทวงความยุติธรรมให้พี่สาว ด้วยการแต่งงานเข้ามาเป็นลูกสะใภ้คนใหม่ในบ้านหลังเดิม เพื่อปกป้องหลานและสั่งสอนแม่ผัวจอมบงการ
ศึกแม่ผัวปะทะสะใภ้: ภาวิณีไม่ยอมตกเป็นเหยื่อเหมือนพี่สาว เธอใช้ไหวพริบ ความแสบ และความกล้าหาญงัดข้อ ตอบโต้กลโกงและแผนร้ายของแม่สามีแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน จนเกิดเป็นสงครามประสาทสุดดุเดือดภายในบ้าน พร้อมๆ กับการคลี่คลายปมปัญหาความเข้าใจผิดในครอบครัวและการยอมรับในที่สุด
ชมภาพยนตร์ สะใภ้" (ปี 2529)
พ.ศ. 2529,
สินจัย หงษ์ไทย,
“รักเธอเท่าช้าง” เป็นภาพยนตร์ไทยแนวตลก สนุกสนาน ชุลมุนวุ่นวาย ออกฉายในปี พ.ศ. 2521
ข้อมูลภาพยนตร์ปีที่ฉาย: 11 มิถุนายน พ.ศ. 2521
ค่ายผู้สร้าง: ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น (Five Star Production)
นักแสดงนำ: เด่น ดอกประดู่, ลลนา สุลาวัลย์, เด๋อ ดอกสะเดา, เทพ โพธิ์งาม, เศรษฐา ศิระฉายา และสมควร กระจ่างศาสตร์
บรรยากาศในหนังภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังตลกเบาสมอง สะท้อนเรื่องราวความรักและความชุลมุนวุ่นวาย ที่เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแปลกใหม่และเสียงฮาตามสไตล์สามตลกยุคบุกเบิก (เด่น-เด๋อ-เทพ) ที่มักสอดแทรกมุกตลกสุภาพ ความน่ารัก และความอลเวงชวนให้ประทับใจของตัว
เพลง รักกับช้างดีกว่า
เด่น ดอกประดู่,
เด๋อ ดอกสะเดา,
เทพ โพธิ์งาม,
พ.ศ. 2521,
ลลนา สุลาวัลย์,
เรื่องย่อภาพยนตร์: หนองหมาว้อ (2522)
ผลงานกำกับโดย สุรสีห์ ผาธรรม / นำแสดงโดย วาสนา สิทธิเวช, นพดล ดวงพร, อุดม พลเสน
ภาพยนตร์เรื่อง "หนองหมาว้อ" ถือเป็นภาคต่อและผลงานสืบทอดเจตนารมณ์จากภาพยนตร์สะท้อนสังคมเรื่องดังอย่าง ครูบ้านนอก (2521) เล่าเรื่องราวสานต่อหลังจากโศกนาฏกรรมการจากไปของ "ครูปิยะ" ผู้ยอมสละชีวิตตนเองเพื่อต่อต้านขบวนการตัดไม้ทำลายป่าและอิทธิพลมืดในท้องถิ่น
แม้เหตุการณ์การสูญเสียจะผ่านพ้นไป และคนร้ายจะถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ ครูดวงดาว (วาสนา สิทธิเวช) ครูสาวผู้มีอุดมการณ์ยังคงเลือกที่จะไม่ย้ายกลับเข้าเมืองตามความต้องการของครอบครัว เธอยืนหยัดที่จะอยู่เคียงข้างเด็กๆ และชาวบ้านที่โรงเรียนบ้านหนองหมาว้อ เพื่อสานต่อความหวังและจุดประกายการศึกษาตามปณิธานที่ครูปิยะทิ้งไว้ โดยมี ครูใหญ่คำเม้า (นพดล ดวงพร) และชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันการเรียนการสอน
อย่างไรก็ตาม ชีวิตและการพัฒนาในชนบทห่างไกลยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคระลอกใหม่ ทั้งความขาดแคลน ปัญหาความแห้งแล้ง และการถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่ยังคงจ้องแสวงหาผลประโยชน์และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน จนเกิดความขัดแย้งและการทำลายข้าวของโรงเรียนและยุ้งฉางขึ้นมาอีกครั้ง
บททดสอบครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ครูดวงดาว ครูใหญ่คำเม้า และชาวบ้านหนองหมาว้อทุกคน ได้ตระหนักว่าการรอคอยความช่วยเหลือจากภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่อาจเปลี่ยนชะตากรรมได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "พลังแห่งความสามัคคี" พวกเขาจึงรวมพลังแรงกายแรงใจ ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์ สร้างโรงเรียน ยุ้งฉาง และฝายน้ำขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือตนเอง เปลี่ยนความสูญเสียและความเจ็บปวดในอดีตให้กลายเป็นพลังแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างเข้มแข็งและมีศักดิ์ศรีในผืนแผ่นดินบ้านเกิด
พ.ศ. 2522,
วาสนา สิทธิเวช,
เรื่องย่อ:
หลังจากที่ “พระมหาหิน” ได้ตัดสินใจลาสิกขาจากร่มกาสาวพัสตร์ ละทิ้งความสงบในเพศบรรพชิตเพื่อกลับมาใช้ชีวิตเยี่ยงปุถุชนคนธรรมดา เส้นทางชีวิตของอดีตนักเลงชื่อดังอย่าง หิน ภูธร (สมบัติ เมทะนี) ก็มิอาจหลีกพ้นวังวนแห่งกลิ่นคาวเลือดและความมืดดำที่เขาเคยพยายามหนีพ้นมาได้ จุดเริ่มต้นของโชคชะตาครั้งใหม่เกิดขึ้นเมื่อน้องสาวที่เขารักและผูกพันที่สุดได้ส่งจดหมายด่วนมาแจ้งข่าวร้ายว่า พี่ชายคนโตของตระกูลได้เสียชีวิตลงอย่างมีเงื่อนงำ อีกทั้งบ้านและทรัพย์สินทั้งหมดยังถูกโจรผู้ร้ายบุกปล้นสะดมจนแทบไม่เหลือสิ่งใด
ด้วยสายใยครอบครัว หินจึงต้องเดินทางกลับสู่บ้านเกิดเพื่อทำหน้าที่ปกป้องดูแลน้องสาวและหลานที่กำลังเผชิญความยากลำบาก ทว่าเงาอดีตในฐานะ “ทิดหิน” ผู้เคยผ่านสมรภูมิเลือดและมีชื่อเสียงบนเส้นทางนักเลงเก่ากลับไม่เคยจางหาย แม้ใจหนึ่งจะอยากใช้ชีวิตอย่างสงบตามหลักธรรมที่เคยบวชเรียนมา แต่กลิ่นอายของความเป็นนักเลงและศัตรูเก่ากลับยังคงลากพาความทุกข์ระทมและความวุ่นวายเข้ามาสู่ชีวิตเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดหักเหครั้งสำคัญ เรื่องราวความรักของเขากลับต้องพังทลายลงอย่างไม่สมหวัง ก่อนจะตามมาด้วยโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่กรีดลึกถึงหัวใจ เมื่อน้องสาวสุดที่รักถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ความสูญเสียครั้งนี้ได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารักไปจนหมดสิ้น และดับแสงสว่างแห่งธรรมในใจลงโดยสิ้นเชิง เปลี่ยนอดีตพระผู้สำรวมให้เหลือเพียง “หิน ภูธร” คนเดิม ที่หัวใจลุกโชนไปด้วยไฟแค้น และพร้อมจะทวงคืนหนี้เลือดจากทุกคนที่พรากครอบครัวของเขาไปอย่างสาสม
พ.ศ. 2521,
สมบัติ เมทะนี,
ดอยราง
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
ฉายที่ โรงหนัง พัฒนากร
บริษัทสร้าง เชียงใหม่ภาพยนตร์
คู่ปรับ
คู่ปรับ เป็นภาพยนตร์ไทยที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งในยุคแรกของภาพยนตร์ไทยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศของวงการภาพยนตร์ไทยในช่วงต้นทศวรรษ พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์กำลังพัฒนา ทั้งในด้านเทคนิคการถ่ายทำ การบันทึกเสียง การใช้ฟิล์มสี และการนำภาพยนตร์ออกฉายตามโรงภาพยนตร์ต่าง ๆ
ชื่อเรื่อง: คู่ปรับ
ชนิดฟิล์ม: 16 มม.
ภาพ: สี
เสียง: พากย์
วันที่ฉาย: 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2494
สถานที่ฉาย: ศรีอยุธยา
ภาพยนตร์ไทยในยุคฟิล์ม 16 มม.
การที่ “คู่ปรับ” เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วยฟิล์มขนาด 16 มม. และเป็นภาพยนตร์สี
นับเป็นรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างมากเมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย
เนื่องจากในช่วงต้นทศวรรษ พ.ศ. 2490 วงการภาพยนตร์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางเทคนิค
จากระบบการสร้างภาพยนตร์แบบเดิมไปสู่รูปแบบที่มีความคล่องตัวมากขึ้น
ฟิล์ม 16 มม. มีข้อได้เปรียบในด้านขนาดและความสะดวกในการผลิตและจัดฉาย
จึงมีบทบาทอย่างมากต่อการผลิตภาพยนตร์ในยุคนั้น โดยเฉพาะในช่วงที่การสร้างภาพยนตร์ด้วยฟิล์ม
35 มม. มีต้นทุนสูงและต้องอาศัยอุปกรณ์และกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่า
การใช้ฟิล์ม 16 มม. จึงเปิดโอกาสให้ผู้สร้างภาพยนตร์สามารถผลิตผลงานได้มากขึ้น
และสามารถนำภาพยนตร์ออกเผยแพร่ต่อผู้ชมได้อย่างกว้างขวาง
ภาพยนตร์สีในช่วง พ.ศ. 2494
อีกหนึ่งรายละเอียดที่ทำให้ “คู่ปรับ” มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ
คือการระบุว่าเป็นภาพยนตร์ สี เพราะในช่วงเวลานั้นภาพยนตร์สีถือเป็นเทคโนโลยี
ที่มีความโดดเด่นและช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับภาพยนตร์ในสายตาของผู้ชม
การนำเสนอภาพด้วยสีช่วยให้ฉาก ตัวละคร เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และบรรยากาศต่าง ๆ
มีความสมจริงและมีชีวิตชีวามากขึ้นเมื่อเทียบกับภาพยนตร์ขาวดำ
สำหรับผู้ชมในยุค พ.ศ. 2494 การได้ชมภาพยนตร์สีในโรงภาพยนตร์จึงไม่เพียงเป็นการรับชมเรื่องราว
และความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นประสบการณ์ทางภาพที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
ภาพยนตร์ในเวลานั้นอีกด้วย
ระบบเสียงพากย์
“คู่ปรับ” ยังระบุว่าเป็นภาพยนตร์ประเภท พากย์
ซึ่งเป็นรูปแบบการนำเสนอภาพยนตร์ที่มีความสำคัญอย่างมากในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย
ในยุคที่ระบบเสียงและการบันทึกเสียงในฟิล์มยังมีข้อจำกัด
การพากย์สดหรือการใช้ผู้พากย์ประกอบการฉายจึงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ไทย
ผู้พากย์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงถ่ายทอดบทสนทนาของตัวละครเท่านั้น
แต่ยังมีบทบาทในการสร้างอารมณ์ ความตลก ความตื่นเต้น และบรรยากาศให้กับผู้ชม
การพากย์ภาพยนตร์ในยุคนั้นจึงถือเป็นศิลปะการแสดงรูปแบบหนึ่ง
และผู้พากย์ที่มีความสามารถสามารถสร้างเอกลักษณ์ให้กับการฉายภาพยนตร์แต่ละเรื่องได้
ข่าวทหารไทยในยุทธภูมิเกาหลี
ภาพยนตร์ที่สำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพฯ ให้ผลิตขึ้นสำหรับเผยแพร่สู่ประชาชนไทย
ในช่วงเวลาที่กำลังเกิด สงครามเกาหลี และประเทศไทยส่งกองกำลังอาสาสมัคร
เข้าร่วมสงคราม เพื่อแสดงให้เห็นเหตุผลการเข้าร่วมสงครามเกาหลีของประเทศไทย
ในฐานะสมาชิกองค์การสหประชาชาติ
ภาพยนตร์ใช้วิธีให้ผู้บัญชาการกองทหารไทย
พล.ต. ม.จ. พิสิษฐ์ดิศพงษ์ ดิศกุล
เป็นผู้นำเสนอเรื่องราวเนื้อหาในภาพยนตร์ โดยทรงปรากฏองค์เป็นผู้บรรยายเรื่องราวด้วยพระองค์เอง
ท่านได้เล่าถึงสภาพความทุกข์ยากของชาวเกาหลีที่ถูกกองทัพคอมมิวนิสต์รุกราน
ต้องพลัดพรากจากที่อยู่ อดอยาก บาดเจ็บ และล้มตาย
แล้วแสดงให้เห็นกองทหารไทยที่เดินทางไปร่วมกับกองทัพสหประชาชาติอื่น ๆ
เพื่อต่อสู้ขับไล่กองทัพคอมมิวนิสต์ ซึ่งภาพยนตร์นำเสนอว่าเป็นกองกำลังที่ไม่มีศีลธรรม
มีความละโมบ และคิดการร้ายที่จะยึดครองโลก
ในตอนท้าย ภาพยนตร์ได้โฆษณาชวนเชื่อและโน้มน้าวให้ผู้ชมชาวไทยเห็นถึงภัยของลัทธิคอมมิวนิสต์
พร้อมทั้งขอให้ช่วยกันสอดส่องและระวังกลุ่มคอมมิวนิสต์ที่เข้ามาแทรกซึมและยุยง
โดยเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ และให้ช่วยกันขับไล่ออกไป
มีภาพที่จัดฉากแสดงโดยใช้ดารานักแสดงละครและภาพยนตร์ไทย
คือ ทัต เอกทัต แสดงเป็นคอมมิวนิสต์ที่เข้ามายุยง
และในบรรดาผู้แสดงเป็นไทยมุงที่ยืนล้อมฟังการยุยงนั้น
คนหนึ่งคือ อำนวย กลัสนิมิ หรือ ครูเนรมิต
ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญคนหนึ่ง
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวอย่างของ
ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อในยุคสงครามเย็นของโลก
และถือเป็นเอกสารหรือหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประเทศไทยกับสงครามเกาหลี
ที่มีคุณค่าในการศึกษาชิ้นหนึ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาถึงอารมณ์และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของสังคมไทยในเวลานั้น
ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความทรงจำของสังคมไทยในทศวรรษ พ.ศ. 2490
และบริบททางการเมืองระหว่างประเทศในช่วงสงครามเย็น
สงครามเกาหลี ดำเนินไปเป็นเวลาราว 3 ปี
ระหว่าง พ.ศ. 2493–2496 ก่อนยุติลงเมื่อมีการตกลงทำสัญญาสงบศึก
ส่งผลให้คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศ คือ
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยมีเส้นขนานที่ 38 เป็นแนวแบ่งเขต
เนื่องจากฟิล์มภาพยนตร์ที่หอภาพยนตร์ได้รับมอบมา
เป็นก๊อปปี้ที่ผ่านการจัดฉายจนอยู่ในสภาพชำรุดและไม่สมบูรณ์
โดยเฉพาะต้นม้วนที่ขาดหายไป จึงไม่ทราบชื่อเรื่องที่แท้จริงแต่เดิม
หอภาพยนตร์จึงได้ตั้งชื่อขึ้นใหม่ว่า
“ทหารไทยไปเกาหลี”
ข่าวทหารไทยในยุทธภูมิเกาหลี เป็นเรื่องราวที่สะท้อนบทบาทของประเทศไทย
ในการเข้าร่วมสงครามเกาหลี ตลอดจนมุมมองและการนำเสนอข่าวสารต่อประชาชนไทย
ในบริบททางการเมืองของยุคสงครามเย็น
เก๋งดำ
ฟิล์ม 16 มม. / สี / พากย์
เข้าฉายวันที่ 17 กรกฎาคม 2494
ฉายที่ ศรีบางลำภู
"เก๋งดำ" เป็นชื่อภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2494 โดยเริ่มเข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2494 ณ โรงภาพยนตร์ศรีบางลำภู เป็นภาพยนตร์ยุคฟิล์ม 16 มม. ที่ต้องใช้คนพากย์สดในโรงหนัง
Footer
ThaiFilmReviews.com รวบรวมข้อมูลภาพยนตร์ไทย ละครไทย
และประวัตินักแสดงตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2466 จนถึงปัจจุบัน
© 2024 ThaiFilmReviews.com