Login | Register
Forgot your password?

A password will be emailed to you.

Our Rating
Your Rating

อาข่าผู้น่ารัก

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สวัสดีค่ะหนูชื่อ…หมี่จู

…หลังจากคร่ำหวอดอยู่ในวงการภาพยนตร์มาถึง 15 ปีเต็ม “สุกัญญา วงศ์สถาปัตย์” โปรดิวเซอร์หญิงเหล็กผู้อยู่เบื้องหลังร่วมกับ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์แถวหน้าของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมาโดยตลอด และสร้างปรากฎการณ์สุดประทับใจมาหลายต่อหลายเรื่อง ตั้งแต่หนังกวาดรายได้ระดับบล็อกบัสเตอร์อาทิ ช็อคโกแลต, ต้มยำกุ้ง, องค์บาก, บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม ไปจนถึงหนังสะท้อนแง่มุมและแนวคิดทางสังคมอย่าง รักแห่งสยาม, สยิว และ Fake โกหกทั้งเพ ก็ได้ตัดสินใจถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิต มุมมองและแนวคิดผ่านงานเขียนบท หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวเข้าไปในหัวใจเพื่อการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต โดยหยิบเอาแรงบันดาลใจที่มาจากการได้เห็นข้อมูลของเรื่องราวขององค์กรหนึ่งทางหน้าหนังสือพิมพ์ มาสานต่อเป็นพล็อตเรื่องสุดน่ารักและประทับใจได้

“ตอนนั้นได้เห็นภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ในภาพเป็นรูปชาวเขากำลังหยิบกล้องมาถ่ายทำรายการทีวี ก็เลยสะดุดใจ พออ่านข้อมูลก็รู้ว่าเป็นเรื่องของสถานีวิทยุโทรทัศน์ชุมชนของมูลนิธิกระจกเงา เลยปิ๊งไอเดียทันที คือรู้สึกว่าอยากเอามาทำหนังมาก หลังจากนั้นเลยเสาะหาข้อมูลกับทางกลุ่มกระจกเงา เพื่อขอข้อมูลและเรื่องราวที่น่าสนใจมาสร้างเป็นพล็อตเรื่อง”

…จากความประทับใจผู้กำกับหญิงคนเก่งจึงไปติดต่อหาข้อมูลจากสถานีโทรทัศน์ “บ้านนอกทีวี” ของกลุ่มกระจกเงา จนได้ข้อมูลจริงของเด็กชาวเขาคนหนึ่ง ที่มีโอกาสได้ออกอากาศในรายการ โดยเธอเป็นเด็กผู้หญิงเผ่าอาข่าวัย 12 ปี ที่เป็นเด็กน้อยจอมซนของหมู่บ้านป่าแล มีความอยากรู้อยากเห็นสูงกว่าเด็กคนอื่นๆในหมู่บ้าน ทำให้เธอมักก่อเรื่องที่ผิดประเพณีของชนเผ่าอยู่เป็นประจำ ก่อนที่จะสร้างเรื่องราวสุดประทับใจให้กับทีมงานและคนในหมู่บ้าน จึงคิดที่จะนำเรื่องราวตรงนี้มาเป็นหนัง ผ่านเด็กคนหนึ่งในนาม “หมี่จู”

“หนังเรื่องนี้เป็นภาพสะท้อนความรักความรู้สึก และวิถีชีวิตของชาวเขาโดยเป็นเรื่องราวของหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า ก็มีเด็กผู้หญิงตัวน้อยคนหนึ่งที่ชื่อว่า หมี่จู ซึ่งค่อนข้างแก่นแก้ว ซุกซน ก่อเรื่องวุ่นวายอยู่ตลอด จนดันไปทำอะไรบางอย่างที่ผิดประเพณีของเผ่า พ่อกับแม่ก็เลยอยากดัดนิสัย เลยส่งลูกสาวไปอยู่กับน้าในตัวเมือง เป็นจังหวะเดียวกับที่มูลนิธิกระจกเงาเข้ามาดูพื้นที่เพื่อพัฒนาให้ความรู้กับชุมชน โดยการทดลองทำสถานีวิทยุชุมชน เป็นการทำรายการเพื่อชาวเขาโดยชาวเขาที่มีชื่อว่า “บ้านนอกทีวี” เป็นรายการเกี่ยวกับชาวเขาในหมู่บ้าน โดยมีชาวเขาเป็นส่วนหนึ่งในทีมงาน สร้างรอยยิ้มและสนุกสนานกันไปส่วนหมี่จูที่ไปอยู่กับน้า ก็ไปหารายได้โดยการไปถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว ขายของที่ระลึก ทำให้เขาได้เห็นเพื่อนพ้องที่เป็นชาวเขาด้วยกัน ที่ต้องมาลำบากทำงาน พลัดจากถิ่น ตัวหมี่จูก็เลยรู้สึกคิดถึงบ้าน จึงตั้งใจจะกลับไปสร้างวีรกรรมครั้งใหม่ ที่ไม่ใช่เรื่องซุกซนอีกต่อไป แต่กลับเป็นเรื่องราวสุดประทับใจที่เธอสื่อสารโดยใช้บ้านนอกเป็นสื่อกลาง”

…คงเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยว่า ทำไมผู้กำกับหญิงคนเก่งคนนี้ ที่เคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับโปรเจกต์หนังฟอร์มยักษ์มามากมาย อีกทั้งผ่านโจทย์งานที่มีสเกลทางด้านโปรดักชั่นสุดยิ่งใหญ่ กลับเลือกที่จะทำหนังในสไตล์น่ารักสดใส และมีสไตล์เป็นของตัวเอง ซึ่งความสนุกและความสุขจากหนังที่ตัวเองกำกับเรื่องนี้ ไม่ได้มาจากความหวือหวาหรือทุนสร้างมหาศาลแต่อย่างใด เพียงแต่มันมาจากหัวใจที่เธอใส่เข้าไปในการกำกับหนังเรื่องนี้ต่างหากที่สำคัญ

“เราเป็นคนชอบดูหนังดราม่าน่ารักๆ ดูสดใส ดูแล้วให้แง่คิด หนังที่ได้อะไรกลับไปยังจิตใจของเรา อย่างสไตล์หนังที่เราอยากทำต้องเน้นเรื่องเรียลลีสติก อย่างเรื่องนี้ก็พยายามดึงเอาในจุดเล็กๆ ของจิตใจมาพูด ทั้งความรักและความผูกพัน อย่างเรื่องนี้จะมีส่วนที่พูดถึงความรักของครอบครัว อยากให้หนังของเราเป็นส่วนสะท้อนตรงนี้ ในขณะที่กำลังอมยิ้มและดื่มด่ำไปกับความน่ารักของตัวละครและบรรยากาศของหนัง ไม่ใช่หนังที่เอาเรื่องของชาวเขามาเป็นเรื่องโจ๊ก เพราะทุกอย่างเราได้ศึกษาหาข้อมูลมาเป็นอย่างดี”


Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Reviewed by admin on 16 มิถุนายน 2018