Login | Register
Forgot your password?

A password will be emailed to you.

Our Rating
Your Rating

หนูหิ่น เดอะ มูฟวี่

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

รายละเอียดงานสร้าง

ในที่สุด “หนูหิ่นอินเตอร์” การ์ตูนที่แฟน ๆ “ขายหัวเราะ”และ “มหาสนุก” เรียกร้องให้สร้างเป็น “ภาพยนตร์” มากที่สุดก็ได้ขึ้นจอใหญ่ซักที

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีการ์ตูนไทยสักเรื่อง ที่ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมจากคนอ่านติดตามอ่านอย่างต่อเนื่องมานานเกือบทศวรรษ ว่ากันว่านับตั้งแต่ ตัวละคร คุณมิลค์ หญิงสาว หน้าตาสวยหุ่นดี ที่ชวนหลงใหล และ หนูหิ่น เจ้าของคาแร็คเตอร์ผู้จัดการบ้านชาวอีสานที่มาพร้อมกับแก๊กเปิ่น ๆ วีรกรรมป่วนผู้มาพร้อมกับเสื้อผ้าและทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์ ปรากฎสู่สายตาคนอ่านเป็นครั้งแรกในปี 2535 ในฐานะการ์ตูนใหญ่เต็มหน้าสีและการ์ตูนแก๊ก 3 ช่องจบ 1 ช่องจบขาวดำ

จนกระทั่งปี 2537 เอ๊าะ ผดุง ไกรศรี ได้นำเอาตัวการ์ตูนสาวสวยไฮโซคุณมิลค์มาจับคู่กับหนูหิ่นกลายเป็นการ์ตูนชุด หนูหิ่นอินเตอร์ นำมาเขียนเป็นเรื่องสั้นลงในหนังสือการ์ตูนมหาสนุก และในอีก 2 ปีถัดมาการ์ตูนหนูหิ่นอินเตอร์ ก็ได้รับการรวมเล่มเป็นครั้งแรก และยังคงได้รับการตีพิมพ์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีแฟน ๆ ที่ติดตามอ่านการ์ตูนหนูหิ่นหลายล้านคน มีตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงคนทำงาน ชาวบ้าน คนต่างจังหวัด นักการเมือง ฯลฯ

เป็นเพราะเสน่ห์ความน่ารักของคาแรคเตอร์ทั้ง 4 ซึ่งประกอบไปด้วยตัว หนูหิ่น คุณมิลค์ คุณส้มโอ และคุณทอง รวมไปถึงแก๊กต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงบุคลิกและความสนุกสนานของเรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ จากผู้เขียน ทำให้การ์ตูนชุดหนูหิ่น เนื้อหอมขึ้นมาทันที เมื่อมีผู้กำกับ ผู้สร้างภาพยนตร์ ละครต่าง ๆ ที่ว่ากันว่าเป็นแฟนการ์ตูนหนูหิ่นเช่นกัน มองถึงความเป็นไปได้ในการที่จะนำเอาตัวละครดังกล่าวมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์

“ผมเองทำงานเขียนการ์ตูน มาประมาณ 25 ปี จากการ์ตูนเล่มละบาท จนกระทั่งได้เริ่มสร้างการ์ตูน หนูหิ่นฯ จนเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยกับคนอ่าน 10 ปีได้ เราเคยมีการทำแบบสอบถามว่าอยากให้การ์ตูนตัวไหน นำไปสร้างงานอย่างอื่นต่อ มีการตอบรับจากแฟน ๆ ทั้งเขียนจดหมาย ทั้งโทรศัพท์พูดคุยกันเข้ามาที่บริษัท แล้วสรุปหนูหิ่นค่อนข้างมาแรงที่สุด ว่าเมื่อไหร่จะออกมาเป็นหนัง เป็นละคร จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน จากพันเป็นหมื่น หลายหมื่น จนตอนนี้ผมว่าคงเป็นล้านแล้วมั้งครับ”

เอ๊าะ ผดุง ไกรศรี ผู้ให้กำเนิดการ์ตูนชุดหนูหิ่นเล่าให้ฟังถึงความต้องการของแฟนการ์ตูนที่อยากเห็นตัวการ์ตูนของเขาโลดแล่นในรูปแบบอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากลายเส้นการ์ตูนซึ่งนับวันยิ่งทวีจำนวนมากยิ่งขึ้น ก่อนที่ในท้ายที่สุดการ์ตูนหนูหิ่นได้กลายมาเป็นภาพยนตร์สนองความฝันของใครหลายคนรวมทั้งตัวเขาเอง

“เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วได้รับทราบจาก บก.วิธิตว่า มีผู้สร้างหนังหลายค่ายยื่นข้อเสนอต้องการนำหนูหิ่นฯ ไปสร้างเป็นหนัง คุยรายละเอียดอยู่พักใหญ่ คุณวิธิตเห็นว่ายังไม่ลงตัว เพราะยังมีความเห็นบางอย่างที่ไม่อยู่ในแนวทางเดียวกัน จนเมื่อปีที่แล้ว หนูหิ่นเดอะมูฟวี่ จึงได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นใหม่ โดยมีสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล วิธิตาแอนิเมชั่น มีโมชั่นและภาพยนตร์หรรษา 4 พันธมิตรจับมือร่วมสร้าง เมื่อโปรเจ็คต์นี้เกิดขึ้นทำให้ผมรู้สึกภูมิใจ รู้สึกดีใจที่ผลงานของเราได้มีคนสนใจที่จะนำไปสร้างหนังอย่างจริงจัง เป็นเรื่องเหนือความคาดฝัน เพราะสิ่งที่ฝันไว้เมื่อเดินบนอาชีพนี้ก็คือ การได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ การ์ตูนเท่านั้น”

เพียงทว่าในความเป็นจริงการที่จะหาคนทำหนังที่รู้ถึงเสน่ห์เข้าใจในคาแร็คเตอร์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหนูหิ่นเอง ตลอดจนแนวคิดและมุมมองของตัวละครต่าง ๆ ที่ตัวผดุง ไกรศรี ต้องการสะท้อนสื่อออกมาผ่านระดับชั้นของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวหนูหิ่นเอง คุณมิลค์ คุณส้มโอ และคุณทอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่บ่งบอกถึงจิตวิญญาณในความเป็นการ์ตูนหนูหิ่นอินเตอร์ได้นั้น มิใช่เรื่องง่าย เพราะการที่จะนำเอาการ์ตูนชุดหนูหิ่นซึ่งผ่านการตีพิมพ์มาแล้วร่วมร้อยเล่มมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์นั้น ผู้สร้างจะต้องมั่นใจว่า จะไม่สร้างความผิดหวังให้กับบรรดาแฟน ๆ หนูหิ่นที่มีอยู่หลายล้านคนทั่วประเทศ

นั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ บก.วิธิต อุตสาหจิต บรรณาธิการการ์ตูนมหาสนุกและขายหัวเราะผู้ซึ่งจุดประกายความคิดและเปิดโอกาสให้ ผดุง ไกรศรี ได้ถ่ายทอดเรื่องราวและสร้างชีวิตให้กับหนูหิ่นและผองเพื่อนให้ออกมาทักทายกับคนอ่าน จึงต้องวางบรรทัดฐานเพื่อยึดเป็นแนวทางสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าในการที่จะสร้างชีวิตใหม่ให้หนูหิ่นให้ปรากฏขึ้นในรูปแบบภาพยนตร์นั้น อย่างน้อยที่สุดผู้สร้างจะต้องเข้าใจในธรรมชาติและซื่อสัตย์ต่อตัวละครนั้น ๆ

“ต้องยอมรับว่ายิ่งการ์ตูนประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ มีแฟนนักอ่านที่ติดตามมากยิ่งขึ้น ยิ่งทำให้การตัดสินใจที่จะทำให้หนูหิ่นและเพื่อน ๆ โดดออกมาจากหนังสือให้มีชีวิต เป็นคนจริง ๆ ต้องรัดกุม และพิถีพิถันมากยิ่งขึ้น เราจึงไม่ผลีผลามที่จะรีบปล่อยให้ผู้สร้างภาพยนตร์หรือละครนำหนูหิ่นไปทำทันทีที่มีการติดต่อกัน ทางวิธิตาเองและทางบรรลือสาส์นจึงใช้เวลานานพอสมควรในการคัดเลือกผู้ที่จะมาทำให้หนูหิ่นกลายเป็นภาพยนตร์”

และนี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ บก.วิธิต และวิธิตาแอนิเมชั่นตัดสินใจที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง “หนูหิ่นเดอะมูฟวี่” พร้อมกับพันธมิตรที่จะร่วมนำเสนอภาพยนตร์หนูหิ่นในแบบที่ควรจะเป็น

สหมงคลฟิล์มฯ วิธิตาแอนิเมชั่น มีโมชั่น และภาพยนตร์หรรษา 4 พันธมิตรแห่งวงการบันเทิงจับมือสร้างหนังไทยฟอร์มยักษ์ “หนูหิ่นเดอะมูฟวี่”

จนในที่สุดภาพยนตร์เรื่อง “หนูหิ่นเดอะมูฟวี่” จึงเกิดขึ้นภายใต้การจับมือกันของ 4 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงนั่นคือ สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล ผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์ทั้งในส่วนงานสร้างและจัดจำหน่ายอันดับ 1 ของเมืองไทย โดยมีเสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธานบริษัท ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถเปิดตลาดภาพยนตร์ไทยในต่างประเทศได้สำเร็จ และทำให้ตลาดโลกหันมามองอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอย่างจริงจังจากภาพยนตร์อย่าง องค์บาก, ต้มยำกุ้ง ฯลฯ, วิธิตา แอนิเมชั่น บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นในเครือบรรลือสาส์นกรุ๊ป โดยมี วิธิต อุตสาหจิต ประธานกรรมการบริหารผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ ปังปอนด์แอนิเมชั่น ที่สามารถไปเปิดตลาดอุตสาหกรรมการ์ตูนไทยในประเทศจีนได้สำเร็จในเทศกาลการ์ตูนนานาชาติ

รวมถึง ภาพยนตร์หรรษา บริษัทผู้ดำเนินงานสร้างภาพยนตร์ที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์อย่าง เดอะเลตเตอร์ จดหมายรัก, โอเคเบตง, อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต ฯลฯ ภายใต้การดูแลของนนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดจาก 2499 อันธพาลครองเมือง, นางนาก, จันดารา ฯลฯ รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ควบคุมดูแลงานสร้างให้กับภาพยนตร์เรื่องหนูหิ่นเดอะมูฟวี่ ตั้งแต่เริ่มต้น และ มีโมชั่น บริษัทผลิตภาพยนตร์ล่าสุดของเมืองไทย ซึ่งมียอด สุขวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ที่ผ่านประสบการณ์ในวงการภาพยนตร์ไทยและเทศมาก่อนหน้านี้

โดยทั้งนี้เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์อย่าง องค์บาก, ต้มยำกุ้ง ฯลฯ ประธานบริษัทสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดเองได้พูดถึงการจับมือกันร่วมสร้างสรรค์ภาพยนตร์ไทยฟอร์มยักษ์อย่างหนูหิ่นอินเตอร์ และความโดดเด่นของโปรเจ็คต์ได้อย่างน่าสนใจ

“ส่วนตัวผมเองตั้งแต่เด็กเป็นคนชอบอ่านการ์ตูนอยู่แล้ว ตลอดชีวิตที่ทำหนังมา 30-40 ปี เห็นหนังต่างประเทศที่ทำจากการ์ตูนเยอะมาก อีกอย่างต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมการ์ตูนของต่างประเทศเองค่อนข้างแข็งแรง มีคนอ่านไปทั่วโลก เพราะฉะนั้นเวลาที่มีหนังจากเมืองนอกที่สร้างจากการ์ตูนขึ้นมาก็จะมีคนตามดูหรือให้ความสนใจค่อนข้างเยอะ ตัวผมเองเมื่อมีโอกาสได้ทำโปรเจ็คต์ ‘หนูหิ่น’ ยิ่งเป็นสิ่งที่ดีและยิ่งสนใจ เพราะในฐานะคนทำหนังไทย เราก็อยากสร้างหนังที่ทำจากการ์ตูนของไทยเหมือนกัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อรู้ว่ามีแฟน ๆ การ์ตูนหนูหิ่นในบ้านเราอยู่หลายล้าน ๆ คน ก็ดีใจ เพราะการที่จะมีหนังสือการ์ตูนสักเล่มที่มีแฟน ๆ คนอ่านติดต่อกันมาเป็น 10 ปีอย่างนี้ คงไม่ได้เกิดขึ้นทุกเรื่อง การที่สหมงคลฟิล์มได้ทำโปรเจ็คต์นี้ร่วมกันกับวิธิตาแอนิเมชั่น ซึ่งเขาเป็นเจ้าของการ์ตูนเรื่องหนูหิ่นอยู่แล้วก็ยิ่งสบายใจ เพราะทั้งคุณวิธิตเองหรือคุณเอ๊าะซึ่งเป็นคนที่ให้กำเนิดหนูหิ่นขึ้นมา เขายิ่งต้องเข้าใจถึงตัวตนและหัวใจของตัวการ์ตูนที่สุด และเมื่อกลายมาเป็นภาพยนตร์ซึ่งก็ได้ทั้งคุณอุ๋ยนนทรีย์ ภาพยนตร์หรรษามารับหน้าที่ในการผลิตภาพยนตร์ก็ยิ่งหายห่วง เพราะคุณอุ๋ยเป็นคนทำงานที่มีมุมมองและมีคุณภาพ แล้วยังได้คุณเอส ผู้กำกับแฟนฉันกับเพื่อนสนิทมากำกับภาพยนตร์เรื่องหนูหิ่นด้วย เชื่อว่าคนดูหนังไม่ผิดหวัง รวมทั้งคุณยอดเองก็ทำทั้งหนังฝรั่งและหนังไทยมาก่อน คิดว่าการที่ 4 บริษัทจับมือร่วมกันน่าจะเป็นการปฏิวัติรูปแบบการสร้างภาพยนตร์ไทยจากที่เคยมีมา และที่สำคัญผมเชื่อว่า ถ้าหนูหิ่นมาเป็นภาพยนตร์จะต้องเป็นภาพยนตร์ที่คนชอบ เพราะตัวการ์ตูนสนุกอยู่แล้ว ที่สำคัญตัวหนูหิ่นมีเสน่ห์ น่ารัก ใคร ๆ ก็ชอบ”

“แฮปปี้เฮฮา ค้นหาดาราหนูหิ่น” บนเส้นทางแห่งการค้นหาที่มีเพียง 4 คนเท่านั้นที่มีสิทธิ์เป็น หนูหิ่น คุณมิลค์ คุณส้มโอ และคุณทอง

เป็นที่ทราบกันว่า เพื่อให้ภาพยนตร์เรื่อง “หนูหิ่น เดอะมูฟวี่” ออกมาสมบูรณ์ที่สุด อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตรในฐานะโปรดิวเซอร์ผู้ควบคุมงานสร้างจึงยืนยันที่จะค้นหาผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการรับบท หนูหิ่น คุณมิลค์ คุณส้มโอ และคุณทอง 4 ตัวละครหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์ จึงทำให้เกิดโครงการ “แฮปปี้เฮฮา ค้นหาดาราหนูหิ่น” ขึ้นโดยมีพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง แฮปปี้ จากดีแทค ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดโครงการนี้ ซึ่งทางแฮปปี้เองก็ให้ความสำคัญกับกิจกรรมการตลาดทางภาพยนตร์อยู่แล้ว ดังจะเห็นจากที่ทำกับภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง ด้วยระยะเวลากว่า 1 เดือนมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมคัดเลือกอย่างมากมายจำนวนหลายพันคน โดยเฉพาะตัวหนูหิ่นมีผู้สมัครถึงกว่าพันคน โดยทำการคัดผู้เข้ารอบคาแร็คเตอร์ละ 10 คน เพื่อเรียนพื้นฐานการแสดงกับ ครูเล็ก ภัทรวดี มีชูธน โดยฝึกเรื่องลมหายใจ การมอง ฯลฯ และให้ทั้งหมดแสดงให้คณะกรรมการได้ดู เพื่อคัดหาผู้เข้ารอบคาแร็คเตอร์ละ 5 คน เพื่อเข้าร่วมทำเวิร์คช็อปเป็นเวลา 5 วัน งานนี้ครูเล็ก ภัทราวดี เปิดค่ายฝึกอบรมทั้งในส่วนของแอ็คติ้ง การใช้เสียง การตีบท ฯลฯ ขึ้นที่ภัทราวดีเธียเตอร์เพื่องานนี้โดยเฉพาะ

หลังจากนั้นอีก 1 เดือนต่อมา จึงให้ผู้เข้ารอบทั้งหมดนำบทที่ได้รับมาแสดงให้ทางคณะกรรมการดูอีกครั้งซึ่งต้องเล่นร่วมกับตัวละครอื่นๆที่เหลือ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่นักแสดงทุกคนจะต้องแสดงเดี่ยวเพียงคนเดียวเป็นเวลา 2 นาทีต่อหน้าคณะกรรมการซึ่งแน่นอนว่าในคณะกรรมการย่อมมี เอ๊าะ ผดุง ไกรศรี ผู้ให้กำเนิดการ์ตูนหนูหิ่นอินเตอร์รวมอยู่ด้วย

“ในส่วนของการคัดเลือกนักแสดงจากโครงการ ‘แฮปปี้เฮฮา ค้นหาดาราหนูหิ่น’ ผมก็เป็นหนึ่งในกรรมการ สำหรับตัวรุ้งที่รับบทหนูหิ่น ผมเห็นน้องเขาครั้งแรก ผมบอกในใจได้เลยว่า นี่แหละ ต้องเป็นคนนี้ หน้าตา การเดินเหิน เสียง คำพูด ท่าทาง บุคลิก จากหลาย ๆ คนที่มาสมัคร รุ้งจะโดดเด่นสุด เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นหนูหิ่นเลยจริง ๆ ตอนแข่งขันกันแสดงความสามารถ รุ้งเป็นคนที่มีพรสวรรค์มาก ตั้งใจ ศึกษาคาแร็คเตอร์หนูหิ่นมาเป็นอย่างดี ตั้งแต่รูปที่ส่งเข้ามาประกวด จำได้ว่า เขาส่งรูปที่เขากำลังขัดห้องน้ำมา ผมเผ้า เหมือนการ์ตูนทุกอย่าง ถ้ามี 100 ก็ต้องให้เต็ม พอเราสรุปว่าเป็นรุ้ง ทำให้เรานึกถึงตอนที่เราร่างลายเส้น ตอนวาดเขากับงานการ์ตูนในแต่ละท่าทาง ดีใจน่ะจะว่าไป เมื่อเห็นความฝันของตัวเองก่อร่างสร้างตัวเป็นเรื่องราวขึ้นมา

ส่วนคนอื่น ๆ น้องนุ่น (กชกร) รับบทคุณมิลค์ เองก็เหมาะนะ น่ารักสมวัย สดใส เป็นวัยรุ่น ทรวดทรง หุ่น ตรงมาก ๆ ใช่เลยล่ะ และแอ็คติ้งดีด้วย, น้องการ์ตูน (ปาณิศา) ที่แสดงเป็นคุณส้มโอพี่สาวก็สวย ไม่แพ้น้องเลยเหมือนกันตาโตเป็นธรรมชาติ แสดงดี บุคลิกเหมาะที่จะเป็นพี่สาวผู้น่ารักเชิดหยิ่ง ส่วนคุณทองต้องหานักแสดงหน้าใหม่มารับบทเพราะผู้ที่มาสมัครและได้เรียนการแสดงแล้วก็ยังไม่มีใครเหมาะสม จนกระทั่งได้บอล (อดิศร) มารับบทเป็นคุณทอง บอลเขาเป็นชายหนุ่มรูปงาม ยิ้มได้ใจ มีเสน่ห์มากคงถูกใจสาว ๆ ไม่น้อยดูดี สมาร์ท เป็นสุภาพบุรุษ”

และด้วยการที่การ์ตูนหนูหิ่นเป็นการ์ตูนมหาชนซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัย ล้วนต่างรู้จัก ตัวการ์ตูนเองมีอายุยืนยาวมากกว่า 10 ปี ในขั้นตอนการคัดเลือกนักแสดงจึงเปิดโอกาสให้แฟน ๆ การ์ตูนรวมทั้งผู้คนทั่วไปมีสิทธิ์ที่จะร่วมโหวตให้คะแนนกับผู้เข้าร่วมคัดเลือกได้ด้วย

วันที่รอ พ.ศ.ที่คิดถึง “หนูหิ่นเดอะมูฟวี่” กลายเป็นภาพยนตร์โดยฝีมือผู้เขียนบท “จดหมายรัก” และ “เฉิ่ม” และจากผู้กำกับหนังตลกอารมณ์ดีอย่าง “แฟนฉัน” และ “เพื่อนสนิท”

นับตั้งแต่วันแรกที่ตัวการ์ตูนชุดหนูหิ่นเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ก็ราว ๆ ปีพ.ศ. 2535 ผดุง ไกรศรีผู้ให้กำเนิดการ์ตูนหนูหิ่นไม่มีทางรู้เลยว่า อีก 13 ปีต่อมาตัวการ์ตูนของเขาจะกลายมาเป็นภาพยนตร์ โดยเริ่มต้นเปิดกล้องถ่ายทำเป็นครั้งแรกในวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2548 และหลังจากนั้นอีกเกือบ 9 เดือน “หนูหิ่นเดอะมูฟวี่” จะคลอดออกมาให้คนไทยทั้งประเทศได้ดูกันในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ภายใต้การเขียนบทโดย คงเดช จาตุรันต์รัศมี มือเขียนบท ผู้กำกับ นักร้อง นักแต่งเพลง ฝีมือดีซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ “เดอะเลตเตอร์ จดหมายรัก” หนังโรแมนติกที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของเมืองไทย รวมไปถึง “เฉิ่ม” ภาพยนตร์คุณภาพที่พลิกชีวิตการแสดงของหม่ำ จ๊กมกอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งหนังเก๋สไตล์ย้อนยุคที่ถูกนำไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติอย่าง “สยิว” และวงดนตรีที่มีสไตล์เฉพาะตัวอย่าง “สี่เต่าเธอ” ซึ่ง ผดุง ไกรศรี ผู้ให้ชีวิตการ์ตูนหนูหิ่นพูดถึงคงเดช ผู้เขียนบท “หนูหิ่นเดอะมูฟวี่” ได้อย่างน่าฟัง

“หัวใจของหนังคือบทที่ดี เราได้คุณคงเดชผู้เขียนบทจดหมายรัก, กำกับ เฉิ่ม, สยิว มาเขียนบท ผมได้เข้าร่วมในการดูแลบท ให้ความชัดเจนตัวละครแต่ละตัวและความน่าจะเป็น หรือหัวใจของเรื่องให้คุณคงเดช ซึ่งแต่ละครั้งที่ประชุมบทกันก็จะมีคุณอุ๋ย นนทรีย์ คุณคงเดช ผม บก.วิธิต ฯลฯ ก็รื้อกันไปรื้อกันมาอยู่ถึง 4-5 รอบ กว่าจะลงตัว ระหว่างนั้น มีเรื่องเล่าขำ ๆ ด้วยความไม่รู้ของผม กับคุณคงเดชให้ฟังนิดนึง ครั้งแรกที่คุณคงเดชส่งบทมาพอผมอ่านจบก็ขอให้รื้อทิ้งซะเกือบครึ่งเรื่อง พร้อมให้ความคิดเห็นไปด้วยว่า หนูหิ่นของผมน่าจะเป็นอย่างนี้ บอกเสร็จพร้อมยกหนังสือหนูหิ่นให้ไปตั้งนึงต่อมาก็เออ!ใครหว่าคงเดชมารู้ตอนประชุมบทครั้งต่อมาว่า เขาคือผู้เขียนบท จดหมายรัก ที่เราชอบนะ ดูหนังแล้วน้ำตาอาบแก้ม เขากำกับเฉิ่ม สยิว..นั่นเอง”

และเพื่อให้ “หนูหิ่นเดอะมูฟวี่” มีกลิ่นอายของความสนุกสนานครื้นเครงมากที่สุด เอส คมกฤษ ตรีวิมล ผู้กำกับหนุ่มอารมณ์ดีวัย 32 ปีที่พิสูจน์แล้วจากผลงานก่อนหน้าอย่าง “แฟนฉัน” และ “เพื่อนสนิท” ว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นบ่งบอกได้อย่างดีว่าความถนัดในการทำหนังตลกสำหรับเขาไม่ใช่เรื่องฟลุคอย่างแน่นอน และเมื่อได้รับการการันตีจาก อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร ที่เคยร่วมงานกับเอสมา ในขณะที่ยังเป็นผู้ช่วยผู้กำกับสมัยที่ทำ “นางนาก” จึงมั่นใจว่าความเป็นผู้กำกับอารมณ์ดีของเอส จะทำให้บรรดาหนูหิ่นและเพื่อนพ้องน่าจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านมุมมองของตัวผู้กำกับเอสได้อย่างสนุกสนาน เต็มไปด้วยสีสันแห่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้อย่างแน่นอน

“แกนหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์เรื่อง หนูหิ่น เดอะมูฟวี่ ก็คือความเป็นหนังคอเมดี้ ที่เน้นไปที่อารมณ์ขัน ความสนุกสนาน ความเป็นหนังตลก ๆ จริง ๆ จัง ๆ แต่ขณะเดียวกันก็มีแง่มุมของดราม่าผสมอยู่นิดหน่อย ซึ่งก็คือการบอกเล่าผ่านความสัมพันธ์ระหว่างตัว หนูหิ่น กับ คุณมิลค์ ซึ่งในส่วนตรงนี้ จะบอกถึงมิตรภาพระหว่างคน 2 คนที่อยู่ต่างสถานะ แต่มีจิตใจที่ดีที่จะมอบแก่กัน โดยที่หัวใจสำคัญของภาพยนตร์จะอยู่ส่วนของคอเมดี้ อารมณ์ขัน ความสนุกสนานของเรื่องราวที่เกิดจากคาแร็คเตอร์ของหนูหิ่น เพราะถ้าใครเป็นแฟนการ์ตูนจะรู้และเข้าใจว่า เหตุการณ์ความวุ่นวาย โกลาหลต่าง ๆ จะเกิดขึ้นตลอด นำไปสู่ความชุลมุนวุ่นวายทุกทีทุกที่ไป เมื่อหนูหิ่นย่างกรายไปถึง โดยที่คาแร็คเตอร์ของตัวละครทุกตัว อิงมาจากหนังสือการ์ตูน อีกส่วนหนึ่งเราดึงออกมาจากตัวตนของนักแสดงแต่ละคนที่มาเล่นในบทบาทนั้น ๆ คือ 2 ส่วนนี้มันต้องผสมผสานกัน เพื่อความสมบูรณ์แบบที่สุด”

ซึ่งตัวเอส เองในฐานะผู้กำกับยอมรับว่า ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างมากที่ได้นักแสดงทั้ง 4 คนที่เหมาะสมกับตัวละครทั้ง 4 โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวละครหนูหิ่นที่ได้นักแสดงหน้าใหม่ที่ไม่เพียงเป็นที่ยอมรับถึงความสามารถเฉพาะตัวที่มีอยู่สูงมาก และที่สำคัญบุคลิกหน้าตาเหมือนกับตัวหนูหิ่นในการ์ตูนยังไงยังงั้นเลยทีเดียว

“เราโชคดีมากที่เราได้รุ้งมา ถ้าไม่มีรุ้งอีก 10 ปี ผมไม่รู้ว่าผมจะแคสท์นักแสดงที่มารับบทหนูหิ่นได้แบบรุ้งอีกไหม ไม่มั่นใจเลยว่าโปรเจ็คต์นี้จะเกิดขึ้นได้ไหม เพราะว่ารุ้งเกิดมาเพื่อเป็นหนูหิ่นที่สุดแล้ว ด้วยเรื่องเหตุผลทางกายภาพ บุคลิก คาแร็คเตอร์ อุปนิสัยต่าง ๆ เขาเหมือนมาก ๆ นิสัยใจคอ โดยที่ตัวรุ้งเองเขาก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว หลังจากที่เราได้รู้จักกันมากขึ้น เขาเดิน เขานั่ง พูดคุย สีหน้าท่าทาง เขาเป็นหนูหิ่นจริง ๆ และพอเขาอยู่ในบทบาทเขาคือตัวตนที่แท้จริง ที่ไฮเปอร์ ไม่อยู่สุข จุ้น วุ่นวาย ขยันทำงานบ้าน มีจิตใจดี หน้าตาบ๊องแบ๊ว สดใส น่ารัก เออ..ตรงนี้เราได้คนที่เหมาะสมที่สุดแล้วครับ ผมต้องยอมรับว่าผมทำงานง่ายขึ้นมากๆ หลังจากที่ผมหนักใจก่อนที่จะมาเจอรุ้งครับ”

แน่นอนว่าและไม่ใช่เพียงแค่ตัวหนูหิ่นเท่านั้น แต่รวมถึงตัวละครสำคัญอย่าง คุณมิลค์ คุณส้มโอ และคุณทองก็เช่นกันที่ตัวผู้กำกับเองมีวิธีการในการกำกับที่มีรูปแบบเฉพาะตัว

“ในฐานะที่ผมมีหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ ทำยังไงให้หนูหิ่น เป็นตัวหนูหิ่นอย่างในการ์ตูนมากที่สุด สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนูหิ่นเอง คุณทอง , คุณมิลค์ , คุณส้มโอ ก็ตาม ผมว่าทุกคนจะต้องเล่นให้เป็นธรรมชาติ จากการเวิร์คช็อปกัน การพูดคุยกัน การทำความเข้าใจ ว่าทุกคนจะตีความจากคาแร็คเตอร์ในบทบาทแต่ละบทที่เขาเล่นกันนั้นยังไง ก็คุยกัน แรก ๆ ผมก็ให้เขาอ่านบท ว่าเขาคิดยังไงกับบทนั้น ฉากนั้น คือผมจะไม่ไปใส่อะไรให้เขาเลย ให้เขาคิดด้วยตัวเองก่อน ให้เขาลองคิดก่อน อย่างรุ้งที่เล่นเป็นหนูหิ่น ตัวรุ้งคิดว่าหนูหิ่นเขาจะคิดยังไง เขาจะเล่นออกมายังไง ถ้าเกิดสถานการณ์แบบนี้ หนูหิ่นจะทำยังไง แล้วรุ้งเองล่ะจะทำยังไง ผมรู้สึกว่าน้อง ๆ จะเข้าใจ ความคิดที่ตัวละครคิด และเขาจะตัดสินใจได้ว่าเขาควรจะถ่ายทอดออกมายังไง ผมก็คุย ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ มาซักซ้อมกัน จนมันลงตัว

ผมเองจะเป็นคนที่ไม่ค่อยไปเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวตนของนักแสดง แต่ก็มีบางครั้งบางซีนเท่านั้นที่จะต้องมีการแสดงที่ต้องชัดเจน อย่างเช่นอารมณ์ดีใจ เสียใจ ตื่นเต้น หรือในการเต้นรำ แอ็คติ้งจะต้องเพิ่มเติมขึ้นมาอีกนิดไหม ให้มันออกมาเป็นการ์ตูน แต่ผมจะไม่ได้ไปนั่งบอกว่าให้ทำแบบไหน ๆ ตรงนั้นไม่ใช่วิธีการผม ตัวละครที่ผมแคสท์มา แอ็คติ้งนั้นสำคัญมาก ซึ่งทุกตัวที่เราได้น้อง ๆ มาเล่นนั้นเราได้ตัวจริงมากๆ ที่เหมาะและลงตัว

แน่นอนว่าเราจึงไม่มีปัญหาในส่วนตรงนี้กับนักแสดง อย่างคุณมิลค์และคุณส้มโอ เขาก็เป็นสาวเมืองหลวง เป็นวัยรุ่น ที่มีชีวิตเหมือนเด็กสาวกรุงเทพฯ ทั่ว ๆ ไป การแต่งตัว บุคลิก ต่าง ๆ ก็เป็นสาวที่ทันสมัย รักสวย รักงาม ชอบการแต่งตัว เหมือนเด็กวัยรุ่นที่อยู่ในที่ ๆ วัยรุ่นเขาชอบไปกัน อย่างสยามอะไรทำนองนี้ ส่วนคุณทอง นอกจากความหล่อ สุภาพ หน้าตาดี อย่างในบุคลิกที่เราเห็นซึ่งเป็นภาพนิ่งในหนังสือการ์ตูน แล้วพอปรากฏในภาพยนตร์ สิ่งที่ผมพยายามถ่ายทอดตัวคุณทองออกมาให้คนดูรู้สึกได้ว่า เขาทั้งหมดก็เป็นเด็กวัยรุ่นกรุงเทพฯ ที่เราเห็นได้จริง ๆ ทั้งการแต่งตัว ความชอบ เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ วัยรุ่นยุคนี้ เขาชอบทำกัน”

นอกจากตัวละครทั้ง 4 ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเรื่องราวที่ตัวผู้กำกับให้ความสำคัญแล้ว การคำนึงถึงรายละเอียดปลีกย่อยที่ทั้งตัวผู้กำกับเอง คนเขียนบท โปรดิวเซอร์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดของภาพยนตร ์พยายามที่จะสร้างสีสันซึ่งเป็นเสน่ห์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ชวนให้อมยิ้มโดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟน ๆ การ์ตูน

“ผมเชื่อว่าบรรดาแฟน ๆ การ์ตูนเองก็คงอยากจะเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ รวมไปถึงเหตุการณ์ที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้วในสมัยที่อ่านหนังสือการ์ตูน ซึ่งผมเองพยายามที่จะสอดแทรกสิ่งเหล่านี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจสำหรับแฟน ๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของหนูหิ่นตอนเป็นเด็ก บ้านของหนูหิ่นที่โนนหิ่นแห่ ซึ่ง ผมและทีมงานอยากได้หมู่บ้านที่เป็นธรรมชาติที่สุด มีภูเขา มีต้นไม้ มีบ้าน 3 เหลี่ยมมุมฉากขึ้นแซมระหว่าง ซอกเขา เหมือนที่พี่เอ๊าะเขาเขียนไว้ในการ์ตูนอะไรทำนองนั้น หรืออย่างบ้านคุณมิลค์ที่เป็นบ้านเศรษฐีว่าควรจะเป็นยังไง บ้านหลังใหญ่ เนื้อที่กว้างขวางมาก คนอยู่กันแค่ 3-4 คน เราอย่างทำให้มันแตกต่าง ดู เวอร์ ๆ ออกเป็นการ์ตูน ๆ ซึ่งเราก็ไปหาจนได้เป็นบ้านหลังใหญ่โตแถวซอย วัชรพล หรือเหตุการณ์สำคัญอย่างวินาทีแรกที่หนูหิ่นได้พบกับคุณทอง เป็นต้น”

และเพื่อให้สีสันแห่งความสนุกสนานของ “หนูหิ่นเดอะมูฟวี่” ทวีคูณมากยิ่งขึ้น ให้สมกับที่ทุกคนรอคอย งานนี้ตัวผู้กำกับเอง คนเขียนบทและผู้ที่อยู่เบื้องหลังของภาพยนตร์ จึงพยายามเพิ่มรายละเอียดของเรื่องราวให้หนูหิ่นและพวกพ้องต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อหวังเรียกเสียงหัวเราะจากคนดู ในขณะเดียวกันก็มีการเนรมิตฉากอลังการ รวมทั้งทุ่มทุนมากเป็นพิเศษ เพื่อความสมบูรณ์ที่สุดของภาพยนตร์ ตั้งใจสร้างความครื้นเครงให้ผู้ชมภาพยนตร์โดยเฉพาะ

“หนูหิ่นเดอะมูฟวี่ ถือได้ว่าเป็นหนังที่พิเศษกว่าหนังเรื่องอื่น ๆ ที่ผมเคยทำมา เพราะนอกจากเป็นครั้งแรกที่ได้ทำหนังที่มีพล็อตเรื่องมาจากการ์ตูน ซึ่งมีคนติดตามอ่านเป็นล้าน ๆ คนแล้ว ยังมีการประกาศค้นหาคัดเลือกนักแสดงที่จะมาเล่นเป็นตัวละครแต่ละตัวในการ์ตูนด้วย พูดได้ว่าการกำกับภาพยนตร์เรื่องหนูหิ่นฯ ถือได้ว่าเป็นการท้าทายในชีวิตการทำงานของผมพอสมควร เพราะนี่เป็นโปรเจ็คต์เดียวที่ผมได้ทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต โดยเฉพาะกฎ 4 ข้อต้องห้ามสำหรับผู้กำกับภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นการกำกับสัตว์ , กำกับเด็ก, เอฟเฟ็คต์, สลิง ซึ่งทุกข้อคือสิ่งที่ผมล้วนต้องทำในหนูหิ่นเดอะมูฟวี่แทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการกำกับรุ้งที่รับบทเป็นหนูหิ่น ซึ่งต้องมีการขึ้นสลิง ลอยไปลอยมา เพื่อถ่ายทำแทบทั้งวัน หรือการกำกับฉากใหญ่ๆ หลายๆ ฉากซึ่งต้องมีนักแสดงสมทบเข้าร่วมฉากตั้งแต่ 100 – 300 กว่าคนเลยทีเดียว อย่างฉากการเดินแบบและการประกวดซูเปอร์โมเดล

รวมถึงการถ่ายฉากหนูหิ่นเดอะมิวสิคคอลโชว์เป็นการแสดงละครประกอบเพลงบนเวทีอย่างเต็มรูปแบบ ถึงแม้ว่าเราะจะได้ชมฉากนี้กันบนจอภาพยนตร์เพียงแค่3นาทีกว่า ๆ แต่สำหรับรุ้ง ซึ่งรับบทเป็นหนูหิ่นจะต้องทำการซ้อมทั้งร้อง ทั้งเต้นอยู่นานหลายเดือนตั้งแต่ภาพยนตร์ยังไม่เปิดกล้อง โดยมีทีมแดนเซอร์ระดับมือชีพอย่างคุณกิ๊กอดีตสมาชิกวงไฮแจ๊ค ที่ปัจจุบันเปิดโรงเรียนสอนการเต้นและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักร้องในบ้านเราหลายคน และโชว์สำคัญ ๆ หลาย ๆ โชว์”

นอกจากนี้ในส่วนของการโชว์หนูหิ่นเดอะมิวสิคคัล ยังได้นักร้องมืออาชีพอย่างเจเน็ต เขียวมาเป็นผู้ขับร้องเพลง สาวโรงงาน ซึ่งแต่งคำร้องทำนองขึ้นมาใหม่โดย คงเดช จาตุรันต์รัศมีรับผิดชอบดูแลโดยเฉพาะ ในขณะที่เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องหนูหิ่นเดอะมูฟวี่มีทั้งหมด 6 เพลง ด้วยกันซึ่งประกอบไปด้วย หนูหิ่น ณ โนนหินแห่, ผู้จัดการบ้าน, สาวโรงงาน, ตจว.-กทม. ซึ่งแต่งคำร้องทำนองโดย คงเดช จาตุรันต์รัศมี และชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ ซึ่งดูแลในส่วนของการเรียบเรียง, ขับร้องโดย นงนุช สมบูรณ์ (เจเน็ต เขียว) ในขณะที่เพลง แซบอีหลี ขับร้องโดย ดวงพร พงศ์ผาสุข คำร้องและทำนอง คงเดช จาตุรันต์รัศมี เรียบเรียงและควบคุมการผลิต ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ ,เพลงปาดติโถ โอเค เนื้อร้องและทำนอง บริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด ขับร้องโดยอุกฤษฏ์ เตียสุวรรณ

“นอกจากนี้ในภาพยนตร์เรื่องหนูหิ่นเดอะมูฟวี่ยังมีการให้รายละเอียดในส่วนที่เป็นการ์ตูน เป็นหนังที่มีการเชื่อมต่อระหว่างการ์ตูนกับหนังด้วย ซึ่งพูดได้ว่านี่คือหนังเรื่องแรกที่มีงานแอนิเมชั่นเล่นกับนักแสดงครั้งแรกของหนังไทย ซึ่งเรามีในส่วนของพาร์ทการ์ตูนเข้ามาในช่วงไตเติ้ลเริ่มเรื่องของภาพยนตร์ รวมทั้งฉากไฮไลท์ที่สะท้อนวีรกรรมป่วนของหนูหิ่นที่จะต้องเผชิญหน้ากับกะปอม ซึ่งตัวกะปอมเองก็จะเป็นงานการ์ตูน คือเริ่มเรื่องจะมีตัวกะปอมมาวิ่งไล่ไปมา แล้วไอ้หนูหิ่นก็วิ่งตามไล่กันไปไล่กันมาจนเกิดเรื่อง

เป็นการเล่าที่เชื่อมต่อจากงานการ์ตูน ซึ่งผมว่ามันเป็นอะไรที่แปลกแตกต่างไปจากหนังเรื่องอื่น และผมคิดว่าจุดแข็ง เรื่องราวสนุก ๆ ของหนูหิ่น บวกการแสดง และงานแอนิเมชั่น ซึ่งผมเชื่อว่าเมื่อคนดูได้เห็นหนังตัวอย่าง คงอยากจะติดตามหนังเรื่องนี้กันอย่างแน่นอน ฝากหนูหิ่นอินเตอร์ด้วยครับ อยากให้มาดูกันเยอะ ๆ แน่นอนว่านี่เป็นโปรดักชั่นที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำหนังของผมเลยจริงๆ โดยที่เราพยายามที่จะรักษาเสน่ห์ของเรื่องราว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวละครที่ถือได้ว่าเป็นความโดดเด่นของการ์ตูน ในขณะเดียวกับที่ยังคงบรรยากาศหรือเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นในการ์ตูนมาปราฏอยู่บนจอใหญ่ด้วย 1 มิถุนายนนี้แน่นอน”

Reviewed by admin on 29 มิถุนายน 2018