ศาลาลอย (2515)

ศาลาลอย

มิตรสยามภาพยนตร์ สร้าง
ศาลาลอย
35 ม.ม.ซีเนมาสโคป 9 เพลงเอก
“แก้วฟ้า” สร้างบทภาพยนตร์
จำลอง มกนันท์ ถ่ายภาพ
ศุภชัย โตสัมพันธ์ ดำเนินงานสร้าง
นำโดย สมบัติ เมทะนี อรัญญา นามวงษ์
ประจวบ ฤกษ์ยามดี, เมตตา รุ่งรัตน์, โขมพัสตร์ อรรถยา,
มาลาริน บุนนาค, จำรูญ หนวดจิ๋ม, มารศรี, อบ บุญติด,
สิงห์ มิลินทราศัย, วิชิต ไวงาน, พนม นพพร, สังข์ทอง สีใส
ขอแนะนำ เจริญใจ วัฒนอักษร ดาวรุ่งดวงใหม่ผู้แสนโสภา
และ ด.ช.ปรีชา เกิดกำแพง, ด.ช.สุเทพ สีใส,
ด.ช.อวบ, ด.ช.ดามพ์ กลิ่นสุวรรณ ฯลฯ
กำกับการแสดงโดย ชุติมา สุวรรณรัตน์ ผู้กำกับเงินหลายล้าน
“ศุภชัย” ประพันธ์เรื่อง
9 เพลงเอกจากผลงานของ ไพบูลย์ บุตรขัน,
ป.ชื่นประโยชน์, ชาญชัย บัวบังศร, ฉลอง ภู่สว่าง

เรื่องย่อ ศาลาลอย

ทุ่งเงินทอง เป็นตําบลหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ มีความปรกติสุขด้วยดีตลอดมา แต่มาในระยะหลังนี้ เสี่ยสิน (สิงห์ มินทราศัย) เริ่มเข้ามาครอบคลุมชาวบ้าน แรกเริ่มด้วยการทําดี ให้ชาวบ้านตายใจ ช่วยเหลือชาวทุ่งเงินทองอย่างดี จนเป็นที่สรรเสริญทั่วไป พอเสี่ยสินรู้ว่า ชาวบ้านตายใจเชื่อในความดีของตนแล้ว ก็ประชุมลูกน้องมือปืนอันธพาล อันมี สาน (พิภพ ภู่ภิญโญ ) และสมุนนักเลงอีกมากมาย ให้ไปเที่ยวกว้านซื้อที่ดินไร่ของชาวบ้าน ของนายมี และนางมา เมื่อสองคนผัวเมียไม่ยอม จึงสั่งลูกน้องเผาบ้านทิ้งเสียหลังจากฆ่าสองคนผัวเมียตายแล้ว พร้อมกับวางแผนขอซื้อไร่ของ ลุงหอม ( จํารูญ หนวดจิ๋ม ) กับป้าแม้น (มารศรี อิศรางกร) ขอซื้อเท่าไหร่ ลุงหอมกับป้าแม้น ก็ไม่ยอมขาย เสี่ยสินโกรธมาก จึงสั่งสมุนฆ่า ลุงหอม และป้าแม้นพร้อม ด้วยลูกชายซึ่งยังเล็กอยู่เสีย ลุงหอม รู้เข้าจึงปรึกษากับเมีย และเห็นว่า ตัวเองจะตายก็ไม่ว่า ขออย่าให้ลูกชายซึ่งยังเล็กๆ อยู่ต้องมาตายไปด้วย จึงตัดสินใจ เอาลูกชายมาไว้บนศาลาริมน้ําที่สร้างอยู่บนแพ พร้อมกับอธิษฐานขอให้พระคุ้มครองชีวิตลูกน้อยด้วย และปล่อยแพที่มีศาลาอยู่นั้น ลอยไปตามกระแสน้ํา ดีกว่า มาตายด้วยมือของพวกวายร้ายเสียอีก

ศาลาลอย ที่มีเด็กนอนอยู่นั้น ลอยมาตามกระแสน้ำ มาติดอยู่ริมตลิ่งท่านหน้าวัด อาจารย์เอิบกับพวกลูกศิษย์วัด มี แกลบ (สุเทพ สีใส ตอนเด็ก) ได้ยินเสียงเด็กร้องจึงวิ่งไปดู พบเด็กนอนร้องอยู่บนศาลาลอย อาจารย์เอิบจึงสั่งให้แกลบเอาเด็กขึ้นมา และรู้ว่าเป็นเด็กชาย จึงให้แกลบเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล และตั้งชื่อ เด็กชายนั้นว่า สายชล

ย้อนกล่าวมาที่ไร่ทุ่งเงินทอง เสี่ยสินส่งให้สมุนเอก สิงห์ จับลุงหอมและป้าแม้นไปทํางานในไร่บ่อพลอยที่ตนเป็นเจ้าของอยู่ โดยมีชาวบ้านทุ่งเงินทองอีกมากมาย ถูกขังและบังคับให้ทํางานเยี่ยงทาส

เด็กชายสายชลโตขึ้นบ้างแล้ว ก็รู้จักกับลูกหลานของกํานันมิ่ง อันมี สารภี (อรัญญา นามวงศ์) โสภา (เจริญใจ วัฒนอักษร) เปีย (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) เพราะสายชลกับแกลบ จะต้องออกเดินตามอาจารย์ไปบิณฑบาต จึงเป็นที่รู้จักกันดี จนกระทั่งต่อมาโตเป็นหนุ่มสาวขึ้น

วันหนึ่ง เสี่ยสินมาทอดกฐินที่วัด ซึ่งมีมัคนายก ชื่น (อบ บุญติด) พวกสมุนของ เสียสิน อันมี สิงห์ ยอด สาน ลวนลามโสภา กับสารภี ดีแต่ได้สายชล (สมบัติ เมทะนี) เปีย และ แกลบ เข้าช่วยเกิดชกต่อยกันขึ้น เสี่ยสินและกํานันเข้าห้ามเรื่องราวจึงสงบลง โสภา เห็นความดีของสายชล จึงเกิดความรัก เหมือนกับสารภี ก็นึกรักสายชลอยู่เหมือนกัน อาจารย์ เอิบ เอ่ยปากฝากให้เสี่ยสินรับ สายชลไปทํางานด้วย เพราะเห็นสายชลโตเป็นหนุ่มแล้ว เสี่ยสินก็ไม่ขัดข้อง และรับปากว่าจะดูแลสายชลอย่างดี เปียซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของสายชลจึงขอตามไปทํางานด้วย เสี่ยสินก็ไม่ขัดข้อง ข้างฝ่ายลูกน้องเสี่ยสินที่เกิดเรื่องมากับสายชล นึกดีใจว่าจะได้มีโอกาสแก้แค้น สายชลหลงเข้ามาทํางานกับพวกตน เสี่ยสินรู้ทัน กลัวจะมีเรื่อง เพราะรับปากกับอาจารย์ เอิบว่าจะดูแลสายชลและเพื่อน ๆ ให้ดี จึงเปลี่ยนใจ เขียนจดหมายฝากสายชล เปีย ไป ทํางานที่บ้านพ่อของตนในกรุงเทพฯ

ทั้งสองเดินทางมากรุงเทพ พบกับพ่อของเสี่ยสิน (วิชิต ไวงาน) และน้องสาวสองคน ของเสี่ยสินคือ ดวงดาว (โขมพัสตร์ อรรถยา) สกาวเดือน (มาลาริน บุนนาค) พ่อของเสียสินไม่ขัดข้อง และรับสายชลกับเจ้าเปียเข้าทํางานด้วย ซึ่งเป็นที่พอใจของสองสาว ดวงดาว สกาวเดือน อย่างยิ่ง เพราะชอบหน้าตาของสองหนุ่มบ้านนอก ขนาดไปเที่ยวไหนจะต้อง ให้สายชลและเปียร่วมไปด้วยเสมอ แต่สายชล และเปีย อดคิดถึงสารภี โสภา และชื่น (เมตตา รุ่งรัตน์) ไม่ได้ จึงเขียนจดหมายไปชวนมาเที่ยว เยี่ยมเยียนตนบ้าง

สามสาวรับจดหมายของ สายชล และเปีย ก็ชักอยากจะไปเที่ยวตามคําชวนของสองหนุ่ม ทั้งสามสาวได้แกลบเป็นคนนําไป เพราะแกลบ อ้างว่าตนเคยเป็นทหารอยู่กรุงเทพ รู้จักถนนหนทางดี ทั้งหมดเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ไปซื้อเสื้อผ้าและของแถวย่านสยามสแคว์ พบกับสองสาวพี่น้อง ดวงดาว สกาวเดือน ซึ่งเห็นสามสาวบ้านนอกแต่งตัวและซื้อของ ก็พูดจาเยาะเย้ย เพราะดูถูกคนบ้านนอกนั่นเอง ชื่นอดทนไม่ไหวจึงต่อว่าให้เจ็บ ๆ สองสาวพี่ น้องสู้คารมของสาวบ้านนอกไม่ได้ก็รีบหนีกลับ

สารภี โสภา ชื่น และแกลบ ชักหิวจึง ชักชวนกันไปหาอาหารกิน แกลบนําเข้าไปในร้านริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ สั่งอาหารมาทานกันใหญ่ พร้อมกับนักชมว่า กรุงเทพนี่ดี จะกินอาหารยังมีคนมาร้องเพลงให้ฟัง แถมมีนักร้องชื่อดังอย่าง พนม นพพร มาร้องไพเราะให้ฟังเป็นพิเศษด้วย แต่พอจะจ่ายเงินค่า
อาหาร ทั้งหมดก็ถึงกับตกใจ เพราะค่าอาหารแพงมากจนรวมเงินกันแล้วไม่มีจ่าย แกลบ จึงขอร้องให้บ๋อยไปบอกผู้จัดการว่า พวกตนมีเงินไม่พอจ่าย ตนเองเคยร้องเพลงเก่ง จะขึ้นร้องเพลงแลกค่าอาหารก็แล้วกัน ผู้จัดการร้านอาหารก็ตกลง เมื่อร้องเพลงจบเป็นค่าแลกกับการจ่ายเงินค่าอาหารแล้ว ทั้งหมดก็เดินทาง ไปหาบ้านที่สายชล และเปีย ไปอยู่

ดวงดาว สกาวเดือน กลับมาบ้านและเล่าให้ว่า พบพวกผู้หญิงบ้านนอกมารุมด่าว่าตน สายชล กับเปีย ได้ยินก็โกรธแค้นแทนพี่น้องสองสาวอย่างยิ่ง ถึงกับบอกว่าถ้าเจอเมื่อไหร่ จะไม่ไว้หน้าเลย พอดีกับที่คนใช้มาบอกว่ามีคนมาหา สายชล กับ เปียออกมาพบ สารภี โสภา ชื่น และแกลบ ก็ดีใจ และพาไปแนะนํารู้จักกับ ดวงดาว สกาวเดือน สองสาวพี่น้องเห็นเข้าก็เลยเกิดทะเลาะกับพวกสาวบ้านนอกอีก สายชล กับเปีย ถึงกับต้องห้ามศึก คราวนี้ สารภี โสภา ชื่น จึงบอกสายชล และ เปีย ว่าพวกตนกลับไปบ้านนอกดีกว่า สายชลเห็นท่าว่าขืนปล่อยให้เดินทางกลับกันไปตาม ลําพังอาจจะหลงทางก็ได้ จึงตามกลับไปด้วย สร้างความเดือดแค้นให้กับ ดวงดาว และ สกาวเดือน อย่างยิ่ง

ทั้งหมดออกเดินทางกลับมาทางรถไฟ อีกเพียงสองสถานีก็จะถึงบ้านอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่รถไฟประกาศว่า รถไฟวิ่งไปไม่ได้แล้ว เพราะ ทางขาดเนื่องจากน้ำท่วม ทั้งหมดจึงต้องลงจากรถเดินทางเพื่อกลับไปให้ถึงบ้าน พอดีผ่านไร่ของเสี่ยสิน สายชล กับพวกมาพบชาวบ้านทุ่งเงินทอง และลุงหอม กับป้าแม้น โดยไม่รู้ว่า สองคนเป็นพ่อแม่ของตนซึ่งแก่มาก และกําลังทํางานอยู่ ด้วยความสงสาร สายชล กับพวกจึงเข้าไปหา และเอาอาหารสิ่งของที่ซื้อมาจากกรุงเทพฯแบ่งให้ ลุงหอม และ ป้าแม้นกิน และพากันลาสองตายายเดินทางกลับ

การมาของ สายชล และพวกคราวนี้ สมุนของ เสี่ยสินแอบดูอยู่ จึงรีบไปบอก สิงห์ สาน ยอด รู้ว่าเป็นสายชลที่เคยมีเรื่องกับตนมา ก็ รีบติดตามไปเพื่อหวังแก้แค้น แต่ก็มาพ่ายแพ้พวกของสายชลอีก ถูกยึดปืนไปทั้งหมด สายชลไล่พวกวายร้ายให้กลับไป

สายชล เปีย และสามสาว พร้อมด้วย แกลบ กลับมาถึงบ้านสายชล ไปกราบอาจารย์ และว่าจะขออยู่ที่นี่ต่อไป อาจารย์ก็ไม่ว่าอะไร ใจจริงนั้น สายชล กับ สารภี รักกันอยู่ และเพิ่งจะมาเข้าใจกันตามประสาคนรักจู๋จี๋กัน โสภา ซึ่งแอบรักสายชลอยู่ เห็นเข้าก็เสียใจ คิดตัดใจเสียสละให้สารภี จึงแอบหนีออกจากบ้านไป

พวกสมุนเสี่ยสินพ่ายแพ้สายชลกับพวกกลับมา และรู้ว่า ลุงหอมกับป้าแม้น เป็นพ่อแม่ของสายชล ก็แก้แค้นทันที โดยทรมานทุบตีสองตายายต่าง ๆ นานา พอดีกับ มัคนายก (อบ) มาหาเสี่ยสิน และรู้ว่า สองตายายที่กําลังจะตายเพราะถูกทรมานนั้น เป็นพ่อแม่ของ สายชล จึงรีบกลับมาบอกสายชลให้รู้ สายชล กับพวกรีบมาช่วยพ่อแม่ของตน แต่ช้าไปเสียแล้ว ทั้งพ่อและแม่สิ้นใจตายไป สายชลเสียใจอย่างยิ่ง และสาบานจะแก้แค้นให้ จากนั้นก็ติดตามไปพบพวก สิงห์ สาน ยอด หลังจากที่กําจัดสามสมุนร้ายสิ้นชื่อไปแล้ว สายชลก็ตาม ไปพบเสียสินและฆ่าเสีย กํานันจึงจับสายชล ฐานฆ่าคนตาย แต่เจ้าหน้าที่ตํารวจบอกว่า เสี่ยสิน ก็คือ เสือทวน ที่มีค่าตัวสูง หลบหนีตํารวจมาเปลี่ยนชื่อเป็นเสี่ยสิน สายชลจึงพ้นข้อหา

สายชล กับ สารภี ก็พบกับความสุขกัน แต่ โสภานั้น หลบหนีมาบวชชีอยู่ด้วยความสงบ
ฉายที่ โรงภาพยนตร์ เพชรรามา

Leave a Reply