Our Rating
Your Rating

ภูกระดึง

เรื่องย่อ ภูกระดึง

“ลูกเอ๋ย…คนที่เขามาเที่ยว ภูกระดึงก็เพราะความงาม เมื่อเขาชมเชยจนสิ้นทุกซอกมุมแล้ว เขาก็กลับไป ไม่มีใครคิดจะเอา ภูกระดึงไปตั้งแข่งกับภูเขาทองที่กรุงเทพ ฯ หรอก…… ความรักพ่อใหญ่ซึ่ง เปรียบภูกระดึงตั้งตระหง่านถึงลมจะพัดแปดด้าน ภูนั้นไม่หวั่นไหว…. ภูกระดึงยัง ตั้งอยู่ได้ เหมือนเคย…”
เป็นข้อความบางตอน และ เพลงบางช่วงจาก เรื่อง…ภูกระดึง

ราวี เทวาชัย (สมบัติ เมทะนี) ตามไปเก็บเงินค่ารถยนต์ที่จังหวัดเลย ถูกชัช (คมน์ อรรคเดช) และเนื้อทิพย์ (วาสนา ชลากร) วางแผนการฆ่าสามีของตัวเอง เพื่อหวังเงินโดยทําหลักฐานโยนความผิดทั้งหมดให้กับ ราวี จันทร์เจ้า (อรัญญา) ชาวภูกระดึงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้ช่วยราวี และพาไปแอบรักษาตัวที่กระท่อม เชิงภู เฒ่าเพิ่ม (ส.อาสนจินดา) พ่อของ จันทร์เจ้า ซึ่งมีอาชีพรับจ้างแบกสัมภาระ และหามนักทัศนาจรขึ้นภูกระดึงทราบเข้า จึงจับราวีไปให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ แต่ตำรวจจับกุมเนื้อทิพย์ผู้ร้ายตัวจริงได้ ราวีจึงพ้นผิดไป ส่วนชัชหลบหนีไปได้ ราวี และ จันทร์เจ้า รักกันเพราะความเห็นใจ จากการใกล้ชิดกัน ทําให้ทั้งสองแอบได้เสียกันลับๆ เฒ่าเพิ่มพ่อของจันทร์เจ้า จับได้ว่าทั้งสองได้เสียกัน ราวียอมรับผิดโดยดี และ ขอกลับไป กรุงเทพ ฯ เพื่อจัดผู้ใหญ่และขบวนขันหมากมาสู่ขอ เฒ่าเพิ่มไม่ให้เชื่อคารมคนกรุงมากนัก เพราะมีตัวอย่างที่ชาวภูกระดึงเห็นเป็นประจําคือ เล่าเรื่องผู้สูญเสียดวงตาตนเองเพราะความอับอายใจที่ ฝ้าย (โขมพัสตร์ อรรถยา) ถูกคนกรุงหลอกชมความสาว แล้วทอดทิ้งทําให้ ฝ้าย ต้องกลายเป็นคนคุ้มดีคุ้มร้ายอุ้มตุ๊กตา ซึ่งตนคิด ว่าจะเป็นลูกที่ตายไปตั้งแต่แรกเกิด เที่ยวขอทานเขากิน แต่จันทร์เจ้ามั่นใจว่า ราวี คงจะไม่ใช่คนกรุงเลวๆ เช่นนั้นพร้อมทั้งขอให้พ่อเตรียมงานต้อนรับขบวนขันหมากจากกรุงเทพฯให้เต็มที่

ราวีกลับกรุงเทพฯ ปรากฏว่า ราชัย (ฤทธี นฤบาล) พี่ชายเกิดอุบัทวเหตุถึงแก่กรรม ในขณะที่จะไปแต่งงานกับ แรมจิตร (ดลนภา โสภี) ก่อนตายได้ขอร้องให้ราวีรับแต่งงานแทนด้วย เพราะ แรมจิตร กําลังตั้งท้องอยู่เกรงว่าลูกที่ออกมาจะไม่มีพ่อ ราวีไม่ยอมโดยบอกกับญาติว่าจะแต่งงานกับจันทร์เจ้า ที่กลับมา ก็เพื่อจะเตรียมตัวไปหมั้น ทางญาติก็ขอให้เพียงแต่แต่งกันในนามก่อนแล้วค่อยแก้ไขทีหลัง ราวีจึงต้องรับทําไปโดยไม่เต็มใจ

จันทร์เจ้ารอคอยราวีที่ริมลําธาร พร้อมด้วยสีหมอกม้าแสนรู้ ส่วนลุงเพิ่มผู้พ่อเชื้อเชิญเพื่อนบ้านมาเพื่อรับขบวนขันหมาก เมื่อราวีไม่มาจึงเกิดความอับอายและให้จันทร์เจ้าไปตาม ราวี ที่กรุง เทพฯ เมื่อจันทร์เจ้าไปถึงที่บ้านของราวี ก็เป็นขณะเดียวกันกับที่ราวีและแรมจิตร กลับจากแต่งงานจึงเข้าใจผิดว่า ราวีหลอกลวงตนเหมือนที่พ่อพูดไว้จึงเดินใจลอยกลับมาและเป็นลม ในขณะเดียวกัน ร.ต.ท. วิชิต ตํารวจประจําอําเภอภูกระดึง เพิ่งกลับจากงานแต่งงานของ ราวี มาพบพาไปหาหมอจึงทราบว่าจันทร์เจ้าตั้งท้อง

จันทร์เจ้า กลับภูกระดึงพบว่าพ่อยิงตัวตาย อายชาวบ้านที่มีข่าวลงหนังสือพิมพ์ ว่าราวีแต่งงานกับคนอื่นแล้ว จันทร์เจ้า จึงปฏิญาณว่า จะขออาฆาตจองเวรกับราวีให้ได้ พร้อมทั้งเก็บตัวอยู่ในกระท่อม คอยวันที่จะคลอด ราวีเป็นห่วงแต่ก็ถูกแกล้งหน่วงเหนี่ยวจึงขอให้คุณอา (มารศรี กับ น้อง (วิลาวัลย์) ไปรับจันทร์เจ้าและลุงเพิ่มมาอยู่กรุงเทพฯ จันทร์เจ้าไล่กลับพร้อมทั้งบอกว่าตัวแต่งงานกับเทอด (กฤช เนาวกานต์) และกําลังจะมีลูกด้วยกัน เพื่อจะให้ราวีแค้นใจกลับมาภูกระดึง ตนเองจะได้แก้แค้นให้พ่อ ราวีทราบเรื่องประณามว่า จันทร์เจ้าหญิงภูกระดึงสองใจ และจะไม่ขอกลับไปเหยียบที่นั่นอีก…..จันทร์เจ้า ทนทุกข์ลําบาก อยู่กับ สีหมอก โดยมีเทอด และมุ่ย (โกร่ง ) คอยช่วยเหลือจนลูกโต ราวีมาทราบความจริงทั้งหมดในภายหลัง จึงกลับไปภูกระดึงเพื่อรับลูกเมียกลับ แต่ก็ต้องพบกับความอาฆาตแค้นของ จันทร์เจ้า ขณะเดียวกับที่ชัช หลบหนีตํารวจ มาจับเอาลูกของจันทร์เจ้าไปเป็นเกราะ กําบังตัว วาวี กับ จันทร์เจ้า จึงช่วยกันติด ตามลูกไปจนทันกันที่หน้าผา… เรื่อง ราวจะเป็นอย่างไรต่อไป เชิญติดตามใน “ภูกระดึง” ของเหมราชภาพยนตร์ เข้าฉายที่โรงหนัง เฉลิมไทย

Leave a Reply