Login | Register
Forgot your password?

A password will be emailed to you.

Our Rating
Your Rating

คู่แรด

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

คนหนึ่งทนเหมือนแรด อีกคนแรดเหลือทน

จับคู่ความต่างของ “คู่แรด” หนังบัดดี้ฮาระดับสุดขั้ว

…เราอาจจะคุ้นเคยกับหนังบัดดี้ที่ใช้พลังดาราจากการจับคู่ของนักแสดงต่างประเทศตลอดเวลา แต่นาน ๆ จะได้เห็นกันสักทีสำหรับหนังไทย ในเมื่อโจทย์ของ “คู่แรด” คือหนังบัดดี้ที่มีความสนุกระดับสุดขั้ว และได้นักแสดงระดับแม่เหล็กที่การันตีในการเรียกเสียงหัวเราะอย่าง หม่ำ จ๊กมกในการรับบทกะเทยสุดแรดเป็นตัวยืน กระบวนการค้นหานักแสดงอีกคนที่มีเงื่อนไขชัดเจนว่าจะมาซ้ำรอยในทิศทางเดียวกันไม่ได้โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะทั้งในส่วนของลักษณะของคาแรคเตอร์รูปลักษณ์ และฝีไม้ลายมือทางด้านการแสดง นั่นคือถ้าไม่บวกก็ต้องลบไปเลยจากตัว กะเทยลิลลี่จากการแสดงหม่ำ จ๊กม๊ก เพราะเมื่อใดก็ตามที่ตัวละคร 2 ตัวนี้อยู่ด้วยกันในทางตลกจะต้องมีเหลี่ยมมีมุม เกิดมุกที่หักล้างกันได้ ทางเลือกเดียวคือความต่างระดับสุดขั้วเท่านั้นที่จะมาเติมเต็มความสนุกสนานให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความแปลก และแตกต่างให้กับ “คู่แรด” แตกต่างจากหนังทุกเรื่องที่เคยมีมา

…หลังจากผ่านการคัดเลือกและค้นหานักแสดงที่จะมาจับคู่แรดอยู่นานหลายเดือน ในที่สุด เซอิกิ โอเซกิ พระเอกนายแบบนักแสดงหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่หลายคนเคยผ่านตามาแล้วกับบทบาทโกโบริ ในละครเวทีสุดคลาสสิคอย่าง “คู่กรรม เดอะมิวสิคคัล” ซึ่งถูก นพพร วาทิน บ่มความสามารถทางด้านพื้นฐานการแสดง พร้อมได้รับการฝึกฝนทางด้านศิลปะการต่อสู้ คิวบู๊ ดนตรี ฯลฯมาตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อเตรียมรับบทนำใน “ยามาดะ” โปรเจ็คต์ภาพยนตร์พีเรียดฟอร์มยักษ์ทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท ก็ถูกเลือกให้มารับบท ตำรวจมือปราบชาวญี่ปุ่นที่มุ่งมั่นและจริงจังในการเดินทางมาเมืองไทยเพื่อจัดการกับฆาตกรร้ายที่มีส่วนในการก่อคดีสังหารโหดจากญี่ปุ่น จนได้มาประกบคู่และปกป้องคุ้มครอง ลิลลี่ กะเทยสุดแรด พยานคนเดียวที่รู้เห็นหน้าของเจ้าฆาตกรร้าย ซึ่งถ่ายทอดการแสดงโดย “หม่ำ จ๊กมก”

“เซกิเขามีความเป็นนักแสดงค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ได้สร้างให้เขา เขามีมาก่อน เขามีความเป็นนักแสดง มันเป็นเรื่องยากสำหรับผมเมื่อใดก็ตามที่เอานายแบบ มาเล่นหนัง หรือสัตว์เด็กเอฟเฟ็คตต์ สลิง นายแบบ ลูกครึ่ง เป็นเรื่องยากที่จะทำให้เขาทำการแสดง หรือแอ็คติ้ง เพราะส่วนใหญ่จะติดเรื่องแอ็ค เรื่องการหันเสมอ อย่างเซกิถึงแม้เขาจะมีความเป็น MODEL แต่เขาไม่ติดตรงนี้ เขามีความเป็นนักแสดงอยู่สูง การที่เราเอาเข้ามาเล่นจึงกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าหนักใจและไม่เป็นปัญหามากเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเขาเรียนการแสดงมาก่อนหน้านี้แล้วตอนที่เขาอยู่ที่ญี่ปุ่นและพื้นฐานการแสดงละครเวที

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนังเรื่องคู่แรด สิ่งที่เราต้องการในตัวละครตัวนี้ที่นอกเหนือจากการแสดงก็คือการเน้นในเรื่องของการต่อสู้กับฉากแอ็คชั่น และต้องแสดงร่วมกับนักแสดงที่เป็นคอมมิดี้อย่างพี่หม่ำ เพราะฉะนั้นสำหรับเขาแล้ว สิ่งที่มีความจำเป็นคือการที่ต้องแสดงออกมาให้ได้จังหวะพอดี เพราะในส่วนของคอมมิดี้เรามีพี่หม่ำอยู่แล้ว กลับกันสิ่งที่เราต้องการเน้นก็คือความแกร่ง ของตัวละครที่เป็นเหมือนบอดี้การ์ดที่ต้องมีหน้าที่ปกป้องกะเทยคนนี้ เขาต้องเซฟความเข้มของเขาไว้ และต้องเล่นในจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมของอารมณ์หนัง ให้อยู่ในลุคส์และทางที่ตัวหนังกำหนด”

หม่ำ–เซกิ อีกหนึ่งพัฒนาการของการจับ “คู่แรด” ที่ลงตัว

…คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่อยู่ ๆ นักแสดงจาก 2 ชาติ 2 ภาษา จะต้องมาเข้าคู่เข้าขากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คน 2 คนที่ต่างกันสุดขั้ว แต่กลับกลายเป็นว่าไม่มีความต่างใดที่ส่งผลให้เกิดปัญหากับ “คู่แรด” ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ซูเปอร์สตาร์เลือดอีสานที่ได้รับการยอมรับในความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ถึงแม้ว่าจะต้องทำงานกับ นักแสดงที่หนุ่มกว่าและหล่อกว่าเลือดปลาดิบ

“สำหรับพี่หม่ำ ในความคิดของผมเค้าเป็นมนุษย์มหัศจรรย์คนหนึ่งทำได้ทุกอย่าง เล่นได้ทุกบทบาททุกครั้งที่พี่หม่ำมากองผมจะเห็นและรู้สึกได้เลยว่าเขามีความสุขที่ได้ช่วยในการดีไซน์ ในการออกแบบการแสดงเพื่อทำทุกอย่างให้มันชัดขึ้น ถึงแม้เขากับเซกิจะมีปัญหาเรื่องภาษาในการสื่อสาร แต่ใครจะไปคิดว่า ‘บอดี้การ์ดแดนปลาดิบ กับ กะเทยแดนปลาร้า’ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ไม่น่าจะเข้ากันแต่กลับเข้ากันได้อย่างลงตัว ทำให้หลายๆซีนที่เราต้องการนำเสนอความเป็นคู่แรดในหนังเรื่องนี้ถูกถ่ายทอดออกให้คนดูรู้สึกได้ ทั้งในส่วนที่คอเมดี้หรือแอ็คชั่น อย่างซีนที่เซกิต้องอุ้มพี่หม่ำหนีผู้ร้าย ซึ่งเราถ่ายแถวสะพานคลองหลอด ไหนเซกิจะต้องอุ้มพี่หม่ำ วิ่ง ไล่ยิงปืนกับผู้ร้าย ซึ่งเป็นฉากรับรองว่าขำมาก ตอนถ่ายทำพี่หม่ำจะต้องมีแอ็คติ้งเกาะแข้งเกาะขา ซึ่งในตอนถ่ายพี่หม่ำเองก็กลัวเอฟเฟ็คต์ ส่วนเซกิต้องสะบัดพี่หม่ำ หรือซีนที่เขาเจอกันครั้งแรกเซกิต้องขับรถดริฟท์วนรอบพี่หม่ำอยู่ทั้งวัน แล้วพี่หม่ำต้องจ้องตาเซกิ เหมือนรักแรกพบ ซึ่งถ่ายอยู่ 2 วน เซกิขับวน 30-40รอบ พี่หม่ำเองแกก็ได้ยินเสียงรถแล้วก็กลัว แถมเซกิต้องยิงปืนใส่ผู้ร้ายไปด้วยขับรถไปด้วย

ตลอดระยะเวลาในการถ่ายทำ ทั้งคู่พยายามที่จะสื่อสารด้วยกัน เซกิเองเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างคำบางคำ พี่หม่ำก็พยายามอธิบายโดยการใช้แอ็คติ้งบ้าง ใช้ท่าทางบ้างในการคุยกับเซกิเพื่อให้เกิดความสนิทสนม เพื่อให้เหลี่ยมของการแสดงนั้นเข้ากันได้ดี สองคนนี้เขาจะมีทั้งเทคนิค ทั้งแทคติกทุกอย่างเพื่อให้จังหวะของตัวละครสองตัวเป็นอะไรที่ลงตัว พอเข้าฉากด้วยกันบ่อยขึ้น ขนาดว่าพี่หม่ำยังไม่ได้พูดอะไร แค่พี่หม่ำแสดงท่าทางเซกิก็ขำนั้นคือความเป็นคอเมดี้ที่อยู่ในตัวพี่หม่ำ

พี่หม่ำมีการส่งซิกในหลาย ๆ ครั้งเวลาถ่ายทำ รวมไปถึงการคิดมุกให้เซกิ คือเขาจะไม่คิดเองชงเองเล่นเองคนเดียว พี่หม่ำจะมีมุมมองหรือทิศทางในการสร้างอารมณ์ขันตรงนี้ขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงกัน คิดมาให้คนอื่นเล่น หรืออย่างบางทีเซกิอยากเล่นมุกบ้างแต่พี่หม่ำห้ามไว้ว่าไม่ได้ทำหล่อไปอย่างเดียวเลยเดี๋ยวเรื่องขำเขาจัดการเอง

ส่วนเซกิ เป็นนักแสดงที่มีความสามารถอนาคตไกล ถึงเค้าเป็นคนญี่ปุ่นแต่พยายามศึกษาภาษาไทย พยายามเรียนรู้ พยายามฝึกฝน เพื่อให้หนังออกมาดีและสมบูรณ์ เซกิ เราเห็นแต่ละวันที่เป็นพัฒนาการของเขาตั้งแต่วันแรก เห็นเขาซ้อม หรือกลับไปซ้อมที่บ้าน พอเห็นการถ่ายทำที่ออกมาแล้ว มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลย จนเราเองก็ไมคิดเลยว่าเขาจะมีพัฒนาการขนาดนี้ สำหรับผมในหนังเรื่องแรกอย่างคู่แรด เซกิเขาทำได้และสอบผ่านครับ”


Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Reviewed by admin on 21 ตุลาคม 2018