Login | Register
Forgot your password?

A password will be emailed to you.

Our Rating
Your Rating

คู่แรด

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

แต่งหน้า ทาปาก ใส่วิก สวมชุดรัดรูป ห้อยสลิง ยิงเอฟเฟ็คต์

ทุกสิ่งที่ “หม่ำ จ๊กมก” ไม่ชอบ ในการเป็น “กะเทยสุดแรด” แต่ต้องทำ

…แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ โจ นพรัตน์ ผู้กำกับ “คู่แรด” ใช้พลังที่มีทั้งหมดทั้งความคิด หยาดเหงื่อ ความตั้งใจจากสองมือหว่านเมล็ดงานลงไปกลับส่งผลให้เกิดเนื้องานงอกเงยขึ้นมาได้อย่างคุ้มค่าเหนือกว่าที่คาดเลยทีเดียว เพราะนอกจากขั้นตอนการเมคอัพ แต่งหน้า ทาปาก ใส่วิก ที่ซุปเปอร์สตาร์อย่าง “หม่ำ จ๊กมก” โบกมือล่ำลาขออย่าได้เข้ามาเฉียดในชีวิตการทำงานแล้ว เซอร์ไพรส์ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่อง “คู่แรด” ส่งผลให้ “หลากหลายเงื่อนไขต้องห้าม” ที่นอกจากไม่ชอบ ไม่สันทัด ไม่อยากทำ ล้วนเกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้แทบทั้งสิ้น ตั้งแต่การที่ต้องสวมชุดกะเทยนับ 10 ชุด รวมไปถึงชุดบิ๊กโชว์สุดอลังการที่มีเครื่องทรงองค์เอวตามสไตล์อัลคาซ่าร์ซึ่งทั้งร้อนและรัดรูปมาก ๆ หรือแม้แต่การที่ต้องแสดงโดยมีอุปกรณ์สลิงและเอฟเฟ็คต์เข้ามาเกี่ยวข้อง

“อย่างที่บอกว่าหลากหลายสิ่งที่โดยส่วนตัวแล้วถ้าใครได้ทำงานร่วมกับพี่หม่ำจะรู้เลยว่า เอฟเฟ็คต์ สลิง แต่งหน้า ทำผม แต่งตัว เลี่ยงได้พี่หม่ำขอเลี่ยง แต่กลับกลายเป็นว่า พอถึงที่สุดแล้วพี่หม่ำยอมทำทั้งหมดเลยในหนังรื่องนี้ อย่างบางฉากเราก็ถามแกว่าพี่หม่ำไหวไหม แกก็จะมองหน้าเรา 2 วิ แล้วแก ก็บอกว่าถ่ายจริงเลยนะ แกก็ถ่าย หรือซีนรถกระบะทั้งคันแล่นข้ามหัว ผมก็บอกแกว่าไม่ต้องห่วงพี่หม่ำซีนนี้เราถ่ายบลูสกรีนนะเดี๋ยวเอารถไปแม็ทซ์ แต่ปรากฏว่าลองถ่ายบลูสกรีนดูแล้วมันไม่รอด ก็เลยบอกแกว่าผมลองดูแล้วมันไม่ดี ผมจะเอาเครนมายกรถข้ามหัวพี่หม่ำจริงนะ แต่พี่หม่ำต้องแหงนหน้ามองรถด้วยนะ ไหวไหมพี่ แต่เราตั้งเครนแล้วไง เราเอาแกขึ้นไปยืน แกก็มองหน้าผม 2 วิ แล้วบอกว่าถ่ายจริงเลยนะ คือเห็นสีหน้าแล้วแกกลัว หรืออย่างสตั้นท์คาร์ที่ต้องขับรถดริฟท์วนรอบตัวแกหลายสิบรอบมากเนี่ยะ พอตอนถ่ายขับรถวนรอบตัวแก แกถ่ายอยู่หน้ากอง แต่พอเสียงรถเบรกเอี๊ยด หันไปปรากฏว่าแกวิ่งไปอยู่หลังกอง ตอนไหนไม่รู้ไกลมาก คือแกบอกใครจะอยู่ก็อยู่ (หัวเราะ)”

…ในฐานะผู้กำกับแล้ว คงจะไม่มีความรู้สึกอื่นใดที่มีค่าและมีความหมายเท่ากับการที่รู้ว่านักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับตัวละครที่เขามีส่วนสำคัญในการพัฒนาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ผมดีใจนะที่รู้ว่า พี่หม่ำแกกลับไปบ้านแล้วก็ยังแอบซ้อมบท ซ้อมแอ็คติ้งการเป็นกะเทยต่อที่บ้าน ถึงขนาดเมียแกเริ่มสงสัยว่าพี่หม่ำเปลี่ยนไปรึเปล่า ทำไมเปลี่ยนได้ขนาดนี้ หรือทุกครั้งในตอนถ่ายทำไม่ว่าจะเป็นออฟซีน หรือสั่งคัทแล้ว แกก็ยังมีความเป็นลิลลี่อยู่ แกก็อุ๊ยคัทแล้วเหรอ ซึ่งปกติพี่หม่ำไม่เป็นแบบนี้ นั่นแสดงว่าพี่หม่ำแกอินมาก เวลาไปพากย์หรือลงเสียงเพิ่ม มือไม้ หน้าแกก็ไป คือแกจะอินมาก ถ้าเกิดเป็นนักแสดงที่ไม่อินหรือไม่เชื่อหรือไม่เป็นจริงๆ จะเล่นไม่ได้ทุกเม็ดขนาดนี้ ทุกฉากทุกซีนที่แกเข้าฉากกับคนคนอื่น แกก็จะมีลูกหยอด ลูกเล่น แต่ไม่ได้เป็นแบบหม่ำ แต่เป็นกะเทยแบบลิลลี่ เพราะถ้าเกิดเป็นพี่หม่ำคิดในแบบที่เป็นผู้ชายอย่างเรา ก็คงจะไม่ได้คิดมีลูกหยอด ต่อปากต่อคำออกมาขนาดนี้ แต่พอเป็นลิลลี่ปุ๊บ มันก็จะมีช่องทางการคิด การพูดการแสดงในแบบที่เป็นของลิลลี่ แต่พี่หม่ำแสดงเป็นลิลลี่ ที่ไม่ใช่พี่หม่ำเล่นเป็นพี่หม่ำ นี่คือสิ่งที่แปลกและใหม่ของหนังเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นส่วนที่ดีที่เกิดขึ้นอยู่ในหนังเรื่องนี้ ผมยกเครดิตให้พี่หม่ำไปหมดเลยนะ เพราะตลอดการทำงานที่ผ่านมาผมไม่ได้รู้สึกว่าผมเก่ง แต่ผมต้องใช้พี่หม่ำ ผมต้องใช้ความสามารถของพี่หม่ำแทบทั้งสิ้นเลย เพราะหน้าที่ของเราคือการพานักแสดงไปยังทิศทางของหนังที่เราจะต้องนำเสนอออกมาให้ได้ แต่ส่วนอื่นๆเราคงคิดคำพูดให้พี่หม่ำไม่ได้ มุกต่างๆ แอ็คติ้งต่างๆ ไดอาล็อค ที่มันเกิดขึ้น เราบอกแนวทางของเรื่องได้ แต่ความคิดสร้างสรรค์ที่มันเกิดจากการที่พี่หม่ำทำการบ้านและอินกับความสนุกสนานของตัวละครตัวนี้เกิดจากตัวพี่หม่ำเองเต็ม ๆ”


Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Reviewed by admin on 21 ตุลาคม 2018