ก้องตะวัน

เพ็ญพิมลภาพยนตร์ จัดสร้าง
ภาพยนตร์ชั้นดีที่ดีเด็ด เผ็ดแท้
ยอดแห่งความแน่ ที่เกินค่า…เหนือชั้น
พยุง จอมพิทักษ์
เสนอผลงานที่สรรแล้วประจำปี 2517
คัดเลือกด้วยความมั่นใจ
ก้องตะวัน THE SOUND OF SUN
ของ
เพ็ชร บางกอก

ก้องตะวัน
ซูเปอร์เทคนิคสโคป สีเทคนิค
เผ็ดมัน ร้อนระอุ ดื่มด่ำประทับใจ ในชีวิตการแสดงของ
ยอดชาย เมฆสุวรรณ ภาวนา ชนะจิต มานพ อัศวเทพ
ร่วมด้วย เทพ เทียนชัย, ราชันย์ กาญจนมาศ, โดม สิงห์โมฬี,
พิภพ ภู่ภิญโญ, โขมพัสตร์ อรรถยา, สีนิล, เดชา,
บดินทร์, ศธิรัตน์, เนตรแก้ว
ขอแนะนำดาวรุ่งเด็กวัย 3 ขวบ
ด.ญ.ศันสนีย์ พิศนาคะ

“จิตตพร” กำกับบท
เจษฎา ถ่ายภาพซูเปอร์เทคนิคสโคป
เพ็ญพิมล อักขระกุล อำนวยการสร้าง
พยุง จอมพิทักษ์ กำกับการแสดง
ช.พิริยะฟิล์ม และ เพ็ญพิมลภาพยนตร์ จัดจำหน่าย
*ใบปิดวาดโดย บรรหาร

เรื่องย่อ ก้องตะวัน

เกียรติ (ยอดชาย) พาดาวใจ (ภาวนา) ผู้เป็นภรรยาซึ่งแต่งงานกันได้เพียง 7 วัน เดินทางมาพร้อมกับ อ่วม (เทพ เทียนชัย) คนคุ้นเคยจากบ้านเดิมต่างจังหวัด การเดินทางครั้งนี้เป็นรถเก่งเก่า ๆ คันหนึ่ง พอมาถึงทุ่ง “ก้องตะวัน” บังเอิญรถเสีย ทั้งยังเกิดวิปริตด้วยปรากฏการณ์เหมือนธรรมชาติอีกด้วย นั่นคือทุกคนได้ยินเสียงกึกก้องมาจากดวงตะวันที่ลอยเด่นอยู่เหนือขุนเขาลูกหนึ่ง ทุกคนประหลาดใจมาก มีชาวบ้านคนหนึ่งผ่านมาพอดี (ราชันย์) กล่าวว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้นาน ๆ ครั้ง จะเกิดขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง ใครได้ยินเข้าก็มักจะต้องเกิดเหตุประหลาด ๆ เสมอในชีวิต และต้องการดิ้นรนกันไปอีกนาน ข้อสําคัญก็คือจะต้องกลับคืนมาสู่ ทุ่ง “ก้องตะวัน” เสมอ

ทุกคนเมื่อได้ฟังดังนี้ ก็ไม่มีใครสนใจนัก เพราะทั้งเกียรติทั้งดาวใจต่างก็มีแง่งอนกันอยู่มากด้วยเหตุที่ถูกบังคับให้แต่งงานกันจากผู้ใหญ่นั่นเอง ถึงจะถูกส่งตัวเข้าหอแล้วก็ตามยังไม่เคยร่วมเตียงเดียวกันสักครั้ง เกียรตินั้นพอแต่งเสร็จก็รีบเดินทางไปรับตําแหน่งผู้จัดการบริษัททันที ดาวใจผู้เป็นภรรยาจึงจําเป็น จะต้องตามมาด้วยทั้ง ๆ ไม่เต็มใจ พร้อมกันนั้นก็พ่วงเอาเจ้าอ่วมเด็กบ้านเดียวกันติดสอยห้อยตามด้วยความจงรักภักดี

เมื่อรถเสียเกียรติก็แก้ไม่สําเร็จ อ่วมเข้าช่วยส่งเดช เลยทําให้เครื่องยนต์ติดขึ้นมาได้โดยบังเอิญ ทําให้ดาวใจประชดประชันเกียรติยกใหญ่ บอกว่าปริญญาโททางวิศวะไม่ได้ทําอะไรให้ดีขึ้นเลย สู้เจ้าอ่วมเด็กไม่มีดีกรีไม่ได้ แต่ รถเจ้ากรรมก็เป็นไปในทางดีพักเดียวก็เสียอีก เดือดร้อนเจ้าอ่วมต้องเข็ญมาด้วยความยากเย็นเพราะมืดค่ํา มีโรงแรม เก่า ๆ ในชนบทแห่งนั้น พอดีจึงตกลงต้องพักกันที่นี่คืนหนึ่ง

เจ้ากรรมอีกนั่นเอง โรงแรมแห่งนี้เหลือห้องว่างโทรม ๆ ห้องเดียวเท่านั้น ดาวใจเล่นแง่อีกไม่ยอมพักด้วย จะนอนในรถเก๋ง ปล่อยให้เกียรตินอนในห้องพักคนเดียว แต่ด้วยความว้าเหว่ทนตบยุงไม่ไหว ดาวใจก็เปลี่ยนใจไปพักร่วมห้องกับเกียรติอีก แต่มีข้อตกลงกันว่า ดาวใจจะต้องนอนบนเตียงแต่ผู้เดียว เกียรติต้องไปนอนที่อื่นแม้จะเป็นในห้อง เดียวกัน เกียรติตกลงทุกอย่าง พอตกดึกยิ่งขึ้นดาวใจระแวงเกรงกลัวเกียรติจะเข้ามาปลุกปล้ําจึงไม่ยอมนอน มานั่งสัปหงกบนเก้าอี้ เกียรติเองทนยุงรบกวนไม่ไหว เห็นใต้เตียงนอนมีผ้าปูที่นอนคลุมลงมาจรดพื้นก็งัวเงียเข้าไปนอนในนั้น พอดีมีเสียงสุนัขเห่าหอนขึ้น ดาวใจตกใจเกรงกลัวมาก ไม่พบเกียรติก็ยิ่งหวาดมากขึ้น พอดีเกียรติจับขาที่วิ่งวกไปวนมารอบ ๆ เตียงเอาไว้ได้ดาวใจก็ตกใจเกือบช็อค หาว่าเป็นแผนของเกียรติที่จะคิดไม่ซื่อกับตน ตกลงเลยไม่มีใครยอมนอน ต่างตบยุงกันจนสว่าง อ่วมอยู่ข้างนอกห้องคิดว่าเจ้านายทั้งชายหญิงเข้าใจกันได้ แต่มีความรุนแรงอยู่บ้าง ก็ดีใจมาก

รุ่งขึ้น เกียรติก็ต้องใช้รถอื่นมาลากจูงรถเก๋งเก่า ๆ ของตนออกไปจากที่นั้น ท่ามกลางความขวางหูขวางตาของ ดาวใจ

ที่กรุงเทพ บ้านพักที่เกียรติเช่าอยู่ในฐานะปานกลางนั้น บ้านข้างเคียงเป็นบ้านนายแพทย์หนุ่มชื่อวุฒิ มีภรรยา ชื่อวรรณา หมอวุฒิมีบุคลิกเหมือนพวกโก๋ ๆ นิด ๆ มีคลีนิคส่วนตัว ไม่ได้รับราชการ เกรงกลัววรรณา (ศธิรัตน์ สินธุรงค์) ราวกับหนูกลัวแมว ต้องอยู่ในโอวาทของวรรณาตลอดมา วรรณาเลยได้ใจดุหมอวุฒิ (เดชา บดินทร์) เป็นกิจวัตร แต่ครอบครัวของหมอวุฒิกับเกียรติ มีอะไรก็ ปรับทุกข์กันเสมอ ช่วยเหลือกัน หมอวุฒิทราบดีว่าเกียรติกับดาวใจแต่งงานกันแล้วก็เหมือนขมิ้นกับปูน จึงพยายามไกล่เกลี่ยให้คืนดีกันเสีย ยิ่งทราบว่าทั้งคู่ยังไม่เคยได้เสียกันด้วยก็เลยคิดมากที่จะช่วยเหลือ มีเจ้าอ่วมเป็นผู้คอยส่งข่าวคราวเสมอ ๆ หมอวุฒิ เลยทราบอะไรดี ๆ ยิ่งขึ้น

ดาวใจเอาแต่เที่ยวเตร่ทุกวัน ทั้งไปกับวรรณาและเพื่อนฝูงอื่น ๆ เสมอ เกียรติก็ไม่เคยว่ากล่าว เพราะเกรงใจ และรักใคร่ดาวใจมาก วันหนึ่งเกียรติกลับบ้านแต่วัน จึงกลับบ้านก่อนเวลางานเลิก ไม่พบดาวใจตามเคย พบแต่เจ้าอ่วมข้าเก่าเต่าเลี้ยงดาวใจที่อยู่กับพ่อมานาน เกียรติเกิดเป็นไข้ตัวร้อนจนกระทั่งกลางคืน ดาวใจก็ยังไม่กลับ เจ้าอ่วมไปตามหมอวุฒิมาตรวจดูอาการรักษาพยาบาล พอดีดาวใจกลับมาจากไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ มามอง ๆ เกียรติอย่างเสียไม่ได้ในห้องส่วนตัว ที่ต่างก็แยกกันอยู่มาตลอดระยะเวลาแต่งงานกัน ดาวใจเห็นเกียรติเพ้อถึงตน ต่าง ๆ ว่ารักตนยังงั้นอย่างงี้สารพัดก็ออกมาข้างนอก พบหมอวุฒิกับเจ้าอ่วมเข้าอีก ต่างปรับทุกข์กันเรื่องดาวใจกับเกียรติ เจ้าอ่วมอยากให้หมอช่วยเรื่องดาวใจ ให้รักเกียรติ หมอก็รับปากคิดกลอุบายขึ้น ไปบอกดาวใจว่าเกียรติกําลังจะเข้าขั้น โคม่า เป็นโรคชนิดหนึ่งร้ายแรงมาก หนึ่งในพันคนที่จะเป็นกัน ผู้ชายมีภรรยาแล้วไม่ได้ใกล้ชิดภรรยา ไม่เคยร่วมเตียงเดียวกันเช่นนี้มันทรมานเกียรติเข้าขั้นร้ายแรง ทั้งนี้ทางที่ดีจะต้องมอบความเป็นภรรยาให้เกียรติเสีย ไม่เช่นนั้นเกียรติจะต้องตายเด็ดขาด ดาวใจตกใจมาก รีบมาดูอาการเกียรติอีก เห็นเกียรติเพ้อเจ้อ ขนาดหนักจึงลืมตัวนั่งลง ประคับประคอง เอาผ้าชุบน้ํามาลูบไล้ ใบหน้าเกียรติๆ กําลังเพ้อก็จับมือถือแขนดาวใจไปตามเรื่อง การเพ้อด้วยความจริงใจนี้เอง ดาวใจก็ใจอ่อน เกิดความสงสารและรักเกียรติขึ้นมาทันที ถึงกับน้ำตาคลอที่เห็นเกียรติรักตนจริง และ เสียใจที่ตนก็ทรมานเกียรติเสียเป็นนานสองนาน จากนั้นมาทั้งคู่ก็รักกันปานจะกลืนกิน

เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปหมด เมื่อเกิดความรักขึ้น ดาวใจไม่ไปไหนกับวรรณาอีกเลยถ้าไม่จําเป็น บางครั้งถึงกับเกิดการไม่พอใจกันขึ้น เพราะวรรณามีแง่งอนมาก ตกหนักที่หมอวุฒิ สามีรับเคราะห์เป็นที่ระบายอารมณ์ของ วรรณาทุกครั้ง แล้วเกียรติกับดาวใจก็มีบุตรสาว ที่น่ารักคนหนึ่งจนได้

ต่อมาโดม (โดม สิงหโมฟี) ผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทที่เกียรติเป็นผู้จัดการอยู่ก็มีเรื่องจําเป็นมาก อาศัยทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมานานก็ทําให้โดมขอความช่วยเหลือจากเกียรติ นัดเกียรติไปรับประทานอาหารกันในที่แห่งหนึ่ง โดมต้องการเงินเพื่อแก้ปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้น เกียรติก็รับปากจะช่วย นอกจากนั้นโดมยังแนะนําให้เกียรติรู้จักกับโลมลักษณ์สาวทรงเสน่ห์ผู้เป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ด้วย พอดีเกียรติเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยเคยชินกับเหล้าบาร์เท่าไรนัก จึงมีนเมาเกินขนาด โลมลักษณ์เองก็ป้อนไม่ได้หยุด ทุกคนจึงฟุบกับโต๊ะไปหมด โลมลักษณ์พาเกียรติเข้าไปพักผ่อนในห้องส่วนตัว พอดีฝนตกลงมา เกียรติจึงเคลิ้มไปคิดว่าโลมลักษณ์เป็นดาวใจเกิดได้เสียกันที่ นี่อย่างมัวเมาไม่ตั้งใจ

ดาวใจเฝ้าคอยเกียรติอยู่ทางบ้าน ด้วยความเป็นห่วงจนรุ่งเข้าวันใหม่ เกียรติก็ตื่นเช้าเช่นเดียวกัน เห็นเป็นห้องส่วนตัวของโลมลักษณ์ ไม่ใช่ดาวใจก็ตกใจมาก ดาวใจโทรศัพท์ไปหาเกียรติที่สํานักงานก็ทราบว่าเกียรติไม่ ได้ไปทํางานทั้งวัน เกียรติกลับมาจนค่ํามืด อ้างว่าไม่สบายเมามาก ต้องค้างบ้านเพื่อน ดาวใจก็ไม่ว่ากระไร คิดว่าเป็นเรื่องจริง

เหตุการณ์เป็นเช่นนี้อีกหลายต่อหลายครั้ง แต่ละครั้งเกียรติก็อ้างความจําเป็นต่าง ๆ นานา และกลับดึกยิ่งขึ้นทุกที โดมยิ่งกระทุ้งหนักยิ่งขึ้นว่าโลมลักษณ์ (วาสนา) นั้นบ่นหารักใคร่เกียรติมากมาย มีธุระอยากพบเกียรติอีก พอ เกียรติไปหาโลมลักษณ์ก็เอ่ยปากให้ช่วยเรื่องเงินทองตามเคย เป็นเงินก้อนใหญ่ทีเดียว เกียรติรับปากรับคําเป็นอันดี

คืนต่อมาดาวใจเอาลูกสาวเข้านอน นั่งคอยเกียรติ เจ้าอ่วมก็เป็นเพื่อนด้วย เดากันไปต่าง ๆ จนดึกดื่น เกียรติกลับมาพร้อมโลมลักษณ์ ด้วยความเมามายอย่างยิ่ง วาสนาหรือโลมลักษณ์วางท่ากับดาวใจอย่างที่สุด ดาวใจคิดไม่ถึงก็ตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้น แล้วเกียรติก็เอาฤทธิ์แห่งความเมานั้นประพฤติ ออกมาอย่างหยาบช้า ด้วยการพาโลมลักษณ์ไปนอนบนเตียงวิวาห์ของตน ดาวใจจะห้ามอย่างไรเกียรติก็ไม่ยอมฟัง จึงได้แต่ร้องไห้ด้วยความเจ็บช้ำอย่างแสนสาหัส

ดาวใจไม่มีอะไรดีไปกว่าจากไปเสีย ดังนั้นรุ่งเช้าจึงขึ้นรถแท็กซี่ไป พร้อมกับเจ้าช่วมกับลูกสาว เพื่อไปอาศัยอยู่กับบ้านของเฉย (สีนิล) เพื่อเดินทางต่อไปอีก และว่าไม่ต้องการกลับไปบ้านเดิมเพราะไม่ต้องการให้ชาวบ้านแถบนั้นตราหน้าว่าผัวทิ้งอยู่ไม่ได้ เจ้ากรรมเสียจริง ๆ นายเฉยขี้เมาที่เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของพ่อจากชนบทแต่มาอยู่ที่กรุงเทพเกิดทรยศขึ้น เข้าหาจะกระทํามิดีมิร้ายดาวใจจึงอยู่ที่นี่ไม่ได้อีก ต้องเดินทางต่อไปทันทีพร้อมเจ้า
อ่วมกับลูกสาวของตน

ย้อนกลับมาที่ห้องอาหารของโลมลักษณ์ เกียรติ หมอวุฒิ วรรณา โลมลักษณ์นั่งรับประทานอาหารกันอยู่ หมอวุฒิเตือนเรื่องการดื่มของเกียรติว่ามากนักไม่ดี จะทําลายสุขภาพ เกียรติก็ว่าตนเองเป็นคนผิดดาวใจจึงหนีจากตน
ไป แต่วรรณาก็พูดทํานองว่าพลาดจากดาวใจเกียรติก็มีโลมลักษณ์ สวยมีเสน่ห์ ยิ่งกว่าเป็นไหน ๆ

พอหมอวุฒิกับวรรณาจากไปก่อน โลมลักษณ์ก็เอ่ยถามเรื่องเงินทุนที่เกียรติบอกว่ายังขัดข้องอยู่ โลมลักษณ์ไม่พอใจนัก ระหว่างนี้เอง โดมติดตามชายแปลกหน้าผู้หนึ่งเข้ามา เกิดการโต้เถียงกันขึ้น แล้วโดมก็ฆ่าชายคนนั้นเสียด้วยปืนเก็บเสียง ให้สมุนลากตัวเอาออกไป เกียรติเห็นเข้าเกือบหายเมา โดมเห็นดังนั้นก็สํารวมกิริยาเอาไว้ ไม่สบายใจ เกียรติเป็นผู้รู้เห็นการกระทําของตน พอที่พนักงานบริษัทที่เกียรติทํางานอยู่เข้ามาหา เอาจดหมายผู้อํานวยการส่งให้เกียรติไปหา ผู้อํานวยการบริษัท ได้รับคํากล่าวหาว่าความผิดของตนนั้นใหญ่หลวงนัก เพราะเรื่องเงินที่ขาดบัญชีไปมากถึงสี่แสนเศษ จึงให้พิจารณาตนเอง แต่จะไม่เอาเรื่องให้ถึงโรงศาล เพราะเกียรติเป็นคนดีมาก ไม่เคยประพฤติเสื่อมเสียมาก่อนนั่นเอง

หนังสือพิมพ์ลงข่าวเกรียวกราว เกียรติจึงต้องหลบหน้าจากสังคม มาหาโลมลักษณ์ที่ห้องอาหาร โลมลักษณ์เห็นว่าเกียรติไม่มีอะไรดีอีกแล้ว จึงเปิดเผยว่าตนไม่ได้รักใคร่เกียรติ นอกจากเงินเท่านั้น เกียรติตบหน้าโลมลักษณ์ ต่อว่ามากมาย โดมจึงเข้ามาห้าม แสดงตนว่าเป็นสามีลับ ๆ ของโลมลักษณ์เสียอีก เกียรติโมโหหนักขึ้นชกโดมคว่ำไป แต่ตนก็ถูกสมุนของโดมเล่นงานเสียสลบเหมือด โดมสั่งให้เอาไปเก็บข้างนอก สมุนจึงเอาร่างเกียรติใส่รถไปทิ้งข้างทาง เปลี่ยว กลับมาโดมถามว่าเกียรติตายแล้วหรือ พอรู้ว่าพวกของตนไม่ได้ฆ่าเกียรติก็หัวเสีย สั่งให้ออกล่าทันทีเพราะเกียรติรู้ความลับที่ตนเป็นมือฆ่าคนอื่นนั้น ถ้าไม่เก็บเกียรติอาจจะเป็นต้นเหตุ ให้โดมต้องเข้าตารางไปง่าย ๆ

ทางฝ่ายดาวใจหอบลูกสาวมาที่ไร่ของมนตรี (มานพ) ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของตน มนตรีผู้นี้เองเป็นผู้ที่หลงรักดาวใจมานานแล้ว แต่ดาวใจเกิดไปแต่งงานกับเกียรติจนได้ มนตรีเห็นดาวใจเข้าก็ดีใจ บอกว่าเหินห่างดาวใจไปมาก ทั้งวันแต่งงานก็ไปไม่ได้เพราะไปดูการเกษตรที่ไต้หวัน พอทราบว่าดาวใจพลัดพรากจากเกียรติเข้าก็สลดใจแทน รีบอุปการะไว้ทันที ดาวใจบอกว่าไม่ ต้องการกลับไปบ้านเดิม เพราะอับอาย ขายหน้าพวกพ้องที่สามีไปมีเมียน้อย

อ่วมมาพบเนตรแก้ว (เนตรแก้ว แววสุดา) เด็กสาวที่เป็นผู้รับใช้ที่บ้านของมนตรี อ่วมถูกใจเนตรแก้วพอใช้ อ่วมเองก็หลงรักเนตรแก้ว จึงเกิดการพิถีพิถันในการแต่งกายมากขึ้น เอาอกเอาใจเนตรแก้วต่าง ๆ นานา
ทางฝ่ายเกียรติกลับเป็นคนละคน เปลี่ยนชื่อตัวเองว่าก้าน หลบจากสังคมกรุงเทพมาสมัครงานที่โรงงานหินอ่อนแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีตําแหน่งใดว่าง มีอยู่ เพียงคนขับรถ เกียรติต้องการประชดประชันตนเองจึงสมัครทันที พักอยู่กับคนงานอีกคนหนึ่งชื่อ ใหญ่ ยอดเยี่ยม (ศักดิ์ ศรีภูมิ) วันหนึ่งเกียรตินํารถมาล้างที่บริเวณหนึ่งของทุ่ง “ก้องตะวัน มองมาอีกทางก็จําได้ว่าเป็นสถานที่เดียวกับที่ตนเคยพาดาวใจกับอ่วมมารถเสียอยู่

ค่ําวันนั้น ดวงตะวันกําลังสาดแสงแรงร้อนยิ่งตรงขุมเขาสูง มีเสียงคํารามกึกก้องอย่างที่เคยได้ยินมาแล้ว เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ เกียรติคิดถึงดาวใจ คิดถึงลูกสาวที่น่ารัก อดีตที่ตนสร้างมา ทําความผิดหวังแก่ดาวใจ ทางฝ่าย ดาวใจก็คิดถึงเกียรติ มนตรีเท่านั้นเป็นผู้ ปลอบโยนให้คลาย ทุกข์ ดาวใจยิ่งเห็นลูกสาวก็ยิ่งคิดถึงความหลัง คิดถึงเกียรติ ไม่อาจจะกลั้นน้ำตา เอาไว้ได้

เช้าวันหนึ่งมนตรีขับรถพาดาวใจไปตรวจดูไร่ทางหนึ่ง พบเกียรติล้างรถอยู่คนเดียว ดาวใจเห็นเกียรติ แต่มนตรีไม่รู้จักเกียรติ ดาวใจจึงกับเสแสร้งให้มนตรีรีบหยุดรถ บอกมนตรีว่าผู้ชายคนนี้เหมือนคนรู้จักกัน แต่แล้วก็ให้มนตรีรีบกลับ มนตรีสงสารดาวใจมาก เข้าใจว่าดาวใจคิดมากเรื่องเกียรตินั่นเอง แล้วจึงพาดาวใจไปไหว้หลวงพ่อโสธรที่ตนเคารพนับถือ ดาวใจไหว้หลวงพ่อโสธรไปก็ร้องไห้ไป มนตรีจึงพากลับบ้าน ก่อนถึงไร่ของตนก็พบเกียรติรถเสีย อยู่ ริมทาง มนตรีเข้าช่วยเหลือ เกียรติจึงเห็นดาวใจ ตื่นเต้นมากหวังคืนดีด้วย แต่ดาวใจเกิดทิษฐิมานะบอกว่ามีคู่ใหม่แล้วคือมนตรี เกียรติไม่มีทางคืนดีในชาตินี้ ว่าแล้วก็จากไป เกียรติเสียใจมาก มนตรีต้องตกบันไดพลอยโจน

ที่ไร่ของมนตรีในเวลาต่อมา มนตรีซักถามดาวใจเป็นการใหญ่ รู้ดีว่าเกียรติเป็นสามีดาวใจแน่นอน ต้องการให้ดีกันเสีย แต่ดาวใจปฏิเสธแล ร้องให้ท่าเดียว บอกแต่ว่าปวดหัวใจมามากนักหนาทั้งเจ็บใจที่เห็นว่าเกียรติมอง ตนเป็นหญิงไร้ค่าเกินไป ลูกสาวดาวใจออกมาพบเข้าก็ซักถามเป็นการใหญ่ พอรู้ว่าพบพ่อก็ดีใจตามประสา อ่วมก็ดีใจ ตามไปด้วย

เกียรติกลับบ้านพักก็ซักถามใหญ่ ถึงมนตรี ใหญ่บอกว่าดูเหมือนมนตรีได้เมียสวยแล้วตอนนี้ มีลูกสาวติดตามมาด้วย คนลือกันอย่างนี้ ทําให้เกียรติเกือบเป็นบ้าตาย แล้วเกียรติกพบลูกสาวของตนวิ่งเล่นอยู่ พ่อลูกต่างพบกันก็ดีใจจนพูดไม่ถูก กระทั่งลูกสาวของตนเหนื่อยอ่อนนอนหลับอยู่กับตัก ทางดาวใจเห็นลูกสาวหายไปก็เป็นห่วงออกตามหา พบลูกสาวเดินมาคนเดียวก็ซักถาม ลูกสาวบอกว่าพบพ่อทางโน้น ดาวใจได้แต่ ร้องไห้ อ่วมซึ่งตามมาด้วยก็ตื่นเต้นที่จะพบนายผู้ชายคือเกียรติ แล้วอ่วมก็แอบพาลูกสาวเกียรติให้มาพบกันเรื่อย ๆ ด้วย การปกปิดดาวใจ พอจะบอกเรื่องดาวใจ ไม่ได้เป็นภรรยาของ มนตรี ก็มีอันเป็นต้องมีเหตุการณ์มาขัดจังหวะ เกียรติเลย เข้าใจผิดต่อมาอีก

ต่อมาเกียรติพบลูกสาวของตนเอง ที่บริเวณทุ่ง “ก้องตะวัน” ที่เคยมาพบ กันบ่อย ๆ ลูกสาวนอนตักพ่ออีก ดาวใจตามมาพบด้วยตนเองก็แค้นมาก ต่อว่า เกียรติต่าง ๆ พอดีลูกสาวของตนเดินข้ามสะพานไม้พลาดตกลงมาเกียรติจะตรงเข้าช่วย ดาวใจห้ามเอาไว้บอกว่าอย่าแตะต้องตัวลูกสาวของตน คนที่ไม่บริสุทธิ์ จงอย่าทําความ แปดเปื้อนกับทารกไร้เดียงสาเช่นนี้

มนตรีร้อนใจมาก มาทําความตกลงกับเกียรติเรื่อง ดาวใจ ไม่ได้เป็นอะไรกับมนตรี แต่เกียรติไม่ฟัง เข้าใจว่ามาเยาะเย้ยมากกว่า เกิดการชกต่อยกันขึ้นอย่างขนานใหญ่ เกียรติถึงกับตั้ง ใจจะฆ่ามนตรีทีเดียวด้ยววิธีการแยบยล พอดีโดมตามมาพบใช้ปืนยิงเกียรติ มนตรี จึงพาเกียรติหลบหนีไปตามภูมิประเทศที่คนชํานาญมากกว่า โดมยิงเกียรติกับมนตรีจนลูกกระสุนปืนหมดก็รีบหนีขึ้นจี๊ปเล็ก มนตรีเองก็ถูกพรรคพวกของโดม โดมตีกบาลฟุบไปอีกทาง โดมกับเกียรติจึงชกต่อยกันบนรถจี๊ป เกียรติตกลงมาจากรถจี๊ปถูกเชือกพันข้อเท้ารถจึงลากไป กระทั่งไปไม่ไหวบาดเจ็บสาหัส โดมจึงสั่งให้คนขับรถจี๊ปบดขยี้เกียรติทั้งแขนขาแหลกละเอียด แล้วให้ทับหัวสมองให้ แตกตายไปเลยเพื่อปิดปากพยานสําคัญ บังเอิญเกิดเสียงคํารามมาจากดวงตะวันและตะวันสาดเข้าใบหน้าทั้งโดมทั้งคนขับจี๊ปมองเห็นดวงตะวันเป็น 3 ดวง ซ้อน รถจึงเกิดหักเหจากทิศทางเดิม กระแทกก้อนหินใหญ่ โดมลอยกระเด็น ออกจากรถเสียบแง่หินแหลมตาย คนขับก็ศีรษะกระแท หินแหลกเหลว เกียรติถูกรถทับแขนขาเละ อาการสาหัส สลบเหมือด มนตรีโซเซมาได้จะเข้าช่วย เกียรติ แต่ชายแปลกหน้า (ราชันย์) มาห้ามเอาไว้ พร้อมทั้งบอกว่าอย่านําเกียรติไปโรงพยาบาลจะต้องตาย จะต้องตัดแขนขาแน่นอน ให้เอาไปให้ตนรักษาในป่าที่ถ้าซึ่งตนพานักอยู่ มนตรีเหมือนถูกสะกดก็ยอมทําตาม ชายแปลกหน้าบอกว่าทุ่ง “ก้องตะวัน” เคยมีประวัติมาก่อนว่าความรักในอดีตยุ่งเหยิงมาก ต้องสังเวยกันด้วยเลือด ด้วยชีวิต จึงจะคลายความยุ่งลงได้ บัดนี้การสังเวยผ่านไปแล้ว ทั้งบอกว่าเกียรติจะต้องหายจากสมุนไพรของตน แล้วบอกให้มนตรีกลับไป จะมาอีกก็ได้ แต่ต้องมาคนเดียว และห้ามเด็ดขาดไม่ให้พาผู้หญิงเข้ามาในบริเวณนี้

พอกลับมาถึงบ้านพักที่ไร่ มนตรีก็เล่าให้ดาวใจฟัง ดาวใจตกใจมาก หาว่ามนตรีจงใจให้เกียรติตายที่เอาไปรักษากันในป่าแทนที่จะเป็นโรงพยาบาล ต้อ การแย่งเมียคนอื่นที่มนตรีรักเอามาเป็นสมบัติของตน คําๆนี้มนตรีเจ็บปวดมาก แต่ก็กล้ำกลืนเอาไว้เพราะรักบูชาดาวใจจริง ๆ ดาวใจร่ําร้องอย่างไรมนตรี ก็ไม่พาไปหาเกียรติ บอกผิดสัญญากับชายผู้นั้น ดาวใจจึงให้อ่วมพาไปหาส่งเดช แต่ก็ไม่พบอะไรที่ไหน วันที่หก ดาวใจร่่ำร้องให้มนตรีพาไปให้ได้ มนตรีทนไม่ไหวเลยพาดาวใจไปก็ไม่พบร่องรอยใด ๆ เลย หายไปทั้งชายผู้นั้นและเกียรติ ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครอาศัย อยู่ที่นี่มาก่อน ดาวใจเสียใจมาก

พอถึงกําหนดนัดนัดจริง ๆ มนตรี ก็พาดาวใจ ลูกสาว และอ่วมไปที่จุดนัดพบ มีคนบอกว่ารถที่เกียรติหรือก้านในชื่อใหม่ที่คนที่นี่รู้จักกันคว่ําอยู่ข้างหน้า ดาวใจเกือบช็อค แต่พอซักไซร้กันก็รู้ว่าเป็นคนละคน คนงานคนหนึ่งบอกว่า เกียรติแวะลงที่บริเวณหนึ่งของทุ่ง “ก้องตะวัน” แล้ว ดาวใจจึงออกวิ่งทันที โดย ไม่ฟังเสียงใคร ๆ ลูกสาว ของ ดาวใจก็ออกวิ่งติดตามแม่ไปด้วย ร้องเรียกแม่ เสียงลั่น ดาวใจก็ร้องเรียกเกียรติ เมื่อมาถึงบริเวณที่เคยพบกันกลับปรากฏว่า ไม่มีเกียรติอยู่อีก

“ก้องตะวัน” จะมีเรื่องราวลงเอย อย่างใดนั้น ต้องติดในภาพยนตร์เท่านั้น

Leave a Reply