ปลาบู่ทอง

เศรษฐี (สมควร กระจ่างศาสตร) มีเมีย 2 คน คือ ขนิษฐา (รัตนาภรณ์ อินทรกําแหง) เมียหลวง ขนิษฐี (อรสา พรหมประทาน) เมียน้อย ขนิษฐากับขนิษฐี มีลูกสาวซึ่งเกิดจากเศรษฐี คือ เอื้อย (ลลนา สุลาวัลย์) ผู้เป็นพี่สาวเป็นลูก ของเมียหลวง และอ้าย (ลลนา สุลาวัลย์) ผู้เป็นน้องสาวเกิดจากเมียน้อย เอื้อยกับอ้ายมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันมาก ลูกสาวทั้งสองคนนี้ มีความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันมาก อ้ายซึ่งเป็นลูกเมียน้อยเป็นที่รักของเศรษฐีมาก เพราะเศรษฐีรักขนิษฐีมาก เนื่องจากขนิษฐีเป็นสาวกว่าขนิฐา อ้าย จึงแทบไม่ต้องทํางานอะไรเลย ได้แต่แต่งตัวและขี้เกียจทํางานบ้าน ส่วนเอื้อยซึ่งเป็นพี่สาวนั้น มีความเป็นอยู่อย่างน่าสมเพทกับขนิษฐาแม่ของตน ทั้งสองแม่ลูกต้องทํางานอย่างหนัก โดยขนิษฐีและอ้ายคอยใส่ไคล้ให้ขนิษฐา และเอื้อยอยู่ ตลอดเวลา ทําให้เศรษฐีซึ่งรักและหลงเมียน้อยกับลูกเมียน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเป็นใจใช้ให้ขนิษฐากับเอื้อย ทํางานหนักตั้งแต่เช้าจนเย็น

วันหนึ่ง เศรษฐีชวนขนิษฐาออก ไปทอดแหตกปลา เศรษฐีทอดแหตกปลากี่ครั้งก็ได้ แต่ปลาบู่ขึ้นมาเพียงตัวเดียว เศรษฐีโกรธจนฉุนเฉียวมาก โยนปลาปู ตัวนั้นทิ้งไป ครั้งหนึ่งเศรษฐีเหวี่ยงแหไป ด้วยความโมโห แหที่เหวี่ยงไปถูกขนิษฐา เมียหลวงตกลงไปในน้ำและจมน้ำตาย

วิญญาณของขนิษฐา จึงกลายเป็นปลาบู่ทอง มาร้องเรียกหาเอื้อยที่ท่าน้ำบ้านเศรษฐี เอื้อยรู้ความจริงว่าปลาบู่ที่พูดได้ คือวิญญาณของแม่ ที่กลับมาเกิดเป็นปลาบู่ทอง ก็ได้แต่เสียใจร้องไห้
ทุกวันเอื้อยจะนํารําและปลายข้าวมาให้ปลาบู่ทองกินเป็นประจํา จนขนิษฐี แม่เลี้ยงและอ้ายน้องสาวต่างมารดารู้เข้า ก็คบคิดกันจับปลาบู่ไปแกงให้เศรษฐีและ ตัวเองกิน เอื้อยกลับมาจากเลี้ยงควาย เห็นเป็ดคาบเกล็ดปลาบู่มาให้ ก็รู้ทันทีว่า เกล็ดปลาบู่ทองนั้นคือเกล็ดของแม่ปลา ของตนนั่นเอง

ด้วยความอาลัยอาวรณ์ในแม่ปลาบู่ทอง เอื้อยจึงนําเกล็ดแม่ปลาไปปลูก เกล็ดปลาปูก็กลายเป็นต้นมะเขือเงิน มะเขือทองขึ้นมา ให้เอื้อยได้ดูต่างหน้าแทนแม่ปลาบู่ต่อไป แต่พอขนิษฐีและอ้ายรู้เข้า ก็ถอนต้นมะเขือ และนำผลมะเขือไปให้เศรษฐีจิ้มน้ำพริก เศษมะเขือก็หล่นเรี่ยราดอยู่ใต้ถุนครัวบ้านเศรษฐี เป็ดก็คาบเอาไปให้เอื้อย เอื้อยโศกเศร้าเสียใจมาก เมื่อรู้ความจริง จึงเอาเม็ดมะเขือทองนั้น ไปปลูกไว้ในบ้า และไหว้วอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เม็ดมะเขือกลา เป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง เพื่อตนจะได้กราบไหว้บูชาดวงวิญญาณของแม่ต่อไป

พระเจ้าพรหมทัต (ปฐมพงษ์ สิงหะ) ออกป่าล่าสัตว์ กับอํามาตย์ (เศรษฐา ศิระฉายา) พระองค์เดินทาง ล่ากวางจนหลงไปพบเอื้อยซึ่งกําลังนั่งเลี้ยงควายอยู่กับชาวบ้าน พระเจ้าพรหมทัต ได้ยินเสียงเพลงจากเอื้อย ซึ่งร้องเพลงถึงความทุกข์ยากลําบากเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง ที่มีแต่ความทุกข์ทรมาน พระเจ้า พรหมทัต ติดตามเสียงเพลงไปจนพบเอื้อย พระองค์ทรงเกิดอารมณ์ เสน่หาในตัวของเอื้อย จึงขอร้องให้เอื้อยไปเป็นมเหสีอยู่ในบรมมหาราชวัง เมื่อเอื้อย ได้เข้าไปอภิเษกสมรสเป็นชายาของพระเจ้าพรหมทัตแล้ว ชีวิตของเอื้อยก็เริ่มสบายขึ้น และได้นําต้นโพธิเงินโพธิทอง เข้าไปปลูกในพระบรม มหาราชวังด้วย

ในขณะที่เอื้อยได้รับความสุขอยู่กับพระเจ้าพรหมทัตนั้น ขนิษฐีกับอ้ายก็ตามไปรังควานชีวิตของเอื้อยอีก โดยไปหาแม่มดทําเล่ห์เพทุบาย หลอกเอื้อยมาให้แม่มดทํากระดานกล จนเอื้อยต้องตกลงไปในกะทะบัว เอื้อยถูกน้ำร้อนในกะทะลวกจนเสียชีวิต วิญญาณกลายเป็นนกแขกเต้าบินกลับไปหาราชาพรหมทัต พระเจ้าพรหมทัตทรงแปลกใจมาก ที่นกแขกเต้าพูดได้ จึงให้อํามาตย์ข้าทาสบริพาร สร้างกรงทองใส่นกแขกเต้าไว้

ส่วนอ้ายได้ปลอมตัวเป็นมเหสีแทนเอื้อย อ้ายรู้ว่านกแขกเต้าคือเอื้อยพี่สาวของตน ก็คบคิดให้แม่ครัวในมหาราชวัง จับนกแขกเต้าไปแกงให้พระราชากิน แต่นกแขกเต้าหนีออกไปได้และบินกระเซอะกระเซิงเข้าไปในถ้ำ พบพระฤาษีหลับตา นั่งทางใน ก็รู้ว่านกแขกเต้าคือมเหสีของพระเจ้าพรหมทัต จึงชุบชีวิตนกแขกเต้าขึ้นมาให้เป็นมเหสีของพระราชาตามเดิม

** สําหรับฉากใหญ่ในเรื่อง คือ ฉากที่เอื้อยนําเม็ดมะเขือ ซึ่งเปรียบเสมือนดวงวิญญาณของขนิษฐา แม่ที่ล่วงลับไปแล้ว ทางด้านทีมงานด้านผู้สร้าง ต้องใช้เวลาและอุปกรณ์ด้านเทคนิคอย่างละเอียดละออ เพราะฉากนี้เป็นฉากอภินิหาร พายุและ ฟ้าฝนตกลงมาอย่างหนัก ตลอดจนฟ้า ซึ่งผ่าลงมา ทําให้ต้นไม้ใหญ่ในบริเวณป่าหักโค่นล้มลงมา จนฝนซาฟ้าสาง เม็ดมะเขือ กลับงอกออกมาเป็นโพธิเงิน โพธิทอง สําหรับฉากนี้ พี 78, และชาญ ชัย เนตรขาคม มอบให้ ซิต ไทรทอง นําไปทําเทคนิคที่พาร์อีสแลป ณ. ประเทศ ญี่ปุ่น เพื่อให้สมจริงสมจัง **

นักแสดง ปลาบู่ทอง:
ลลนา สุลาวัลย์ — เอื้อย, อ้าย
ปฐมพงษ์ สิงหะ — พระเจ้าพรหมทัต
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง — ขนิษฐา
เศรษฐา ศิระฉายา — อำมาตย์
อรสา พรหมประทาน — ขนิษฐี
สมควร กระจ่างศาสตร์ — เศรษฐี

อํานวยการสร้างโดย บริษัท พี 78. โดยสนั่น นาคสู่สุข และชาญชัย เนตรขำคม

Reviewed by admin on 17 กรกฎาคม 2018

Leave a Reply