จันดารา

เทพกรภาพยนตร์ เสนอ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับเด็ก
และเป็นของแสลงอย่างยิ่งสำหรับบุคคลประเภท
“มือถือสาก ปากถือศีล”

จันดารา

จันดารา
ของ อุษณา เพลิงธรรม
อรัญญา นามวงษ์ ศิริขวัญ นันทศิริ ประจวบ ฤกษ์ยามดี
สมบูรณ์ สุขีนัย ภิญโญ ปานนุ้ย วิทยา สุขดำรงค์
แนะนำดาวรุ่งดวงใหม่ แสงแข บุญเรือง, จันทร์แรม ปวงจักรทา
กิติมา เศรษฐภักดี อำนวยการสร้าง
รัตน์ เศรษฐภักดี กำกับการแสดง
อดุลย์ เศรษฐภักดี ถ่ายภาพ
ส.อาสนจินดา สร้างบท
โกบราเดอร์ฟิล์ม จัดจำหน่าย

ใบปิด จันดารา วาดโดย บรรหาร

เรื่องย่อ จันดารา

ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอ และพยาบาลกําลังทําคลอดให้แก่เด็ก ซึ่งกําลังช่วยชีวิตของแม่ที่เป็นโรคหัว ใจ ผลที่สุดมารดา “วรรณา” (แสงแข บุญเรือง) ก็ถึงแก่ความตาย สุดความสามารถของหมอและพยาบาลที่จะช่วยไว้ได้

หน้าห้องคลอด “บุญชัย” (ประ จวบ ฤกษ์ยามดี) สามีของวรรณา กํานัน วอน (ประพัฒน์ มิตรภักดี) บิดาของ วรรณาและวาดน้องสาวของวรรณา กําลังรอฟังผลการคลอดของวรรณาอย่างกระวนกระวายใจ เมื่อหมอเดินออกมาและแจ้ง ว่าวรรณาได้ถึงแก่ความตายแล้ว บุญชัย โกรธมาก ประนามเด็กว่า เป็นเด็กกาลกิณี

คฤหาส วิสนันทน์ รถเท็กซี่พา กํานันวอน วาด และทารกน้อย “จัน” มาจากโรงพยาบาล บุญชัยใบหน้าเหี้ยมเกรียม ไม่พอใจที่กํานันวอน พาเด็กทารก ที่เขาเกลียดเข้ามาอยู่ในบ้าน

ภายในเรือนเขียวของคฤหาส “วิสนันทน์” ซึ่งเป็นห้องนอนชั่วคราวของวาดและ “จัน” วาดกําลังหลับสนิทเนื่องจากอ่อนเพลียในการวุ่นวาย กับการเลี้ยงเด็กทารก บุญชัยก้าวย่องเปิดประตูเข้ามา เดินไปที่เตียงแล้วปลุกปล้ำวาด วาดตกใจตื่นจะร้อง บุญชัยจึงกางอุ้งมือจะบีบคอเด็ก วาดหมดทางเลยต้องตกเป็นเมียของบุญชัยในที่สุด

สามเดือนผ่านไป กํานันวอนหิ้วกระเป๋า จะเดินทางกลับพิจิตรบ้านเดิม เห็นบุญชัยยืนมองอย่างไม่สบอารมณ์นัก จึงเกิดประคารมกันขึ้น กํานันวอนประนามบุญชัยว่าเป็นพญาเทครัว บุญชัยเลยเยาะเย้ยกํานันวอนว่าตั้งท้องได้ 3 เดือนแล้ว กํานันวอนโกรธมาก จะจ้างนักเลงมาเล่นงาน

จันเติบโตมาพร้อมกับเด็กเคนลูก แม่ครัววัยไรเรี่ยกัน วันหนึ่งฉันและเคน ได้ไปเห็นบุญชัยและนางแหววเด็กสาวใช้ รุ่น ๆ กําลังพิศวาสกันอยู่ ปรากฏว่าร่างของจันเสียหลักหัวทิ่มคมำ ประตูเปิด ตัวจันหกล้มกลิ้งคว่ำข้าวเม่าอย่างไม่เป็นท่า บุญชัยและแหววสะดุ้งเฮือก เคนเผ่นหนี เอาตัวรอด จันรุกขึ้นเซ่อหันรีหันขวาง อกไม่ถูก บุญชัยโมโหสุดขีด มือคว้าได้แจกันบนโต๊ะขว้างเข้าหัวจัน แตกเลือดโทรม แล้วให้คนใช้พาไปขังไว้ในห้องโถงเรือนเขียว

ภายในห้องเรือนเขียว เวลาโพล้ พล้หน้าต่างประตูทุกด้านถูกปิดตาย จัน กําลังถูกขังนอนร้องไห้อยู่แทบพื้น เสียงเรียกหาแม่อยู่ตลอดเวลา และตะโกนด่าบุญชัยว่า ไม่ใช่พอ จนกระทั่งเหนื่อยอ่อนหมดแรงหลับไป ฝันเห็นวรรณาแม่บังเกิดเกล้า ซึ่งออกมาจากภาพสีน้ำมันที่ ฝาผนังออกมาหาจัน จันวิ่งเข้าสู่อ้อมแขนของแม่หน้าจันซุกอยู่ที่ทรวงอกของแม่อย่างมีความสุข ทันใดนั้นก็มีเสียงดังเข้ามาทําลายภวังค์ทั้งหมด คือเสียงเขย่าประตู และเสียงเอ็ดของคุณวาด วาดเข้ามาปลุกจัน จันยังละเมอเรียกหาแม่ วาดเข้ามายืนปลงเวทนา เบื้องหลังมี “แก้ว” ซึ่ง เป็นบุตรสาวของวาดและบุญชัย ซึ่งริษยา และชิงชังจัน บุญชัยเข้ามาด่าจัน และ ห้ามจันใช้นามสกุล “วิสนันทน์”

จันจึงปรารภกับแม่พุ่ม คนครัวว่าอีกสามวันจะเข้าโรงเรียนแล้ว ไม่ทราบจะใช้นามสกุลอะไรเพราะไม่ใช่ลูกบุญชัย และพ่อที่แท้จริงก็ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน เคนจึงบอกฉันให้แหงนดูท้องฟ้า และ บอกนามสกุลจันอยู่บนท้องฟ้า แม่พุ่ม เลยตั้งนามสกุลให้จันว่า “ดารา” จึงกลาย เป็น “จัน ดารา” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไป

เหตุการณ์ผ่านมาเกือบสิบปี ตอนนี้จัน (สมบูรณ์ สุขนัย) อายุได้ 15 ปี เคน (ภิญโญ ปานนุ้ย) 16 ปี วาดกับ แก้ว (ศิริขวัญ นันทศิริ) ออกมาจากข้างในตึก แก้วเตรียมจะไปโรงเรียน รถโรงเรียนสวนทางกับรถของ บุญชัย ซึ่งนั่ง มากับสาวใหญ่คนหนึ่งชื่อ “บุญเลื่อง” (อรัญญา นามวงศ์) จันสงสัย วาดจึง บอกว่าเป็นภรรยาของบุญชัย ซึ่งได้มาตั้งนานแล้ว เดิมอยู่ที่ปีนัง บุญเลื่องมองจันอย่างเอ็นดู และยิ้มอย่างปรานี

ในตรอกวัดเลียบ เคนนั่งกินขนมปะกิมไข่เต่ากับจัน ทันใดนั้นก็เหลือบไป เห็นอันธพาลวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกําลังรุมล้อม เดินตามเด็กสาวอินเดียคนหนึ่ง ชื่อ “ไฮซินธ์” (จันทร์แรม ปวงจักรทา) เจ้าคนหนึ่งไล่ต้อนอยู่ข้างหลัง ถือชิ้นหมูผูกติดปลายไม้กําลังไล่แหย่ไฮซินธ์ พยายามจะกอดและจับ ไฮซินธ์สบัดสุดแรง จันจึงปราดเข้าไปขวางจึงเกิดต่อสู้กันขึ้น เคน เข้าช่วยด้วย พวกอันธพาลเลยหนีกระเจิง จันและไฮซินธ์จึงรู้จักสนิทกันตั้งแต่นั้น จนเกิดเป็นความรักในที่สุด จัน มักเอาดอกผักตบชวาให้ไฮซินธ์เสมอ เพราะไฮซินธ์ชอบ ไฮซินธ์ชวนจันเรียนภาษา ตอนกลางคืน โดยพาไปรู้จักกับพ่อที่บ้าน ซึ่งเป็นแขกยาม

จันผละจากไฮซินธ์ กลับบ้านตอนกลางคืน ต้องปีนรั้วเข้าบ้าน เกือบจะเหยียบหัวบุญชัยที่กําลังย่องผ่านกําแพง เข้าหานางระเมียด ซึ่งเป็นเด็กรับใช้ของบัญเรือง จันเห็นเหตุการณ์โดยตลอด เคนมาชวนจันไปหาสร้อยทอง เด็กรับใช้อีกคนหนึ่ง โดยให้จันนอนกับสร้อยทอง สร้อยทองไม่ยอม แต่ทนต่อการบังคับของเคนไม่ได้ เลยจําใจนอนกับฉัน จันก้มตัวกอดสร้อยทอง หน้า ซบที่อกสร้อยทอง ทําท่าเหมือนจะเป็นกิริยาเซ็กซ์ แต่เปล่าเลย เขากลับแนบหน้าเหมือนต้องการความอบอุ่น พลางร้องไห้ ซ้ำคร่ำาครวญเรียกหาแม่น้ำตาไหลพราก

เคนนั่งพิงโดนไม้คอยเวลาให้จันนอนกับสร้อยทองให้เสร็จ สูบบุหรี่ ฮัมเพลงอย่างมีความสุขสร้อยทองก็ผลุนผลันหน้าตื่นออกมา เคนนึกว่าเสร็จแล้ว ทันใดจันก็เดินเช็ดน้ำตาออกมาไม่สนใจเคนและสร้อยทอง เคนจึงหัน ไปเล่น งาน สร้อยทองหาว่าสร้อยทองขัดใจจัน สร้อยทองบอกว่าตามใจทุกอย่างแล้ว แต่ทําไมจบที่อกแล้วร้องไห้แถมยังเรียกว่าแม่ เคน แปลกใจและไม่เข้าใจ สร้อยทองเลยชวน เคนเข้าห้องต่อไป

จันเดินผ่านหน้าตึก ห้องนั่งเล่นของบุญเลื่อง เพื่อจะไปเรือนพักของตน เห็นไฟห้องนั่งเล่นยังเปิดอยู่ และ หน้าต่างก็ยังไม่ได้ปิด จันจึงเข้าไปปิดหน้ ต่างทุกบานแล้วก็มาปิดโคมไฟ บุญเลื่องในชุดบางๆ สั้นแบบเบบี้ดอลล์นอนเล่น อยู่บนโซฟายาว ทํานองหลับนอนอยู่ เอ่ยกับจันว่า ดับเสียเลยก็ดีเหมือนกัน จันสะดุ้งเฮือก เพราะไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ตรงนั้น บุญเลื่องเลยชวนจันอยู่เป็น เพื่อน อ้างว่าอยู่เงียบ ๆ ไม่มีเพื่อนต้อง ารเพื่อนสักคน และเดินเข้ามาหาฉัน โอบกอดและลูบศรีษะอย่างเอ็นดู ร่างจันสั่นเทิ้ม อบอุ่น สารภาพว่าตัวไม่มีแม่ จะมีพ่อสักคนเขาก็ปฏิเสธ บุญเลื่องพาจันมาที่หน้าต่าง ชี้ให้ฉันดูภาพที่ประตูห้องของละเมียด ซึ่งบุญชัยกําลังเดินออกมา ละเมียดออกมาส่งทั้งสองกอดจูบกัน บุญเลื่องบอกว่าที่ตนยังไม่นอน จนต้องแอบมาอยู่ในห้องนั่งเล่นมืด ๆ เพื่อจะพิสูจน์ความชั่วของบุญชัย ว่าโสโครกแค่ไหน กินไม่เลือก แม้แต่คนใช้และคนครัว จันเข้าใจและเห็นใจบุญเลื่อง ตอนจะจากกัน บุญเลื่องยื่นหน้ามาจูบหน้าผากจันหนึ่งที จันเงอะเงิ่นยกมือไหว้พลางถอยออกประตูไป

จันเข้าไปที่เรือนเขียว เพราะคิคถึงแม่อยากจะมาดูรูปแม่ แต่ปรากฏว่าภาพของคุณวรรณาหายไปเสียแล้ว จึงขึ้นไปดูที่ห้องสมุด วันเปิดประตูพรวดพราดเข้าไป พบบุญชัยกําลังเล่นจ้ำจี้อยู่กับสร้อยทอง บุญชัยโกรธมากคว้าตะพด จะตีหัวจัน จันเลยผลักเสียกระเด็นแล้ว วิ่งหนีไป บุญชัยไล่ตามอย่างไม่ลดละ บุญเลื่องจึงเข้ามาขวางและว่าจะตีเด็กจันให้ตายนะเรื่องเล็ก แต่เรื่องของบุญเลื่องใหญ่กว่า จึงพาบุญชัยไปเจรจาในห้อง โดยขอหย่าขาดจากการเป็นผัวเมีย บุญชัยไม่ยอม บุญเลื่องยกเหตุผล ทั้งปลอบและขู่ จนบุญชัยยอม แต่ต้องให้บุญเลื่อง อยู่ในบ้านวิสนันท์ก่อน เหตุการณ์ครั้งนี้ บุญชัย พาลโกรธแค้น และอาฆาตจันมากขึ้น

จันกลับจากโรงเรียน อากาศร้อนอบอ้าว จึงเดินไปที่เรือนพักของบุญเลื่อง เปิดพัดลมนอนเล่นบุญเลื่องนุ่งผ้าเช็ดตัว ออกมาจากห้องน้ำ เดินมานอนคว่่ำที่โซฟาแล้วเรียกให้ จันเอาน้ำแข็งมาถูหลังให้ จันทําตามคําสั่งทุกอย่าง จนทนต่อความเย้ายวนไม่ไหว เลยได้เสียกับบุญเลื่อง จันเดินกลับที่พักอย่างละเหี่ยใจ ได้ยินเสียงแก้วกับเคนอยู่ในห้อง พยายามเปิดประตูแต่ไม่ออก จันเลยปืนขึ้นทางหน้าต่าง เห็นแก้วถูกมัดนอนดิ้นอยู่ บนเตียงและร้อง เคนกําลังปลูกปล้ำจูบแก้วอยู่ จึงปราดไปกระชากเคนออกจากแก้ว แล้วต่อยอย่างไม่ปรานี แก้วตะโกน ร้องให้คนช่วย วาดจึงเข้าประตูมาพร้อมด้วยนางพุ่มและสร้อยทอง แก้วบอกแม่ว่า จันคนที่แม่รักนั้นแหละพามามัดไว้ในห้อง ดีแต่เคนมาช่วยไว้ ไม่งั้นป่นปี้หมดแล้ว จันยืนเซ่องงไปหมด แก้วจึงวิ่งออกจากห้องไปฟ้อง คุณพ่อ บุญชัยโกรธมาก ถึงวาดบอกว่า จะฟังความข้างเดียวอย่างไร เพราะรู้สันดานลูกสาวดีว่าเป็นคนโกหก จันแอบฟังทั้งสามถกเถียงกันอยู่ จึงเดินเข้าหา บุญชัย บุญชัยด่าประนามว่าเป็นลูกโจรไม่ทิ้งกําพืด จึงเกิดต่อสู้กันขึ้น จนถูกไล่ออกจากบ้าน

จันจึงไปอยู่กับตาที่พิจิตร โดยการคุมไร่และต้อนฝูงวัว และวันหนึ่งได้ถามตาถึงประวัติ การเกิดของตัวเอง ว่าป็นลูกใครกันแน่ พ่อที่แท้จริงอยู่ที่ไหน และทําไมบุญชัยด่าว่าเป็นลูกโจร กํานันวอนจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้จันฟัง

วรรณาแม่ของฉันเป็นคนสวย วันหนึ่งได้ขี่ม้าออกไปกลางทุ่ง จอม (วิทยา สุขดำรง) ซึ่งหลงรัก แม่ ของจัน ได้พาพรรคพวกฉุดหนีเข้าป่าไป ตํารวจตามไปล่าและได้ยิงจอมกับพรรคพวกตาย แม่ของจันท้องกํานัน วอนเลย ไปขอร้องให้บุญชัยรับเป็นสามี เพื่อเกียรติของแม่และตา ทรัพย์สมบัติทั้งหมดเลยต้องยกเป็นของบุญชัย จันฟังกํานัน วอน เล่าจบ คิดน้อยใจตัวเองและแค้นบุญชัยยิ่งขึ้น จึงห้อม้าเข้าทุ่งไป

วาดมาหากํานันวอนที่พิจิตร โดยมาเจรจากับจัน ให้ฉันไปแต่งงานกับแก้ว ซึ่งกําลังท้องโดยไม่รู้ว่า ใครเป็นพ่อเด็ก เพื่อเกียรติของบุญชัย วาดจึงมาขอร้องให้จันรับแก้วเป็นเจ้าสาว กํานันวอนเห็นทางจะแก้แค้นเอาสมบัติเก่าของลูกสาวคืนมาได้ จึงให้จันรับปาก แต่มีข้อแม้ว่าต้องเจรจากับบุญชัยก่อน โดยจะต้องให้บุญชัยโอนทรัพย์สินทั้งหมด ของแม่จันคืนให้กับจัน บุญชัยไม่มีทางเลือก จึงยอมตกลงตามข้อเรียกร้องทุกอย่าง

จันไปพบกับเคนที่โต๊ะบิลเลียด ทั้งสองเกิดทะเลาะกัน จันต่อว่าเคนไม่ยอมรับแก้วเป็นเมียทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแก้วท้องกับเคน เคนไม่ยอมรับ เพราะกลัวบุญชัย และกลัวแม่พุ่มจะถูกไล่ออกจากบ้าน ทั้งสองเลยเกิดต่อสู้กัน จนต้องหนีตํารวจออกมาด้วยกัน เคนเล่าให้จันฟังว่าบ้าน ไฮซินธ์ถูกไฟไหม้ พ่อไฮซินธ์ถูกไฟครอกตาย ส่วนไฮซินธ์ตาบอด จันจึงขอร้อง ให้เคนช่วยตามหาไฮซินธ์ ถึงแม้จะต้องขายสมบัติหมดพิจิตรก็ยอม เพื่อเป็นค่ายารักษาตาไอซินธ์

จันแต่งงานกับแก้ว ถึงเวลาส่งตัว จันไม่ได้นอนกับแก้ว ทรมานแก้วต่าง ๆ นา ๆ แล้วก็เปิดประตูห้องออกไปหาบุญเลื่อง บุญชัยเห็นจึงตามไปดู เห็นบุญเลื่องแสดงบทพิสวาสกับจัน โกรธจนทน ไม่ไหว ปากหยุกหยิกเหมือนสันนิบาตด้วยความแค้น ถึงล้มหงายตรึงอยู่กับพื้น จันเห็นบุญชัยล้มอยู่กับพื้นเช่นนั้น ก็ผละจากบุญเลื่องออกจากห้องไป ปล่อยให้บุญเลื่องอารมณ์ค้างอย่างหัวเสีย

จันก้มลงกระซิบที่ข้างหู บุญชัยว่า “เท่านี้แหละคุณบุญชัย ผมขอเท่านี้ อโหสิให้กับชัยชนะครั้งสุดท้ายของผมเถอะนะ หัวเราะทีหลังผมก็ต้องหัวเราะดังกว่าคุณ อย่างนี้แหละ คุณคงอยากหัวเราะ แต่ไม่สําเร็จหรอกตลอดชีวิต ต่อไปนี้คุณจะเป็นง่อยสันติบาตไปครึ่งตัวหรืออาจเต็มตัว ทรมานไปจนตายตามเวรานุเวร ที่คุณได้สร้างกรรมไว้กับผู้อื่น จําไว้นะ หมองูย่อมตายเพราะงู คนที่คิดว่าคนเก่ง เก่งในกามกิเลส ย่อมต้องตายไปทีละน้อยด้วยกิเลสดังนี้แฮ…สวัสดี

จันผละไป บุญชัยชักกระตุกเป็นสันนิบาตไปครึ่งตัว พยายามจะพูดด่าจันบ้าง แต่ก็ยิ่งน่าทุเรศทั้งท่าและเสียง จันเดินมาพบเคนซึ่งแอบซุ่มอยู่ จันให้เคนขึ้นไปหาแก้วเมียของเคนบนห้อง เคนเปิดประตูให้จันดูในห้อง จันถึงตาค้าง เพราะในห้องบุญเลื่องกับแก้ว กําลังเล่นเลสเบี้ยนปลดเปลืองอารมณ์ค้างของกันและกันอยู่อยางไม่สนใจใคร ทั้งสองจึงเดินออกจากห้องไป เคนพาฉันไปพบไฮซินธ์ที่โรงเรียน ภารตะแห่งหนึ่ง จันเห็นไซซินธ์ตาบอด กําลังสอนเด็กอนุบาลร้องเพลง เคนกับจันเดินไปหาไฮซินธ์ จันล้วงเอาดอกผักตบชวาในอกเสื้อให้ไฮซินธ์ ไฮซินธ์จึงรู้ว่าจันมา ไฮซินธ์ปลาบปลื้มใจที่สุด ร้องเพลงไปร้องไห้ไปอย่างปิติ ไฮซินธ์และจันต่างจับมือบีบกันแน่นเหมือนจะไม่ยอมผละจากกันอีก

นักแสดง จันดารา :

สมบูรณ์ สุขีนัย               จัน / จัญไร วิสนันท์
อรัญญา นามวงศ์           บุญเลื่อน
ศิริขวัญ นันทศิริ             แก้ว
ประจวบ ฤกษ์ยามดี       บุญชัย
ภิญโญ ปานนุ้ย               เคน กระทิงทอง
จันทร์แรม ปวงจักรทา    ไฮซินธ์
แสงแข บุญเรือง            วรรณา
วิทยา สุขดำรงค์            จอม
ประพัฒน์ มิตรภักดี       กำนันวอน
ศุภศาสตร์ น้อยแสน     กำนันเวฟ

 

จันดารา ปี พ.ศ. 2544
จันดารา ปฐมบท พ.ศ. 2555
จันดารา ปัจฉิมบท พ.ศ. 2556

Reviewed by admin on 15 มีนาคม 2018

Leave a Reply