ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์

ประวัติครูใหญ่ : ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์

ตอนเป็นเด็กใครบ้างล่ะ จะไม่เคยฝัน…ตอนเด็กผมเคยแอบฝันไว้ใหญ่ ๆ ว่า ผมอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ ต้องทีมชาติเลยนะ แต่ก็ยังไม่รู้หรอก ว่าอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติประเภทอะไร อาจเป็นเพราะผมชอบกีฬามาก และก็เล่นกีฬาได้เยอะ ฟุตบอลก็ชอบ ว่ายน้ำก็เล่น ปิงปองก็เอากับเค้าด้วย และอื่น ๆ อีกที่ผมอาจจำไม่ได้ แถมยังบ้าดูกีฬาอีก ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวง แต่สิ่งที่เข้ามากระทบหัวใจของผม และทำเอาหัวใจดวงน้อยของผมพองโตเหมือนลูกบอลลูน คงเป็นภาพติดตาในช่วงเวลาที่นักกีฬาขึ้นรับเหรียญทอง เป็นการประกาศชัยชนะอย่างแท้จริง มันช่างดูเท่ห์ และดูเป็นฮีโร่ซะเหลือเกิน…คุณลองคิดภาพผมขึ้นรับเหรียญทอง ภาพที่ผมบรรจงจูบเหรียญทอง และตะโกนร้องเพลงชาติไทยอย่างสุดเสียงในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทยดูซิครับ !!!

แต่พอผมโตขึ้นมา ความฝัน ความชอบ และโอกาส มันดันสวมคอนเวิร์ส ไปกันคนละทาง หนุ่มน้อย (ในตอนนั้น) อย่างผมถึงคราวต้องเลือกทางเดินชีวิตซะแล้ว และตอนนั้นผมได้ตัดสินใจเลือกเข้าเรียนภาคฟิลม์ ของคณะนิเทศ จุฬาฯ เพียงเพราะผมชอบถ่ายรูป อยากถ่ายภาพนิ่ง และวิชาถ่ายภาพนิ่งมันดันอยู่ในภาคฟิลม์ ผมเลยต้องร่วมหัวจมท้ายไปกับเจ้าสิ่งนี้ 4 ปีด้วยกัน จนท้ายสุดผมเกิดรักมันจนถอนตัวไม่ขึ้นซะแล้ว ยาบ้า ยาม้า ยาเค ยาขยัน ยาไอซ์ ที่เค้าว่าติดกันงอมแงม เลิกยากยังไง ผมว่าตัวผมเอง ติดการถ่ายหนังจนคิดว่าชาตินี้ถ้ำกระบอกก็เอาผมไม่อยู่ แยกผมให้ออกจากหนังยากส์ซะแล้ว

เมื่อผมเรียนจบ ผมก็ทำตามวาทะของบุคคลท่านหนึ่ง ที่ผมถือว่าเป็นวาทะแห่งปีก็ว่าได้ นั่นคือ “ถ้าคุณอยากเป็นผู้กำกับหนัง คุณต้องออกไปใช้ชีวิตซะก่อน” เป็นวาทะอันศักสิทธิ์ของอาจารย์พี่เก้ง จิระ มะลิกุล ซึ่งผมได้กระทำการดังกล่าวทันทีที่ผมเรียนจบ คือต้องออกไปใช้ชีวิต นั่นคือปณิธานอันแน่วแน่ของผม ผมจะยังไม่ทำงาน ผมจะเที่ยวเล่น เฮฮาปาจิงโกะไปตามประสา ผมกับเพื่อนในกลุ่มกว่า 20 ชีวิตจะกลับไปคณะทุกวัน เพื่อนัดพบในการไปร้านเหล้า ไปปาร์ตี้กัน สำหรับผมแล้วการนั่งดื่มเหล้า ได้เถียงกันไปมาไร้สาระมันทำให้ผมได้รู้อะไรเยอะมาก และสิ่งเหล่านี้แหละครับ คือการออกไปใช้ชีวิตของผม มันเป็นอย่างนี้อยู่ 1 ปี จนท้ายสุดพวกผมเริ่มเบื่อหน้ากันเอง แล้วหนีหน้ากันด้วยการออกบวชไปทีละคน หันหน้าเข้าวัด พึ่งพระ ฟังธรรม ตามความตั้งใจ รวมทั้งตัวผมด้วย

หลังจากที่ผมใช้ชีวิตตามปณิธานมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว ผมก็เริ่มหางานทำ โดยเริ่มจากการเป็น Script Writer ของรายการกระจกหกด้าน ที่มีส่วนควบคุมงานเอง ทำอยู่ประมาณ 3-4 เดือน จนรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวผม มันไม่ใช่อย่างที่คิด เลยตัดสินใจลาออก และกลับไปใช้เส้นทางชีวิตตามวาทะของอาจารย์เก้ง อีกครั้ง เที่ยวนี้ผมโกอินเตอร์ บินไม่เดี่ยวไปอเมริกา กับเพื่อนชื่อเดียว (ผู้กำกับแฟนฉัน) ไปเป็นเด็กเสิร์ฟ ได้ทั้งภาษา และได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ได้เก็บสตางค์ไปด้วย ผมถือว่าการโกอินเตอร์ของผมครั้งนี้เป็น 1 ปี ที่ใช้ชีวิตโคตรคุ้มเลยครับ

งานแรกที่ผมเริ่มทำหลังจากหันหลังกลับจากเมืองมะกัน คือเป็นผู้ช่วยผู้กำกับโฆษณาที่ฟีโนมีน่า โดยได้อานิสงค์จากคำชักชวนของเพื่อน ซึ่งครั้งนี้ผมคิดว่าผมโชคดีมากที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้กำกับโฆษณามือฉมัง มือหนึ่งของโลก พี่ต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย ทำให้ผมได้เรียนรู้วิธีคิด วิธีการเล่าเรื่อง วิธีแก้ปัญหา ที่นี่เปรียบเสมือนโรงเรียนของผม และผมก็ได้ใช้ชีวิตกิน นอน ทำงานอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้เป็นเวลา 2 ปีเต็ม ก่อนที่อาจารย์พี่เก้งของผมจะมาชักชวนลูกศิษย์อย่างผมทำหนังเรื่องที่ทุกคนรู้ และเคยได้ยิน ได้เห็นกันมาแล้ว “แฟนฉัน” ครับ

นั่นคือลูกคนแรกของผม ด้วยการเลี้ยงจากบรรดาพ่อ ๆ ถึง 6 ชีวิต และตอนนี้ผมก็พร้อมส่งลูกคนที่สองของผมออกมาแล้ว ลูกคนนี้เป็นลูกของผมคนเดียวครับ หลังจากเฝ้าประคบ ประหงม ฟูมฟัก ดูแลมาเป็นอย่างดี เค้าชื่อ เด็กหอ ครับ ฝากคุณดูแลเด็กผมคนนี้เยอะ ๆ ด้วยนะครับ

1 2
Pages ( 1 of 2 ): 1 2ถัดไป »