ผลงานภาพยนตร์ของ…พจน์ อานนท์

สติแตกสุดขั้วโลก (2538) – ผลงานเรื่องแรกที่เป็นการเปิดตัวพจน์ อานนท์ ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ไทยหน้าใหม่ ที่รวบรวมดาราวัยรุ่นในสังกัดมาขึ้นจอกันอย่างคับคั่ง แม้ภาพยนตร์ที่ล้อเลียนหนังกำลังภายในเรื่องนี้จะไม่เป็นที่ถูกใจนักวิจารณ์บ้านเราสักเท่าไรนัก แต่มันก็สามารถเป็นหนังไทยที่ทำเงินถล่มทลายในปีนั้นได้อย่างสบาย ๆ เพราะการที่หนังเน้นความบันเทิงย่อยง่ายซึ่งเป็นที่ถูกใจผู้ชมกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลักนั่นเอง

18 ฝนคนอันตราย (2540) – หนังเรื่องที่สองของเขาเรื่องนี้ แม้จะยังคงเอกลักษณ์การรวมดาราวัยรุ่นไว้อย่างมากมาย แต่หนังถือได้ว่าเป็นการพลิกแนวของเขาอย่างสิ้นเชิง จากเรื่องแรกที่เป็นหนังตลกสุดโต่งมาสู่เรื่องที่สองที่เป็นดราม่าข้นคลั่ก หนังที่เล่าเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องเข้าไปพัวพันกับอาชญากรรมอย่างไม่คาดฝัน นั่นทำให้ชีวิตช่วงวัย 18 ปีของพวกเขาเหมือนตกนรกทั้งเป็น หนังสามารถคว้าทั้งเงินทั้งรางวัลมาครอบครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี

Go Six: โกหก ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแหล (2543) – หนังรักโรแมนติกที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก และตั้งใจจะเป็นหนังล้อหนังเรื่องนี้ ค่อนข้างจะประสบความล้มเหลวในด้านคำวิจารณ์และรายได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหนังไม่มีแนวทางในการนำเสนอที่ชัดเจนเพียงพอ กับอีกส่วนหนึ่งอยู่ที่ตัวเนื้อหนังที่เหมือนเป็นการจับแพะชนแกะอยู่เกือบตลอดทั้งเรื่อง

ว้ายบึ้ม เชียร์กระหึ่มโลก (2546) – พจน์ อานนท์ กลับมาสู่แนวถนัดอีกครั้งกับหนังตลกวัยรุ่นที่เน้นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มีให้กันในทีมเชียร์ลีดเดอร์ โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าจะเป็นเพศใด ชาย, หญิง หรือ กะเทย ทุกคนเท่าเทียมกัน และทั้งหมดต้องร่วมกันเป็นทีม จึงจะประสบความสำเร็จได้ หนังกวาดรายได้ไปมากพอควร พอ ๆ กับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบที่มีออกมาไม่ยิ่งหย่อนกัน

ปล้นนะยะ (2547) – เรื่องราวของ 4 กะเทยสาวที่ประกอบไปด้วยเจ๊พริก, เสือ, ไนซ์ และกบ ที่ตัดสินใจปฏิบัติการปล้นธนาคารเพื่อหวังในชีวิตที่ดีกว่าในภายภาคหน้า แต่มันไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เรื่องวุ่น ๆ เกิดขึ้นจนได้ เมื่อมีโจรวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาปล้นในธนาคารแห่งเดียวกัน…”หยุด นี่คือการปล้น”…และหนังก็ปล้นเงินคนดูไปเกือบ 50 ล้านบาทเมื่อต้นปี 47 ที่ผ่านมา

เอ๋อเหรอ (2548) – กลับมาอีกครั้งอย่างต่อเนื่องกับหนังแนวอบอุ่น น่ารัก ใสซื่อ ที่เล่าเรื่องราวการผจญภัยของเด็กหญิงมาดทโมนกับเด็กชายดาวน์ซินโดรมที่ต้องเข้าไปพัวพันกับโจรร้ายอย่างไม่ตั้งใจ แต่นั่นก็นำมาซึ่งมิตรภาพอันแสนประทับใจที่ก่อเกิดขึ้นระหว่างทางนั้นของเหล่าเด็กน้อย หนังประสบความสำเร็จในเรื่องรายได้ไปพอสมควร และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 15 ถึง 6 สาขา ด้วยกัน