ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค

ประวัติ ผู้กำกับ

ประวัติการศึกษา

1984-1987 วิทยาลัยช่างศิลป์ (College of Fine Arts)

1987-1991 มหาวิทยาลัยศิลปากร (Silpakorn University / Interior Design)

1993-1995 The Art Students League of New York (Fine Arts)

ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค จบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผ่านการกำกับผลงานภาพยนตร์มาแล้วหลายเรื่องหลากแนว จนมีแฟนหนังที่รักและชื่นชอบผลงานด้านภาพยนตร์ฝีมือของผู้กำกับคนนี้เป็นจำนวนมากและเหนียวแน่น ตั้งแต่เรื่อง มือปืน / โลก / พระ / จัน (2544) ภาพยนตร์แอ็คชั่น-คอเมดี้ที่ทำยอดทะลุเป้า 100 ล้านบาทกับการกำกับหนังเรื่องแรก, กุมภาพันธ์ (2546) ภาพยนตร์รักโรแมนติกที่ถูกกล่าวขวัญจนถึงปัจจุบันนี้ บุปผาราตรี (2546) ภาพยนตร์สยองขวัญแหวกแนวที่ถูกเรียกร้องให้ทำภาคต่อ, สายล่อฟ้า (2547), และการกลับมาอีกครั้งของสาวสยองจอมอาฆาต บุปผาราตรี เฟส 2 (2548), ปี 2549 กระสือวาเลนไทน์ คือของขวัญวันวาเลนไทน์ชิ้นที่สองของต้อม ยุทธเลิศ

จากผลงานการกำกับภาพยนตร์มาตลอดเกือบ 10 ปีอย่าง มือปืน/โลก/พระ/จัน (2544), กุมภาพันธ์ (2546), บุปผาราตรี (2546), สายล่อฟ้า (2547), บุปผาราตรี เฟส 2 (2548), กระสือวาเลนไทน์ (2549), โกยเถอะเกย์ (2550), รัก|สาม|เศร้า (2550) และ อีติ๋มตายแน่ (2550) พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค” เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่มีแบบฉบับการทำงานเป็นของตนเองจนยากที่จะมีใครเลียนแบบได้ เขาเป็นหนึ่งในผู้กำกับน้อยคนของวงการที่มักจะถูกจับตามองอยู่เสมอเมื่อมีผลงานใหม่ๆ ออกมา และถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งกับความสามารถในการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์หลากหลายแนวทั้งตลก, แอ็คชั่น, สยองขวัญ, ดราม่า และโรแมนติก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จทั้งทางด้านคำวิจารณ์และรายได้

ล่าสุด เขากลับมาสยองอีกครั้งกับ “บุปผาราตรี ฉบับไตรภาค” ภาพยนตร์สยองขวัญคูณสามซูเปอร์เฮี้ยนที่จะมาทำให้คุณได้ “หลอนขั้นเทพ” แน่นอน

 ประวัติการศึกษา

ปี 2527-2530 วิทยาลัยช่างศิลป์ (College of Fine Arts)

ปี 2530-2534 ปริญญาตรี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (Interior Design, Silpakorn University)

ปี 2536-2538 ศึกษาต่อด้านศิลปะที่ The Art Students League of New York (Fine Arts) และเรียนรู้ด้านภาพยนตร์จากการอ่านด้วยตนเองที่ร้านหนังสือใหญ่อย่างบาร์นส์แอนด์โนเบิล (Barnes and Noble)

 ผลงานการกำกับภาพยนตร์

ปี 2001 เขียนบทและกำกับภาพยนตร์เรื่อง มือปืน โลก/พระ/จัน เป็นเรื่องแรก หนังประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย กวาดรายได้กว่า 120 ล้านบาท กลายเป็นหนึ่งในสี่หนังทำเงินเกินร้อยล้านของประเทศไทย

ปี 2541 เขียนบทเรื่อง โอเนกาทีฟ ที่แกรมมี่ฟิล์มนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง รักออกแบบไม่ได้ ที่ได้รับคำชื่นชมและกล่าวขวัญถึงทุกวันนี้

ปี 2544 แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง มือปืน/โลก/พระ/จัน ที่กวาดรายได้ไปกว่า 120 ล้านบาท

ปี 2546 เรียกเสียงฮือฮากับการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าเรื่อง กุมภาพันธ์ ที่เดินทางไปถ่ายทำไกลถึงนิวยอร์ค และปลุกกระแสแฟชั่นสาวผมสั้นทั่วบ้านทั่วเมืองและจัดเป็นภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดแห่งปี

ปี 2546 ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกับการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์สยองขวัญไม่ซ้ำแบบใครเรื่อง บุปผาราตรี ที่กวาดรายได้ไปเกือบ 50 ล้านบาท

ปี 2547 ตามติดด้วยการเขียนบทและกำกับ สายล่อฟ้า ภาพยนตร์กั๊ก โรแมนติก แอ็คชั่น คอเมดี้ ที่กวนได้ใจกวาดรายได้ไปถึง 50 ล้านบาท

ปี 2548 สานต่อต้นฉบับความสยองขวัญด้วยการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์เรื่อง บุปผาราตรี เฟส 2 ที่กวาดรายได้แซงหน้าภาคแรกอย่างถล่มทลายไปถึง 70 ล้านบาท

ปี 2549 พลิกคาแร็คเตอร์กระสือสาวในเรื่องราวความรักที่หวานปนสยองได้อย่างลงตัวกับการเขียนบทและกำกับเรื่อง กระสือวาเลนไทน์

ปี 2550 สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในเรื่องรักผิดผีของสองคาวบอยหนุ่ม ภาพยนตร์รักยิ่งใหญ่ ไม่อายผีสาง  ณ ปั๊มน้ำมันร้างได้อย่างฮาสนั่นเมืองกับการเขียนบทและกำกับเรื่อง โกยเถอะเกย์

ปี 2551 กลับมาสร้างความซาบซึ้งตรึงใจด้วยการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์รักน้ำตารินเรื่อง รัก|สาม|เศร้า ที่ส่งให้ “ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ” คว้ารางวัลสุพรรณหงส์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปครองได้อย่างสวยงาม

ปี 2551 แท็คทีมกับเดี่ยวไมโครโฟนตัวพ่อ “อุดม แต้พานิช” ที่รับหน้าที่เขียนบทและแสดงนำในภาพยนตร์โรแมนติกปนขำที่บ่มเพาะมากว่า 3 ปี เรื่อง อีติ๋มตายแน่ (งานนี้ยุทธเลิศขอกำกับอย่างเดียว)

…6 ปีสำหรับการเป็นอีกหนึ่งที่เข้ามาเป็นผู้กำกับสร้างชื่อให้กับวงการภาพยนตร์ไทย ต้อม ยุทธเลิศ ยังเป็นแรงใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่สนใจอยากทำงานด้านภาพยนตร์อีกด้วย จากความคิดที่เป็นตัวของตัวเองและรักที่จะคิดอะไรแปลกใหม่อยู่เสมอ ทำให้ผลงานของต้อม ยุทธเลิศ ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ ผลิตหนังหลากทางเลือกให้กับผู้ชม และในปีนี้ 2550 ภาพยนตร์แนวประหลาดจาก “ก้น” บึ้งหัวใจต้อมยุทธเลิศ ก็พร้อมแล้วที่จะให้ผู้ชมปล่อย “ก๊าก” แบบไม่กั๊กกันทั่วประเทศ 5 เมษายนนี้ กับภาพยนตร์เรื่อง โกยเถอะเกย์

เรื่องจริงกับประสบการณ์เฮี้ยน ณ ปั๊มร้าง (รอรัก)

เรื่องเล่าเขย่าขวัญของปั้มน้ำมันร้างกลางหุบเขา จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่เคยสัมผัสกับความสยองขวัญโดยตรง

“โอ๊ย…ใคร ๆ แม่..ก็รู้กันหมดว่าไอ้ปั๊มนี้มันเฮี้ยนขนาดไหน ลุงไม่กลัวหรอกมาอาศัยแค่เยี่ยว เยี่ยวเสร็จแล้วก็ไปกลัวไปทำไมแม่..ตัวเดียว มาเมื่อไหร่ก็เหนี่ยวแม่..เลย แต่ที่ปั๊มนี้มีไอ้ที่น่ากลัวกว่าผีอีก มันเป็นผู้ชายสองคนใส่ชุดคาวบอย คนนึงอ้วนคนนึงผอมสูง ไอ้อ้วนไม่เท่าไหร่เห็นแค่แวบ ๆ แต่ไอ้คนสูง ๆ อ่ะ มันกะจะมาโบร๊กแบล็คตูดลุง มันคงคิดว่าชาวนาชาวไร่อย่างลุงไม่เคยดูหนังฝรั่งเกย์มั้ง วันนั้นเกือบไปแล้ว เกือบเสร็จมันกลางวันแสก ๆ แล้ว” (ลุง…อาชีพ ทำสวนทำไร่)

“อาตมาไม่ขอพูดละกันนะ เว้นพระไว้สักคนเถอะโยม” (พระสงฆ์สององค์ กับเณร)

“ก็อีซอนย่ามันดันปวดขี้ค่ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ จะแวะข้างทางผู้หญิงอย่างพวกหนูก็ทำไม่ได้ นี่ถ้ามีห้องน้ำตุ๊ดตั้งแต่แรกก็คงไม่ลำบากไปเจอหลอกแบบนั้น คืนนั้นหลอนมากค่ะซอนย่ามันเข้าไปขี้ อยู่ดีๆ มันก็เดินออกมาหัวฟู พวกหนูก็นึกว่ามันไปแอบเซ็ทผมมาใหม่ พออีผีชะนีมันออกมาให้เห็นเป็นตัวเป็น ๆ พวกหนูก็วิ่งหนีป่าราบแล้ว แต่หลังจากนั้นพอตั้งสติได้นะคะ พวกหนูมาคิด ๆ ดูแล้วว่าไม่น่าจะวิ่งหนีมันเลย เพราะยังไงอีเด๊ปก็น่ากลัวกว่าอยู่แล้ว จริง ๆ อีซอนย่าก็น่ากลัว แต่ทุกคนคอนเฟิร์มว่าอีเด็ปน่ากลัวกว่าค่ะ” (กลุ่มกะเทยกู้ส้วม)

“ได้ยินว่าเพื่อนได้รังรักใหม่ไปอยู่กันตามประสาผัว ๆ เมีย ๆ ที่ปั๊มน้ำมัน พวกเราก็ไปเซอร์ไพร์สเพื่อนอู๊ดเห็นว่าเป็นวันเกิด นังเพื่อนก็บอกว่ากำลังโดนผีหลอกหน้างี้ดำ ๆ แดง ๆ ไปหมด ใครเค้าจะไปเชื่อผีสางที่ไหนมี อีผีก็หน้าเหมือนคนใช้ยิ่งไม่เชื่อใหญ่ สักพักมันห้อยหัวลงมา โอ๊ย พูดแล้วขนหน้าแข้งลุก เชื่อไหมอีผีชะนีมันแวบไปแวบมาได้ด้วย อีนี่เฮี้ยนจริง ๆ อ้อ แล้วมันพูดไม่ชัด พูดเหมือนพวกกระเหรี่ยงด้วยนะ ป่านนี้อู๊ดเพื่อนสาวจะเป็นยังไงบ้างยังไม่รู้เลย ผัวก็มีเมียน้อย แถมยังมาโดนผีหลอกอีก เฮ้อ พูดแล้วเสียดายงานคาวบอยคืนนั้น…อดไปเลย หนุ่ม ๆ งี้ตรึม” ( เพื่อนสนิทเจ้าของปั้ม)

“วันนึงมีผู้หญิงผมยาวเฟื้อยเห็นหน้าไม่ค่อยชัด วิ่งสวนรถมากลางวันแสก ๆ มันมีขี้เปื้อนตัวมาเต็มไปหมด จ่าเค้าสงสัยนึกว่ามีวิ่งมาราธอนกันแถวนี้ ใครจะคิดว่าเป็นผีจริงไหมคุณมันกลางวันแสก ๆ อ่ะ สักพักมีอีกคนนึงวิ่งผ่านมาอีก มันหน้าตาแต่งตัวเหมือนกันเด๊ะ จ่าเค้าบอกว่าอ๊ะนั่นฝาแฝด ไม่ทันหันกลับไปดูมันมาโน่นอีกตัวนึงแล้ว เหมือนกันหมด 3 ตัว มันจะเป็นไปได้เหรอที่เป็นแฝด 3 ผมเลยจอดรถแวะปั๊มข้างทางตั้งหลักตั้งสติ แต่ปรากฏว่าไอ้ปั้มนี่แหละเล่นผมกับจ่าซะหัวฟู ไม่อยากพูดขนลุก ชีวิตผมกับจ่าเนี่ยเจอแต่เรื่องผีสาง หนีจากออสการ์อพาร์ตเม้นต์มาประจำการต่างจังหวัด ก็ยังมาเจอผีบ้านนอกหลอกอีก” (หมวดอังเคิล และจ่าบุญถิ่น)